คุ้งเสน่หา

ตอนที่ 13 : ๔.๓ เข้าตามตรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61

“นี่พี่ไม้จ้ะลุงศล พี่ไม้เป็นเพื่อนบ้านกับน้าสำอาง น้าสาวของฉันที่อยู่บางกอกจ้ะ”

กุศลเลิกคิ้วสูง หรี่ตามองใบหน้าเข้มของหนุ่มรุ่นลูกอย่างพิจารณาพลางยกมือรับไหว้อีกฝ่ายขณะครุ่นคิดด้วยความสงสัยแต่ไม่คิดจะซักไซ้ ท่วงท่าเฉลียวฉลาดและมีสง่าราศีทำให้กุศลแอบพึงพอใจจึงเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ

“อ้อ...เป็นเพื่อนบ้านกับแม่สำอางรึ แล้วเอ็งพาเขามาบ้านข้าทำไมวะ” เจ้าของบ้านเอ่ยถามเสียงเรียบ

“พี่ไม้เขามากับเรือรับซื้อข้าวจ้ะ แต่มีเรื่องกับเพื่อนคนงานเลยถูกนายจ้างไล่ออกแต่บังเอิญฉันอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นพอดีเลยเห็นว่าพี่ไม้ไม่ผิดจ้ะลุงศล” จืดรีบเล่าเสียงรัว

“เอ็งก็เลยขันอาสาพาเขามาหางานที่บ้านข้าละสินะ” กุศลเดาอย่างรู้ทันความคิดคนสนิทของบุตรสาว เพราะรูปร่างหน้าตาของคนหนุ่มตรงหน้าทำให้เขาเดาออก

“แล้วลุงจะรับพี่ไม้ไว้ทำงานได้ไหมจ้ะ” จืดเอ่ยถามเสียงรัวพร้อมกับรอฟังคำตอบอย่างตื่นเต้นขณะทอดสายตาวิงวอนมองนายจ้าง ลุ้นคำตอบตาไม่กระพริบ

กุศลไม่ตอบคำถามของจืดแต่กลับตวัดตาขึ้นมองสบตาคนหนุ่มพร้อมเอ่ยถามเสียงเข้ม “เอ็งชื่อไม้รึ”

“จ้ะ...ฉันชื่อไม้มาจากบางกอก” อานนท์ตอบราบเรียบพลางสบสายตาจับสังเกตของอีกฝ่ายไม่หลบตา ไม่แสดงพิรุธในหน้า

“หน่วยก้านไม่เลว แล้วไม่คิดจะกลับไปทำงานในบางกอกหรอกรึ ชาวกรุงอย่างเอ็งจะมาขลุกอยู่บ้านนอกคอกนาได้สักเท่าไหร่กัน”

กุศลแสร้งถามทั้งที่แน่ใจว่าจำไม่ผิด ใบหน้าเข้มประกอบกับรูปร่างกำยำของคนตรงหน้าทำให้เขามั่นใจว่าชายหนุ่มเป็นบุตรชายคนเดียวของเพื่อนสนิทที่เขาจำหน้าได้จากภาพถ่ายบนผนังเรือนบ้านกำนันเปลวติดตา 

หมอนี่รูปร่างหน้าตาดี สูงใหญ่หุ่นล่ำสมกับเป็นนายตำรวจที่จบจากรั้วโรงเรียนนายร้อยกุศลนึกอย่างชื่นชม

“ก่อนจะย้ายไปอยู่บางกอกฉันก็เป็นเด็กต่างจังหวัดจ้ะ เข้าไปอยู่ในบางกอกมาเสียหลายปีก็ชักจะเบื่อเลยตั้งใจว่าจะหางานทำแถวนี้สักพักแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ” อานนท์ตอบเสียงเรียบ

“ถ้าอย่างนั้นก็มาอยู่ช่วยไอ้แอ๊ะมันทำงานไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกัน ช่วงนี้ข้าก็กำลังต้องการแรงงานอยู่พอดี ได้เอ็งมาช่วยก็เข้าที” กุศลเอ่ยง่าย ๆ

“ไชโย!

