ล่ารัก (ภาคแรกของเริ่มที่ร้ายลงท้ายที่รัก)

ตอนที่ 14 : 4.2 รักหลอกๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    2 เม.ย. 63

 เมื่อวางสายเพื่อนรัก เขาก็อดที่จะคิดถึงหญิงสาวที่กำลังจะไปพบอีกครั้งไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมเขากับเธอถึงต้องมาผูกพันกันด้วยสัญญาเมื่อวัยเด็กที่น่าจะถูกลืมไปตามกาลเวลา ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนที่จะโทรนัดคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ในขณะนี้

 

“สวัสดีค่ะ บ้านวโรธรณ์ค่ะต้องการเรียนสายกับใครคะ” เสียงคนที่บ้านจันทิมาถาม

 

“ผมอาทิตย์นะ คุณจันทร์อยู่ไหม” อาทิตย์ถาม

 

“คุณจันทร์ยังไม่กลับเลยค่ะ”

 

“แล้วคุณรุ้งล่ะ”

 

“คุณรุ้งไปเรียนค่ะ ยังไม่กลับเหมือนกัน”

 

“แล้วคุณอาทั้งสองอยู่ไหม” อาทิตย์เริ่มหงุดหงิดที่ไม่มีใครอยู่ เพราะนี่ก็สามโมงเย็นแล้ว

 

“คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงอยู่ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ”

 

อาทิตย์หงุดหงิดที่จันทิมายังไม่กลับบ้านทั้ง ๆ ที่แยกกับเขาตั้งแต่ก่อนเที่ยง เขาคิดว่าเธอคงไปไหนต่อกับนายธนภูมินั่น เพราะทอรุ้งแต่งชุดนักศึกษาไป น่าจะเลยไปมหาวิทยาลัยเลย ส่วนแม่พี่สาวคงไปไหนกับเจ้าหมอนั่น ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด

 

“ว่าไงอาทิตย์” เสียงคุณปกรณ์พูดมาตามสาย

 

“สวัสดีครับคุณอา ผมจะโทรหาหนูจันทร์น่ะครับ แต่เด็กบอกว่าไม่อยู่”

 

          คุณปกรณ์บอกเบอร์โทรศัพท์บุตรสาวให้ชายหนุ่มก่อนที่เขาจะวางสายไป และหลังจากที่ได้เบอร์โทรของจันทิมาจากคุณปกรณ์ อาทิตย์ก็กดโทรออกหาหญิงสาวต้นเหตุที่ทำให้เขาหงุดหงิดในทันที อาทิตย์ได้ยินเสียงสัญญาณจากเครื่องมือสื่อสารของเธอที่มีเสียงเพลงรอสายดังยาว ๆ อยู่นานพอควรกว่าที่ปลายสายจะกดรับ

 

“สวัสดีค่ะ จันทิมาค่ะ” จันทิมารับสายออกแปลกใจกับเบอร์โทรที่ไม่คุ้นเคย

 

“ผมเอง อาทิตย์” อาทิตย์บอก

 

“คุณอาทิตย์ได้เบอร์โทรจันทร์มาได้ยังไงคะ”

 

“คุณอาให้มา แล้วคุณมัวทำอะไรอยู่ทำไมไม่กลับบ้าน”

 

“จันทร์อยู่กับเค้ก คุณอาทิตย์มีอะไรกับจันทร์คะ”

 

“ผมจะบอกว่าวันนี้ผมกับเจ้าตะวันจะไปกินข้าวบ้านคุณแค่นั้นแล่ำ”

 

อาทิตย์ตอบและรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเมื่อรู้ว่าจันทิมาอยู่กับอรปรียาไม่ใช่อยู่กับธนภูมิและไม่รอฟังคำตอบของจันทิมาเพราะหลังจากบอกเธอเขาก็วางสายทันที ก่อนจะจอดรถหน้าโรงแรมภูตะวันของเพื่อนรักที่กำลังยืนรอเขาอยู่หน้าล็อบบี้โรงแรมภูตะวันที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมาย แต่อาทิตย์สนใจเพียงต้องการลากเพื่อนหนุ่มให้ไปพร้อมเขาเพื่อตรงไปบ้านวโรธรณ์ เพราะตอนนี้หัวใจของเขาแทบติดปีกบินไปอยู่ที่นั่นแล้ว

