ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา

ตอนที่ 6 : 2.2 ศัตรูหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

Thumbnail Seller Link
ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
ธารารินกลับเข้ามาในชีวิตของเมฆินทร์เพราะต้องการคำว่าอภัยแต่สำหรับผู้ถูกกระทำเช่นเมฆินทร์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยกโทษให้ครอบครัวของหญิงสาวและเมื่อเ...
Get it now

     ยังไม่ทันที่ธารารินจะได้ตอบโต้ ก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านทำให้คิ้วเข้มขมวดเหลือบตามองนาฬิกาข้างผนังห้องในขณะที่ป้าบัวรีบพาร่างอวบอัดเดินผ่านหน้าเจ้านายหนุ่มออกไปทันทีที่ได้ยินเสียงรถแต่ไม่ทันร่างกลมกลึงที่เดินผ่านประตูใหญ่เข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงทักทายเจ้านายหนุ่มของป้าบัว


     “เมฆขา คิดถึงจังเลย” แขนเรียวคล้องกับต้นแขนกำยำพร้อมส่งตาหวานฉ่ำกับรอยยิ้มเปิดกว้าง


     “มีอะไรหรือเปล่าพิมพ์ถึงมาหาผมถึงบ้านได้” เขาถามเสียงอ่อนใจ


     “ป๋าให้พิมพ์มาเชิญเมฆไปทานข้าวเย็นที่บ้านค่ะ” พิมพ์พจีส่งยิ้มประจบก่อนดวงตาแต่งเข้มจะหันมาเห็นร่างเล็กเพรียวระหงของธาราริน


     “เอ๊ะ...ใครค่ะเมฆ” พิมพ์พจีขมวดคิ้วนิ่วหน้ามองหญิงสาวหน้าหวานอย่างไม่ชอบใจ


     “ครูของมนนี่” เขาตอบเรียบ ๆ


     “แล้วนี่เมฆให้เธอพักห้องนี้เหรอคะ” พิมพ์พจีเม้มริมฝีปาก


     “ใช่” เขาตอบสั้น ๆ


     “แต่ห้องนี้เป็นห้องของเมฆไม่ใช่เหรอคะ” เธอทำแสดงสีหน้าไม่พอใจ


     “เอาเป็นว่าผมตัดสินใจเองได้ว่าจะให้ใครอยู่ที่ไหนในบ้านของผม หวังว่าคุณคงเข้าใจ”


     “แหมเมฆอ่ะ ก็ได้ค่ะ แต่เรื่องไปทานข้าวกับป๋าเมฆห้ามปฏิเสธนะคะ ไม่อย่างนั้นพิมพ์ไม่ยอมจริง ๆ ด้วย”


     “คุณรอผมสักครู่ก็แล้วกัน ผมขอตัวไปบอกมนนี่ก่อน”


     “ค่ะ”พิมพ์พจีมองตามร่างสูงก้าวจากไปจนลับหายขึ้นชั้นบนไป ดวงตาเอาเรื่องจึงตวัดกลับมามองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่กำลังจะเดินเลี่ยงไปพอดี ริมฝีปากสีแดงสดขยับเรียกหล่อนไว้ก่อนที่จะเดินผ่านไป


     “เดี๋ยวก่อน ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ”


     “คุยกับดิฉัน...” เธอกระพริบตาช้า ๆ


     “ใช่...ฉันอยากรู้ว่าเธอกับเมฆรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า” ใบหน้าสวยเฉี่ยวจ้องมองเหมือนจะจับพิรุธ


     “คุณควรถามคุณเมฆินทร์ดูเองจะดีกว่า เพราะดิฉันเป็นเพียงแค่ลูกจ้าง ไม่บังอาจแอบอ้างว่ารู้จักนายจ้างมาก่อนหรอกค่ะ” เธอตอบเรียบ ๆ


     “หมายความเธอกับเมฆเคยรู้จักกันมาก่อนจริง ๆ สินะ” พิมพ์พจีกล่าวเสียงแหลม


     “ดิฉันว่าคุณอย่าเสียเวลากับเรื่องของดิฉันเลยค่ะ มันไม่มีความหมายอะไรกับใครทั้งนั้น ดิฉันมีหน้าที่เป็นแค่ครูของหนูมนนี่ ไม่มีความสำคัญกับใคร ๆ แน่นอน” โอ๊ย...วันนี้เธอจะต้องเจอคนแย่ ๆ อีกสักกี่คนนะเนี่ย


     “ถ้าแค่นั้นจริง ๆ ก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าหล่อนคิดทำเกินหน้าที่เมื่อไหร่ละก็ เราจะได้เห็นดีกัน จำไว้ว่าเมฆเป็นของฉัน คนอื่นไม่มีสิทธิ์”


     “อ้อ...ค่ะ ดิฉันจะจำไว้ว่าคุณเมฆินทร์เป็นของคุณ แต่ไม่มั่นใจนะคะว่าเจ้าตัวจะคิดเหมือนที่คุณคิดหรือเปล่า” เธอยิ้มมุมปากและรีบก้าวจากไปโดยไม่สนใจพิมพ์พจีอีก