คนที่ยินดีกระโดดตัวลอยกลายเป็นจืด ส่วนอานนท์ไม่มีปฏิกิริยาแสดงความตื่นเต้น ใบหน้าของเขาราบเรียบไม่แสดงอาการขณะที่เนื้ออ่อนแบะปากพร้อมกับตวัดปลายหางตาใส่กิริยาดีใจนอกหน้าของจืดด้วยความหมั่นไส้

“ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะวะนังจืด เอ็งเป็นสาวเป็นแส้มาทำกิริยาระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำแบบนี้มันจะเสียชื่อไปถึงลูกสาวของข้า” กุศลปรามคนสนิทของบุตรสาวเสียงขุ่นดุ

จืดหัวเราะแหะ ๆ ยิ้มแหย ๆ หนีบเนื้อตัวยืนเสงี่ยมขึ้นพร้อมกับรีบยกมือพนมเอ่ยอย่างสำนึกผิด

“ฉันขอโทษจ้ะลุงศล”

“ว่าแต่เอ็งทำงานหนักได้แน่นะ” กุศลเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาคมของอีกฝ่ายพลางเอ่ยถาม

“ฉันทำงานหนักเป็นปกติอยู่แล้ว รับรองว่าฉันทำงานได้คุ้มค่าเงินจ้างของผู้ใหญ่ได้แน่ ๆ จ้ะ” อานนท์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“อย่างนั้นก็ดี เดี๋ยวเอ็งตามนังเนื้ออ่อนมันไปที่เรือนพักหลังบ้านนู่น ข้ายกให้เป็นที่พักของเอ็ง” กุศลเอ่ยก่อนจะหันไปสั่งคนสนิทของภรรยาให้นำชายหนุ่มไปที่เรือน

“เดี๋ยวฉันพาพี่ไม้ไปเองก็ได้จ้ะ”

“ไม่ต้อง! สาระแนนักนะเอ็ง” กุศลด่าจนอีกฝ่ายทำหน้าสลดจึงเอ่ยต่อเสียงขุ่น “เอ็งไปดูแลนายของเอ็งแล้วก็ห้ามพากันหนีไปดูยี่เกที่ไหนเชียวนะ ไม่อย่างนั้นเอ็งนั่นแหละจะถูกข้าแพ่นกบาลแยก” กุศลยกไม้ตะพดในมือขึ้นขู่คนสนิทของบุตรสาว

“สมน้ำหน้า”

เนื้ออ่อนแอบแบะริมฝีปากใส่จืดอย่างสะใจไม่สนใจตาเขียวปัดของอีกฝ่ายก่อนจะหันมาเอ่ยกับชายหนุ่มที่กำลังจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“ไปจ้ะพี่...ฉันจะพาพี่ไปที่พัก เสร็จแล้วจะได้ไปทำความรู้จักพี่ชายกับยายของฉันเอาไว้”

อานนท์ชำเลืองมองกุศลเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเนื้ออ่อนไปจึงไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำใหญ่ที่มองตามหลังเขาไปอย่างหมายมาด

ปลามากินเหยื่อถึงเรือนแบบนี้ รับรองข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ลูกชายเอ็งหลุดรอดมือลูกสาวข้าไปได้แน่ไอ้กำนันเปลว

กุศลหัวเราะลั่นในใจ นึกกระหยิ่มยินดีและมีความหวังจะได้คนมาปราบบุตรสาวคนเดียว ที่สำคัญกำนันเปลวเพื่อนรักของเขาได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของบ้านแพนด้วยแล้ว เขายิ่งไม่มีวันปล่อยให้โอกาสคว้าตัวบุตรชายเพื่อนมาเป็นเขยหลุดมือไปอย่างแน่นอน