 

“มาไวดีนี่หว่า” ตะวันเดินมาทักทายเพื่อนรักเพราะเขาลงมารอที่ล็อบบี้สักพักก่อน

 

“นี่แกลงมารอเลยเหรอ”

 

“เออ งานเสร็จพอดีเพิ่งลงมาเมื่อกี้”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ”

 

อาทิตย์เปิดประตูด้านคนขับก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ของตนส่วนตะวันก็นั่งที่เบาะอีกด้าน และรถคันหรูก็แล่นออกจากภูตะวันไปตามเส้นทางสู่บ้านวโรธรณ์ 

 

ตะวันเริ่มไม่แน่ใจว่าเพื่อนรักคิดอย่างไรกับจันทิมากันแน่ เพราะดูเหมือนปากที่บอกว่าไม่สนใจหญิงสาวแต่การกระทำของหมอนี่ดูจะไม่ค่อยเหมือนคำพูดเท่าไรนัก เขาสังเกตเห็นอาทิตย์ชอบถามเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวที่บอกว่าไม่ชอบบ่อยครั้ง

 

“แกรู้จัก ธนภูมิ เอกธนภัทร หรือเปล่าวะ”

 

“ลูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภัทร  เอกธนภัทร ทำไมวะ” ตะวันมองหน้าเพื่อนรัก

 

“ฉันว่าแกเจอคู่แข่งแล้วว่ะ” อาทิตย์บอก

 

“อะไรของแก ฉันไม่เข้าใจโว้ย”

 

“ก็ฉันว่าหมอนี่กำลังจีบยัยจันทร์ของแกอยู่น่ะสิ” อาทิตย์บอก

 

“แกรู้ได้ยังไง” ตะวันหันมาถามเอาคำตอบจากอาทิตย์

 

“เมื่อเช้าฉันนัดจันทิมาไปคุยที่ร้านห้องนั่งเล่น เรื่องที่ตกลงกันนั่นแล่ำ แล้วบังเอิญเจอหมอนี่เข้ามาทักยัยนั่น แล้วหล่อนก็ดูจะสนิทมันมากเสียด้วย ฉันเห็นสองคนั่นจับมือถือแขนกันไม่เกรงใจสายตาของฉันเสียด้วยซ้ำ”

 

“เฮ้ย ไม่ท้อหรอก ฉันรู้ว่ายังไงน้องจันทร์ก็ต้องมีคนมาจีบเยอะอยู่แล้ว ทั้งสวย เก่ง นิสัยดี ถ้าไม่มีใครมาจีบสิแปลก หมอนี่อาจเป็นแค่เพื่อนก็ได้” ตะวันมั่นใจว่าเขามีสิทธิ์มากกว่า

 

“ฉันว่าหล่อนชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่วสิไม่ว่า” อาทิตย์รวน

 

“ก็คนมีเสน่ห์นี่หว่า จะเก็บไว้ทำไมถ้าไม่หว่าน” ตะวันแหย่เพื่อน ยิ่งเห็นอาทิตย์ไม่ชอบเขายิ่งยั่ว

 

“ไม่รู้ป่านนี้ถึงบ้านหรือยัง เมื่อกี้โทรไปยังไม่กลับเลย เจอแต่คุณอาปกรณ์รับสาย” อาทิตย์กล่าวเมื่อเขานำรถมาจอดหน้าบ้าน วโรธรณ์

 

“มาถึงแล้วก็เข้าไปนั่งคุยกับผู้ใหญ่ก่อนก็ได้”

 

ตะวันบอกเมื่ออาทิตย์นำรถเข้าจอดในบ้านวโรธรณ์เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะก้าวเข้าไปภายในบ้านซึ่งคุณปกรณ์และคุณพิมพ์พรเจ้าของบ้านกำลังนั่งคุยกันในห้องรับแขกพอดีเมื่อสองหนุ่มเข้ามาพร้อมยกมือไหว้พวกท่าน และเข้ามานั่งคุยกับท่านทั้งสอง

 

