ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา

ตอนที่ 42 : 13 ในวันที่หัวใจไม่มีเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

ก๊อก ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูเบา ๆ ปลุกธารารินที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างในห้องนอนแอบมองตามท้ายลัมเบอร์กินีซึ่งกำลังแล่นผ่านรั้วบ้านอาศิรวิษให้ตื่นจากภวังค์ความคิด นัยน์ตาโศกเหลือบมองบานไม้หนาหลังเอ่ยปากอนุญาตให้คนข้างนอกเข้ามา รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏจาง ๆ บนริมฝีปากอิ่มเมื่อเห็นร่างเล็กของผู้มาเยือน ในมือของเด็กหญิงมีสมุดหนังสือเรียนครบครัน ธารารินจึงสรุปได้ทันทีว่าการมาเยือนของเด็กหญิงคงหนีไม่พ้นการบ้านในมือของเธออย่างแน่นอน


“การบ้านยากมากเหรอคะคุณมนนี่ ถึงได้หอบหนังสือมาหาครูเองแบบนี้น่ะ”ธารารินส่งยิ้มให้เด็กหญิงพร้อมกับยื่นมือออกรับหนังสือสมุดดินสอในมือของมนต์มณีมาเปิดดู


“การบ้านของมนนี่มันยากมากจริง ๆ นะคะครูน้ำ ถ้ามนนี่ทำเองได้คงไม่เข้ามารบกวนครูน้ำหรอกค่ะ คุณพ่อก็ออกไปกับน้าพิมพ์ทำไมก็ไม่รู้ ไม่อย่างนั้นคุณพ่อคงสอนมนนี่ได้” เด็กหญิงบ่นพร้อมกับทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ


“ครูสอนให้ก็ได้นี่คะ แล้วคุณมนนี่ก็ไม่ได้รบกวนครูสักหน่อย ไหนคะข้อไหนที่คุณมนนี่ทำไม่ได้” เธอยิ้มให้มนต์มณีโดยเลี่ยงจะกล่าวถึงบิดาของเด็กหญิงและดึงความสนใจของเด็กสาวมาอยู่ที่การบ้านที่ได้รับมอบหมายมา


“คุณครูให้มนนี่เขียนเรื่องของแม่ แต่มนนี่ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรนี่คะครูน้ำ แถมวันศุกร์นี้ยังเป็นวันแม่อีกต่างหาก มนนี่ไม่มีแม่เหมือนเพื่อน ๆ มนนี่ไม่อยากไปโรงเรียนเลยค่ะ” มนต์มณีพึมพำเสียงเศร้า


“โถคุณมนนี่ของครู”


ธารารินโอบร่างเล็กไว้แนบอกด้วยความรู้สึกสงสารและอดคิดถึงย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของตนเองในวัยเยาว์ เธอเองก็ไม่ได้แตกต่างไปจากมนต์มณีนักที่เกิดมาพร้อมกับการจากลาของมารดา เธอจึงมีเพียงบิดาและพี่สาวซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องเดียวที่เธอโชคดีกว่าเด็กหญิงตรงหน้าเพราะพี่สาวเป็นตัวแทนของมารดาให้กับเธอเสมอ


“ครูเองก็เหมือนคุณมนนี่นั่นแหละค่ะ คุณแม่ของครูก็จากไปตั้งแต่ครูเกิดเหมือนกับคุณมนนี่”


“แล้วครูน้ำทำยังไงคะเวลาที่ต้องเขียนเรื่องราวของแม่” เด็กหญิงถามด้วยความสนใจ


“ครูมีพี่สาวค่ะ พี่สาวของครูเป็นตัวแทนแม่สำหรับครู เวลาเขียนถึงแม่ครูก็จะจินตนาการถึงพี่สาว” เธอกล่าวยิ้ม ๆ พร้อมกับคิดถึงพี่สาวขึ้นมาทันที


