ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา

ตอนที่ 22 : 6.3 น้ำซึมผืนทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

“คลิ๊ก!


เสียงขึ้นไกปืนทำให้ต้นกล้าชะงักและเงยหน้าขึ้นจากซอกคอหญิงสาว สบสายตาแข็งกร้าวของเมฆินทร์ที่ยืนนิ่งเล็งปืนชี้ปลายกระบอกมาทางเขาอย่างเอาเรื่อง ต้นกล้าหรี่ตาลงมองประเมินเหตุการณ์ก่อนปล่อยข้อมือหญิงสาวและยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ


“เอาเป็นว่าถ้าไอ้หมอนี่มันเบื่อเธอเมื่อไหร่ล่ะก็ ฉันยังยินดีรับช่วงต่อเสมอนะน้ำริน ถึงเธอจะไม่ใช่ของมือหนึ่ง แต่ข้อเสนอของฉันก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่กดราคาค่าตัวเธอแน่นอน”


รอยยิ้มกรุ่มกริ่มกับการมองกวาดไปทั่วเรือนร่างเธออย่างหยาบคายของต้นกล้าทำให้ธารารินเม้มปากและสะบัดหน้าเดินหนีออกห่างคนใจหยาบอย่างเร็วเท่าที่เท้าของเธอจะก้าวยาวได้ แม้สบสายตาดุดันของเมฆินทร์ที่ยืนจังก้ายกปืนขู่ต้นกล้าสีหน้าเกรี้ยวกราด เธอก็เลือกที่จะเดินไปหยุดใกล้เมฆินทร์มากกว่าคนจิตใจสกปรกอย่างต้นกล้า


ปืนในมือถูกลดลง แต่ดวงตาอำมหิตของเขายังเป็นประกายดุดันแม้ธารารินจะขึ้นมานั่งบนรถเขาแล้วก็ตาม ชายหนุ่มเดินกลับไปขึ้นรถด้วยอารมณ์กรุ่นโทสะ


ธารารินอดชำเลืองมองสีหน้าบึ้งตึงของเมฆินทร์อย่างหวาดกลัวไม่ได้ ร่างสูงล่ำสันที่โอบอุ้มบุตรสาวซึ่งหลับใหลเดินตรงเข้าบ้านหลังลงจากรถทั้งใบหน้าเฉยชา เธอเริ่มท้อกับการง้องอนคนตรงหน้าให้หันมาให้อภัย เพราะไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ถูกใจเขาไปเสียทุกอย่าง ทั้งที่เธอไม่ได้ตั้งใจเป็นต้นเหตุให้เขาอารมณ์เสีย ความบังเอิญที่ได้พบกับพายุและประทะคารมกับต้นกล้าอย่างไม่ทันตั้งตัว


ธารารินรู้สึกว่าวันนี้จะฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่ก้องภพเกิดติดธุระด่วนจนต้องให้คนรถไปส่งกลับกรุงเทพฯ ก่อนที่จะได้ไปเที่ยวตามที่รับปากเด็กหญิงมนต์มณีเสียอีกทำให้เธอต้องไปกับสองพ่อลูกตามลำพังกระทั่งเกิดเรื่องมากมายตามมาโดยบังเอิญและนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะเมื่อเธอต้องเผชิญอารมณ์ร้ายของเขาตามลำพัง


“โอ๊ย!” ธารารินร้องด้วยความตกใจเมื่อถูกมือใหญ่บีบข้อมือเล็กกระชากแรง หลังจากแยกกับเขาที่อุ้มบุตรสาวเดินขึ้นบ้านไปเธอก็หลบออกมาซุกตัวเงียบ ๆ ในสวนหลังบ้านก่อนที่เขาจะตามมาเจอเหมือนในตอนนี้


“คุณจะพาฉันไปไหน” เธอร้องประท้วงเมื่อข้อมือถูกกระชากแรงให้เดินตามคนหน้าบึ้งที่ไม่ปริปากอธิบาย มาถึงก็ฉุดกระชากลากถูเหมือนเธอไม่ใช่คน แต่เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่เขาคิดจะจูงไปไหนต่อไหนได้ตามอำเภอใจ เสียงประท้วงของเธอดูจะไร้ความหมาย ไม่เพียงไม่ตอบคำถามของเธอ เขายังลากข้อมือที่ถุูกบีบไว้ในกำมือของเขาแน่นหนา ไม่สนใจว่าเธอจะเจ็บหรือไม่บังคับให้เธอเดินตามมาจนถึงรถตู้คันใหญ่


“ปล่อยนะ นี่คุณจะพาฉันไปไหน อุ๊ย!...”ธารารินร้องเสียงดังเมื่อถูกโยนโครมขึ้นไปหลังรถอย่างไม่ไยดีจนร่างเล็กปลิวเข้าไปกระแทรกแรงกับที่วางแขนทำให้ไหล่เล็กร้าวไปด้วยความเจ็บโดยที่เขาไม่สนใจกลับปิดประตูรถแรงดังรวดเร็วพร้อมเดินปรี่อ้อมมาอีกฝั่งรวดเร็ว ดวงตาหวานตื่นตระหนกนิ่วหน้าข่มความเจ็บพยายามขยับตัวเตรียมกระโจนลงจากรถแต่ช้ากว่าร่างสูงที่ก้าวพรวดเข้ามาในรถแล้วกดเซ็นทรัลล็อกว่องไว ใบหน้าสวยเงยขึ้นดูหวาดหวั่นตาซึ้งเหลือบมองใบหน้าคมเลิ่กลั่ก


“นี่คุณจะพาฉันไปไหนกันแน่ฮะ” เสียงหวานพยายามบังคับให้ไม่สั่นแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับธาราริน


