คุ้งเสน่หา

ตอนที่ 11 : ๔ เข้าตามตรอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61

“เฮ้ยหยุด!!

อานนท์ชะงักเท้ายกค้างไว้ในท่าเตรียมต่อสู้ วางลงพร้อมกับเอี้ยวตัวกลับไปสบสายตานายจ้าง ไม่คิดว่าจังหวะนั้นคนเสียเปรียบที่นอนคุดคู้อยู่บนพื้นกระดานฉวยโอกาสลุกขึ้นเอาคืนเขาอย่างเครียดแค้น ไม้พายถูกคว้าขึ้นกระชับมืออีกครั้ง

“พี่ชายระวัง!” จืดตะโกนเตือนเทพบุตรในฝันของตนสุดเสียง

เสียงตะโกนของคนบนเรือทำให้อานนท์สามารถหลบได้อย่างหวุดหวิดไม้พายในมือนายศรจึงพลาดเป้าหวดโดนเสาเต็มเหนี่ยว แรงปะทะทำให้พายหักเป็นสองท่อนขณะที่คนฉวยโอกาสอย่างนายศรเสียงจังหวะการทรงตัวอานนท์จึงสงเคราะห์ด้วยการยกเท้ายันก้นฝ่ายนั้นจนหัวทิ่มตกลงไปในคลองอีกครั้ง

จืดรีบพายเรือเทียบท่าพร้อมกับผูกเรือไว้ก่อนจะขึ้นไปยืนสังเกตการณ์เรื่องที่เกิดระหว่างเทพบุตรสุดกับเพื่อนคนงานของเขา หล่อนอยากจะรู้ว่านายจ้างของทั้งสองจะทำประการใดกับเรื่องที่เกิด

“มึงขัดคำสั่งกูไอ้ไม้ กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่ามีเรื่องกับไอ้ศรมันอีกถ้ามึงยังอยากทำงานกับกู” นายจ้างเอ่ยเสียงเข้ม จ้องมองคนงานใหม่ตาขุ่น

“แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องนายศร มันเป็นอุบัติเหตุ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ไม่จริง!...” นายศรซึ่งยืนตัวเปียกปอนร้องขัดขึ้นอย่างขึงโกรธ “มันจงใจจะชนฉัน ทำให้ฉันตกคลอง”

“มึงสองคนไม่ต้องเถียงกัน ไม่ว่าเรื่องวันนี้จะเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ กูก็มั่นใจแล้วว่ามึงสองคนไม่มีวันทำงานร่วมกันได้เพราะฉะนั้น กูไล่มึงออกไอ้ไม้” นายจ้างกล่าวสรุปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงเอาจริงเอาจัง

“อ้าวน้า...อย่างนั้นก็ไม่ยุติธรรมนะสิจ๊ะ พี่รูปหล่อเขาไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องสักหน่อย เขายืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุทำไมถึงกับต้องไล่เขาออกเลยละจ๊ะ” จืดเอ่ยแทรกขึ้นอย่างเข้าข้างหนุ่มรูปงามโดยลืมนึกไปทีเดียวว่าตนเป็นคนนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย

“แล้วมันกงการอะไรของเอ็งวะอีหนู ข้าจะตัดสินใจยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของข้าในเมื่อข้าเป็นนายจ้างแล้วไอ้สองคนนี้มันก็เป็นลูกจ้างของข้า เอ็งไม่ต้องมาแส่”

“ก็ฉันไม่ชอบเห็นอะไรที่มันไม่ยุติธรรมนี่จ๊ะ พี่รูปหล่อเขาไม่ได้ตั้งใจแล้วทำไมน้าต้องเอาเรื่องเขาถึงขั้นไล่ออกด้วยละ” จืดโวยวายโต้เถียง

“นั่นสิน้า อย่าให้ถึงกับไล่ไอ้ไม้มันออกเลยนะ งานเรามันต้องการคนนะจ๊ะน้า” นายก้อนช่วยพูดสนับสนุนประโยคของจืดเป็นการเตือนสตินายจ้างอีกแรง