“แต่มนนี่ไม่มีพี่สาวนี่คะ แล้วอย่างนี้มนนี่จะคิดถึงใครดีล่ะคะ” มนต์มณีบ่นเบา ๆ


“ก็คิดถึงคนที่คุณมนนี่รักสิคะ อย่างป้าบัว หรือไม่ก็จินตนาการถึงคุณแม่อย่างที่คุณมนนี่อยากให้คุณแม่เป็นก็ได้นะคะ” เธอเสนอความคิดเห็นด้วยรอยยิ้ม


“ถ้าอย่างนั้น มนนี่คิดถึงครูน้ำแล้วกันนะคะ เพราะมนนี่เริ่มอยากมีแม่อย่างครูน้ำแล้วล่ะคะ คุณแม่ที่เป็นครูสอนการบ้านเวลามนนี่ทำไม่ได้ คุณแม่ที่ชอบทำอาหารอร่อย ๆ ให้มนนี่กิน คุณแม่ที่คอยปลอบใจและกอดมนนี่เวลาเหงา คุณแม่ที่คอยเล่านิทานก่อนนอนให้มนนี่ฟัง คุณแม่ที่พามนนี่เดินเที่ยวและกินไอศกรีม มนนี่อยากมีคุณแม่เหมือนครูน้ำเลยค่ะ” เด็กหญิงยิ้มจนตาปิดกับความรู้สึกใหม่ที่เพิ่งเบ่งบานเต็มที่ในหัวใจดวงเล็ก


“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มทำการบ้านกันเลยดีไหมคะ” ธารารินส่งยิ้มอบอุ่นให้เด็กหญิง


“เดี๋ยวมนนี่เอากลับไปทำที่ห้องต่อได้แล้วค่ะ มนนี่เข้าใจแล้วแต่...” เด็กหญิงทำท่าครุ่นคิดได้น่ารักน่าเอ็นดูจนครูสาวอดที่จะอมยิ้มกับท่าทางของลูกศิษย์ตัวน้อยไม่ได้


“แต่อะไรคะคนเก่ง”


“แต่วันศุกร์นี้ ครูน้ำไปงานโรงเรียนของมนนี่ได้ไหมคะ มนนี่อยากจะโชว์เพื่อน ๆ ว่าถึงมนนี่จะไม่มีคุณแม่ แต่มนนี่ก็มีครูน้ำคนสวยเป็นตัวแทนคุณแม่ของมนนี่” รอยยิ้มวาดหวังของมนต์มณีทำให้ธารารินไม่ใจแข็งพอที่จะปฏิเสธ


“ก็ได้ค่ะ แต่เราไปกันสองคนก็พอ คุณมนนี่ไม่ต้องรบกวนคุณพ่อดีก็ได้มั้งคะ” เธอยอมรับว่าค่อนข้างลำบากใจหากต้องไปเป็นตัวแทนมารดาของเด็กหญิงโดยที่มีคนใจร้ายอย่างบิดาของเขาร่วมเดินทางด้วย


“คุณพ่อไม่เคยไปงานโรงเรียนของมนนี่สักครั้งอยู่แล้วค่ะครูน้ำ” ใบหน้าเด็กหญิงสลดลงจนธารารินสงสาร


“ไม่เป็นไรนะคะ ต่อไปครูน้ำจะไปกับคุณมนนี่ทุกครั้งเลยดีไหมคะ” เธอดึงเด็กหญิงเข้ามาสวมกอดปลอบประโลม


“จริงนะคะ”


น้ำเสียงตื่นเต้นกับใบหน้ายินดีของเด็กหญิงทำให้ธารารินยิ้มอย่างดีใจที่สามารถสร้างรอยยิ้มประดับใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มนี้ได้ เธอพยักหน้ายืนยันคำตอบของเด็กหญิงและได้จูบหนักหน่วงจากริมฝีปากน้อยที่ยื่นเข้าชิดแก้มนวลของตนเองเป็นรางวัล


“มนนี่รักครูน้ำที่สุดในโลกเลยค่ะ เดี๋ยวมนนี่จะรีบกลับไปทำการบ้านก่อนนะคะ”


