ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา

ตอนที่ 9 : 3.2 แค้นนั้นยังตราตรึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

เมฆินทร์ถอนหายใจแรงมองคนตัวเล็กที่หลับไปทั้งน้ำตาตาคมกวาดมองร่องรอยแดงเป็นจ้ำเพราะฝีมือตัวเอง สะดุดกับร่องรอยเปรอะเปื้อนบนผืนผ้าปูที่นอนซึ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว มือใหญ่เอื้อมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้เธอก่อนส่งปลายเท้าหยัดลงบนพื้น หยิบเสื้อผ้าตนเองที่ถูกโยนอยู่เกลื่อนพื้นห้องขึ้นสวมใส่ หางตาชำเรืองแลร่างระทวยหายใจสะอื้นทั้งที่หลับใหลอีกครั้งจากนั้นจึงก้าวมั่นคงผ่านประตูเชื่อมที่เมื่อชั่วโมงก่อนใช้เป็นทางผ่านพาเธอเข้ามา


“ป้าบัว อย่าเพิ่งไปกวนเขาล่ะ แต่ต้องดูเขาไว้อย่าให้ออกไปไหนได้ เข้าใจใช่ไหม” เสียงทุ้มกล่าวสั่งจริงจัง


“ค่ะ” คุณแม่บ้านผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดดีและอดรู้สึกสงสารครูสาวไม่ได้


“มนนี่ล่ะ” เขาเกือบลืมไปว่าที่ต้องรีบกลับมาบ้านเพราะบุตรสาวเป็นคนโทร.ตาม


“ดูทีวีอยู่บนห้องแล้วค่ะ” ป้าบัวตอบ


“อืม...”ดวงตาคมเหลือบมองประตูห้องชั้นล่างอีกครั้งก่อนจะก้าวผ่านบันไดขึ้นไปด้านบน


ประตูห้องนอนใหญ่ถูกดึงเปิดกว้าง ร่างหนาผ่านเข้าไปพร้อมดันบานไม้ปิดในขณะที่สมองอดครุ่นคิดถึงร่างหอมระรื่นผิวเนื้อเรียบเย็นของคนข้างล่างไม่ได้ เธอไร้เดียงสาและอ่อนเยาว์กว่าเขามากแต่เขากลับทำเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กแบบนี้แม้จะปัดว่าเธอสมควรได้รับเพราะเธอคือวิษณุพงศ์ แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้


เธอรนหาเรื่องเองเมฆินทร์ นายจะเก็บมาคิดมากทำไมในเมื่อเธอคือลูกสาวของศัตรู...


เขาพยายามปัดความรู้สึกผิดออกจากใจและตัดเรื่องของหญิงสาวออกไปจากห้วงแห่งความสำนึกผิด


เมฆินทร์จัดการกับความเรียบร้อยของตนเองเสร็จพอดีเมื่อเสียงเล็ก ๆ ออดอ้อนของบุตรสาวดังเข้ามาก่อนร่างเล็กนั้นจะผลักประตูเปิดเข้ามาตามเขาลงไปรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน อ้อมแขนกว้างโอบอุ้มร่างเล็กของบุตรสาวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนโยน ตาคมกวาดมองหาร่างบางควรนั่งอยู่อีกฝากของโต๊ะอาหารแล้วในเวลานี้แต่เมื่อมองหาไม่เห็น เสียงทุ้มกังวานจึงถามเอากับแม่บ้านร่างท้วมที่ดูแลเธอ


“น้ำรินล่ะ”


“ยังไม่ออกจากห้องเลยค่ะ” ป้าบัวเงยหน้าขึ้นตอบเจ้านาย


“แล้วป้าเข้าไปดูเขาหรือยัง” คิ้วเข้มขมวดมุ่น


“ก็คุณสั่งไม่ให้ดิฉันเข้าไปกวนคุณครูเธอนี่ค่ะ”


“แต่นี่มันได้เวลาอาหารแล้ว เอาล่ะ ๆ ป้าดูแลมนนี่แล้วกัน เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูเธอเอง”


“มนนี่ไปด้วยค่ะคุณพ่อ มนนี่เป็นคนทำให้คุณครูโดนคุณพ่อดุใช่ไหมคะ”


เขาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อสบตาบุตรสาวที่กำลังจ้องมองเขาแสดงความเสียใจ ลมหายใจร้อนถูกผ่อนออกช้า ๆ ฝ่ามือใหญ่เอื้อมลูบศีรษะเล็กของบุตรสาวเบา ๆ พร้อมกับอธิบายเสียงอ่อน


