ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา

ตอนที่ 2 : #1.2 กลับมาทำไม รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

“คุณปานรวี เชิญพบผมที่ห้องด่วน”


เสียงเคาะประตูดังเบาดึงความสนใจชายหนุ่มจากภาพใบหน้าหวานของหญิงสาวที่ทำให้หัวใจของเขารุ่มร้อนด้วยเพลิงแค้น


“เข้ามา” เมฆินทร์เอ่ยเสียงห้วนก่อนประตูห้องทำงานจะถูกผลักเข้ามาพร้อมร่างระหงของเลขาที่ค่อย ๆ เยี่ยมหน้าเข้ามาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา


“คุณเมฆต้องการอะไรหรือเปล่าคะ”


“ใครเป็นคนเรียกผู้หญิงคนนี้มาสัมภาษณ์” เขาผลักแฟ้มตรงหน้าส่งให้เลขาฯ


“คุณน้ำริน...” ปานรวีพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับมองใบสมัครงานตรงหน้า


“ว่ายังไงคุณปานรวี ผมถามว่าใครเรียกเธอมาสัมภาษณ์” 


น้ำเสียงห้วนตวาดถามดังจนเลขาสาวตกใจ สะดุ้งสุดตัว


“เอ่อ...คุณก้องภพค่ะ” ปานรวีรีบเงยหน้าขึ้นตอบเสียงรัว


“ไอ้ก้องมันมายุ่งเรื่องในบริษัทของผมตั้งแต่เมื่อไหร่” เมฆินทร์ขมวดคิ้วเคร่ง


“คือ เอ่อ คือ...” ปานรวีรู้สึกเหมือนจะหายใจติดขัด หน้าซีดหาคำตอบให้เจ้านายไม่ได้


“ถ้าคุณมัวแต่อ้ำอึ้ง อยู่แบบนี้ ผมจะย้ายคุณไปอยู่แผนกอื่นหรือไม่อย่างนั้นก็ไล่ให้ออกไปอยู่กับไอ้ก้องเลยดีไหม” เขาเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าซีดเผือดของเลขาฯ สาวพร้อมกล่าวเสียงดุ


“คุณก้องเธอบอกว่าจะเรียนเรื่องนี้กับคุณเมฆเองนี่คะ” เลขาสาวรีบตอบเสียงสั่น


“ถ้าอย่างนั้นคุณรีบตามมันมาพบผมด่วน ส่วนผู้หญิงคนนี้ถ้ามาแล้ว ผมจะสัมภาษณ์เขาเอง” น้ำเสียงเข้มงวดออกคำสั่ง


“ค่ะคุณเมฆ” เลขาคนงามตอบรับก่อนหันหลังเดินตัวปลิวออกไปอย่างเร็วอย่างรู้หน้าที่


“เจอดีแต่เช้าเลยปานเอ๊ย”


ปานรวีระบายลมหายใจบ่นกับตัวเองได้ครู่เดียวเพราะเธอยังไม่ทันโทร.ตามก้องภพธารารินก็เดินมาหยุดยืนส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจให้เธอซะแล้ว เธอจึงได้แต่ส่งยิ้มเจื่อน ๆ ตอบกลับพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นและหมุนตัวกลับมาเคาะประตูห้องเจ้านายหนุ่มใหม่อีกครั้ง


ก๊อกๆๆ


“เชิญ” เสียงห้วนเอ่ยอนุญาตพลางขยับเปลือกตาเหลือบขึ้นมอง


“คุณธารารินเธอมาแล้วค่ะ”


“ให้เข้ามา”


เสียงห้วนของคนที่เธอต้องเข้าไปพบทำให้ธารารินกะพริบตาเบาพลางสบตาปานรวีซึ่งเอาแต่ยิ้มจืด ๆ ตอบกลับมา เธอจึงสูดลมหายใจลึกเต็มปอด รวบรวมความกล้าก่อนจะเดินเข้าไปข้างในอย่างมั่นใจ สบสายตาขุ่นขึงคู่นั้นครู่หนึ่งก่อนจะพนมมือไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อม


