ล่ารัก (ภาคแรกของเริ่มที่ร้ายลงท้ายที่รัก)

ตอนที่ 18 : 5.3 ปล่อยตามเกม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    4 เม.ย. 63

 

ตะวันกวาดสายตาไปทั่วงานจนมาสะดุดกับสายตาดุ ๆ ของสาวแสบที่เพียงสบตากับเขาเข้าโดยบังเอิญก็สะบัดหน้าหนีพร้อมเดินเลี่ยงไปยังซุ้มเครื่องดื่ม แต่เขายังไม่เห็นจันทิมา เพราะเธอต้องเตรียมโชว์หลังเวที 

 

          สาวแสบวันนี้สลัดคราบเด็กกะโปโล มาเป็นสาวเปรี้ยวด้วยชุดราตรีสีฟ้า ซึ่งตัวชุดค่อนข้างเซ็กซี่ด้วยสายเส้นเล็กที่คล้องไหล่ทั้งสองข้าง และตัวเสื้อคล้ายเกาะอกจับเป็นโบว์ที่กึ่งกลางโชว์เนินเนื้อหน้าอกที่ตะวันไม่คิดว่า สาวตัวเล็กอย่างทอรุ้งจะมีหน้าอกชวนมองได้ถึงขนาดนี้

 

เมื่อตอนที่สาวแสบใส่ชุดนักศึกษา เขาก็เพียงแต่คิดว่าเธอเป็นสาวที่มีรูปร่างสวยเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเด็กสาวจะดูอวบอิ่มในชุดรัดรูปอย่างที่เธอสวมในคืนนี้ ยิ่งส่งผลให้ทอรุ้งเซ็กซี่มาก เอวคอดกิ่ว กับขาเรียวสวยที่โชว์วับแวมในยามสาวเจ้าก้าวเดิน ยิ่งทำให้เป็นที่น่าจับตามองของหนุ่มเพล์ยบอยอย่างเขาจนตัวเขาเองยังแปลกใจว่าทำไม สาวแสบถึงสะดุดตาเขานัก

 

“มองใครวะไอ้ตะวัน” อาทิตย์ถาม

 

“เปล่า ฉันก็มองไปเรื่อย ๆ แล่ำ ไม่ได้เจาะจง” ตะวันรีบปฏิเสธบอกปัด

 

“ไปหาคุณพ่อกับคุณอาปกรณ์กันดีกว่า ฉันเห็นอยู่โต๊ะใกล้ ๆ ลานเครื่องดื่ม”

 

“ไปสิ”

 

ตะวันตอบรับทันทีเพราะเห็นสาวแสบแถวลานเครื่องดื่มพอดี สองหนุ่มเดินผ่านบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ที่ต่างชายตามองพวกเขาพร้อมส่งยิ้มให้ตลอดทาง จนถึงบริเวณซุ้มเครื่องดื่ม อาทิตย์กับตะวันยกมือทำความเคารพพร้อมทักทายบรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งคุยกันอยู่ใกล้ ๆ บริเวณซุ้มเครื่องดื่มนี้

 

“สวัสดีครับคุณอาปกรณ์ คุณอาพิมพ์” อาทิตย์ทำความเคารพผู้ใหญ่

 

“สวัสดีครับคุณลุง คุณอา” ตะวันกล่าวตามเพื่อนหนุ่ม

 

“ไงหนุ่ม ๆ วันนี้ไม่ควงสาวมาด้วยเหรอ” คุณปกรณ์แซวหลาน

 

“ผมคงขออนุญาตคุณอาควงน้องจันทร์ ส่วนเจ้าตะวันมันคงกะหาเอาในงานครับ”

 

“ฮึ ฮึ แล้วมีดอกไม้มาให้น้องหรือเปล่าล่ะจ๊ะ” คุณพิมพ์พรเย้าหลาน

 

“ครับ ผมให้เจ้าตะวันสั่งพนักงานไว้แล้วครับ”

 

“ไม่รู้งานนี้หนูจันทร์ของเราจะได้ดอกไม้กี่ช่อนะคุณพิมพ์”คุณสุริยะถามคุณพิมพ์พร

 

“นั่นสิคะ จำได้ว่าเมื่อตอนแสดงละครการกุศลครั้งก่อนนี่ พิมพ์แทบจะเปิดร้านขายดอกไม้ได้เลยนะคะ”