อานนท์เดินตามเนื้ออ่อนผ่านเงาใบกล้วยทอดบังแสงจ้าของดวงอาทิตย์ตรงไปยังเรือนไม้ใต้ถุนสูงขนาดย่อมหลังเรือนปั้นหยารกเรื้อยไปด้วยป่ากล้วยที่บดบังซ่อนเรือนหลังเล็กไว้เกือบมิด กระทั่งถึงเชิงบันไดคนนำทางจึงหยุดฝีเท้าและหันมาเอ่ยกับเขาอย่างเป็นมิตร

“ลุงศลให้พี่พักที่เรือนหลังนี้ถ้าขาดเหลืออะไรหรือพี่อยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกกับฉันได้นะจ๊ะ” เนื้ออ่อนเอ่ยอย่างมีไมตรี สีหน้ายิ้มแย้มอย่างคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี

“ขอบใจเนื้ออ่อนมาก ว่าแต่เรือนนี้ไม่มีเจ้าของอย่างนั้นรึ” อานนท์กวาดสายตามองสภาพเรือนหลังย่อมที่ดูดีเกินกว่านายจ้างจะอนุญาตให้ลูกจ้างอาศัยเป็นส่วนตัวด้วยความเคลือบแคลง

“ความจริงเรือนเล็กหลังนี้เป็นของน้องมารศรีลูกสาวลุงศลเธอเพิ่งให้คนมาปลูกไว้เมื่อไม่กี่เดือนมานี่เองแหละ” เนื้ออ่อนตอบยิ้ม ๆ

“เรือนปลูกใหม่ แล้วเธอจะไม่ว่าอะไรหรอกรึที่พ่อเธอยกให้พี่มาอยู่เสียแบบนี้” อานนท์มุ่นคิ้วเอ่ยอย่างสงสัย

“คงไม่ละมัง เพราะน้องศรีเธอตั้งใจปลูกเรือนนี้ไว้ใช้เป็นเรือนรับรองเพื่อนของเธอที่อาจจะมาจากบางกอก”

เนื้ออ่อนเอ่ยตามที่รู้เพราะเรือนเล็กมารศรีสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับเป็นเรือนรับรองแขกเผื่อสายสมรหรือชัชวาลญาติผู้พี่ของเธอจะกลับมาเยี่ยมเยียนลาดชะโดจะได้มีที่พักผ่อนสบาย ๆ เป็นส่วนตัวบ้าง

“แต่คนที่อนุญาตให้พี่มาพักที่บ้านหลังนี้คือลุงศล น้องศรีจะว่าอะไรได้ในเมื่อเพื่อนของเธอคงยังไม่มาเยี่ยมเยียนกันตอนนี้นี่จ๊ะ” เนื้ออ่อนอธิบายเสียงใส

“นอกจากผู้ใหญ่กุศลกับลูกเมีย เนื้ออ่อนกับจืดบ้านหลังนี้ยังมีใครที่พี่ยังไม่ได้รู้จักอีกไหม”

“ก็มีอีกสองคนจ้ะ มีพี่แอ๊ะพี่ชายของฉันกับยายอวบ ยายของฉันที่เป็นแม่ครัวของบ้านนี้จ้ะ” เนื้ออ่อนตอบเสียงเรียบ

“อย่างนั้น...พี่ควรไปทำความรู้จักกับยายและพี่ชายของเนื้ออ่อนไว้ก่อนดีกว่า จะได้ฝากเนื้อฝากตัวกับยายของเนื้ออ่อนเพราะต่อไปพี่คงต้องฝากท้องกับยายด้วยอีกคนล่ะ” อานนท์เอ่ยยิ้ม ๆ ขณะที่สมองกำลังประมวลจัดลำดับความสำคัญของทุกคนในบ้านพร้อมกับวาดแผนการเสาะหาข้อมูลที่ต้องการอยู่เงียบ ๆ ภายในใจ