     “แก แก...อีบ้า” พิมพ์พจีกระทืบเท้าเร่า ๆ ด้วยความโมโห

 

หลังลัมเบอร์กินีของเมฆินทร์ขับตามเบนซ์สปอร์ตคันหรูของพิมพ์พจีออกไปจากบ้านอาศิรวิษแล้ว ธารารินก็ใช้เวลาช่วงเย็นอยู่กับการช่วยป้าบัวเตรียมหุงหาอาหารให้นายน้อยอย่างมนต์มณีรวมไปถึงคนงานทั้งหมด เธออดอยากรู้เรื่องของเมฆินทร์กับแม่ของมนต์มณีไม่ได้จนต้องเอ่ยปากถามแม่บ้านร่างอวบ


“ป้าบัวช่วยเล่าเรื่องของคุณมนนี่ให้น้ำฟังจะได้ไหมค่ะ คือน้ำอยากทราบข้อมูลลูกศิษย์แต่ไม่ทราบว่าจะขอข้อมูลจากใครดี อีกอย่างคือน้ำไม่กล้าถามคุณเมฆินทร์ กลัวตาดุ ๆ ของเขาคะ” เธอเริ่มเกริ่นหาข้อมูลทันที


“จริง ๆ แล้วคุณเมฆเธอก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรนักนะคะ ตาอาจดุแต่ใจดีถ้าไม่ทำให้แกโกรธน่ะแกดีใจหายเชียวค่ะ แล้วคุณน้ำอยากทราบเรื่องอะไรละคะ ถ้าตอบได้ป้าก็ยินดีค่ะ” ป้าบัวกล่าวเรื่อย ๆ


“แม่ของคุณมนนี่เธอ...”เธอถามด้วยความลังเล


“คุณม่านมณี เธอเสียตั้งแต่คลอดคุณมนนี่นั่นแหละค่ะ คุณเมฆถึงได้ตามใจคุณมนนี่มากเพราะสงสารที่เธอขาดแม่ตั้งแต่เกิด” ป้าบัวถอนหายใจแรงเมื่อกล่าวถึง


“คุณเมฆินทร์คงเสียใจมาก”


ธารารินผ่อนลมหายใจออกแรงได้อีกรอบเพราะความเห็นใจในตัวชายหนุ่มที่ต้องสูญเสียคนรักอีกครั้งหลังจากเสียปิ่นลดาแบบจากเป็นไปครั้งหนึ่งแล้วยังต้องเสียม่านมณีแบบจากตายไปอีกครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะเดาจากอายุของมนต์มณีก็หมายความว่าหลังจากเลิกรากับปิ่นลดาได้ไม่นาน เมฆินทร์ก็พบรักใหม่กับแม่ของมนต์มณีและมีบุตรด้วยกันในปีนั้นเลยซึ่งเธอเองไม่เข้าใจนักว่าทำไมชายหนุ่มถึงทำใจมีรักใหม่ได้ง่ายดายนัก


“คงจะเป็นแบบนั้นแหละค่ะ ดูเหมือนคุณเมฆเธอจะรู้สึกผิดมากที่ดูแลคุณม่านมณีไม่ดีพอทำให้คุณมนนี่ต้องกำพร้าตั้งแต่เพิ่งคลอดแต่เธอก็พยายามทำใจเพราะมีคุณมนนี่อยู่ในความดูแลอีกทั้งคน กว่าจะผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์นั้นมาได้ คุณเมฆก็เกือบแย่เหมือนกันค่ะ ไหนจะลูกไหนจะงาน ผู้ชายอายุน้อยแค่นั้นแต่ต้องแบกรับภาระทั้งหมดเพียงคนเดียว” ป้าบัวถอนหายใจเมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา


“แต่เธอก็เก่งที่สามารถผ่านทุกอย่างมาได้ ไม่เหมือน...” เธออดคิดไปถึงพี่สาวไม่ได้


“เหมือนใครคะ” ป้าบัวหันมาถามด้วยดวงตาแสดงความสงสัย


“เหมือนคนอื่น ๆ น่ะค่ะ เพราะถ้าต้องเผชิญปัญหาหนักขนาดนี้ คงไม่มีใครรับได้แน่ ๆ เชียว”


“จริงค่ะ แต่พระท่านก็เข้าข้างคนดีเสมอนะคะ เพราะงานของคุณเมฆก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมีฐานะเป็นปึกแผ่นได้อีกครั้ง” ป้าบัวสรุปด้วยความชื่นชมนายหนุ่ม


“ป้าบัวคะ น้ำขออนุญาตออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวสักครู่นะคะ” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อนึกขึ้นได้กะทันหันว่าของใช้ส่วนตัวบางชิ้นหมดและต้องไปหาซื้อเพิ่ม


“ค่ะ แต่คุณน้ำจะไปยังไงล่ะคะ” ป้าบัวหันมาถามด้วยความเป็นห่วง


“น้ำไปเองได้ค่ะ ขากลับอาจเอารถของน้ำขับกลับมาด้วย ฝากไว้บ้านเพื่อนหลายวันแล้ว” เธอส่งยิ้มให้ป้าบัว