 

คุณพิมพ์พรยิ้มพร้อมนึกถึงงานแสดงละครการกุศลที่จันทิมาเป็นนางเอกเมื่อหลายปีก่อน ที่ทอรุ้งยังเด็กกว่านี้แต่เรื่องความแสบและหวงพี่สาวกลับยังมีเท่าเดิม หรืออาจจะเพิ่มขึ้นตามอายุของเธอก็ไม่รู้

 

“ใช่ ตอนนั้นอาทิตย์ยังไม่กลับจากอังกฤษนี่นะ เจ้าจันทร์ของอาเขาป๊อบปูล่ามาก หนุ่มน้อยใหญ่สนใจลูกสาวอาขนาดเจ้ารุ้งต้องคอยกีดกันไม่หวาดไม่ไหวเชียว” คุณปกรณ์คุย

 

“ใช่ ฉันจำได้ว่าไอ้รุ้งต่อยลูกชายคุณแขไขเสียตาเขียว เมื่อหมอนั่นแต๊ะอั๋งพี่สาว” คุณสุริยะเล่าอย่างนึกขำวีรกรรมของหลานสาวคนเล็ก

 

“ใช่ คุณหญิงแขไขถึงกับเป็นลมล้มพับไปเลยงานนั้น” คุณพิมพ์พรหัวเราะขันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น

 

“ทำไมเหรอครับ ผมกับเจ้าอาทิตย์ไม่อยู่ในเหตุการณ์ซะด้วย” ตะวันถามผู้ใหญ่อย่างสนใจ

 

คุณปกรณ์ยิ้มให้สองหนุ่มพร้อมเล่าเหตุการที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ทอรุ้งสร้างวีรกรรมให้พวกท่านได้ปวดหัวแกมขำขันเมื่อลูกชายคนเดียวของคุณหญิงแขไขโดนบุตรสาวตัวแสบของท่านต่อยจนตาเขียว เมื่อหมอนั่นแสดงเป็นพระเอก แต่เล่นนอกบท ทั้งกอดทั้งหอมลูกสาวคนโตของเขาต่อหน้าประชาชน

 

เจ้าน้องสาวโมโหจัด กระโดดขึ้นบนเวทีคว้าพระเอกมาต่อยเสียล้มไม่เป็นท่า ตาเขียวไป แต่งานก็ไม่ล้มเพราะจันทิมาช่วยไกล่เกลี่ยจนพระเอกยอมขอโทษที่เล่นนอกบท แถมกล่าวแก้เก้อว่าอินกับบทแถมนางเอกของเรื่องก็สวยจนตาพร่าเชียว คุณปกรณ์เล่าเหตุการณ์ในอดีตให้สองหนุ่มฟังด้วยรอยยิ้ม

 

“ตอนนั้นอาโกรธมากเชียว แต่ก็ตกใจที่ยัยแสบกระโดดขึ้นไปซัดเขาด้วย ตั้งแต่นั้นยัยแสบเลยดังใหญ่เรื่องหวงพี่สาวสุด ๆ จนหนุ่มๆไม่กล้าจีบยัยจันทร์หลายราย”

 

“มิน่า คุณรุ้งตอนนั้นคงแสบน่าดู” ตะวันกล่าวยิ้ม ๆ

 

“เดี๋ยวนี้ก็ยังแสบอยู่ นี่ขนาดเป็นสาวแล้วนะ ยิ่งวันนี้ลุงว่าดูยัยแสบของลุงโตเป็นสาวสวยแล้วทีเดียว” คุณสุริยะกล่าวพร้อมส่งสายตาเอ็นดูส่งไปทางหญิงสาวที่กล่าวถึง

 

“จริงครับ สาวแล้วก็สวย”

 

ตะวันกล่าวตามพร้อมทั้งมองทอรุ้งอย่างสนใจ แต่เสียงพิธีกรบนเวทีปลุกเขาตื่นขึ้นจากภวังค์ของทอรุ้งเสียก่อน เขาหันมองเพื่อนรักที่นั่งจ้องเวทีเช่นเดียวกับคุณปกรณ์และคุณพิมพ์พร

 