“เอ็งไม่ต้องมาห้ามข้าไอ้ก้อน” คนเป็นนายจ้างหันมาเอ่ยเสียงแข็งใส่ลูกน้อง “แล้วเอ็งก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องคนงานเพราะข้าขอยืมคนของโรงสีเถ้าแก่กิมเส็งเขาได้ ดีกว่าต้องมาร้อนใจเพราะเรื่องเบาะแว้งของไอ้สองตัวนี่ไม่เลิกรา”

“แต่คราวนี้ไอ้ไม้มันไม่ได้ผิดนะจ๊ะน้า ไล่มันออกแบบนี้แล้วมันจะไปทำมาหากินอะไร ยังไงก็รอให้ถึงบางกอกก่อนแล้วค่อยให้มันออกไม่ได้หรือจ๊ะ” นายก้อนพยายามช่วยหว่านล้อม

“อ้าวไอ้ก้อน เอ็งพูดแบบนี้ก็หมายความว่าไอ้ไม้มันไม่ผิดแต่เป็นข้าที่ผิดเพราะเอาเรื่องมันอย่างนั้นเหรอวะ” นายศรโวยวายใส่เพื่อนอย่างมีโทสะ

“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” นายก้อนพยายามตัดบทเพราะไม่อยากมีเรื่องกับนายศรอีกคน

“เอาล่ะ ๆ เอ็งไม่ต้องเถียงกัน ข้าตัดสินใจแล้ว ในเมื่อไอ้ไม้มันเข้ามาทำงานกับข้าทีหลังไอ้ศร แต่มันสองคนเข้ากันไม่ได้ คอยแต่จะมีปัญหากันไม่จบไม่สิ้นข้าก็จำเป็นต้องเลือกคนเก่าคนแก่อย่างไอ้ศรมันไว้ก่อน” นายจ้างสรุปง่าย ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกไอ้ก้อน ข้าขอบใจเอ็งมากที่พยายามจะช่วยขอร้องน้าให้ แต่ในเมื่อน้าเขาตัดสินใจไปแล้วก็ช่างเถอะ ข้าเอาตัวรอดได้เอ็งไม่ต้องห่วง” อานนท์เอ่ย

“เอ็งเอาค่าแรงของเอ็งไป” นายจ้างยื่นเงินจำนวนหนึ่งส่งให้นายไม้ก่อนจะหันไปสั่งนายก้อนกับนายศร “ส่วนเอ็งสองคนไปลงเรือได้แล้ว ข้าจะรีบไปบ้านแพนต่อ”

“โชคดีนะไอ้ไม้ กลับไปบางกอกเมื่อไหร่ก็อย่าลืมแวะไปหาข้าล่ะ” นายก้อนตบบ่าเพื่อนเบา ๆ

“ขอบใจเอ็งมาก แล้วข้าจะแวะไปหา” อานนท์พยักหน้า

“ข้าไปล่ะ แล้วเจอกันที่บางกอกเพื่อน” นายก้อนกล่าวลาก่อนจะก้าวเดินตามนายจ้างและนายศรที่ส่งสายตาเหยียดมองอานนท์อย่างสะใจอยู่ตรงหัวเรือ

อานนท์ยืนมองเรือกระแชงบรรทุกข้าวสารเกือบเต็มลำค่อย ๆ แล่นออกจากท่าเรือไปตามลำคลองลาดชะโดด้วยสายตาว่างเปล่าเพียงครู่เดียวก่อนจะขยับตัวเตรียมเดินกลับเข้าตลาดถ้าไม่ติดเสียงร้องเรียกของหญิงสาวรั้งไว้

“เดี๋ยวจ้ะพี่ชาย”

จืดกุลีกุจอเข้ามายืนใกล้หนุ่มในฝันพลางทอดสายตาเชื่อมมองอีกฝ่ายตาวาวมองต้นแขนล่ำแน่นเป็นมัด ๆ ของคนตรงหน้าแล้วอยากจะเอื้อมมือหยาบกร้านของตนเข้าไปลูบไล้แต่จำต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวานเพราะขืนหล่อนทำตามใจเช่นนั้นหนุ่มในฝันของหล่อนคงขวัญกระเจิงไปเสียก่อน

