คุ้งเสน่หา

ตอนที่ 4 : #๑.๔ ผู้หญิงร้ายร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ก.ย. 61

“เรือบื๋อ” ที่ชาวบ้านเรียกกันติดปาก มีลักษณะเป็นเรือหัวแหลมท้ายตัด ติดเครื่องยนต์ท้ายเรือ แล่นฉิวออกจากคลองลาดชะโดสู่แม่น้ำน้อยเพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเรือบ้านแพนชายร่างท้วม ตัวกลมราวกระปุกตั้งฉ่ายชื่อว่านายแอ๊ะเป็นคนขับเรือให้กับอดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลจักราชที่นั่งหน้าง้ำอยู่ในเรือ


“ป่านนี้เรือเมล์คงถึงท่าบ้านแพนแล้ว เอ็งรีบตามไปให้ไวเลยนะไอ้แอ๊ะ” เพราะอารมณ์ขุ่นมัวทำให้กุศล อดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลจักราชแห่งคุ้งลาดชะโดออกคำสั่งเสียงห้วน


“จ้ะลุง” คนขับเรือขานรับแข่งเสียงลมและเสียงเครื่องยนต์ ขณะขับเรือเร็วแล่นกระโดดล้อผิวน้ำเร็วฉิว มุ่งหน้าสู่ท่าเรือบ้านแพน


กุศล ผลบุญ บิดาของมารศรีกำลังหงุดหงิดกับการไล่กวดเรือรุ่งเรืองรัศมีตามบุตรสาวที่หนีเข้าบางกอก อดีตผู้ใหญ่บ้านนึกคาดโทษบุตรสาวในใจ ขณะทอดสายตามองไกลอย่างคาดหวังว่าจะได้เห็นท้ายเรือเมล์ใหญ่แล่นอยู่ข้างหน้าในเวลาอันใกล้ กระทั่งเรือเร็วแล่นเข้าใกล้ท่าเรือบ้านแพน แอ๊ะลดระดับความเร็วเรือลงเตรียมเข้าจอดเทียบท่า


กุศลถอนหายใจแรงระบายความหงุดหงิด เมื่อมั่นใจว่าเรือเมล์รุ่งเรืองรัศมีออกจากท่าเรือบ้านแพนไปแล้ว


“เรือออกจากท่าไปแล้วจ้ะลุงศล ทำยังไงกันต่อดีจ้ะ”  แอ๊ะร้องถามนายจ้าง


“ไหน ๆ ก็มาถึงบ้านแพนแล้วข้าจะแวะไปหาไอ้กำนันเปลวมันสักหน่อย ส่วนนังศรีกับนังจืดเอาไว้มันสองคนกลับมาเมื่อไหร่ ข้าจะชำระความพวกมันให้หนักทีเดียว”


คนสนิทของกุศลทำตามคำสั่ง เขาแล่นเรือเลยท่าไปตามซอยคดเคี้ยว ลึกเข้าไปจนถึงท่าน้ำบ้านกำนันเปลว เพื่อนรักของกุศล


“เดี๋ยวข้าจะไปกินเหล้ากับไอ้กำนันเปลวมันสักหน่อย เอ็งไปรอข้าที่บ้านพักยายไฝก่อนก็ได้ไอ้แอ๊ะ”


คนเป็นนายเอ่ยก่อนจะก้าวขึ้นไปยืนบนท่าน้ำ คิดว่าลูกน้องจะเข้าใจคำสั่งตน แต่ที่ไหนได้ แอ๊ะซึ่งถนัดนักเรื่องการฟังไม่ได้ศัพท์กลับเข้าใจผิด ได้ยินเพี้ยนไปว่านายจ้างให้กลับไปรอที่ผักไห่แทนบ้านพักยายไฝ แม่ครัวฝีมือดีแห่งบ้านกำนันเปลวอย่างที่ควรเป็น