“ค่ะ แล้วก็ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอย การแสดงแฟชั่นโชว์ของห้องเสื้อเก็จแก้ว ที่จะทำการแสดงพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมประมูลเสื้อผ้าที่นางแบบสวมเพื่อร่วมทำบุญให้กับมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านเก็จแก้ว ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติรับชมการแสดงทั้งสามสิบเก้าชุดได้แล้วค่ะ”

 

เสียงประกาศของพิธีกรสาวบนเวทีเรียกสายตาทุกคู่ให้หันมาสนใจการแสดงแฟชั่นโชว์โดยบรรดานางแบบมืออาชีพ และนางแบบกิตติมศักดิ์ทั้งหลายบนเวที ตลอดจนร่วมประมูลชุดที่นางแบบใส่ ทั้งชุดลำลอง ชุดทำงาน และชุดราตรี จนกระทั่งเซตสุดท้ายเป็นชุดแต่งงานที่มีผู้แสดงแบบห้าชุด และชุดสุดท้ายเป็นไฮไลท์ของงานที่แสดงแบบโดยจันทิมา          วโรธรณ์

 

“ค่ะตอนนี้เราดำเนินงานมาจนถึงรายการสุดท้ายของงานซึ่งเป็นไฮไลท์ หรือ ชุดฟินน่าเล่ของงานที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบชุดนี้จากนางแบบผู้ให้เกียรติมาร่วมเดินแบบให้คุณเก็จแก้วดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบในครั้งนี้ด้วยตัวเอง ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่านชมแฟชั่นโชว์ชุด นางฟ้าเดินดิน ที่แสดงแบบโดย นางแบบกิตติมศักดิ์ ที่ได้รับฉายานางฟ้าเดินดิน คุณจันทิมา วโรธรณ์”

 

          สิ้นเสียงประกาศของพิธีกรสาว สายตาทุกคู่ก็จ้องไปที่ร่างระหงที่เฉิดฉายในชุดแต่งงานหรูด้วยลูกไม้สีขาวตลอดช่วงอกถึงเอว ตัวเสื้อเป็นแบบเกาะอกลูกไม้ทั้งตัวถึงช่วงเอวสอบก่อนที่จะทิ้งตัวด้วยผ้าชีฟองบานยาวและชายกระโปรงแบบหางปลาที่ยาวเกือบ 2 เมตร ประดับเลื่อมแพรวพราวล้อแสงไฟ อีกทั้งแบบผมเจ้าสาวที่ส่งผลให้วงหน้าสวยของนางแบบเด่นกระจ่างตาจนใคร ๆ พากันมองอย่างชื่นชม

 

ฝีมือการแต่งหน้าเจ้าสาวจากช่างแต่งหน้าชื่อดังของเมืองไทยไม่ทำให้เจ้าของงานผิดหวังจริง ๆ ที่งานนี้นางแบบสวยสมฉายานางฟ้าเดินดินเข้ากับชื่อชุดที่ตั้งใจออกแบบให้เหมาะสำหรับจันทิมา วโรธรณ์โดยเฉพาะจริง ๆ คนที่ตะลึงที่สุดในงานจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่อาทิตย์ ชายหนุ่มถึงกับตะลึงเผลอลุกขึ้นยืนจ้องมองนางแบบสาวตาไม่กระพริบทีเดียว

 

“ตอนนี้ใครต้องการประมูลชุดนี้ เราเริ่มต้นที่ราคาที่หนึ่งแสนสี่หมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทค่ะ เลขสวยเลยค่ะท่านผู้มีเกียรติ์”

 

“ผมให้สองแสน” คุณปกรณ์ยกมือเป็นผู้เริ่มประมูลชุดเพื่อลูกสาว

 

“สองแสนสองค่ะ”  ไฮโซสาวคนดังคนหนึ่งในสังคมไฮโซเข้าร่วมประมูลด้วยความสนุก

 

“ห้าแสนครับ” เสียงประมูลของชายหนุ่มที่ทำให้คนอื่น ๆ สนใจมองตามเสียงทีเดียว

 