อานนท์ชะงักเท้าที่ก้าวเดินไปตามสะพานไม้ที่เชื่อมต่อจากท่าน้ำไปยังตลาดลาดชะโดและหมุนตัวหันมาเผชิญหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเป็นคำถามโดยไม่ปริปากเอ่ยใด ๆเนื่องจากปกติแล้วอานนท์นั้นก็ไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุยอยู่แล้ว ใบหน้าของเขาจึงติดจะเคร่งขรึมดูเย็นชา

“คือฉันเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่โดยตลอด ฉันเห็นใจพี่ชายที่อยู่ ๆ ก็มาถูกไล่ออกจากงานอย่างไม่ยุติธรรม ฉันก็เลยอยากจะช่วยพี่ชายจ้ะ” จืดเอ่ยรัวเร็ว

“ช่วย...เอ็งจะช่วยข้ายังไง จะจ้างข้าทำงานอย่างนั้นรึ” อานนท์ยกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองใบหน้าของหล่อนอย่างพิจารณาและเอ่ยถามขึ้นอย่างกังขา

“โอ๊ย...ฉันเองก็เป็นลูกจ้างเขาเหมือนกัน แต่ฉันสามารถฝากงานให้พี่ชายทำกับนายจ้างของฉันได้นะจ๊ะ” จืดเอ่ยเสียงแหลมอธิบายต่อรัวเร็วราวกับกลัวอีกฝ่ายจะไม่เชื่อถือคำพูดของตน“เจ้านายของฉันเขาใจดี ถ้าพี่ยังไม่มีที่ไปก็ไปอยู่ช่วยงานนายของฉันไหมล่ะ”

“แต่เอ็งกับข้าเพิ่งรู้จักกันวันนี้แล้วแบบนี้เจ้านายเอ็งจะยอมรับข้าเข้าไปทำงานที่บ้านเขารึ” อานนท์ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด

“ฉันจะบอกลุงผู้ใหญ่ว่าพี่เป็นเพื่อนบ้านกับน้าสำอาง น้าสาวของฉันที่อยู่บางกอก รับรองเจ้านายของฉันจะต้องรับพี่ไว้ช่วยงานแน่ ๆ จ้ะ” จืดเอ่ยเสียงระรื่น ทำตาวาวมองใบหน้าเข้มรอคำตอบจากอีกฝ่ายอย่างมีความหวัง

“ลุงผู้ใหญ่...หมายความว่านายจ้างของน้องสาวเป็นผู้ใหญ่บ้านอย่างนั้นเหรอ?

อานนท์สนใจเมื่อได้ยินสรรพนามที่หล่อนเรียกนายจ้างนึกถึงคำพูดของบิดาที่เคยเล่าให้เขาฟังว่ามีเพื่อนสนิทคนหนึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนึ่งในอำเภอจักราช ที่สำคัญบุตรสาวของเพื่อนบิดาคนนี้ยังชอบดูลิเกเป็นชีวิตจิตใจซึ่งหากบังเอิญลุงผู้ใหญ่ของจืดเป็นคน ๆ เดียวกับเพื่อนสนิทของบิดาละก็ มันอาจจะเป็นประโยชน์เอื้อให้การทำงานของเขาง่ายขึ้นก็เป็นได้

นึกได้ดังนั้นอานนท์ก็วาดภาพหญิงสาวที่ชื่อมารศรีอยู่ในใจ อยากรู้นักว่าหล่อนเป็นผู้หญิงแบบไหนถึงทำให้มารดาของเขาเอ็นดูและหมายตาอยากได้มาเป็นสะใภ้นัก

“อดีตจ้ะ...ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้วแต่เขาก็เรียกผู้ใหญ่กุศลกันติดปากทุกคนแหละจ้ะ” จืดอธิบาย

“ผู้ใหญ่กุศล...” ดวงตาของอานนท์เป็นประกายเมื่อได้ยินชื่อคุ้นหูซึ่งเขาได้ยินบิดาพูดถึงอยู่บ่อย ๆ

