คุ้งเสน่หา

ตอนที่ 1 : #๑ ผู้หญิงร้ายร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ก.ย. 61


หญิงสาวรูปร่างผอมแกร็น ผิวกายคล้ำหยาบ นั่งอยู่บนท้ายเรือและกำลังพายเรือหัวแหลมขนาดเล็ก ซึ่งชาวท้องถิ่นเรียกว่า “เรือเข็ม” ออกห่างบันไดท่าน้ำด้านหน้าตลาดลาดชะโด ใคร ๆ ก็เรียกหล่อนว่า นังจืด เป็นคนสนิทของมารศรี สาวสวยวัยยี่สิบ ซึ่งนั่งเสงี่ยมอยู่บนหัวเรือ จืดพายเรือล่องไปตามลำคลองขุดที่แยกมาจากแม่น้ำน้อย ซึ่งไหลผ่านบ้านเรือนสองฝากฝั่งชุมชนริมน้ำรวมถึงชุมชนเรือนแพที่ปลูกลอยเหนือผิวน้ำตลอดแนว


มารศรีเป็นบุตรสาวคนเดียวของนางผ่องแผ้ว ผลบุญ กับนายกุศล ผลบุญ ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านตำบลจักราช หล่อนได้รับฉายาว่า ดอกบัวแย้มกลีบแห่งคุ้งลาดชะโดเพราะเสมือนบัวเพิ่งบานชูเกสรล้อแมลงเพศผู้


อาจเพราะธรรมชาติลำเอียงจึงได้เสกสรรความงามให้กับหญิงสาวเสียจนล้นเหลือ หล่อนมีรูปร่างสูงเพรียวบาง ประกอบกับผิวขาวเหลืองละเอียดราวถูกปั้นจากขี้ผึ้งเนื้อดี ดวงหน้าหวาน นัยน์ตาดำขลับตัดกับใบหน้าอ่อนเยาว์ กลีบปากสีชมพูสดหยักเป็นรูปกระจับ งามไม่เป็นสองรองสาวใด


ความสวยของหล่อนดึงสายตาเหล่าภมรให้มาสนใจ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องประทินผิวเข้าช่วย สัดส่วนสะโอดสะองไม่แพ้สาวงามจากเวทีประกวดใด ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ามารศรีจะหลงรูปโฉมของตนถึงขนาดมั่นใจว่าทั่วคุ้งน้ำแห่งนี้ไม่มีใครงามสู้หล่อนได้


ความสวยราวนางอัปสรของมารศรีน่าจะทำให้หล่อนเป็นสาวเนื้อหอมดึงดูดความสนใจเพศตรงข้าม มากกว่าจะทำให้หล่อนเป็นสาวช้ำรักโดนชายหนุ่มที่หมายปองหักอกบ่อย ๆ อย่างที่เป็นอยู่ หากไม่ใช่เพราะบุคลิกก๋ากั่นกว่าสาววัยเดียวกันประกอบกับฝีปากของหล่อนร้ายกาจจนใคร ๆ พากันขยาด ไม่กล้าโต้คารมด้วยนัก


“แดดอ่อนพอดี ก่อนกลับบ้านเราแวะเก็บโสนไปลวกจิ้มน้ำพริกกินกันดีกว่าเนอะพี่จืด” มารศรีเอ่ยทำลายความเงียบ


จืดพยักหน้าพลางใช้ไม้พายพุ้ยน้ำนำเรือเข้าฝั่ง ซึ่งมีต้นโสนเรียงราย ดอกโสนสีเหลืองเป็นพวงเต็มต้นตัดกับสีเสื้อผ้าของสองสาวอย่างน่ามอง


“เด็ดสายบัวกับผักบุ้งไปด้วยนะน้องศรี พอถึงบ้านค่อยใช้ไอ้พี่แอ๊ะไปหาปลามาทำแกล้มน้ำพริกกัน” สาวร่างเล็กเอ่ยพลางพายเรือเป็นจังหวะเข้าหาตลิ่ง


            “ก็ดีนะ เดี๋ยวเก็บดอกโสนเสร็จเราแวะไปเก็บมะดันตรงท่าน้ำบ้านยายปริกด้วยดีกว่าพี่จืด เห็นแม่บ่นอยากกินน้ำพริกมะดันมาตั้งแต่เมื่อวาน เราตำน้ำพริกทอดปลาเตรียมไว้แม่กลับจากตลาดจะได้กินกัน”


            จืดพาเรือเข้าไปใกล้ยอดโสนและวางไม้พายข้างตัวพลางเอื้อมเด็ดดอกโสนแล้วกล่าวอย่างชวนสนทนา “ยอดอ่อน ๆ น่ากินทั้งนั้นเลยเนอะน้องศรี เอาไปฉาบน้ำมันกินแกล้มปลากับน้ำพริกอร่อยเสด็จทีเดียวล่ะ”