เด็กหญิงรีบผลุดลุกขึ้นคว้าหนังสือและสมุดวิ่งผ่านประตูออกไปรวดเร็วเรียกรอยยิ้มเอ็นดูให้กับคุณครูสาวที่เดินตามร่างเล็กมาล็อกประตูห้องของตน แต่ดูเหมือนเพียงลับร่างเล็กที่สร้างรอยยิ้มประดับใบหน้านวลของธารารินก็เริ่มเลือนหาย ความทุกข์และเศร้าที่เกิดจากบิดาของเด็กหญิงแทรกเข้ามาแทนที่ในภวังค์ความคิดคำนึงของเธอได้อีกครั้ง


ธารารินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเรียกกำลังใจของตนเองกลับมาพร้อมกับจัดแจงชาตร์แบตเตอร์รี่โทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อกลับไปหาพี่สาวเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของบิดา เธอตัดสินใจจะถามปิ่นลดาตรง ๆ ถึงเรื่องบ้านวิษณุพงศ์ที่ถูกขายให้กับเมฆินทร์ เธออยากจะรู้ว่าพี่สาวของเธอรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง


“สวัสดีค่ะพี่ปิ่น” ธารารินกล่าวทักทายไปก่อน


“ยัยน้ำ! นี่แกหายไปไหนมาไม่ติดต่อส่งข่าวให้พี่รู้บ้างเลย” เสียงต่อว่าของปิ่นลดาดั่งมาตามสาย


“ขอโทษค่ะพี่ปิ่น เอาไว้น้ำจะเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ”


“แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหน กับใคร แล้วพี่เมฆล่ะ เขายอมยกโทษให้พวกเราแล้วหรือยัง” เสียงถามรัวดังกลับมา


“ตอนนี้น้ำอยู่ที่บ้านอาศิรวิษนี่แหละค่ะ ส่วนพี่เมฆ เขาก็ยังใจแข็งเหมือนเดิมค่ะพี่ปิ่น”


“เขาดีต่อแกอยู่ใช่ไหมน้ำ อย่าปิดบังพี่นะ” ปิ่นลดาถามด้วยความไม่แน่ใจ


“ค่ะ เขาดีกับน้ำมาก” เธอฝืนตอบแม้มันจะขัดแย้งกันกับความเป็นจริงแค่ไหนเธอก็จำเป็นต้องบอกพี่สาวไปอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้พ่อกับพี่เป็นห่วง


“เขาดีกับแกระดับไหนน้ำ คู่รัก หรือ น้องสาว” ปิ่นลดากลั้นใจรอฟังคำตอบจากน้องสาว


“...น้ำไม่ใช่คู่รักของพี่เมฆค่ะพี่ปิ่น พี่เมฆเธอเป็นคนรักของคุณพิมพ์พจี ลูกสาวหุ้นส่วนบริษัทคนหนึ่ง น้ำมีหน้าที่แค่ดูแลคุณมนนี่ลูกสาวพี่เมฆเท่านั้นค่ะพี่ปิ่น” เสียงตอบที่ถูกบังคับให้ฟังราบเรียบไม่ส่อพิรุธตอบกลับปลายสาย


“เขาดีกับแกจริง ๆ หรือเปล่าน้ำ ถ้าเขามีคนรักอยู่แล้วแบบนั้น เขาจะทำดีกับแกเพื่ออะไรในเมื่อพวกเราคือศัตรู อย่าโกหกพี่นะน้ำริน” ปิ่นลดาเริ่มวิตกเป็นห่วงน้องสาว


“เขาดีกับน้ำจริง ๆ ค่ะพี่ปิ่น อย่างน้อยเขาก็ยังมีเยื่อใยกับน้องสาวอย่างน้ำ พี่ปิ่นก็รู้นี่คะว่าตั้งแต่เด็กนอกจากพ่อกับพี่ปิ่นแล้วน้ำก็มีแต่พี่เมฆเท่านั้น แล้วพี่เมฆจะไม่รักน้ำเหมือนน้องบ้างเชียวหรือคะ” เธอพยายามฝืนหัวเราะสดใสกลบเกลื่อน