“ไม่เกี่ยวกับมนนี่หรอกลูก พ่อไม่ได้ดุคุณครูเพราะหนูสักหน่อย”


“แล้วคุณพ่อดุครูของมนนี่เรื่องอะไรคะ มนนี่เห็นคุณพ่อลากแขนคุณครูเข้าไปในห้องทำงานแรง ๆ แถมหน้ายังดุ๊ดุค่ะ” เด็กหญิงถามเสียงไม่มั่นใจ


“คุณครูของมนนี่ดื้อมาก เดินออกไปไกล ๆ คนเดียว คุณพ่อเป็นห่วงเลยต้องดุกันนิดหน่อย”


“ครูน้ำไม่มีรถใช้เหรอคะ ถึงต้องเดิน ทำไมไม่ให้คนของเราไปส่งล่ะคะ” เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยถามอย่างไม่เข้าใจ


“พ่อว่าเราค่อยคุยกันดีกว่านะคะ ตอนนี้มนนี่ทานข้าวได้แล้วเดี๋ยวพ่อจะเข้าไปดูครูก่อน มนนี่ไม่ต้องเข้าไปด้วยหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณครูก็ออกมาทานข้าวกับหนูแล้วล่ะ”

 

ร่างเล็กที่นอนระทวยอยู่บนเตียงกว้างดูบอบบางอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนา ดูเหมือนเธอจะยังไม่ขยับตัวลุกไปไหนเลยตั้งแต่เขาจากไป ดวงตาสวยหลับพริ้มยังเปียกชื้นเคล้าคลอเสียงสะอื้นเบา ๆ ขณะขยับตัวกระสับกระส่าย เขาทรุดกายลงบนเตียงเอื้อมมือแตะเบาบนหน้าผากโหนกนูนวัดความร้อนที่เพียงหลังมือสัมผัสก็รู้สึกได้ถึงกระไอร้อนจากร่างเล็ก


“บอบบางจริงนะน้ำริน ถึงกลับเป็นไข้เลยหรือนี่”


ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกนำไปชุบน้ำบิดและนำกลับมาเช็ดใบหน้านวลไล่ลงตามลำคอระหงเลยจนถึงลาดไหล่ขาว ตาคมกวาดมองรอยช้ำจ้ำแดงตามเรือนร่างเพรียวอย่างรู้สึกผิด ไม่คิดว่าเธอจะบอบบางขนาดนี้ ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงออกเพื่อความสะดวกในการเช็ดตัว หากเธอปกติคงไม่มีวันยอมโดยดีแบบนี้แน่ ผ้าขนหนูชุบน้ำถูกเช็ดไปทั่วร่างเป็นการคลายความร้อนช่วยให้เธอลดอาการทุรนทุราย จากนั้นร่างสูงจึงก้าวโหย่งไปหยิบเสื้อผ้าเนื้อเบาของเธอมาสวมให้จนเรียบร้อย


“ป้าบัว ช่วยเอายาลดไข้เข้ามาให้ผมที” เขาเปิดประตูออกมาร้องเรียกแม่บ้านที่เห็นด้านหลังไว ๆจากนั้นก็เดินมาทรุดตัวนั่งลงบนเตียงใหญ่เมียงมองเธอนิ่งด้วยความครุ่นคิด


กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง...เสียงหวีดดังจากมุมห้องทำให้มือใหญ่ชะงักจากการเอื้อมหยิบผ้าขนหนูที่เตรียมจะนำมาเช็ดตัวให้เธออีกครั้งเดินตรงไปรับสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มุมห้องก่อน เสียงทุ้มของเพื่อนรักที่ดังมาตามสายทำให้คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเหนือดั้งจมูกโด่ง


“มีอะไรวะไอ้ก้องถึงโทร.เข้าเครื่องนี้” เขาถามอย่างแปลกใจ


“แล้วโทรศัพท์มือถือแกไปไหนละวะเพื่อน กันโทร.เป็นสิบรอบแต่แกไม่รับสายกันสักสายน่ะ” น้ำเสียงเหมือนระอาดังผ่านสายโทรศัพท์กลับมา


“...แกมีอะไรกับฉันวะถึงโทร.ตามขนาดนั้น”คิ้วมุ่นคลายออกเมื่อนึกออกว่าโทรศัพท์ของตนถูกวางไว้ในรถคันหรูหลังวางสายจากลูกสาวก่อนจะเกิดเหตุที่ทำให้วิษณุพงศ์คนสุดท้องกลายเป็นผู้หญิงของเขาอย่างสมบูรณ์


“ฉันจะบอกแกว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปรับน้ำรินออกไปธุระด้วยกันสักครู่ นายคงไม่ว่าอะไร”