            “ของโปรดแม่ทั้งโสนฉาบน้ำมันและสายบัวลวกกะทิเลยแหละ”


มารศรีเอ่ยขณะทอดสายตามองสาวรุ่นพี่ดึงบัวสายมาใส่ไว้ในท้องเรือเสร็จแล้วพายเรือเลาะไปตามตลิ่งเข้าหาท่าน้ำหน้าบ้านยายปริกเพื่อเก็บมะดันที่กำลังออกลูกดก


            “อ้าว...นังศรี”


เสียงตะโกนของคนบนท่าน้ำทำให้มารศรีเงยหน้ามองขึ้นไปตามทิศทางของเสียงร้องทัก


“เอ็งไม่ได้ไปบางกอกกับพวกนังชมมันหรอกรึ ข้านึกว่าป่านนี้เอ็งคงหนีพ่อกุศลไปดูไอ้วิชาญมันแสดงที่บางกอกแล้วเสียอีก”


            “อะไรนะจ๊ะป้าชื่น นี่นังชมมันไปดูลิเกถึงบางกอกเลยรึ” มารศรีทำตาโตขณะตะโกนถามชวนชื่นอย่างสนใจ


            “เออ ว่าแต่มันไม่ชวนเอ็งไปด้วยหรอกรึ ทุกทีข้าเห็นมันจะไปดูลิเกแต่ละที ต้องแวะไปชวนเอ็งด้วยนี่หว่า” บุตรสาวยายปริกซึ่งเป็นมารดาของชวนชมตะโกนถาม


            จืดหยิบไม้พายหย่อนลงน้ำ พายเรือแล่นเข้าหาท่าน้ำบ้านยายปริกเพื่ออำนวยความสะดวกในการสนทนาของมารศรีกับนางชวนชื่น


            “นั่นสิจ๊ะ ปกตินังชมมันจะต้องไปชวนฉันทุกครั้ง ทำไมครั้งนี้มันไม่เห็นบอกข่าวอะไรฉันเลย นี่ถ้าฉันรู้ว่ามันไปฉันกับพี่จืดต้องไปกับมันด้วยแน่ ๆ”  มารศรีบ่นอุบอิบและทำหน้าง้ำ หมดความสนใจผลมะดันที่ตั้งใจมาเก็บไปโดยปริยาย


            “เออแปลก...ทำไมมันไม่ไปชวนเอ็ง ทั้งที่คราวนี้มันบอกข้าว่าจะไปพร้อมกับพวกในคณะลิเกเขาเลยทีเดียว เห็นว่าไปเรือลำเดียวกับพวกพระเอกนางเอกของคณะเขานี่นะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ย


            “อะไรนะจ๊ะป้า! ไปเรือลำเดียวกับพี่วิชาญเลยเหรอ” มารศรีอุทานขึ้นอย่างเสียดายโอกาส


            “ใช่” ชวนชื่นพยักหน้าแล้วเอ่ยต่อ “เห็นว่าเพื่อนมันที่เป็นนางเอกลิเกเป็นคนมาชวน”


            คำตอบที่ได้ยินทำให้จืดรีบชะโงกเข้าไปกระซิบกระซาบกับมารศรี “อีนังดอกเอื้องต้องเป็นตัวการแน่เชียวน้องศรี มันคงเป็นคนห้ามไม่ให้นังชมมาบอกเราแน่ ๆ”


            “ฮึ...อีนังนี่มันร้ายนัก มันคิดจะกันท่าไม่ให้ฉันตามไปดูพี่วิชาญละสิ” มารศรีสะบัดเสียงตอบสาวรุ่นพี่แผ่วเบาก่อนเม้มปากอย่างขัดใจ


            “แต่เขาไปแสดงไกลถึงบางกอกนู่น พ่อเอ็งจะให้ไปหรือวะ” สาวใหญ่เอื้อนถามอย่างคนรู้จักนิสัยผู้ใหญ่กุศลดี


            “ก็จริงจ้ะ...พ่อคงไม่ให้ฉันไปหรอก” มารศรีเอ่ยกระฟัดกระเฟียด


            “ก็นั่นล่ะสิ เอ็งก็อย่าไปโกรธนังชมกับเพื่อนมันเลยวะเพราะถึงอย่างไรเอ็งก็ไปไม่ได้อยู่ดี เอาไว้รอดูที่บ้านเราก็ได้ ปิดวิกที่บางกอกเสร็จ เขาก็มาเล่นที่บ้านเราอยู่แล้ว” ชวนชื่นเอ่ยปลอบ


            “ป้าไม่ต้องห่วง ฉันไม่โกรธนังชมมันหรอกจ้ะ” มารศรีตอบตามที่คิดเพราะคนที่หล่อนโกรธไม่ใช่ชวนชม แต่เป็นนางเอกลิเกนามว่าดอกเอื้องต่างหาก



*************************************


ฝากเป็นกำลังใจให้มารศรีกับพี่อานนท์ด้วยนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น