“จ้ะลุง” หนุ่มตัวอวบขานรับเหมือนเข้าใจคำสั่งแต่กลับกลายเป็นได้ยินว่านายจ้างไล่ให้ตนนำเรือกลับไปรอที่ผักไห่ จึงหันหัวเรือบื๋อออกจากท่าน้ำหน้าบ้านกำนันเปลว แล่นฉิวกลับไปตามเส้นทางเดิมที่มาอย่างรวดเร็ว จนคนเป็นนายร้องตะโกนเรียกไว้ไม่ทัน


“เฮ้ย! ไอ้แอ๊ะไอ้แอ๊ะ!! ไอ้เวรตะไลเอ๊ย...จะไปไหนของมึงวะ ไอ้แอ๊ะ!!!” กุศลร้องตะโกนสุดเสียง ร้องเรียกคนสนิทตะเบ็งคอแทบแตกแข่งกับเสียงเครื่องยนต์เรืออย่างไรเจ้าแอ๊ะก็ไม่ได้ยิน


“อ้าว เฮ้ย ไอ้ศล โวยวายอะไรอยู่วะ” กำนันคนดังแห่งบ้านแพนร้องตะโกนทักทายเพื่อนรักมาแต่ไกล “แล้วไปยังไงมายังไงถึงได้มาตะโกนเอะอะอยู่หน้าบ้านข้าวะ”


กุศลหมุนตัวหันหลังกลับมามองหน้าเพื่อนที่กำลังเดินมาหาพลางเอ่ยตอบน้ำเสียงหงุดหงิด


“ผ่านมาเลยถือโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนเอ็งนะสิวะ”


“ผ่านมา? เอ็งมาทำธุระอะไรแถวนี้ฮะเพื่อน” หนุ่มใหญ่รูปร่างบึกบึนเดินเข้ามายืนใกล้เพื่อนรักและรอฟังคำตอบ


“ความจริงข้ามาบ้านแพนเพราะจะมาตามนังมารศรีกลับบ้าน มันหนีไปบางกอกกับเรือเมล์รุ่งเรืองรัศมีพร้อมคนสนิทของมันนะสิ”


“เฮ้ย!นังหนูมารศรีนะเหรอหนีออกจากบ้าน” กำนันเปลวทำตาโต


“มันไม่ได้หนีออกจากบ้าน แต่มันขัดคำสั่งข้า หนีไปดูยี่เกที่บางกอกต่างหาก”


“อ้อ...” กำนันเปลวพยักหน้าหงึก คลายอาการตกใจพลางเอ่ยคาดคะเนตามประสาคนคุ้นชินการเดินทางกับเรือเมล์ “ป่านนี้เรือลำนั้นคงแล่นเลยคุ้งสำเภาไปแล้วละมั้ง ออกไปตั้งนานแล้วนิ”


“ข้ามาไม่ทันเรือ แต่มาถึงที่นี่แล้วก็เลยคิดจะแวะมาก๊งเหล้ากับเอ็งให้คลายอารมณ์โมโหลูกเสียหน่อยนะสิวะ”


“เหมาะทีเดียว ข้าก็กำลังหงุดหงิดกับเรื่องไอ้ลูกชายตัวแสบอยู่เหมือนกัน เอ็งกับข้ามันหัวอกเดียวกันแท้ ๆ สิวะเพื่อน”


กำนันเปลวระบายลมหายใจแรงเมื่อนึกถึงบุตรชายคนโตที่เพิ่งเดินทางกลับเข้าบางกอกเช่นเดียวกัน


“นี่ข้าไม่ได้เจอลูกชายเอ็งมากี่สิบปีแล้ววะไอ้เปลว ไปเรียนในบางกอกเสียงนานนมจนข้าแทบจะจำหน้าหลานชายไม่ได้อยู่แล้ว”


“เกือบยี่สิบปีละมัง ตั้งแต่เจ้าอุ่นมันจบป.๔ แล้วไปเรียนต่อ กระทั่งจบมาเป็นตำรวจก็ไม่ยอมกลับบ้าน รับใช้ทางการอยู่ที่บางกอกนั่นแหละ” กำนันเปลวเอ่ย


