ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา

ตอนที่ 5 : 2 ศัตรูหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

Thumbnail Seller Link
ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
ธารารินกลับเข้ามาในชีวิตของเมฆินทร์เพราะต้องการคำว่าอภัยแต่สำหรับผู้ถูกกระทำเช่นเมฆินทร์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยกโทษให้ครอบครัวของหญิงสาวและเมื่อเ...
Get it now

ครูสาวยังไม่หยุดเรียกร้องความสนใจจากลูกศิษย์สาวเมื่อมือเรียวหยิบจานสีและผสมแม่สีให้เข้ากันในจานก่อนจะแตะปลายพู่กันแต่งแต้มสีน้ำลงบนภาพแมวแสนสวยมนต์มณีค่อย ๆ ขยับตัวเข้าใกล้คุณครูอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาทอแววพยศเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อความสนใจในตัวแมวคิตตี้ดูจะมีอิทธิพลกับเด็กหญิงมากขึ้น ริมฝีปากคู่เล็กเริ่มเจื้อยแจ้วซักถามและรอฟังคุณครูสาวตอบด้วยใจจดจ่อ


“ทำไมเสื้อมันต้องเป็นสีแดงด้วยล่ะ สีชมพูไม่ได้หรอ” เด็กหญิงเริ่มถาม


“คุณมนนี่ชอบสีชมพูเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นยิ้มกับเด็กสาว


“อืม...อยากได้สีชมพู” คำตอบเริ่มแสดงถึงความสนใจขึ้นมาอีกนิด


“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวครูวาดให้ใหม่อีกภาพแล้วคุณมนนี่ระบายสีได้ไหมคะ” เธอหว่านล้อม


“ก็ได้” ถึงจะรับคำแต่ก็อดทำเป็นเหมือนไม่ไยดีไว้มาดคุณหนูมนต์มณีได้ไม่ต่างจากบิดานัก


ธารารินเริ่มลงมือขีดเขียนภาพแมวแสนสวยลงบนกระดาษแผ่นใหม่โดยมีสายตาจดจ้องของลูกศิษย์ตัวเล็กแสดงความสนใจ รอยยิ้มบนริมฝีปากอิ่มคลี่ออกได้เล็กน้อยเมื่อดูท่าทางเด็กสาวจะหว่านล้อมได้ไม่ยากเท่าไรนัก แต่คนที่ดูจะหว่านล้อมยากอย่างเมฆินทร์ก็กำลังเดินตรงมาหาสองสาวด้วยใบหน้าเรียบขึง


“ทำอะไรอยู่เอ่ยลูกสาวพ่อ” เสียงทุ้มทักทายบุตรสาวที่รีบวิ่งเข้ากอดเอวบิดาแน่น


“มนนี่กำลังจะระบายสีค่ะคุณพ่อ ครูน้ำกำลังวาดรูปคิตตี้ให้มนนี่” เด็กหญิงรีบตอบเจื้อยแจ้ว


“แต่ตอนนี้คุณพ่อหิวแล้ว มนนี่ล่ะคะ หิวไหมเอ่ย” เสียงอ่อนโยนของเขาทำให้เธออดเหลือบตาขึ้นมองไม่ได้


“มนนี่ยังไม่หิวค่ะ แต่ถ้าคุณพ่อหิวแล้ว มนนี่ไปทานเป็นเพื่อนคุณพ่อก่อนก็ได้ค่ะ” เด็กหญิงประจบเสียงใส


“ถ้าอย่างนั้นเราไปทานข้าวกันก่อนดีกว่าค่ะ” เขาช้อนอุ้มลูกรักขึ้นตัวลอย


“เดี๋ยวเรามาระบายต่อนะครูน้ำ” มนต์มณีไม่วายหันมาสั่งคุณครูคนสวยก่อน


“ค่ะ”เธอตอบก่อนผ่อนลมหายใจอีกรอบเมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่ไยดีจากชายหนุ่มที่แทบจะไม่เหลือบแลมองมา เขาไม่มีน้ำใจแม้แต่จะชวนเธอรับประทานอาหารเสียด้วยซ้ำ ในสายตาคู่นั้นคงมีแต่ความจงชังครอบครัวของเธอ แล้วอย่างนี้เธอจะทำยังไงต่อไปดี


ฮึ...คนอย่างธารารินไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้หรอกคุณเมฆินทร์ อาศิรวิษ