“สุดยอดเลยค่ะ ตอนนี้ดร.ธนภูมิร่วมประมูลชุดฟินนาเล่ของเราที่ห้าแสนบาทแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้สวมชุดเจ้าสาวของคุณธนภูมินะคะ แต่ไม่ทราบว่าจะมีท่านผู้มีเกียรติ์ท่านใดให้ราคาสูงกว่านี้อีกไหมคะ ถ้าไม่มีดิฉันจะนับครั้งที่หนึ่งแล้วนะคะ”เสียงพิธีกรสาวทำให้งานดูน่าตื่นเต้นขึ้น

 

“นับเลยนะคะ หนึ่ง...” พิธีกรผู้ดำเนินรายการเริ่มนับช้า ๆ

 

“หนึ่งล้านบาทครับ” เสียงทุ้มที่ตะโกนสวนขึ้นมาเรียเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กัน

 

“โอ้...หัวใจดิฉันจะวายจริง ๆ ค่ะ ตอนนี้คุณอาทิตย์ให้ราคามาที่หนึ่งล้านบาทแล้วค่ะ ว่าที่เจ้าสาวของทั้งสองท่านคงต้องลุ้นแล้วละค่ะว่าใครจะช่วงชิงชุดสวยชุดนี้ไปได้”

 

          ระหว่างที่สองหนุ่มจ้องชิงกันประมูลชุดที่จันทิมาสวมโชว์อยู่นั้นนางแบบสาวบนเวทีกำลังรู้สึกไม่สบายใจกับการกระทำของทั้งสองหนุ่มที่ทำราวกับว่าจะแย่งกันประมูลชุดที่เธอสวมซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าทั้งคู่ทำเพื่ออะไร

 

“สองล้านบาทครับ” เสียงคุณปกรณ์ ทำให้ทุกคนพากันเงียบกริบพร้อมกับพิธีกรสาวเริ่มนับ

 

“สองล้านบาทครั้งที่หนึ่ง สองล้านบาทครั้งที่สอง และ สองล้านบาทครั้งที่สามค่ะ เป็นอันว่าชุดสวยนี้เป็นสิทธิ์ของคุณปกรณ์ วโรธร พ่อนางแบบของเราค่ะ ขอเสียงปรบมือให้คุณปกรณ์ด้วยค่ะ”    เสียงพิธีกรสาวทำให้บรรยากาศภายในงานดำเนินต่ออย่างไม่มีสะดุด แต่สองหนุ่มต่างยังไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่แย่งกันมอบช่อดอกไม้ให้จันทิมารวมทั้งหนุ่ม ๆ อีกหลายคนที่ต่างมอบช่อดอกไม้ให้หญิงสาวกันอย่างเนืองแน่นหน้าเวที

 

“ฮึ ฮึ ผมว่าแล้ว ว่ายังไงหนูจันทร์ก็ต้องเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย” คุณสุริยะกล่าว

 

“ผมล่ะกลัวเจ้าสองหนุ่มนั่นจะมีเรื่องกันเลยต้องรีบตัดบทซะก่อน” คุณปกรณ์ส่ายหัว

 

“ใช่ ถ้าไม่ใช่นายเป็นคนประมูลได้ งานนี้เจ้าสองคนนั่นไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่ ๆ”คุณสุริยะกล่าว

 

“อื้อ นายเต้ก็ตามจีบหนูจันทร์มานาน ส่วนเจ้าอาทิตย์ก็ถือว่าผู้ใหญ่ให้ท้าย” คุณปกรณ์กล่าว

 

“แต่มันยังโง่งมอยู่ ไม่แน่มันนั่นแล่ำจะปล่อยให้เพชรอย่างหนูจันทร์หลุดมือ” คุณสุริยะถอนหายใจแรง ๆ เมื่อกล่าวถึงความดื้อรั้นของลูกชาย

 

“หนุ่ม ๆ ก็อย่างนี้แล่ำต่อต้านผู้ใหญ่อย่างพวกเราโดยลืมคิดถึงใจตัวเองก่อน”

 

“ใช่ ฉันยังเชื่อเสมอว่ามันยังรักหนูจันทร์ตลอดมา และตลอดไป ถ้าไม่ใช่เพราะมันหลอกตัวเองและตั้งใจตั้งแง่กับฉัน ถ้าเมื่อไหร่มันตาสว่าง ฉันนี่แล่ำจะทำให้มันสำนึกซะที”

 

