คุ้งเสน่หา

ตอนที่ 15 : ๕.๒ ขยับเข้ามาอีกนิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61

อานนท์ลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ค่อย ๆ ผ่อนร่างบางลง รอจนหล่อนยืนมั่นคงดีแล้วจึงถอยห่างออกมาพลางหรี่ตาสังเกตท่าทีหญิงสาวให้มั่นใจว่าหล่อนจะจำเขาได้หรือไม่

“นายนะเหรอพี่ไม้ของพี่จืด”

มารศรีมุ่นคิ้วเหยียดตามองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนที่พยายามบังคับให้ดังกว่าเสียงกระซิบเล็กน้อย แต่คำถามของหล่อนเป็นเพียงคำถามลอย ๆ ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจังเพราะสมาธิหล่อนจดจ่ออยู่กับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นบนเรือนมากกว่า หล่อนเกรงว่าจืดจะแสดงพิรุธจนถูกมารดาจับได้ถึงความผิดปกติจึงมัวแต่เงยหน้ามองขึ้นไปทางหน้าต่างห้องนอนของตนด้วยท่าทางวิตก

อานนท์พยักหน้าแทนคำตอบขณะทอดสายตามองท่าทางปริวิตกของหญิงสาวซึ่งไม่ได้ใส่ใจจะฟังคำตอบของเขาเท่าไรเพราะกำลังกังวลถึงคนบนเรือนมากกว่า

“จะถูกจับได้ไหมนะ...พี่จืดจะเอาตัวรอดจากแม่ได้หรือเปล่าเนี่ย” หล่อนไม่ได้ใส่ใจคำตอบมากไปกว่าความกังวลใจ

อานนท์ฉวยโอกาสกวาดสายตาสำรวจเรือนร่างหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียด แอบโล่งอกเมื่อหล่อนไม่มีทีท่าว่าจะจำเขาได้ไม่เช่นนั้นหล่อนคงโวยวายลั่นทุ่งไปแล้วเป็นแน่ เขากวาดสายตามองใบหน้างามล้อมกรอบด้วยพวงผมดำขลับที่กำลังแหงนเงยมองสูง ดวงตากลมวาวแสดงอารมณ์ของหล่อนกำลังทอดมองขอบหน้าต่างห้องนอนของตนอย่างปริวิตก

เขาทอดสายตาไล่มองไปตามแนวคิ้วได้รูปที่ขมวดเป็นปมอยู่กลางหน้าผากโหนกนูนรับกับสันจมูกเชิดรั้นบ่งบอกนิสัยของเจ้าของ จดสายตาหยุดมองริมฝีปากเต็มอิ่มโค้งเป็นรูปกระจับของหล่อนครู่ใหญ่จึงเลยผ่านลงสำรวจรูปร่างอรชร อกเอวของหล่อนโค้งเว้าได้รูปชวนมอง สายตาของเขาจึงสะดุดหยุดอยู่ที่ทรวงอกอวบของหล่อนพร้อมกับคาดคะเนในใจ

ดวงตาคมเป็นประกายวาวราวเด็กได้พบของเล่นชิ้นใหม่กับความคิดทะลึ่ง ๆ ที่ผลุดขึ้นในสมองขาวโพลน ขณะกระตุกรอยยิ้มพึงใจมุมริมฝีปาก

ตัวก็เล็กนิดเดียวแต่...หน้าอกใหญ่ไม่เบาเลยแฮะส่วนคนถูกมองสำรวจไม่ได้มีทีท่าว่าจะรู้ตัว สมาธิของหล่อนจดจ้องอยู่ที่คนบนเรือน

 

“แม่ศรีนอนแล้วหรือลูก”

เสียงร้องถามเบา ๆ ของผ่องแผ้วทำให้คนเจ้าแผนการอย่างจืดสะดุ้งสุดตัว ให้ใจหล่อนเต้นแรง อกสั่นขวัญแขวนตั้งแต่ได้ยินเสียงร้องถามอ่อนโยนของผ่องแผ้ว ดวงตาของจืดเบิกโพลงพลางอุทานเสียงแผ่วทั้งห่วงมารศรีและกลัวจะถูกคนนอกห้องจับได้ทำให้หล่อนพะว้าพะวงหันรีหันขวางด้วยความตกใจ