แม้จะพยายามให้กำลังใจตัวเองแต่หลังวาดรูปให้หนูน้อยเรียบร้อยแล้วเธอก็เริ่มเนือยจึงตัดสินใจเดินกลับไปยังห้องพักที่เรือนคนงานตอนนี้ทุกคนคงกำลังอยู่ที่โรงครัวเพราะใกล้ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน เธอเองก็ต้องอาศัยอาหารในโรงครัวเหมือนคนงานทุกคนในบ้านอาศิรวิษซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาของเธอแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เธอกำลังเป็นห่วงพี่สาวที่ต้องนั่งบนรถเข็นกับบิดาที่ได้แต่นอนอยู่บนเตียงไม่สามารถขยับตัวเคลื่อนไหวได้โทรศัพท์ในกระเป๋าจึงถูกหยิบขึ้นต่อกลับบ้านวิษณุพงศ์และทันทีที่ปลายสายรับ เธอก็รีบถามถึงพี่สาวและบิดาทันที


“พี่ปิ่นเหรอคะ นี่น้ำนะคะ” เธอรีบบอกเมื่อปลายสายรับ


“น้ำริน...เป็นยังไงบ้าง พี่เมฆยอมให้อภัยพี่ไหม” ปิ่นลดาเรียกชื่อน้องสาวด้วยความหวังว่าจะได้รับข่าวดี


“เอ่อ คือ...” ธารารินไม่กล้าพูดต่อเกรงพี่สาวจะเสียใจ


“พี่เมฆยังไม่ยอมยกโทษให้พวกเราสินะ” น้ำเสียงเศร้าดังมาตามสาย


“พี่ปิ่นไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ น้ำสัญญาว่าจะพยายามพาพี่เมฆไปหาพี่ปิ่นให้ได้ พี่ปิ่นจะได้ขอโทษพี่เมฆด้วยตัวเองไงคะ” ธารารินปลอบใจพี่สาวแม้จะรู้ว่าการพาเมฆินทร์ไปหาปิ่นลดาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยก็ตาม


“เธอแน่ใจเหรอน้ำรินว่าพี่เมฆจะยอมให้อภัยเรา เขาจะยอมมาพบพี่จริง ๆ เหรอ” เสียงสั่นเครือถามด้วยความรวดร้าว


“อย่าพึ่งหมดหวังสิคะ น้ำจะพยายามทำทุกอย่างให้พี่เมฆให้อภัยพวกเราค่ะ น้ำสัญญา” ธารารินรับปาก


“แต่พี่รู้จักนิสัยพี่เมฆดี ถ้าลองได้เกลียดแล้ว แม้แต่หน้าของพวกเราเขาคงยังไม่อยากเห็น ที่ผ่านมาเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเราอีกเลย ไม่แม้แต่จะแก้แค้น มันแสดงให้เห็นว่าเขารังเกียจเราแค่ไหน” เสียงปิ่นลดาสั่นเครือ


“แต่พี่เมฆที่น้ำรู้จักเป็นคนมีจิตใจอ่อนโยนนะคะพี่ปิ่น น้ำเชื่อว่าถ้าเราพยายามและทำทุกอย่างด้วยใจจริงที่คิดขอไถ่โทษ พี่เมฆจะต้องใจอ่อนกับเราสักวันค่ะ น้ำมั่นใจ” ธารารินมั่นใจอย่างที่พูด


“ถ้าอย่างนั้นพี่จะรอวันที่เขายกโทษให้พวกเรา บาปในใจของพี่กับพ่อคงลดลงบ้าง ถ้าพี่เมฆยอมยกโทษให้พวกเรา”


“น้ำสัญญาค่ะ ว่าจะทำให้เขายกโทษให้พวกเราให้ได้”


“พี่จะรอวันนั้นนะน้ำริน” เสียงพี่สาวดั่งแผ่วเครือมาตามสายอย่างน่าสงสาร


“พ่อเป็นยังไงบ้างคะพี่ปิ่น” เธอเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าพี่สาวกำลังเศร้ามากเกินไปแล้ว


“ตอนนี้ก็เหมือนเดิม โชคดีที่ไอ้ผัวเฮงซวยของพี่มันยังให้เงินจ้างพยาบาลมาคอยดูแลพี่กับพ่ออย่างดี ไม่อย่างนั้น พวกเราก็คงแย่”


“พี่ต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ น้ำฝากดูพ่อด้วย”


“เธอเองก็เหมือนกันนะน้ำริน อยู่กับคนที่เกลียดพวกเราแบบนั้น ดูแลตัวเองให้ดีด้วยล่ะ”


“ค่ะพี่ปิ่น น้ำรักพี่ปิ่นกับพ่อนะคะ” ธารารินกระซิบเสียงแผ่ว


“พี่ก็รักแกน้ำริน”