          จันทิมากำลังเดินทางไปรับทอรุ้งที่ บ้านของปวิตาหลังจากที่วางสายจากอาทิตย์ เธอบอกน้องสาวเรื่องที่อาทิตย์จะไปกินข้าวที่บ้าน ซึ่งคุณปกรณ์โทรมาย้ำกับเธออีกครั้งขณะที่เธอกำลังขับรถไปรับทอรุ้ง เธอจึงรายงานบิดาว่าตนเองทราบแล้วและกำลังจะไปรับทอรุ้งที่บ้านของปวิตาเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกัน

 

“รุ้งว่านายอาทิตย์นี่คงเริ่มแผนที่เขาวางไว้แน่เลยค่ะ บางทีที่ไปบ้านเราวันนี้คงอยากเกริ่นให้คุณพ่อทราบเรื่องที่เราคุยกันไว้นะคะ” ทอรุ้งกล่าวหลังจากขึ้นมานั่งบนรถที่มีพี่สาวเป็นคนขับ

 

“พี่ก็ว่าจะบอกคุณพ่อเลย ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องค้างคาใจ” จันทิมาถอนหายใจยาว

 

“พี่จันทร์ขา พี่จันทร์ทั้งสวย ทั้งเก่ง มั่นใจหน่อยซิคะ”

 

“กับคนอื่น พี่ไม่เคยขาดความมั่นใจแบบนี้เลยนะรุ้ง”

 

“นั่นซิคะ อย่าให้เขาเป็นจุดอ่อนของพี่สิคะ เดี๋ยวเขาข่มเราตายกัน”ทอรุ้งบ่น

 

          จันทิมานำรถคันหรูของเธอจอดต่อท้ายรถของอาทิตย์ที่จอดอยู่ก่อนที่หน้าบ้าน อดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดเขาถึงมาไวขนาดนี้ เพราะนี่เพิ่งจะสี่โมงเย็นเท่านั้น เธอคิดว่าเขาจะมาสักประมาณหกโมงเย็นเสียอีก

 

“เอ๊ะ คุณอาทิตย์มาแล้วนี่รุ้ง”

 

“ไปค่ะพี่จันทร์” ทอรุ้งจูงมือพี่สาวเข้าบ้าน

 

ภายในห้องรับแขกสองสาวเห็นคุณปกรณ์และคุณพิมพ์พรกำลังนั่งสนทนาอยู่กับสองหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สายตาที่บิดามารดามองแขกทั้งคู่แสดงความเอ็นดูชัดเจน 

 

“กลับกันแล้วเหรอสาว ๆ” เสียงคุณปกรณ์ถามบุตรสาวเมื่อทั้งสองเข้ามาที่ห้องรับแขก

 

“ค่ะคุณพ่อ คุณแม่” จันทิมาเอ่ยกับบิดามารดาก่อนจะหันไปทักทายสองหนุ่ม “สวัสดีค่ะคุณอาทิตย์ คุณตะวัน” 

 

“สวัสดีค่ะ” ทอรุ้งไม่กล่าวชื่อเพียงแต่ยกมือทักทายทั้งคู่

 

“ไปเปลี่ยนชุดก่อนไปยัยรุ้ง เดี๋ยวค่อยลงมาคุยกับพี่เขา” คุณพิมพ์พรบอกบุตรสาวคนเล็ก

 

“อย่างนั้นพี่จันทร์ขึ้นไปพร้อมรุ้งก่อนแล้วค่อยลงมาพร้อมกันนะ”

 

“ให้พี่จันทร์อยู่คุยกับคุณอาทิตย์ก่อนก็ได้ยัยรุ้ง” เสียงคุณปกรณ์บอกบุตรสาว

 

“แหม คุณพ่อคะพี่จันทร์ต้องขึ้นไปล้างไม้ล้างมือก่อน เดี๋ยวค่อยลงมาพร้อมรุ้งก็ได้ยังไงคุณพ่อนั่งคุยกับคุณอาทิตย์ไปก่อนล่ะกันนะ ไปค่ะพี่จันทร์”

 