“ยายของฉันทำกับข้าวอร่อยและก็ใจดีมาก อยู่ที่นี่พี่ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินหรอกแต่ที่พี่ควรห่วงและระวังตัวก็คือนังจืด นังนั่นมันบ้าผู้ชาย เห็นหนุ่ม ๆ หน้าตาดี ๆ เป็นไม่ได้ พี่ระวังจะถูกมันลวนลามให้ดีเชียว”

เมื่อจะแอบนินทาเจ้านายหล่อนจึงเหลียวมองรอบตัวเพื่อให้แน่ใจว่าคนที่หล่อนนินทาจะไม่มาโผล่แถวนี้ก่อนจะเบาเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ

“ส่วนอีกคนก็คือน้องศรีเจ้านายนังจืดนั่นแหละ รายนั้นอารมณ์แปรปรวนเป็นที่สุด”

“พี่ยังไม่เคยเห็นหน้าน้องศรีของเนื้ออ่อนเลย ได้ยินแต่ทุกคนพูดถึง” อานนท์เอ่ยถามยิ้ม ๆ

“โดนลุงผู้ใหญ่ขังอยู่บนเรือนนู่นแนะ คงอีกหลายวันแหละกว่าลุงผู้ใหญ่จะยอมยกโทษให้”

“หึ...ถูกทำโทษด้วยเรื่องอะไร ถึงกับต้องขังกันเชียวรึ” อานนท์สงสัย

“ก็จะเรื่องอะไรซะอีกนอกจากเรื่องบ้าผู้ชายพอกับนังบ่าวของเธอนั่นแหละ” เนื้ออ่อนกระซิบกระซาบด้วยความหมั่นไส้ลูกสาวนายจ้าง

“หมายความว่ายังไง” อานนท์ย่นคิ้วมองหน้าเนื้ออ่อนด้วยความสงสัย

“ก็น้องศรีเธอขัดคำสั่งลุงผู้ใหญ่ ชวนนังจืดหนีไปดูพระเอกลิเกถึงในบางกอกนู่นแนะจ้ะ ไม่ยักจะกลัวอันตรายพอกลับมาเลยถูกลุงศลทำโทษขังให้อยู่แต่บนเรือนจนกว่าแกจะเห็นควรนั่นแหละพี่ถึงจะได้เห็นหน้าเธอ” เนื้ออ่อนอธิบาย

“อ้อ...อย่างนี้นี่เอง” อานนท์นึกขันหญิงสาวที่ตนยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาพลางคิดอย่างอ่อนอกอ่อนใจเมื่อรู้ว่าหญิงสาวคลั่งไคล้พระเอกลิเกขนาดหนักไม่ผิดกับบรรดาเมีย ๆ ของบิดารวมถึงมารดาของเขาด้วยเช่นกัน

คอเดียวกับคุณนายเย็นจิตนี่เองเล่า ชอบพวกลิเกเหมือนกันถึงได้ถูกชะตากันนักกันหนาอานนท์นึกค่อนหญิงสาวที่มารดาให้ความเอ็นดูด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย

“แต่คืนนี้นี่สิพี่ไม้” เนื้ออ่อนชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ทำตาขึงขังพลางเอ่ยเสียงเครียด

“ฉันว่าน้องศรีอาจจะแอบหนีลุงศลไปดูลิเกอีกก็ได้ ขนาดหนีไปไกลถึงบางกอกยังกล้าเลย นับประสาอะไรกับแค่ท้ายวัดบ้านเราแค่นี้จะไม่กล้าหนีไปจริงไหมพี่”

“ลิเกคณะอะไรแล้วเล่นท้ายวัดไหนอย่างนั้นเหรอ” อานนท์ใคร่รู้ขึ้นมาทันที

“ดวงชีวันจ้ะ น้องศรีหลงรูปพระเอกคณะนี้ถึงกลับตามไปดูกันที่บางกอกนู่นแหละและตั้งแต่หลานชายเจ้าของคณะไปตายที่บางกอกก็เพิ่งจะมาเล่นที่บ้านเราเป็นคืนแรกนี่แหละ” เนื้ออ่อนเล่าอย่างคะนองปาก