“จริงสิ เจ้าอุ่นมันเรียนจบตำรวจนี่นะ” กุศลเอ่ยถึงหลานชายด้วยความเอ็นดู


“เออ...เป็นตำรวจ ไม่ค่อยอยู่บ้านอยู่ช่องหรอก บางทีหายไปเป็นเดือน ๆ ไม่ติดต่อกลับบ้าน เพราะมัวแต่ไปสืบความลับให้ทางการเขา ทำเอาแม่เย็นจิตกลุ้มใจ เป็นห่วงลูกแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนนอนเลยทีเดียว” พ่อกำนันเอ่ยระบายความหนักใจให้เพื่อนฟัง


“มีเมียหรือยังล่ะลูกชายเอ็งน่ะ” กุศลซักด้วยความสนใจ


“ยังนะสิ แม่เย็นจิตก็พยายามมองหาสาว ๆ ให้ลูกอยู่เหมือนกัน แต่ไอ้คนของเรามันไม่เล่นด้วย ชอบทำหน้าตาขึงขังข่มขู่เขาร่ำไป เลยยังไม่มีเมียเสียที ไม่ได้เลือดพ่อมันเอาเสียเลย” กำนันเปลวส่ายหน้าเบา ๆ เมื่อเอ่ยถึงลูกชายเสียงเอือม


“เจ้าอุ่นมันคงเบื่อผู้หญิงละมั้ง”


กุศลเอ่ยยิ้ม ๆ นึกถึงหลานชายที่โตมากับครอบครัวซึ่งมีจำนวนผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอย่างบ้านของกำนันเปลว เพื่อนสนิทของเขาคนนี้มีภรรยาถึงสี่คน มารดาของอานนท์หรือนายอุ่นเป็นภรรยาคนแรก ส่วนตำแหน่งภรรยารองนั้นเป็นของชบา สาวผิวคล้ำช่างเจรจา ขณะที่ภรรยาสามและสี่เป็นฝาแฝดหน้าตาสวยซื่อ ไม่ช่างพูด ชื่อลำไยกับทุเรียน


นอกจากภรรยาทั้งสี่ของบิดาแล้ว อานนท์ยังมีน้องสาวต่างมารดาชื่ออำภา ซึ่งเป็นลูกสาวของลำไย ทำให้ครอบครัวจักรภพของอานนท์นั้นห้อมล้อมไปด้วยผู้หญิงถึงห้าคน แต่ละคนต่างคอยพะนอเอาใจอานนท์กันในฐานะบุตรชายคนเดียวของบ้านจนคนถูกปรนนิบัติรู้สึกอึดอัดมากกว่าจะพึงใจ และอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกชายคนเดียวของจักรภพ เลือกที่จะใช้ชีวิตลำพังอยู่ในบางกอกมากกว่ากลับมาบ้านเกิด


“บ่งเบื่ออะไรมันคงจะยังไม่เจอคนถูกใจละมากกว่า” กำนันเปลวส่ายหัวเบา ๆ


“ข้าชักจะอยากเห็นหน้าหลานชายซะแล้วสิ นี่ถ้าเจอกันข้างนอกข้าคงจำหน้านายอุ่นไม่ได้” กุศลตาวาว แอบนึกจับคู่หลานชายกับบุตรสาวตัวแสบของตนอย่างมีความหวัง


“อย่างนั้นขึ้นไปบนเรือนกัน ข้างบนมีแต่รูปไอ้อุ่นแปะเต็มฝาเรือน เผื่อเอ็งไปเจอหลานจะได้จำหน้ามันได้” กำนันเปลวเอ่ยพร้อมกับก้าวเดินนำหน้าเพื่อนตรงไปยังเรือนไทยไม้สักใต้ถุนสูงหลังใหญ่ของตน

1 ความคิดเห็น