“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็หมดห่วง พี่เพิ่งรู้ว่าคุณกล้าขายบ้านเราให้พี่เมฆไปแล้ว ตอนแรกพี่ตกใจแทบช็อกไม่กล้าบอกให้พ่อรู้ กลัวเหลือเกินว่าที่พี่เมฆซื้อบ้านของเราเพราะยังแค้นพวกเราอยู่”


ธารารินได้คำตอบที่อยากทราบโดยที่ยังไม่ต้องเอ่ยปากถามพี่สาวเมื่อคำตอบที่เธออยากทราบออกจากปากของปิ่นลดาที่เดาได้แม่นยำจนหัวใจของเธอเหมือนโดนบีบเคล้นจนเจ็บแปลบอยู่ในอก


“แต่น้ำก็ยังอยากให้พวกเราย้ายออกจากบ้านหลังนั้นนะคะพี่ปิ่น ถึงยังไงต่อไปถ้าพี่เมฆแต่งงานกับคุณพิมพ์พจี เธอก็คงไม่พอใจแน่ถ้าเราจะยังอาศัยอยู่ในบ้านของสามีเธอ” ธารารินรีบเสนอความคิดเห็น


“พี่น่ะไม่เป็นไรหรอกน้ำ กับเรื่องย้ายบ้านน่ะ แต่พ่อล่ะ พี่เป็นห่วงความรู้สึกของพ่อนะ” ปิ่นลดาถอนหายใจแรง


“น้ำจะไปคุยกับพ่อเองค่ะพี่ปิ่น บางทีน้ำก็เริ่มท้อนะคะถึงพี่เมฆจะดีกับน้ำแค่ไหนเขาก็คงไม่มีวันยอมยกโทษให้พวกเรา น้ำอยากกลับไปดูแลพ่อกับพี่ปิ่นมากกว่าทนรออย่างไร้ความหวังอยู่ที่นี่ค่ะพี่ปิ่น”


ปิ่นลดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็กลับบ้านเราเถอะน้ำ สำหรับพี่กับพ่อแล้ว อะไรก็ไม่สำคัญไปกว่าแกหรอกนะถ้าพี่เมฆยกโทษให้ครอบครัวเราไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถึงยังไงเราก็ยังมีกันอยู่สามคนนี่นะ พ่อกับพี่รักแกนะน้ำริน”


“พี่ปิ่น...” เสียงหวานกลืนหายไปกับอาการกลั้นสะอื้น น้ำตาหยดเล็ก ๆ ค่อย ๆ ไหลออกจากดวงตาเปื้อนใบหน้านวลด้วยความตื้นตันใจ


“กลับบ้านเราเถอะ พี่จะคุยกับพ่อให้เข้าใจแล้วเราจะย้ายไปอยู่ที่อื่นกันนะน้องรักของพี่”


           ปิ่นลดาปลอบน้องเสียงอ่อนโยน แม้ธารารินจะพยายามปิดบังเรื่องราวเกี่ยวกับเมฆินทร์แค่ไหน แต่เธอก็รู้จักทั้งเมฆินทร์และน้องสาวดีว่าเป็นคนเช่นไร แค่ได้ยินเสียงและได้ซักถามธารารินไม่กี่ประโยค เธอก็สามารถจับได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของน้องสาวและคาดเดาเหตุการณ์ระหว่างคนทั้งคู่ได้ไม่ยากเย็นนัก ความจริงเธอสงสัยตั้งแต่ธารารินขาดการติดต่อไปนานกว่าเดือนแล้วแต่เธอยังพยายามคิดว่าเรื่องทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายเกินไปนักเพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เมฆินทร์ไม่น่าจะปล่อยให้ศัตรูอย่างเธอและบิดาอาศัยในบ้านที่เขาซื้อไว้อย่างแน่นอน แต่ เมฆินทร์ก็คือเมฆินทร์ คนที่ทำทุกอย่างได้อย่างที่ใครก็คาดเดาใจเขาไม่ได้

Thumbnail Seller Link
ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
ธารารินกลับเข้ามาในชีวิตของเมฆินทร์เพราะต้องการคำว่าอภัยแต่สำหรับผู้ถูกกระทำเช่นเมฆินทร์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยกโทษให้ครอบครัวของหญิงสาวและเมื่อเ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น