ทอรุ้งไม่ฟังคำทักท้วง เธอจูงแขนพี่สาวขึ้นไปด้านบนทันที ทิ้งให้คุณปกรณ์มองตามก่อนที่จะส่ายหัวระอากับความห่วงพี่สาวของทอรุ้งที่ไม่ลดน้อยลงตามกาลเวลาเลย คุณปกรณ์เอ็นดูกิริยาชอบกันท่าของบุตรสาวคนเล็กที่ถึงแม้จะรู้ว่าท่านอยากให้จันทิมาสนิทกับอาทิตย์ก็ยังไม่วายกีดกัน

 

“ขอโทษนะหนุ่ม ๆ ไอ้ตัวเล็กของอามันช่างหวงพี่สาวไม่เลือกคนจริงๆ”

 

“ไม่เป็นไรครับ” อาทิตย์ตอบก่อนยักคิ้วให้ตะวันที่นั่งเงียบอยู่นานพอควร

 

“อาคุยกับเจ้ายะพ่อของเรา มันบ่นอยู่นิว่าเราไม่อยากแต่งงานกับยัยจันทร์ของอา”

 

“เอ่อ ผมเพียงแต่คิดว่ามันเร็วไปน่ะครับ อีกอย่างผมกับจันทร์เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง ไม่เหมือนเมื่อตอนเด็กที่เจอกันบ่อย ๆ ก็เลยยังไม่อยากรีบร้อนครับ” อาทิตย์ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ รู้สึกตกใจนิด ๆ ที่คุณปกรณ์กล่าวตรง ๆ

 

“อานึกว่าเรารังเกียจน้อง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นขอให้บอกอาตามตรง”

 

“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นครับ เพียงแต่อยากให้ค่อย ๆ สนิทกันก่อน”

 

“เฮ้อ อย่างนั้นอาก็เบาใจ อาไม่อยากให้ยัยจันทร์เศร้า ไม่ว่าเรื่องอะไร อารักลูกมาก”

 

“ครับ ผมจะคุยกับจันทร์เองครับ” อาทิตย์ตอบ

 

“ก็ดีนะ บางทีให้พวกเธอลองคบกันดูก่อนน่าจะดีกว่าบีบบังคับให้เราสองคนแต่งงานกัน เพราะถ้าต้องถึงกับบังคับเรา บางทีคนที่เจ็บอาจเป็นลูกสาวอา”

 

คุณปกรณ์พูดพร้อมทั้งจ้องตาชายหนุ่ม ก่อนจะถอนหายใจทอดสายตามองอาทิตย์ด้วยอย่างสำรวจตามวิสัยคนเป็นพ่อที่เป็นห่วงว่าลูกสาว กลัวว่าลูกจะต้องช้ำใจเพราะชายหนุ่มตรงหน้า เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาคิดจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูกเพราะดูเหมือนจะมีแต่จันทิมาเท่านั้นที่เป็นฝ่ายผูกพันอยู่กับชายหนุ่มฝ่ายเดียวในขณะที่อาทิตย์ยังคงไม่มีท่าทีใด ๆ กับลูกสาวของท่านเลย

 

“กำลังคุยอะไรกันคะคุณพ่อดูเครียด ๆ” เสียงทอรุ้งที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่สาวเอ่ยถาม

 

“หลายเรื่องน่ะ ใช่ไหมอาทิตย์ คุณตะวัน” คุณปกรณ์เอ่ย

 

“ครับ” ทั้งสองหนุ่มรับคำ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ” ทอรุ้งเข้ามากอดเอวนายปกรณ์

 

“ไปอาทิตย์ คุณตะวัน ไปทานข้าวกัน สงสัย ยัยแสบจะหิวมากละสิถึงรีบมากอดพ่อแบบนี้”

 

“แหม หนูกลัวคุณพ่อหิวต่างหาก”ทอรุ้งพูดพร้อมหอมแก้มบิดา

 

“ห่วงแต่พ่อนะเจ้ารุ้ง ประจบจริงยัยคนนี้”คุณพิมพ์พรค้อนลูกสาว

 

 “แหม ให้พี่จันทร์ห่วงคุณแม่แทนแล้วไงคะ” ทอรุ้งยิ้มประจบ  

 

“ไป ทานข้าวค่อยคุยกัน”คุณปกรณ์ยีหัวบุตรสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น