คุ้งเสน่หา

ตอนที่ 6 : ๒.๑ โอ้โฮบางกอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

ชัชวาลคือญาติของมารศรีที่เป็นผู้กำกับชื่อดังในบางกอกและเป็นคนวางแผนให้สายสมรมาอยู่ลาดชะโดจนได้พบกับมานะเป็นต้นเหตุทำให้ทั้งคู่รักกันจนนังจืดเป็นฝ่ายต้องร้องไห้เป็นเผาเต่าด้วยความอาลัยรักหนุ่มในฝันของหล่อนอยู่หลายเดือน และถึงแม้รักจะไม่สมหวัง อย่างไรจืดก็ไม่เคยลืมพี่หมาของหล่อนเลย ยังคงคิดถึงไม่เสื่อมคลายตามประสาคนเคยรักใคร่ผูกพันแม้ว่าจะเป็นรักข้างเดียวของหล่อนก็ตาม

“แหม...หายใจเข้าก็พี่หมา หายใจออกก็มีแต่เรื่องพี่หมาตลอดนะพี่น่ะ ยังตัดใจจากเขาไม่ขาดอีกหรือไงฮะ” มารศรีทำหน้ามุ่ยปรายตามองคนสนิทอย่างนึกหมั่นไส้

“ปัดโธ่น้องศรี...ทีน้องศรียังหายใจเข้าออกเป็นพี่วิชาญเลย พี่ก็คิดถึงพี่หมาเขาบ้างตามประสาคนเคยแอบรักเขามานานเท่านั้นแหละจ้ะ” จืดเถียง

“เอาเถอะ ๆ เดี๋ยววันมะรืนฉันจะพาพี่ไปที่โรงหนังโคลีเซียมแต่ฉันไม่รู้นะว่างานฉลองรายได้อะไรนั่นเขาจัดกันวันนั้นหรือเปล่านะ”

จืดเปิดยิ้มกว้างจนตาปิดพลางเอ่ยเสียงรัวด้วยความตื่นเต้นยินดี “ขอบใจมากนะน้องศรี น้องสาวพี่จืดทั้งสวยและใจดีสมแล้วที่เป็นน้องรักคนเดียวของพี่จืด”

มารศรีมองค้อนคนสนิทพลางเอ่ยเตือน“โอ๊ย...ไม่ต้องมาปากหวานใส่ฉันเลยพี่จืด นอนได้แล้วพรุ่งนี้จะได้มีแรงเดินหาบ้านน้าสำอางกัน”

หลังเอ่ยจบหล่อนเอนตัวนอนตะแคงคุดคู้ไปกับพื้นเรือฟังเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเป็นจังหวะราวเสียงกล่อมนอนกระทั่งหลับไปในที่สุดและตื่นเอาตอนเช้าเมื่อเรือรุ่งเรืองรัศมีแล่นเอื่อย ๆ เข้าจอดเทียบท่าเรือบริเวณตลาดท่าเตียนตลาดน้ำที่เต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดและคึกคักไปด้วยผู้คนเสียงพ่อค้าแม่ขายร้องตะโกนทักชักชวนซื้อข้าวของอย่างมึงมาพาโวยให้เอ็ดอึงลูกค้าและคนสัญจรไปมาสอบถามราคาต่อรองกันอย่างครึกครื้น

จุดเด่นของท่าเตียนในสายตาสองสาวที่เพิ่งเคยเข้าบางกอกครั้งแรกก็คือตึกรามบ้านช่องและร้านค้าที่มีลักษณะแปลกตาอย่างที่พวกหล่อนไม่เคยพบเห็นมารศรีเดินเอื่อย ๆ พลางกวาดสายตาสำรวจตลาดใหญ่ที่มาเยือนด้วยความตื่นเต้น กรุงเทพฯ เท่าที่เห็นครั้งแรกทำให้สองสาวตื่นตาตื่นใจไปกับความใหญ่โตของอาคารร้านค้า ความกว้างขวางของถนนหนทางและความคับคั่งของรถราผู้คน

สำหรับคนไม่เคยพบเคยเห็นความตระการตาของเมืองฟ้ามหานครแห่งนี้อย่างมารศรีกับจืด กรุงเทพฯ ดูจะเต็มไปด้วยความน่าสนใจต่างจากทุ่งนาอันกว้างขวางของบ้านลาดชะโดที่หล่อนทั้งคู่เพิ่งเดินทางจากมาซึ่งมองไปสุดหูสุดตาจึงจะเห็นหลังคาบ้านเรือนโผล่มาประปราย

“โอ้โหน้องศรี...ดูบ้านช่องของคนบางกอกสิ สวยแปลกตาไม่เหมือนบ้านนอกของพวกเราเลยนะคนที่นี่คงจะรวยน่าดูเนอะ” จืดกวาดสายตามองรอบกายตาวาว

“ฉันไม่เห็นว่าจะสวยที่ตรงไหน ดูคับแคบแล้วก็แออัดสู้บ้านเราไม่เห็นจะได้ ที่นี่มองทางไหนก็เห็นแต่ตึกเป็นแถว ผู้คนก็ขวักไขว่จนลายตาไม่เหมือนทุ่งนาบ้านเรามองไปทางไหนก็ปลอดโปร่งไม่วุ่นวายแบบนี้”

“น้องศรีละก็ ใคร ๆ ก็ชอบบางกอกกันทั้งนั้น ดูอย่างพี่หมาสิ ป่านนี้คงลืมบ้านทุ่งคุ้งน้ำบ้านเราไปแล้วถึงไม่เคยกลับไปเยี่ยมไปเยียนบ้านเลย”