“แล้วเล่นที่ไหนเหรอ” ชื่อคณะลิเกและสิ่งที่ได้ยินจากปากเนื้ออ่อนทำให้อานนท์รีบซักไซ้อย่างสนใจ

“ศาลาวัดลาดชะโดเรานี่แหละ ท้ายตลาดนู่นแนะ” เนื้ออ่อนยักไหล่พลางตอบ

บางทีคืนนี้อาจเป็นโอกาสดีของเขาที่จะได้ขยับเข้าไปใกล้คณะลิเกดวงชีวัน เขาจะต้องหาวิธีเข้าไปใกล้ทุกคนในคณะอย่างระมัดระวัง ต้องไม่ทำให้คนร้ายตัวจริงไหวตัวได้ทันทั้งที่เขาเองก็ไม่รู้เลยว่าคนร้ายคนนั้นเป็นใคร แต่มั่นใจว่าจะต้องเป็นหนึ่งในคณะลิเกดังกล่าวอย่างแน่นอน

 

ขณะที่อานนท์กำลังสนทนาอยู่กับเนื้ออ่อน  ทางด้านของมารศรีก็เตรียมวางแผนที่จะหนีไปดูลิเกในคืนนี้เหมือนอย่างที่เนื้ออ่อนคาดการณ์ไว้ไม่ผิด

“ไม่ได้นะน้องศรี ขืนพี่จืดร่วมมือกับน้องศรีคราวนี้ ลุงศลได้แพ่นกบาลพี่แยกแน่ ๆ” จืดปฏิเสธเสียงแหลม กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ขณะทำสีหน้าสะพรึงเมื่อคิดถึงใบหน้าดุดันของกุศล

“หมายความว่าพี่จะไม่ไปกับฉันใช่ไหม” มารศรีชักสีหน้าพลางเอ่ยเสียงขึง

“ปัดโธ่น้องศรีละก็ เมื่อกี้ลุงศลเพิ่งคาดโทษพี่ไว้แล้วถ้าเราหนีไปมีหวังไอ้พี่แอ๊ะถูกส่งตามไปลากเรากลับมาเฆี่ยนแน่”

จืดทำหน้าแหยง ๆ เมื่อคิดถึงหวายที่เกือบลงหลังในคราวก่อน ดีนะที่ป้าผ่องมารดาของมารศรีช่วยขอร้องลุงผู้ใหญ่ไว้ หล่อนจึงแค่ถูกคาดโทษหมายหัวไว้เท่านั้น แต่ถ้าขืนขัดคำสั่งนายจ้างอีกครั้งมีหวังได้ถูกลงหวายหรือไม่ก็ถูกส่งกลับไปอยู่กับบิดามารดาของหล่อนอย่างแน่นอน

“ถ้าพี่กลัวนักก็ไม่ต้องไปกับฉันก็ได้ แต่พี่ต้องหาเรือจ้างให้ฉัน ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมานับเป็นพี่เป็นน้องกัน” มารศรีเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ

“ไม่ได้! น้องศรีจะไปคนเดียวยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย ขืนลุงศลรู้ว่าพี่รู้เห็นเป็นใจให้น้องศรีหนีไปซ้ำยังไม่ยอมตามไปดูแลน้องละก็ พี่คอขาดแน่” จืดทำหน้าเหมือนคนปวดท้องมาหลายวันพลางร้องปฏิเสธเสียงสูง