เธอเก็บโทรศัพท์ของตัวเองใส่กระเป๋าและปล่อยความคิดล่องลอยกลับไปในอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อน บ้านวิษณุพงศ์ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น ครั้งที่บิดาและพี่สาวของเธอยังมีสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวอาศิรวิษ น้องนุชสุดท้องอย่างเธอเป็นที่รักใคร่ของครอบครัวตลอดไปจนถึงคนรักของพี่สาวซึ่งให้ความเอ็นดูราวเธอเป็นน้องแท้ ๆ ของเขาเอง ทุกครั้งที่ได้มานอนค้างกับบิดาและพี่สาวในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอจะได้พบกับเมฆินทร์ซึ่งมาหาคนรักของเขาดวงตาอ่อนโยนของหนุ่มน้อยวัยยี่สิบสองยามทอดมองใบหน้าอิ่มเอิบกับแก้มแดงปลั่งของเด็กหญิงธารารินยังติดตรึงอยู่ในหัวใจของเธอไม่เคยลืมเลือน


“คิดถึงอะไรอยู่จ๊ะน้องสาว หรือว่าคิดถึงพี่ชุ่มอยู่เอ่ย” เสียงกระเซ้าไร้มารยาทกับแววตาหยาบโลนของคนขับรถที่อยู่ห้องข้าง ๆ ทำให้เธอตกใจตื่นจากภวังค์ความคิดและขยับตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว


นี่มันวันซวยของเธอหรือไงนะน้ำริน!!


ไม่เพียงไม่ตอบคำถามของนายชุ่ม เธอยังรีบขยับตัวเตรียมก้าวเดินห่างไปด้วยความกลัว แต่ข้อมือเรียวกลับถูกมือสากรั้งไว้แน่นซะจนเธอรู้สึกใจหายเพราะความตกใจ หัวใจดวงเล็กเต้นแรงพร้อมกับสมองสั่งงานมือบางให้รีบสะบัดแรง ๆ หวังจะหลุดจากการเกาะกุม


“ปล่อยนะ!


“อย่าเพิ่งรีบเดินหนีสิจ๊ะ อยู่คุยกับพี่ชุ่มก่อน” หน้าเสี้ยมยื่นเข้ามาชิดใบหน้านวลที่พยายามเอนตัวหลบด้วยความรังเกียจ


“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องคุณเมฆินทร์!!” เธอพยายามตวาดเสียงสั่นเพราะความกลัว


“ฟ้องนาย ดูท่านายคงไม่สนใจเธอแน่ ๆ คนสวย ท่าทางนายแสดงออกว่าเกลียดเธอจะตายไป ฮ่าฮ่าฮ่า เผลอ ๆ นายจะตบรางวัลให้ไอ้ชุ่มเสียด้วยซ้ำ” มันหัวเราะเสียงดังลั่นแสดงความสะใจกับความเหนือกว่าของตนเอง


“ไม่นะ!!! ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วย อุ๊บ!” ไม่นะ ใครก็ได้มาช่วยฉันที


ดวงตากลมเบิกโพลง ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจเมื่อฝ่ามือหยาบประกบลงบนริมฝีปากอิ่มของเธอหลักจากพยายามจะตะโกนร้องเรียกขอความช่วยเหลือ แขนข้างหนึ่งของมันตวัดรัดเอวกลม ลากให้เธอเดินถอยหลังกลับเข้ามาในห้องพักของตนเอง มืออีกข้างประกบปิดริมฝีปากปิดกั้นเสียงร้องของเธอไว้


ร่างเล็กพยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองเท่าที่แรงน้อยนิดของเธอจะทำได้ เสียงหวานเอ็ดอึงในลำคอ เธอไม่สามารถส่งเสียงดังผ่านมือหยาบออกมาได้ เนื้อตัวสั่นไปด้วยความกลัวปนไปกับความรังเกียจสัมผัสกักขฬะของผู้ชายหยาบช้าอย่างนายชุ่มดวงตาตระหนกกวาดมองรอบกายพยายามหาทางเอาตัวรอด มือคู่เล็กตวัดขึ้นกระชากผมของมันแรง ๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ทำให้มันปล่อยมือจากเธอได้เลย


เรือนร่างละมุนถูกลากเข้ามาหยุดอยู่กลางห้องกระทั่งถึงที่นอนหลังเล็ก มันดันเธอนอนคว่ำลงและนั่งคร่อมทับตัวเธอไว้ มือข้างหนึ่งว่างจากการรัดเอวคอดพยายามหาผ้ามัดปากเธอทั้งที่มืออีกข้างยังไม่ยอมปล่อยจากริมฝีปากอิ่ม ไม่ว่าจะพยายามดิ้นแค่ไหนก็ดูเหมือนเธอจะดิ้นไม่หลุดจนกระทั่ง


“เฮ้ย!