คุณสุริยะเอ่ยด้วยความรู้สึกหมั่นไส้บุตรชาย ผู้สูงวัยกวาดสายตามองสองหนุ่มที่กำลังจ้องหน้าหยั่งท่าทีกันเงียบ ๆ ท่านรู้สึกหนักใจแทนลูกชายเพราะขืนอาทิตย์ยังมั่วโง่งมอยู่กับผู้หญิงอย่างปานดาว เห็นทีงานนี้เรื่องของจันทิมา ลูกชายของท่านคงแพ้คนหนุ่มอนาคตไกล บุตรชายคนเดียวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างดร.ธนภูมิ  เอกธนภัทรแน่นอน

 

          ทางด้านจันทิมา ซึ่งถือดอกไม้เต็มมือหลังจากลงจากเวทีเธอก็เปลี่ยนจากชุดเจ้าสาวแสนสวยมาเป็นชุดราตรีสีทองที่คุณเก็จแก้วตั้งใจออกแบบเพื่อหลานสาวคนนี้โดยเฉพาะ ตัวชุดผ้ามันพลิ้วไหวแนบไปกับลำตัวเมื่อจันทิมาก้าวเดินช่างทำให้หญิงสาวเหมือนนางพญา ที่ทำให้ทุกคนในงานทึ่งทีเดียวที่เธอเปลี่ยนจากนางฟ้าแสนหวานกลายเป็นนางพญาแสนเซ็กซี่เพียงแค่เปลี่ยนชุดที่สวมใส่และปล่อยผมยาวพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินของเธอเพียงแค่นั้น สาว ๆ แทบทั้งงานต่างต้องยอมถอยหนีให้แก่ความสวยของหญิงสาว

 

“สวยจังจันทร์” อรปรียาจับเพื่อนสาวหมุนตัวสำรวจด้วยสายตาชื่นชม

 

“แหม สู้เค้กไม่ได้หรอก” จันทิมาหยอกกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

“ใครว่า ขนาดพี่ภูยังมองเธอตาพราวเชียว” อรปรียากระเซ้าสามี

 

“ฮึ ฮึ มองแบบบริสุทธิ์ใจนะครับเมียจ๋า แค่มองว่าคุณจันทร์สวยน่าทึ่งเท่านั้น” ภูผาเอ่ยพลางยกแขนขึ้นโอบไหล่ภรรยา

 

“ใครว่าอะไรล่ะคะ เค้กรู้ว่ายังไงคุณก็รักเค้กคนเดียวอยู่แล้ว”อรปรียายิ้มกับสามี

 

“จริงที่สุด” ภูผาให้รางวัลความน่ารักของภรรยาด้วยการก้มลงหอมแก้มเธอแรง ๆ อย่างไม่อายสายตาใคร

 

“แหม อิจฉาเค้กที่สุดเลย พี่ภูทั้งหล่อแถมยังรักเค้กมาก ๆ ด้วย” จันทิมายิ้มอย่างมีความสุขที่เห็นเพื่อนรักมีความสุข

 

“ใครว่า จันทร์ต่างหากที่น่าอิจฉาที่สุด สวยจนหนุ่มทั้งงานมองและแทบจะตีกันเชียวนะ”

 

“ไม่มีใครทำแบบนั้นซะหน่อยเค้กก็พูดไป”

 

“ที่แน่ ๆ เค้กว่ามีสองหนุ่มแล่ำ นู่น พวกเขาเดินมากันแล้ว”

 

อรปรียาพยักหน้าไปทางสองหนุ่มที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าคนละแบบ ธนภูมิเปิดยิ้มหวานมองจันทิมาด้วยสายตาอ่อนโยนขณะที่อีกคนหน้าบึ้งตึงอย่างกับกำลังโกรธใครอยู่

 

“จันทร์สวยจนพี่ตาพร่าไปหมดแล้วรู้ไหม” ธนภูมิกระเซ้าหญิงสาวที่หมายปองยิ้ม ๆ 

 

“พี่เต้ก็พูดเกินจริง เดี๋ยวคนอื่นหมั่นไส้จันทร์แย่” 

 

“ผมต้องขอตัว พาจันทร์ไปหาคุณพ่อกับคุณอาทั้งสองที่โต๊ะแล้วล่ะครับ ขออนุญาตทุกคนเลยนะครับ”