“ไปให้ไกลจากลูกสาวฉันยังไงล่ะ ผู้หญิงชอบหว่านเสน่ห์ไม่เลือกอย่างเธอไม่เหมาะจะเป็นครูของมนนี่” เสียงทุ้มตวาดกร้าวกระด้าง ดวงตาคมจ้องมองเธอราวอยากจับมาหักคอให้ตายคามือ


“หว่านเสน่ห์! ฉันไปหว่านเสน่ห์ใส่ใครเมื่อไหร่กัน”


“อย่ามาทำเป็นแกล้งโง่ไปหน่อยเลยธาราริน ฉันไม่สนใจหรอกว่าเธอจะหว่านเสน่ห์ใส่ใครเมื่อไหร่แต่ต้องไม่ใช่ต่อหน้ามนนี่แบบที่เธอทำในวันนี้” ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันด้วยความกร้าวกระด้างน้ำเสียงที่ใช้ก็ต่างฟังดูเกรี้ยวกราดไม่ยอมกัน


“ฉันเปล่า มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญแล้วพวกเขาก็เข้ามาทักฉันเอง ถ้าไอ้การที่ฉันแค่ทักทายคุณพายุและพยายามหนีการตามตื้อของพี่เขยคือการหว่านเสน่ห์ที่คุณพูดถึงล่ะก็ คุณก็เป็นคนไร้เหตุผลสิ้นดี” เธอตวาดตอบเสียงดังไม่แพ้กัน


“ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องมีเหตุผลกับพวกวิษณุพงศ์อย่างเธอเลยสักนิดธาราริน ผู้หญิงที่ยอมนอนกับฉันง่าย ๆ เหมือนเธอกับพี่สาวก็คงเที่ยวเร่ไปนอนกับผู้ชายอื่นได้ง่าย ๆ เหมือนอย่างที่พี่สาวเธอเคยทำนั่นแหละ”


เขาตวาดตอบเสียงกร้าวและนั่นคือคำพูดบาดอารมณ์จงใจดูถูกเหยียดหยามที่เขาพูดใส่หน้าเธอ ดวงตากร้าวแกร่งเหลือบมองดวงตากลมโตเบิกโพลงวาวน้ำตากับใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดของหญิงสาวด้วยความสะใจที่เห็นเธอเจ็บ ใช่ เจ็บเหมือนที่ครั้งหนึ่งพี่สาวของเธอทำให้เขาเจ็บ


“คนเลว คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันเหรอที่ยอมนอนกับคุณง่าย ๆ ถ้าการที่ฉันโดนคุณเหยียบย่ำเพราะฉันต้องการแค่คำว่าอภัยจากคุณแต่คุณกลับทำลายศักดิ์ศรีของฉันจนย่อยยับไม่มีชิ้นดีแบบนี้ คือการยอมง่าย ๆ เหมือนที่คุณประจานเหยียดหยามฉันล่ะก็ ฉันยอมคุณแล้วจริง ๆ  คุณเมฆินทร์ นับจากนี้ต่อไปฉันพร้อมจะเป็นศัตรูของคุณเพื่อทวงศักดิ์ศรีของฉันและวิษณุพงศ์คืน ต่อให้คุณไม่ยกโทษให้จนเราต้องตายจาดกันไปข้างหนึ่ง ฉันก็ไม่คิดจะสนใจมันอีกแล้ว” เสียงหวานฟังเกรี้ยวกราดแม้น้ำตาจะไหลรินไม่ขาดสายแต่ดวงตาวาวกลับแข็งกร้าวไร้แววอ่อนแอในดวงตาคู่สวยอีกต่อไป


“เก่งดีนี่ คิดจะเป็นศัตรูกับฉันอย่างนั้นเหรอ เอาสิ! ฉันจะคอยดูว่าน้ำหน้าอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้”


เขาหันมาแสยะยิ้มเย้ยก่อนจะสตาร์ทรถขับกระชากออกจากบ้านโดยไม่หันมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลยแม้แต่น้อย รถตู้คันใหญ่วิ่งไปบนถนนกว้างด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นตลบ มือหนาที่จับพวงมาลัยรถเกร็งแน่นด้วยความโกรธ จนกระทั่งถึงหน้าซอยรถคันสวยจึงชะลอความเร็วและหยุดลงพอดีปากทาง แต่เพราะเป็นเวลาเย็นใกล้ค่ำเต็มทีทำให้ทางสายนี้ดูเปลี่ยวไร้คนสัญจรไปมาจนเธอรู้สึกหวาดหวั่นไม่เข้าใจว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่


“คุณจอดรถทำไมคะ” เธอถามเสียงสั่น


“แล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ”


เข็มขัดนิรภัยถูกปลดล็อกพร้อมร่างสูงขยับหันหลังกลับมาจ้องมองเธอราวปีศาจร้าย ดวงตาคมดุเรืองรองราวมีประกายสีแดงฉาบฉายยามจ้องมองตรงมาที่เธอ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ เตรียมขยับตัวหนีห่างระแวดระวังแต่เพียงครู่เดียวร่างสูงก็กระโจนพรวดจากหน้ารถข้ามเบาะมาอยู่ด้านหลังรถรวดเร็วจนเธอตกใจ ฝ่ามือใหญ่เอื้อมคว้าไหล่บอบบางกระชากกดน้ำหนักมือบีบแรงลงบนบ่าเล็กอย่างไม่กลัวว่าเธอจะเจ็บดึงรั้งจนแนบชิด


Thumbnail Seller Link
ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
ธารารินกลับเข้ามาในชีวิตของเมฆินทร์เพราะต้องการคำว่าอภัยแต่สำหรับผู้ถูกกระทำเช่นเมฆินทร์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยกโทษให้ครอบครัวของหญิงสาวและเมื่อเ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น