ร่างใหญ่ที่คร่อมทับเธอไว้ถูกกระชากด้วยความแรงพร้อมหมัดหนักกระทบเข้ากับใบหน้าเสี้ยมของมันอย่างจังธารารินรีบลุกขึ้นยืนกอดตัวเองไว้ด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัว ดวงตาหวานคลอน้ำตามองเมฆินทร์จัดการคนขับรถของเขาด้วยความเกรี้ยวกราด ปลายเท้าหนักตวัดเข้ากลางลำตัวของนายชุ่มที่นอนตะแคงกุมท้องตัวเองและร้องโอดโอยดังสนั่น


“โอ๊ยนาย ผมยอมแล้ว”


“มึงกล้าทำระยำในบ้านกูอย่างนั้นเหรอไอ้สารเลว” ปลายเท้ายังไม่หยุดตวัดใส่ร่างกายเจ็บงอของคนรถ


“ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้วเจ้านาย อีนี่มันให้ท่าผมก่อน”


“ไม่จริง!” เสียงหวานตวาดลั่นด้วยความตกใจ


“ไอ้ระยำเอ๊ย...”


 ดวงตาคมตวัดมองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวก่อนจะตวัดเท้าเสยปลายคางไอ้ชุ่มอีกครั้งจนเลือดสาดกระจาย ฝ่ามือใหญ่จับคอเสื้อกระชากร่างสะบักสะบอมของไอ้ชุ่มขึ้นมาพร้อมกับเหวี่ยงกระแทรกเข้ากับกำแพงไม้ท่ามกลางสายตาคนงานหลายคู่ที่มายืนออกันอยู่หน้าประตูห้องพักของธารารินมองเจ้านายจัดการไอ้ชุ่มด้วยความสะใจ เพราะหลายครั้งที่คนขับรถหน้าเสี้ยมทำท่าผยองใส่คนอื่น ๆ เพียงแค่เป็นคนสนิทของเจ้านาย


“ทุกคนจำไว้ ถ้าใครกล้าทำระยำที่นี่อีก มันจะมีสภาพเดียวกับไอ้ชุ่มก่อนจะถูกไล่ออกเหมือนมันอีกด้วย”


“เจ้านาย ได้โปรดเมตตาไอ้ชุ่มด้วยเถอะครับ ต่อไปผมไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้ว”


“ไอ้เข่ง ไอ้หาญ ลากตัวมันออกไปโยนไว้หน้าบ้านเดี๋ยวนี้” เขาหันมาสั่งลูกน้องที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่


“ครับนาย” สองเสียงดังรับพร้อมกันกับเสียงร้องขอความเมตตาจากคนขับรถนิสัยเลว


“ได้โปรดเถอะครับนาย อย่าไล่ผมออกเลย”


ดวงตาคมกร้าวตวัดกลับมองใบหน้าหวานซีดเผือดของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นชิดพนังห้องหน้าตาตื่นเนื้อตัวสั่นราวจับไข้ ดวงตากลมขังคลอด้วยหยดน้ำตา เขาถอนหายใจแรงด้วยความหงุดหงิด แม้จะเกลียดครอบครัวของเธอแต่เขาก็ไม่ใจดำพอจะมองเธอถูกยำยีต่อหน้าต่อตาแบบนั้น


“ยื่นเซ่ออยู่ทำไม หรือจะรอให้ใครหน้ามืดเข้ามาปล้ำได้อีกหรือไง”


“พี่เมฆ ฮือ ฮือ ฮือ” เสียงหวานสะอื้นทันที


“อย่ามัวแต่ยืนคร่ำครวญ รีบเก็บของซะแล้วตามฉันมา”


ไม่ต้องรอให้เขาสั่งซ้ำ ร่างเล็กสั่นเทารีบคว้ากระเป๋าที่ยังไม่ได้รื้อข้าวของออกจัดเก็บมาถือทั้งที่ตัวยังสั่น น้ำตายังหยดแหมะ ๆ และเสียงสะอื้นยังไม่คลายลง เธอเห็นดวงตาคมเหลือบมองคล้ายรำคาญใจก่อนจะสะบัดหน้าเดินนำให้เธอต้องรีบเร่งฝีเท้าก้าวตามเขาไปติด ๆ ด้วยความกลัวว่าถ้าอยู่ห่างเขาเพียงนิดตัวเธอเองจะได้รับอันตรายเหมือนที่ผ่านมา