“คนอย่างไอ้พี่หมานะรึจะลืมคุ้งคลองที่ตัวเองโตมาที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมก็คงเพราะยังไม่มีเวลาละมากกว่า เห็นพ่อเปรย ๆ ให้ฟังว่าเค้าจะพากันกลับมาอยู่บ้านเรา แต่ตอนนี้คงกำลังรื่นเริงอยู่ในบางกอก ไม่มีกำหนดกลับซะมากกว่า” มารศรีเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจ

จืดคล้อยตามความคิดของมารศรี หล่อนพยักหน้าหงึกหงักพลางถอนหายใจยาวแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว

“มันก็จริงอย่างที่น้องศรีพูดนะ พี่หมาเกิดและโตบ้านเรา เขาต้องไม่มีวันลืมพวกเราแน่”

มารศรีพยักหน้ากับจืดและบังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อของ “มานะ พันธ์พลาย” บนโปสเตอร์โฆษณาภาพยนตร์เรื่อง “รักท่วมทุ่ง” ที่ติดอยู่ตรงหน้าร้านค้าแผ่นเสียงซึ่งกำลังเปิดเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ ดวงตากลมวาวของมารศรีระยับเป็นประกายอย่างยินดี ฉีกยิ้มกว้างบนริมฝีปากในอาการตื่นเต้น

“พี่จืด ๆ นั่นไง โปสเตอร์หนังเรื่องรักท่วมทุ่งที่ไอ้คุณพี่หมามันแสดงนะ”

หล่อนเขย่าแขนคนสนิท ชี้ไม้ชี้มือไปทางโปสเตอร์ภาพวาดดารานักแสดงในเรื่องทั้งตัวพระตัวนางที่ถูกวาดด้วยสีสดใสเสมือนภาพถ่ายตัวจริงที่ติดอยู่หน้าร้านขายแผ่นเสียง

“ใช่จริง ๆ ด้วย พี่หมาของอีจืดดังเป็นพลุแตกจริง ๆ เห็นไหมน้องศรี” จืดกระโดดหย่อง ๆ ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น รีบดึงมารศรีตรงเข้าไปดูโปสเตอร์ดังกล่าวใกล้ ๆ

“โอ๊ย...พี่หมาของอีจืด ยิ่งเห็นภาพยิ่งคิดถึง” จืดทำตาวาว ๆ เอ่ยอย่างพร่ำเพ้อจนมารศรีแอบถอนหายใจ ส่ายหน้าเบา ๆ หลังปล่อยให้จืดชื่นชมภาพวาดบนแผ่นโฆษณาภาพยนตร์อยู่ครู่ใหญ่

“ถ้าพี่คิดถึงพี่หมาขนาดนี้ พรุ่งนี้ฉันจะพาพี่ไปดูหนังที่พี่หมากับนังมะยมมันเล่น ส่วนวันนี้เรารีบหาบ้านน้าสาวพี่ให้เจอกันก่อนดีกว่า” มารศรีรับปากพร้อมกับเอ่ยชวน

“จริงนะ!” จืดทำตาโตมองสาวรุ่นน้องด้วยความตื่นเต้น “งั้นเรารีบไปบ้านน้าสำอางกันเลยดีกว่า”

มารศรีส่ายหน้าที่กระจ่างไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนใจเมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของคนสนิทซึ่งรีบจ้ำเดินนำหน้าหล่อนตัวปลิวไป หลังหล่อนสัญญาว่าจะพาไปดูภาพยนตร์ที่มานะกับสายสมรแสดงในวันรุ่งขึ้น หล่อนก้าวเดินตามสาวรุ่นพี่ไปตามถนนหนทาง เดินบ้างหยุดสอบถามชาวบ้านในละแวกนี้บ้างโดยมีแผนที่ที่สำอางเคยให้จืดไว้เป็นเครื่องมือตามหาบ้านน้าสาวของจืดทั้งคู่ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยกระทั่งมาถึงบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งในจำนวนหลายหลังที่เรียงกันเป็นพรืดแบบห้องแถว


คุ้งเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
มารศรีแม่สาวฝีปากกล้าที่แอบมีใจให้กับวิชาญ พระเอกลิเกรูปหล่อขวัญใจพี่ยกน้องยกทั่วราชอาณาจักร แต่กลับไม่ใยดีในความสวยของหล่อน เมื่อคณะลิเกที่วิชาญเป็นพระเอกเข้าไปเปิดวิกเล่นในเมืองหลวง มารศรีจึงลงทุนหนีพ่อแม่ตามไปดูการแสดงของขวัญใจสุดหล่อ แต่โชคชะตาและพรหมลิขิตชักพาให้หล่อนไปพบเรื่องราววุ่น ๆ คดีฆาตกรรมอำพรางหลังม่านการแสดง การตายของหลานชายเจ้าของคณะลิเกทำให้หล่อนได้พบกับอานนท์ นายตำรวจหุ่นล่ำที่แฝงตัวเข้าอยู่ในบ้านของหล่อนเพื่อตามสืบคดีดังกล่าว เมื่อพระพรหมเล่นกลให้เธอต้องใกล้ชิดกับชายที่ไม่ได้หมายปอง มารศรีจะหวั่นไหวเผลอใจให้นายตำรวจหนุ่มอีท่าไหน ต้องไปติดตาม

1 ความคิดเห็น