 

“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจันทร์ไปหาคุณพ่อ คุณแม่ กับคุณลุงก่อนนะคะ เดี๋ยวแวะมาคุยด้วยนะเค้กพี่ภู  พี่เต้ไปกับจันทร์ไหมคะ”จันทิมาบอกสองสามีภรรยาและไม่ลืมหันไปชวนหนุ่มรุ่นพี่อย่างไม่สนใจว่าจะทำให้ใครอีกคนหงุดหงิดสักแค่ไหน

 

“ไปสิครับ พี่จะได้ไปสวัสดีคุณอาทั้งสองด้วย เผื่อคุณอาจะกลับก่อน”

 

“ไปค่ะ”

 

จันทิมาเอ่ยพร้อมกับเป็นฝ่ายออกเดินนำสองหนุ่มไปยังโต๊ะที่ผู้ใหญ่นั่งอยู่ด้วยกัน

 

เมื่อคุณปกรณ์เห็นจันทิมาลูกสาวคนโตเดินนำสองหนุ่มซึ่งมีสีหน้าแตกต่างกันเดินเข้ามาหาพวกท่านที่โต๊ะ คนหนึ่งหน้าบึ้งตึงส่วนอีกคนหน้าบาน ทำให้ท่านและคุณพิมพ์พรสบตากันอย่างไม่รู้จะทำยังไง

 

“ว่าไงตาเต้ งานนี้อาเห็นประมูลชุดเจ้าสาวที่ยัยหนูจันทร์ใส่ มีตัวเจ้าสาวแล้วรึไงฮึ” คุณปกรณ์เย้าหนุ่มรุ่นลูกยิ้ม ๆ

 

“ก็กำลังทำคะแนนให้เธอเห็นใจอยู่น่ะครับ”

 

“ใครกันนะ อารู้จักรึเปล่า” คุณพิมพ์พรแกล้งถามกระเซ้า

 

“คุณอารู้จักดีที่สุดเลยครับ แล้วถ้าคุณอาจะกรุณาช่วยโน้มน้าวจิตใจเธอให้ผมบ้างก็จะดีครับ”

 

“เอ๊ะ พูดแบบนี้อาชักอยากรู้จักว่าที่เจ้าสาวของเต้ซะแล้ว”

 

“ยังไม่ถึงกับเป็นว่าที่เจ้าสาวหรอกครับ เพราะผมตามจีบของผมมาหลายปี เธอยังไม่เคยใจอ่อนเลย”ธนภูมิเอ่ยพลางส่งสายตาหวานมองจันทิมาอย่างมีความหมาย

 

“ฮึ ฮึ ลุงว่างานนี้ลูกชายลุงคงมีคู่แข่งที่น่ากลัวซะแล้วสิ”

 

คุณสุริยะกล่าวขำ ๆ พลางมองไปที่ลูกชายตัวดีที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้าง ๆ จันทิมาแถมยังทำเป็นจับไม้จับมือสาวเจ้าอีกต่างหาก 

 

มือหนาของชายหนุ่มบีบมือบางของจันทิมาแน่นจนหญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจและไม่ค่อยพอใจนัก

 

“จันทร์ว่าพี่เต้แค่พูดเล่นมากกว่าค่ะ คงไม่ได้คิดอะไร”

 

จันทิมายิ้มแหย ๆ ขณะพยายามปลดข้อมือออกจากฝ่ามือหนาที่จับกระชับแน่นแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมปล่อยเธอง่าย ๆ มือเหนียวอย่างกับติดกาวจนเธอไม่สามารถปลดพันธนาการ ต้องยอมปล่อยให้เขาเกาะกุมอยู่อย่างนั้น

 

“ใครว่าล่ะ พี่จริงใจกับจันทร์เสมอนะ” ธนภูมิตั้งใจบอกกล่าวให้ผู้ใหญ่รับทราบ

 

“ฮึ ฮึ เอาละอารับรู้ละกันว่าเต้จริงใจกับจันทร์ แต่อาก็ต้องบอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับจันทร์”

 

“รุ้งเชียร์พี่เต้อยู่แล้วค่ะ” ทอรุ้งแสร้างกระซิบเสียงดังพอที่อาทิตย์จะได้ยินด้วย

 

