คุ้งเสน่หา

ตอนที่ 8 : ๓ ปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61

ชายหนุ่มวัยไม่เกินเบญจเพสฟุบอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่กลางห้องในลักษณะศีรษะเอียงไปข้างหนึ่ง บริเวณศีรษะมีแผลลึกยาวห้านิ้วอย่างน้อยสามแห่งจากไรผมไปจนถึงด้านหลังท้ายทอย อานนท์สำรวจรอบเรือนไม้แห่งนี้และสังเกตว่ากองเลือดชุ่มโชกอยู่ทั่วพื้นรอบเก้าอี้และกระจายเต็มผนังด้านหนึ่งซึ่งอาจเกิดจากแรงเหวี่ยงอาวุธที่ใช้ฆ่าเหยื่อไปข้างหลังก็เป็นได้

มุมห้องมีโซฟาวางชิดผนังอยู่ตัวหนึ่ง บนโซฟามีหมอนอิงใบหนึ่งวางอยู่ขณะที่อีกหนึ่งใบตกอยู่บนพื้นไม่ไกลกันนัก บนหมอนที่วางอยู่บนโซฟามีคราบเลือดเป็นรอยเครื่องมือคล้ายขวาน แต่ตำรวจผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมาหลายคดีอย่างอานนท์ไม่เห็นเบาะแสอื่น ไม่มีร่องรอยการงัดแงะเข้ามา ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่ามีการต่อสู้หรือรื้อค้น ไม่มีข้าวของกระจัดกระจายที่อาจพบรอยนิ้วมือ มีเพียงการสังหารที่รวดเร็วและประณีต

“มีคนไปแจ้งความที่โรงพักว่าพบศพเมื่อตอนทุ่มเศษ ดูเหมือนเป็นฆาตกรรม เจ้านายเลยให้คนไปตามแกเพราะที่เกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากบริเวณจัดงานนัก”

“ดูเหมือนคนตายจะเป็นคนในคณะลิเกดวงชีวัน ขวัญอยุธยาด้วยสินะ” อานนท์เอ่ยหลังจากได้รับรายงานว่าที่พักในบริเวณนี้เป็นที่พักของชาวคณะลิเกที่มาจากพระนครศรีอยุธยา

“ใช่ เขาเป็นหลานชายนายทองหยดเจ้าของคณะเลยทีเดียว”

“ฉันว่าคดีนี้คงยาวแน่...”

อานนท์ออกความเห็นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพลางเดินออกไปสอบถามผู้อยู่อาศัยในละแวกนี้พร้อมกับสั่งให้เพื่อนสำรวจรอบบริเวณเพื่อค้นหาอาวุธที่ใช้ในการฆาตกรรม นายตำรวจอีกหนึ่งนายถูกส่งไปแจ้งข่าวให้น้าชายของผู้ตายรับทราบและหลังจากสอบถามชาวบ้านในละแวกเดียวกันต่างให้การเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้ตายมีนิสัยอันธพาล มีเรื่องชกต่อยกับคนในคณะบ่อยครั้ง

สิบห้านาทีหลังจากที่อานนท์ส่งคนไปตามญาติผู้ตาย นายทองหยดน้าของผู้ตายก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพร้อมกับภรรยา สีหน้าของชายสูงวัยซีดเผือดขณะที่ภรรยาของเขาแทบเป็นลมล้มพับทันทีที่เห็นสภาพศพผู้ตายทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นคนไปตามทั้งคู่ที่โรงลิเกต้องช่วยปฐมพยาบาล ความตื่นตระหนกทำให้สองสามีภรรยาไม่สนใจเจ้าหน้าที่ตำรวจมากไปกว่าศพหลานชายที่นอนจมกองเลือดอยู่ภายในบ้านพัก

“อาจเป็นคนที่เขารู้จัก” ลูกน้องคนหนึ่งของอานนท์ออกความเห็นหลังสืบถามจากน้าชายของผู้ตาย “เพื่อนบ้านบอกว่าวันนี้ผู้ตายอยู่แต่ในบ้านและล็อกประตูหน้าตลอดและไม่มีทางเข้าทางอื่น”

อานนท์มุ่นคิ้วพลางครุ่นคิดด้วยความสนเท่ห์ เท่าที่เขาตรวจสอบสิ่งเดียวที่หายไปคือเงินในกระเป๋าของเหยื่อซึ่งนายทองหยดให้การกับนายตำรวจที่สืบถามว่าเพิ่งให้เงินสดหลานชายไว้ติดกระเป๋าก่อนจะออกไปทำการแสดงพร้อมกับชาวคณะที่เหลือ ซึ่งเงินจำนวนนั้นไม่ได้มากมายอะไรนัก

“แล้วอะไรคือเหตุจูงใจ” อานนท์มุ่นคิ้วขณะพยายามคิดวิเคราะห์

อานนท์คิดถึงผู้ที่ได้ประโยชน์จากการตายของเหยื่อในครั้งนี้อย่างรอบครอบหลังสืบถามจากเพื่อนร่วมงานในคณะลิเกรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้พบศพของผู้ตายเป็นคนแรก ได้ความว่าผู้ตายมีคู่กรณีที่มีเรื่องกันเป็นประจำคือนายทิวหลานชายน้าสะใภ้ อีกหนึ่งตัวเกร็งที่จะได้รับมรดกเป็นเจ้าของคณะลิเกดวงชีวัน ขวัญอยุธยา แต่ผู้ตายก็เพิ่งมีคดีทะเลาะวิวาทกับดาวร้ายรูปหล่ออย่างต้นหนซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของผู้ตายและผู้ตายยังมีเรื่องพิพาทกับพระเอกหน้าหยกอย่างวิชาญที่เป็นญาติห่าง ๆ อีกด้วย