“ตายห่า!...อกอีจืดจะระเบิด” วัวมีชนักปักกลางหลังอย่างจืดอุทานแผ่ว

“นังจืด” ผ่องแผ้วร้องเรียกคนสนิทของบุตรสาว

“จ๋าป้าผ่อง” จืดแสร้งทำเสียงหาวก่อนจะร้องรับคำด้วยน้ำเสียงงัวเงียหลังจากเห็นมารศรีปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนของนายไม้ที่รับร่างนายจ้างของหล่อนไว้ได้ทันทวงที หล่อนจึงค่อยรู้สึกโล่งใจหมดห่วงไปอีกเปราะหนึ่ง

“แม่ศรีหลับไปแล้วรึ” น้ำเสียงเอ่ยถามอย่างสงสัยของผ่องแผ้วดังแทรกขึ้นกลางความเงียบ

“หลับไปแล้วจ้ะป้าผ่อง”

“ทำไมวันนี้ลูกข้านอนแต่หัวค่ำจริง ไม่สบายเป็นอะไรไปหรือเปล่าฮะ” ผ่องแผ้วถามด้วยความเป็นห่วงประสาคนเป็นแม่

จืดรีบจัดที่นอนของมารศรี ดึงหมอนข้างและผ้าห่มคลุมให้เห็นในเงาสลัว ๆ คล้ายกับคนนอนคลุมโปงอยู่ภายในมุ้งก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้อง หันกลับไปมองจนมั่นใจจึงค่อย ๆ ถอดกลอนและเยี่ยมหน้าออกไป จงใจเปิดประตูให้มีช่องเล็กที่สุดเพื่อที่คนข้างนอกจะสามารถมองผ่านทะลุเข้าไปในห้องได้น้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้

“น้องศรีเพิ่งหลับเมื่อกี้เองจ้ะป้าผ่อง ป้ากลับไปนอนเถอะไม่ต้องเป็นห่วงน้องศรีหรอกจ้ะ”

“เออ...ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปนอนละ แล้วเช้ามืดเอ็งอย่าลืมปลุกลูกสาวข้าให้ลุกขึ้นมาทำกับข้าวใส่บาตรด้วยล่ะ เอ็งก็เหมือนกัน วันพรุ่งเป็นวันพระหัดลุกขึ้นมาทำบุญตักบาตรกันซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่คิดเที่ยวท่องดูหนังดูลิเกไปวัน ๆ เหมือนกันทั้งนายทั้งบ่าวเชียว” ผ่องแผ้วเตือน

“จ้ะป้าผ่อง” จืดยิ้มและหัวเราะแหะ ๆ ท่าทางแหย ๆ ขณะรับปากผ่องแผ้ว

มารดาของมารศรีปรายตาส่งค้อนให้กับคนสนิทของบุตรสาว จากนั้นจึงหมุนตัวหันหลังและก้าวเดินตรงไปในทิศทางที่เป็นห้องนอนของตนทิ้งไว้เพียงสายตาสอดรู้ของเนื้ออ่อนที่พยายามจะสอดส่ายสายตามองลึกเข้าไปในห้องนอนของมารศรี

“มองอะไรฮะอีเนื้ออ่อน” จืดขึงตาขุ่นมองคนสนิทของกุศลพลางจิกเสียงถามอย่างไม่พอใจ

“ก็มองว่าน้องศรียังอยู่ในห้องจริงหรือเปล่านะสิ” เนื้ออ่อนแบะริมฝีปากใส่จืดพร้อมกับเอ่ยอย่างที่คิดโดยไม่เกรงกลัวสายตาข่มขู่

“เอ๊ะอีนี่ วอนจริงเชียว นี่ถ้าน้องศรียังไม่หลับแล้วละก็ เอ็งโดนด่าหูชาเป็นแน่”

จืดเอ่ยกระฟัดกระเฟียด หากไม่มีชนักติดหลังคงได้ต่อปากต่อคำกันอีกนาน ดังนั้นหล่อนจึงรีบตัดบทด้วยการดึงตัวกลับเข้ามาในห้องนอนของมารศรีปิดประตูลงกลอนแน่นหนาพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด จากนั้นจึงรีบซอยเท้าเดินตรงไปที่หน้าต่างห้องนอนอีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น