“อ้าวยัยตัวแสบ เลิกหวงพี่สาวแล้วเหรอ อย่างนั้นงานนี้เจ้าอาทิตย์ของลุงก็แพ้คุณธนภูมิสิ”

 

“แหม พี่จันทร์ไม่ใช่ สเป็คคุณอาทิตย์หรอกค่ะ บางทีพี่เต้อาจทำให้ข้อผูกมัดของผู้ใหญ่กลายเป็นโมฆะได้ซะที” ทอรุ้งเอ่ยยิ้ม ๆ

 

“อุวะ เจ้าตัวแสบ ในเมื่อเจ้าอาทิตย์กับหนูจันทร์ยังไม่ได้ปฏิเสธทั้งคู่ ลุงยังไม่ยอมยกเลิกง่าย ๆ หรอกเพราะลุงยังยืนยันว่าลุงอยากจะได้หนูจันทร์มาเป็นลูกสาว” คุณสุริยะหัวเราะขันหลานคนเล็กพลางเอ่ยโต้เถียงกับทอรุ้งอย่างนึกสนุก

 

“แหม ถ้าอย่างนั้นรุ้งให้พี่จันทร์ไปเป็นลูกสาวบุญธรรมของคุณลุงดีกว่า ยังไงรุ้งก็เชียร์พี่เต้ค่ะ”

 

“ขอบใจจ้ะสาวน้อย”

 

ธนภูมิเปิดยิ้มเต็มใบหน้าที่สาวแสบอย่างทอรุ้งยอมเป็นพวกของเขาแถมสนับสนุนเขาต่อหน้าทั้งพ่อแม่ของเธอรวมทั้งจันทิมา หญิงสาวที่เขาแอบหลงรักเธอมานาน

 

“ยัยรุ้ง เอาใหญ่แล้วเราน่ะ” จันทิมาทำตาดุมองน้องสาว

 

“คุณอา คุณพ่อ ผมขออนุญาตครับ เดี๋ยวผมแวะส่งจันทร์เอง”

 

อาทิตย์เอ่ยขัดขึ้นด้วยเสียงแสดงความหงุดหงิดพร้อมกับฉุดมือจันทิมาออกไปแบบไม่รอให้ใครรั้งตัวพวกเขาได้ทัน แม้แต่ทอรุ้งยังได้แต่อ้าปากค้างกับการกระทำครั้งนี้ของอาทิตย์รวมถึงจันทิมาที่ไม่ทันตั้งตัวเมื่อโดนมือหนาที่จับกุมอยู่เมื่อสักครู่ลากดึงให้เธอเดินตามแบบนี้

 

          ถึงจะยอมเดินตามอาทิตย์ออกมาโดยไม่ขัดขืน แต่จันทิมาก็อดตกใจกับกริยาที่เขาทำราวกับเป็นเจ้าของตัวเธอที่สามารถจับไปวางตรงไหนเมื่อไหร่ก็ได้ราวกับว่าเธอเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ไม่มีความรู้สึก

 

“นี่คุณ จะพาพี่จันทร์ไปไหนน่ะ” ทอรุ้งได้แต่ตะโกนถามโดยคนที่เดินไปไม่แม้แต่จะหันกลับมา

 

ธนภูมิกำลังจะเดินตามคนทั้งคู่ไปแต่ติดที่มือของนายสุริยะรั้งข้อมือเขายึดไว้

 

“คุณพ่อ คุณลุง ทำยังไงดีล่ะ”ทอรุ้งร้องถามด้วยความเป็นห่วงพี่สาว

 

“ไม่เห็นต้องทำยังไง เจ้าอาทิตย์ไม่กล้าทำอะไรหนูจันทร์หรอก” คุณสุริยะรับประกันแทนลูกชาย

 

“แล้วทำไมต้องดึงพี่จันทร์หนีไปด้วยล่ะ” ทอรุ้งเอ่ยอย่างร้อนใจ

 

“คงกลัวแพ้คุณธนภูมิมั้ง”

 

คุณสุริยะพูดพลางปล่อยมือธนภูมิ ยังไงท่านก็ต้องช่วยบุตรชายให้รู้ใจตัวเองก่อนที่จะเสียเพชรอย่างจันทิมาให้กับชายหนุ่มอีกคนนี่อยู่แล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น