“โอ๊ย! อีพี่จืด นั่นก็ไม่ได้ นู่นก็ไม่ได้สักอย่าง กลัวจนขี้ขึ้นสมองแบบนี้ไม่ต้องรอให้ถูกพ่อเฆี่ยนหรอก เดี๋ยวฉันนี่แหละจะแคะขี้ในสมองฝ่อ ๆ ของพี่ออกให้ซะทีดีไหม” มารศรีโวยวายอย่างเกรี้ยวกราดทำท่าเงื้อไม้มือจะตีคนสนิทด้วยความโมโหไม่ได้อย่างใจ

“น้องศรีจ๋า อย่าทำพี่จืดเลยนะจ๊ะ สงสารพี่เถอะขืนลุงศลรู้เรื่องพี่ตายแน่ ๆ นะ” จืดวิงวอนทั้งปากและตา

“หาเรือจ้างให้ฉัน ไม่อย่างนั้นพี่กับฉันขาดกัน” มารศรียืนยันอย่างเอาแต่ใจ

“แต่ว่า...” จืดพยายามจะประท้วง

“ไม่มีแต่พี่จืด และฉันรับรองว่าจะไม่ทำให้พี่เดือดร้อนเด็ดขาด” คนเป็นนายเอ่ยเด็ดขาด

“คราวนี้พี่จืดต้องตายแน่ ๆ”

จืดบ่นพึมพำพลางถอนหายใจระบายความหนักหน่วงก่อนจะเดินคอตกออกจากห้องนายสาว ลงจากเรือนและเดินตรงไปยังเรือนหลังเล็กที่อยู่ในดงป่ากล้วย เดินไปบ่นไป สบถกับตัวเองเบา ๆ

“ซวยทั้งขึ้นทั่งล่องจริง ๆ นังจืดเอ๊ย”

อานนท์ลุกจากท่านอนขึ้นนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ที่ตั้งใต้ร่มเงาป่ากล้วยบริเวณข้างเรือนที่พักและร้องกระเซ้าอย่างนึกขันเมื่อเห็นใบหน้างอของจืดมาแต่ไกล

“บ่นอะไรพึมพำฮะหรือว่าโดนเจ้านายเล่นงานมาหรือไงถึงได้ทำหน้าตาเหมือนคนปวดท้องไม่ได้ถ่ายหลายวันมาแบบนั้นน่ะ”

“ฉันกำลังกลุ้มนะพี่ไม้ ขันไม่ออกจริง ๆ” จืดเอ่ยกระฟัดกระเฟียดพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ข้าง ๆ ชายหนุ่ม

“กลุ้มเรื่องอะไร เล่าให้พี่ฟังสิเผื่อพี่จะมีทางช่วย หรืออย่างน้อยถ้าได้ระบายออกมาบ้างก็อาจทำให้รู้สึกดีนะ” อานนท์ขยับตัวออกห่างหญิงสาวเล็กน้อยพลางเอ่ยถามเสียงกลั้วหัวเราะ

“จะกลุ้มเรื่องอะไร ก็กลุ้มเรื่องเจ้านายนะสิพี่” จืดเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ปิดบังความหงุดหงิด

“เจ้านายคนไหนละ ลุงผู้ใหญ่หรือว่าน้องศรีของจืด” อานนท์ถามยิ้ม ๆ

“ทั้งคู่นั่นแหละ ลุงศลสั่งห้ามไม่ให้ฉันแอบพาน้องศรีหนีไปดูลิเก ขืนไปก็จะถูกลงโทษแต่น้องศรีบังคับให้ฉันหาทางให้เธอไปให้ได้ ถ้าไม่ทำก็ถูกตัดขาดอีก เกิดเป็นนังจืดมันทำไมถึงซวยทั้งขึ้นทั้งล่องแบบนี้นะพี่ไม้” จืดบ่นกระปอดกระแปด

“แล้วเราจะทำยังไง ทำตามคำสั่งผู้ใหญ่กุศลหรือจะทำตามคำบัญชาของคุณมารศรี” อานนท์ยกคิ้วเฉียง สบตาว้าวุ่นของจืดนิ่ง