อานนท์ถอนหายใจพลางคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมาถึงสาเหตุและแรงจูงใจของฆาตกร ใครคือคนที่ได้ผลประโยชน์จากการตายของเหยื่อ ทั้งต้นหน วิชาญและทิวต่างเป็นผู้ต้องสงสัยที่อานนท์ยังไม่ปักใจว่าหนึ่งในนี้จะเป็นฆาตกรจริงเพราะอาวุธสังหารยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แก้ไม่ตก ตำรวจยังไม่พบอาวุธที่ฆาตกรใช้สังหารเหยื่อ

ในขณะที่อานนท์กำลังวิเคราะห์รูปคดีมารศรีกับจืดก็เพิ่งจับจองที่นั่งหน้าลานแสดงรอชมลิเกคณะดวงชีวันได้ ขวัญอยุธยาได้ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่สำอางยังทึ่ง สามสาวต่างวัยนั่งฟังเสียงปี่พาทย์บรรเลงเพลงโหมโรงบูชาเทพยดา ครูบาอาจารย์ซึ่งชาวลิเกถือเป็นการอัญเชิญท่านเหล่านั้นมาปกปักรักษาอำนวยความสำเร็จให้กับการแสดง อีกประโยชน์ถือเป็นการอุ่นโรงและเป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้ถึงเวลาแสดงให้ชาวคณะเตรียมตัวให้พร้อมและยังเป็นการแจ้งให้คนดูที่อยู่ใกล้ไกลทราบว่าลิเกจะเริ่มแสดงในไม่กี่นาทีข้างหน้า

เมื่อปี่พาทย์บรรเลงเพลงวาเป็นสัญญาณจบการโหมโรง ปกติทองหยดซึ่งเป็นหัวหน้าโรงจะเป็นโต้โผแต่งกายแบบแขกมาลายูหรือฮินดูแสดงออกแขกด้วยการร้องเพลงซัมเซเลียนเสียงภาษามาลายูทว่าวันนี้กลับต่างไป จำรัสซึ่งปกติจะรับบทลูกคู่ตัวตลกที่เดินตามทองหยดออกมาในฐานะผู้ช่วยกลับทำหน้าที่โต้โผออกแขกแทนหัวหน้าคณะ

มารศรีมองเห็นถึงความผิดปกติในครั้งนี้ และเมื่อลิเกเริ่มแสดงหล่อนสังเกตเห็นความวิตกกังวลในดวงตาของวิชาญและชาวคณะ แม้พวกเขาจะพยายามทำการแสดงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม

“แปลกจัง ทำไมวันนี้น้าจำรัสถึงออกแขกเอง ปกติต้องเป็นน้าทองหยดนิจ๊ะพี่จืด เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้เนอะ”

“แกคงไม่สบายละมั้ง” จืดหันไปตอบอย่างไม่นึกสงสัย

“หรือว่าจะเป็นเพราะเรื่องพี่สันติที่เราเห็นเมื่อกลางวันก็ไม่รู้นะพี่จืด ไม่รู้ว่าพี่สันติหาเรื่องมาให้น้าทองหยดปวดหัวอีกหรือเปล่า”

มารศรีสันนิษฐานได้แม่นยำเพียงแต่หล่อนอาจจะคิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์เมื่อกลางวันคือฉนวนเหตุที่ทำให้ใครอีกคนผ่านเข้ามามีบทบาทในชีวิตของหล่อนและใครคนนั้นกำลังจะเข้ามาพลิกชะตาหัวใจของหล่อนให้หันเหไปจากวิชาญ พระเอกขวัญใจหล่อนในขณะนี้อย่างสิ้นเชิง

คุ้งเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
มารศรีแม่สาวฝีปากกล้าที่แอบมีใจให้กับวิชาญ พระเอกลิเกรูปหล่อขวัญใจพี่ยกน้องยกทั่วราชอาณาจักร แต่กลับไม่ใยดีในความสวยของหล่อน เมื่อคณะลิเกที่วิชาญเป็นพระเอกเข้าไปเปิดวิกเล่นในเมืองหลวง มารศรีจึงลงทุนหนีพ่อแม่ตามไปดูการแสดงของขวัญใจสุดหล่อ แต่โชคชะตาและพรหมลิขิตชักพาให้หล่อนไปพบเรื่องราววุ่น ๆ คดีฆาตกรรมอำพรางหลังม่านการแสดง การตายของหลานชายเจ้าของคณะลิเกทำให้หล่อนได้พบกับอานนท์ นายตำรวจหุ่นล่ำที่แฝงตัวเข้าอยู่ในบ้านของหล่อนเพื่อตามสืบคดีดังกล่าว เมื่อพระพรหมเล่นกลให้เธอต้องใกล้ชิดกับชายที่ไม่ได้หมายปอง มารศรีจะหวั่นไหวเผลอใจให้นายตำรวจหนุ่มอีท่าไหน ต้องไปติดตาม

1 ความคิดเห็น