“คุณพ่อขา พาคุณครูมาทำไมคะ” เด็กหญิงถามบิดาเสียงดังเมื่อเห็นครูสาวเดินตามหลังท่านมา


“ครูน้ำจะมาอยู่กับเราจ้ะมนนี่” เขาอธิบายให้บุตรสาวฟังอย่างอ่อนโยน


“ทำไมล่ะคะ ก็คุณพ่อบอกว่าไม่อยากอยู่ร่วมกับคนงานในบ้านไงคะ” เด็กหญิงถามอย่างจำได้ดีกับคำกล่าวของบิดา


“พ่อลืมไปว่าครูไม่ใช่คนงาน เพราะครูน้ำเป็นครูของมนนี่ไงคะ”


“อย่างนั้นเหรอคะ แล้วครูน้ำจะอยู่ห้องไหนละคะ” เด็กหญิงเอียงคอมองบิดาอย่างสงสัย


“ห้องข้างล่าง เพราะถึงจะเป็นครูของลูกแต่ก็เป็นคนอื่นไม่ควรขึ้นไปวุ่นวายข้างบน” เขายังไม่วายกดหญิงสาวไว้ให้ต่ำ


“เหรอค่ะ” เสียงเล็กเหมือนกำลังสงสัยแต่ก็ทำแค่เพียงมองบิดาทีครูสาวที


“ป้าบัว พาครูน้ำไปที่ห้องสิ”


เขาหันมาสั่งแม่บ้านอีกครั้งและอดเหลือบมองใบหน้านวลและดวงตากลมที่มีแววตัดพ้ออีกครั้งก่อนจะหันกลับมาอุ้มบุตรสาวทำเหมือนไม่ไยดีดวงตากลมคู่นั้นแม้แต่น้อย หางตาเหลือบเห็นร่างเล็กก้าวตามแม่บ้านตรงไปยังห้องชั้นล่างที่เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัวซึ่งมีประตูเชื่อมต่อกับห้องทำงานของเขาก่อนจะพาบุตรสาวขึ้นไปข้างบน


“ห้องใครคะป้าบัว” แม้จะยังขวัญเสียอยู่บ้างแต่เธอก็อดกวาดมองห้องสวยแปลกตานี้ด้วยความสนใจไม่ได้


“ห้องคุณเมฆค่ะ เธอใช้พักผ่อนเวลาเหนื่อยจากการทำงานค่ะ” ป้าบัวตอบพร้อมกับช่วยหญิงสาวจัดกระเป๋า


“เหรอคะ” ห้องสวยดีเหมือนกันนะนี่...เธอคิดและมองสำรวจรอบห้องด้วยความสนใจ


“ปกติคุณเมฆเธอเป็นคนใจดี ยุติธรรม ป้าก็ไม่ทราบว่าทำไมกับครูเธอถึงปากร้ายนัก” ป้าบัวชวนคุยทั้งที่มือยังจัดเก็บข้าวของใส่ตู้


“เขาคงเกลียดน้ำมากค่ะ” เสียงถอนหายใจรอบที่สามสิบของวันดังเบา ๆ


“ไม่จริงหรอกค่ะ คนอย่างคุณเมฆถ้าเกลียดคุณครูน้ำละก็ไม่มีทางมองหน้าหรือยอมให้ครูน้ำอยู่ในบ้านอย่างนี้แน่”


“เขาคงเกรงใจคุณก้องภพถึงยอมรับน้ำไว้ทั้งที่ใจจริงคงอยากขับไล่ไสส่งน้ำไปให้พ้นหูพ้นตา”


“รู้อย่างนั้นแล้วจะยังอยู่ทำไมอีกล่ะ ถ้าจะให้ดีก็รีบบอกไอ้ก้องไปเลยว่าเธอทนไม่ไหวขอลาออก แล้วก็รีบออกไปจากบ้านฉันได้เลย” เสียงทุ้มกล่าวเยาะหยัน แผ่นหลังแข็งแรงพิงบานประตูหน้าห้องจ้องมองไปทางหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเคร่งอยู่ข้างหลังป้าบัว


“น้ำไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ แค่นี้หรอกถ้าพี่เมฆ...เอ่อ คุณยังไม่ยอมให้อภัยพวกเรา” ธารารินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด


“ก็ตามใจ แต่เมื่อไหร่ที่ทนไม่ไหวก็รีบกลับไปซะ เพราะเธอคงต้องทนไม่มีที่สิ้นสุดหากจะรอให้ฉันอภัยให้พวกวิษณุพงศ์ ชาติหน้าตอนสาย ๆ ยังไม่มีทางเลยด้วยซ้ำ” เขาแสยะยิ้มเย้ยหยัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น