“ใช่จ้ะ เจ้านายของฉันเป็นคนดังของลาดชะโดเราทีเดียวนะ จะไปไหนมาไหนแถวนี้ไม่มีใครหรอกที่ไม่รู้จักลุงศลน่ะ” จืดคุยอวดอย่างภาคภูมิใจ

“แล้วน้องสาวแน่ใจนะว่าจะช่วยพูดกับผู้ใหญ่กุศลขอให้รับพี่เข้าทำงานได้จริง ๆ”อานนท์ตัดสินใจรับข้อเสนอของหญิงสาวหลังพิจารณาถึงประโยชน์สำหรับงานตนแล้วอย่างถ้วนถี่

“อื้ม...แน่ใจสิ พี่ไม้เชื่อฝีปากนังจืดเถอะ รับรองลุงศลต้องรับพี่ไว้ช่วยทำงานแน่ ๆ” จืดยืนยันอย่างมั่นใจ

“ถ้าอย่างนั้น ความหวังของพี่ก็ฝากไว้ที่จืดแล้วละ” อานนท์เปิดยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากและในดวงตา

“หมายความว่าพี่ไม้ตกลงจะไปอยู่กับจืด เอ๊ย...ไปทำงานกับเจ้านายของจืดแล้วใช่ไหมจ๊ะ” จืดร้องเสียงแหลมด้วยความตื่นเต้น

“อื้ม...ถ้าเจ้านายของจืดยอมรับพี่ไว้ช่วยงานของเขานะ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยตอบ

“นังจืดรับรองว่าลุงศลจะต้องรับพี่ไม้ไว้ช่วยงานแน่จ้ะ เชื่อเถอะพี่ว่างานนี้สบายบื๋อ” จืดเอ่ยอย่างยินดีเมื่อชายหนุ่มรับปาก ตาของหล่อนเป็นประกายระยับ ริมฝีปากเปิดยิ้มกว้างโชว์ไรฟันขาวตัดกับสีผิว

“พี่ไม้ตามฉันมาเลย เดี๋ยวฉันจะพาพี่ไปแนะนำกับป้าผ่องก่อน แกเป็นเมียของลุงศล เปิดร้านทำผมอยู่ในตลาดนี่แหละจ้ะ”

จืดพยักพเยิดไปทางตลาดพร้อมกับออกก้าวเดินนำหน้าหนุ่มในฝันเดินเข้าไปในตลาดที่กำลังครึกครื้นไปด้วยผู้คนซึ่งล้วนออกมาจับจ่ายหาซื้อสินค้ากันอย่างคับคลั่ง ผ่านร้านขายอุปกรณ์การประมงที่ตั้งอยู่ติดริมคลอง 

 

คุ้งเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
มารศรีแม่สาวฝีปากกล้าที่แอบมีใจให้กับวิชาญ พระเอกลิเกรูปหล่อขวัญใจพี่ยกน้องยกทั่วราชอาณาจักร แต่กลับไม่ใยดีในความสวยของหล่อน เมื่อคณะลิเกที่วิชาญเป็นพระเอกเข้าไปเปิดวิกเล่นในเมืองหลวง มารศรีจึงลงทุนหนีพ่อแม่ตามไปดูการแสดงของขวัญใจสุดหล่อ แต่โชคชะตาและพรหมลิขิตชักพาให้หล่อนไปพบเรื่องราววุ่น ๆ คดีฆาตกรรมอำพรางหลังม่านการแสดง การตายของหลานชายเจ้าของคณะลิเกทำให้หล่อนได้พบกับอานนท์ นายตำรวจหุ่นล่ำที่แฝงตัวเข้าอยู่ในบ้านของหล่อนเพื่อตามสืบคดีดังกล่าว เมื่อพระพรหมเล่นกลให้เธอต้องใกล้ชิดกับชายที่ไม่ได้หมายปอง มารศรีจะหวั่นไหวเผลอใจให้นายตำรวจหนุ่มอีท่าไหน ต้องไปติดตาม

1 ความคิดเห็น