“ก็นี่แหละที่ฉันกำลังกลุ้ม ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี” จืดถอนหายใจพรืดหลังเอ่ยอย่างหงุดหงิด

“ให้พี่ช่วยไหม” อานนท์เอ่ยขึ้นลอย ๆ

“หืม...” จืดเงยหน้าขึ้นมองอานนท์พลางขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ฉวยโอกาสวางมือลงบนต้นแขนกำยำพลางเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาหนุ่มในฝันหวานเชื่อมก่อนเอ่ยถามเสียงกระตือรือร้น

“พี่ไม้จะช่วยยังไงจ๊ะ”

“ถ้าน้องศรีของจืดไว้ใจพี่ คืนนี้พี่จะเป็นคนพาเธอไปดูลิเกเอง ส่วนจืดก็อยู่รับหน้าลุงผู้ใหญ่ อย่าให้ใครจับได้ว่าเธอไม่อยู่ในห้องนอน” อานนท์เสนอแผนการ

“ไม่ดีมั้งพี่ ถ้าถูกจับได้เราทุกคนจะพลอยซวยกันไปหมด ลุงศลจะต้องไม่เอาพี่ไว้แน่” จืดทำตาโตรีบส่ายหน้าร้องปฏิเสธ

“ก็อย่าให้ถูกจับได้สิ” อานนท์ตอบง่าย ๆ พร้อมกับบอกแผนการที่คิดไว้กับจืด

“คืนนี้จืดเข้าไปนอนกับน้องศรี ลงกลอนประตูให้ดีและให้นายของจืดปีนลงมาทางหน้าต่าง พี่จะรอรับอยู่ข้างล่างพอขากลับพี่จะส่งเธอกลับขึ้นไปทางเดิม”

“หน้าต่างสูงขนาดนั้น ขืนกระโดดลงมาได้ขาหักตายกันพอดี” จืดประท้วงอย่างไม่เห็นด้วย

“ก็ไม่ต้องกระโดดสิ เดี๋ยวพี่จะแอบเอาบันไดไม้ไผ่ไปพาดแล้วรอรับอยู่ข้างล่างเอง” อานนท์แนะนำ

“แต่พี่ต้องระวังอย่าให้ไอ้พี่แอ๊ะกับนังเนื้ออ่อนเห็นนะ อ้อ ยายอวบด้วย ไม่อย่างนั้นเราคอขาดพร้อมกันแน่” จืดกำชับ

“อื้ม...พี่จะระวัง” อานนท์ยกยิ้มมุมปากพลางเอ่ยรับปากหนักแน่น 

 

คุ้งเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
มารศรีแม่สาวฝีปากกล้าที่แอบมีใจให้กับวิชาญ พระเอกลิเกรูปหล่อขวัญใจพี่ยกน้องยกทั่วราชอาณาจักร แต่กลับไม่ใยดีในความสวยของหล่อน เมื่อคณะลิเกที่วิชาญเป็นพระเอกเข้าไปเปิดวิกเล่นในเมืองหลวง มารศรีจึงลงทุนหนีพ่อแม่ตามไปดูการแสดงของขวัญใจสุดหล่อ แต่โชคชะตาและพรหมลิขิตชักพาให้หล่อนไปพบเรื่องราววุ่น ๆ คดีฆาตกรรมอำพรางหลังม่านการแสดง การตายของหลานชายเจ้าของคณะลิเกทำให้หล่อนได้พบกับอานนท์ นายตำรวจหุ่นล่ำที่แฝงตัวเข้าอยู่ในบ้านของหล่อนเพื่อตามสืบคดีดังกล่าว เมื่อพระพรหมเล่นกลให้เธอต้องใกล้ชิดกับชายที่ไม่ได้หมายปอง มารศรีจะหวั่นไหวเผลอใจให้นายตำรวจหนุ่มอีท่าไหน ต้องไปติดตาม

1 ความคิดเห็น