“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะค่ะ จะได้กลับมาถึงบ้านก่อนคุณเมฆกลับ”


“ค่ะ งั้นน้ำไปนะคะป้า” เธอยิ้มและเร่งฝีเท้าเดินจากไป


ร่างระหงที่เดินทอดน่องอยู่กลางซอยที่แวดล้อมไปด้วยบ้านหลังใหญ่ของบรรดาเศรษฐีสะดุดตาพายุจนต้องชะลอรถหยุด มือกว้างกดเลื่อนบานกระจกข้างรถลงพร้อมกับชะโงกศีรษะออกไปร้องถามเธอด้วยความเป็นห่วงและหวังดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ


“คุณครับ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า กำลังจะไปไหนครับติดรถผมออกไปปากซอยดีกว่าไหม แถวนี่มันเปลี่ยวแล้วแดดก็ร้อนมากอีกด้วย” เสียงทุ้มถามอย่างมีน้ำใจ


“ไม่เป็นค่ะ ดิฉันเดินไปเองได้” เธอหยุดชะงักเมื่อเขาถามก่อนจะปฏิเสธเพราะกลัวและไม่วางใจในตัวคนแปลกหน้าอย่างเขา แม้ท่าทางหน้าตาและรถราคาแพงของเขาจะไม่บ่งบอกว่าเป็นคนร้ายก็ตามทีแต่ของแบบนี้บางทีก็วัดกันด้วยหน้าตาท่าทางไม่ได้ซะด้วย


เฮอะ...อย่าคิดว่าขับรถหรูแล้วฉันจะไว้ใจคุณง่าย ๆ นะ ไม่มีทาง ตั้งแต่มาอยู่แถวนี้ยิ่งดวงกุดอยู่ด้วยสิ


“แต่กว่าจะถึงหน้าซอย อาจเกิดอันตรายขึ้นก็ได้นะคุณ นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย ผมว่าให้ผมไปส่งดีกว่า อย่ากลัวผมเลยครับ รับรองว่าคุณปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์” เพราะไม่ได้ยินสิ่งที่เธอคิดเขาจึงส่งยิ้มกว้างให้หญิงสาวได้


ธารารินชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ก่อนตัดสินใจรับน้ำใจจากชายหนุ่มแปลกหน้าเพราะเวลาที่เย็นมากแล้วทำให้เธอต้องรีบไปเพื่อจะได้รีบกลับมาให้ทันเมฆินทร์ เธอไม่อยากกลับมาทีหลังเขาเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหา หวังว่าเธอคงไม่ซวยซ้ำซวยซ้อนนักหรอกนะธารารินเธอคิดในขณะที่ประตูด้านข้างผู้โดยสารถูกเปิดออกเหมือนรอให้เธอตัดสินใจเมื่อสักครู่


“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากค่ะ”เธอรีบก้าวขึ้นไปนั่งเบียดชิดประตูสังเกตท่าทีของชายหนุ่มอย่างยังไม่วางใจง่าย ๆ เรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากกว้า เขาเอื้อมมือเปิดเพลงสากลทำนองสนุกฟังเบา ๆ


“คุณอยู่แถวนี้เหรอครับ” พายุถาม


“ค่ะ ฉันเป็นครูของคุณมนต์มณี อาศิรวิษ” เธอตอบตามจริง


“อ้อ...คุณเป็นครูหนูมนนี่เองหรอกเหรอ” พายุพยักหน้างึกหงัก


“คุณรู้จักมนนี่เหรอคะ” เธอหันมายกหัวคิ้วมองคนตรงหน้า


“ครับ คุณเมฆินทร์ผมก็รู้จัก แต่ก็ไม่ได้สนิทอะไรนัก” เขายิ้มให้เธอนิดหนึ่งก่อนดวงตาคมจะเบือนกลับไปมองถนนตามเดิม


“เหรอคะ”


“ครับ คุณเมฆินทร์เป็นเจ้าของโครงการหมู่บ้านที่คุณเห็นนี่ทั้งหมดอยู่แล้ว ใครไม่รู้จักเขาก็เต็มกลืนแล้วล่ะครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ


“นั่นสินะคะ”


“เอาละครับถึงแล้ว เห็นไหมว่าเร็วกว่ากันเยอะเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณ...” พายุหยุดรถหน้าปากซอยก่อนถึงป้ายรถเมล์


“ธารารินค่ะ คุณเรียกฉันว่าน้ำรินก็ได้ค่ะ”


“ครับคุณน้ำริน ผมพายุครับ” เขาตอบพร้อมส่งยิ้มจริงใจให้เธออีกครั้ง


“ขอบคุณมากค่ะ และก็ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณพายุ”


“ยินดีครับ หวังว่าจะมีโอกาสได้พบกันใหม่นะครับคุณน้ำริน” เขาพยักหน้าให้ รอจนเธอก้าวลงจากรถและปิดประตูเรียบร้อยจึงกดเลื่อนกระจกขึ้นและเคลื่อนรถออกไปทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น