“ไม่ได้!” เสียงกร้าวตอบโต้ทันควัน ทำไมเขาต้องยอมให้เธอออกไประรื่นกับผู้ชายอื่น


“อะไรวะ ไม่ได้ พรุ่งนี้วันอาทิตย์นะโว้ย น้ำรินมีสิทธิ์ไปไหนมาไหนได้ ถึงเขาจะเป็นลูกจ้างแกก็เถอะ” เสียงก้องภพตวาดถามดังมาตามสาย


“ฉันมีปัญญาจ่ายโอทีให้เธอหรอก แกไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ธารารินต้องตามไปดูแลมนนี่เพราะฉันจะพาลูกไปเที่ยว” เขาตอบเสียงเรียบ


“ให้ป้าบัวไปสิวะ เดี๋ยวใคร ๆ ก็เข้าใจผิดคิดว่าคุณน้ำของฉันไม่โสดสิถ้าไปกับพ่อลูกอ่อนอย่างแก”


“เรื่องของเธอสิ ใครจะเข้าใจผิดเข้าใจถูกมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องใส่ใจ เพราะเธอเสนอตัวเข้ามาดูแลมนนี่ในฐานะครูพี่เลี้ยง เธอก็ต้องดูแลลูกฉันอย่างดี”


“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปด้วย”


“ก็ตามใจแกสิ อยากจะไปก็ไป”เมฆินทร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับตัดสายเพื่อนหนุ่มพอดีกับเสียงเคาะประตูดังเบา ๆ


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“ยาค่ะคุณ” ป้าบัวส่งยาให้เจ้านายพร้อมเหลือบตาข้ามไหล่กว้างมองร่างที่นอนระทวยอยู่กลางเตียงด้วยความเป็นห่วง


“มนนี่ทานข้าวเรียบร้อยใช่ไหม”


“ค่ะ แล้วคุณเมฆล่ะคะ จะรับประทานเลยหรือเปล่า ดิฉันจะได้สั่งให้เด็กอุ่นขึ้นโต๊ะเสียใหม่”


“ไม่ต้อง เดี๋ยวป้าไปจัดกระเป๋าให้ผมกับมนนี่ด้วยแล้วกัน ผมจะพาลูกไปเที่ยวสักสามสี่วัน”


“ค่ะ” ป้าบัวกำลังจะหมุนตัวกลับ


“จัดเรียบร้อยแล้วป้าเรียกไอ้ชัยให้มันยกไปใส่ท้ายรถเลยแล้วให้มันมายกกระเป๋าครูน้ำไปใส่รถด้วย”


“ครูน้ำไปด้วยเหรอคะ” ป้าบัวหันมากระพริบตามองนายหนุ่มสลับกับครูสาวด้วยความประหลาดใจ


“ใช่ มีอะไรหรือเปล่า”


“ปะ...เปล่าค่ะ ดิฉันแค่เห็นว่าครูน้ำเธอยังป่วยกลัวจะไปเป็นภาระของคุณเมฆซะเปล่า ๆ ทิ้งเธอไว้ให้ดิฉันดูแลจะไม่ดีกว่าหรือคะ”


“ไม่ต้อง ป้าไปทำตามที่ผมบอกก็แล้วกัน” เขากล่าวเสียงดุ


“ค่ะค่ะ” ป้าบัวรีบรับคำพร้อมกับเดินจากไปรวดเร็ว


เมฆินทร์ระบายลมหายใจออกเบา ๆ หลังแม่บ้านดึงประตูปิดตามหลัง เขาก้าวช้า ๆ มาหยุดยืนไม่ห่างจากร่างเล็กที่นอนระทวยอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ดวงตาคมกวาดมองพิจารณาเธออย่างละเอียดอีกครั้ง ใบหน้านวลเปื้อนคราบน้ำตาคล้ายมนต์มณียามงอแงสะอื้นไห้ ขนตาเป็นแพเปียกชุ่มดูน่าสงสาร ผมยาวสลวยล้อมกรอบใบหน้าเรียวเป็นแพสยายไปตามหมอน ยิ่งพิศเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดจนต้องถอนหายใจทิ้งอีกครั้งก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาเช็ดตัวให้เธออย่างอ่อนโยน

Thumbnail Seller Link
ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
ธารารินกลับเข้ามาในชีวิตของเมฆินทร์เพราะต้องการคำว่าอภัยแต่สำหรับผู้ถูกกระทำเช่นเมฆินทร์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยกโทษให้ครอบครัวของหญิงสาวและเมื่อเ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น