ศีรษะทุยโค้งลงเล็กน้อยจนเขาเห็นแพขนตายาวงอนกะพริบช้าๆ ราวผีเสื้อขยับปีกและเสียงหวานกล่าวทักทายแย้มเยือนรอยยิ้มยามเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาและเชื่อว่าเธอเองก็สัมผัสได้ถึงแววไม่พอใจในดวงตาของเขาที่คอยจับจ้องมองเธออยู่ไม่ต่างจากเมื่อสักครู่ที่เขาใช้สายตาชนิดเดียวกันจ้องมองเธอผ่านกระจกข้างลัมเบอร์กินีคันงามไม่มีผิดเพี้ยน


“สวัสดีค่ะ”


ธารารินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอแล้วจึงสูดลมหายใจปอดยาว ๆ ทำใจดีสู้เสือเอ่ยทักทายคนหน้าดุหลังจากกวาดสายตามองสำรวจห้องทำงานของเขาคร่าว ๆ ไล่ตั้งแต่โต๊ะทำงานตัวใหญ่สีโอ๊คตั้งคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดกับแฟ้มสีดำวางเกลื่อนอยู่ใกล้ ๆ


ดวงตาวาวกวาดสำรวจรายละเอียดการตกแต่งซึ่งบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของ รวบรวมไว้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาเก็บไว้เพื่อหาทางเอาชนะใจเจ้าของห้องนี้ให้ได้ แม้ว่าจะเป็นแค่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เธอก็เอาใจใส่ทุกสิ่งอันเผื่อจะได้นำมาใช้เอาชนะใจคนตาดุนี่บ้าง


“เชิญนั่ง” เขาผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวให้นั่งลงตรงข้าม ขณะที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างเหมือนไม่อยากจะเสวนากับอีกฝ่ายนัก


“ขอบพระคุณค่ะ” เธอส่งยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตาพราวไปด้วยความตื่นเต้น


“ถ้าผมจำไม่ผิด คุณคือ น้ำริน น้องสาวของปิ่นลดาใช่ไหม” เขาเริ่มเข้าเรื่องกวนอารมณ์ของตนทันที


“ค่ะ น้ำคิดว่าพี่เมฆจะลืมน้ำไปแล้วเสียอีก” ความหวังที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเขาและเธอเรืองรองในความรู้สึกของหญิงสาวทันที


“ผมไม่มีวันลืมทุกคนในวิษณุพงศ์ได้ลงแน่นอน คุณน่าจะรู้เรื่องนี้ดี” รอยยิ้มยินดีกับแววตาแสดงความตื่นเต้นของหญิงสาวทำให้เขาแน่ใจทันทีว่าจำเธอไม่ผิด ธารารินคือน้องของปิ่นลดาดวงตาคมเหลือบขึ้นจ้องหญิงอย่างสาวเกรี้ยวกราด


“พี่เมฆยังโกรธพวกเราอยู่อีกเหรอคะ” นัยน์ตาวาวเมื่อสักครู่สลดลงทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงของคนตรงหน้า


“นี่คุณคิดว่าผมจะลืมความเลวระยำที่ครอบครัวคุณทำไว้ได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอธาราริน” ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มเยาะหยันพร้อมดวงตาเรืองรองความโกรธจับจ้องมองเธอราวเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติก่อน


“พี่เมฆ...” ใบหน้านวลซีดเผือดหมดสี


“กรุณาเรียกผมว่าเมฆินทร์จะดีกว่า ผมไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรถึงกล้ามาสมัครงานในบริษัทของผม แต่ถ้าคิดจะทำตัวเหมือนพี่สาวเมื่อสิบกว่าปีก่อนละก็ ผมว่าคุณคงคิดผิดเพราะผมไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะยอมให้พวกวิษณุพงศ์เชือดอีกครั้งแน่นอน” เมฆินทร์กัดฟันเอ่ยเสียงเข้มช้า ๆ แต่ชัดเจนอย่างคนที่พยายามสะกดอารมณ์สุดความสามารถแล้ว


“น้ำไม่ทราบว่าพี่ปิ่นทำอะไรไว้กับพี่เมฆบ้าง พี่ถึงได้โกรธมากขนาดนี้ แต่ตอนนี้เธอก็ได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับพี่แล้วอย่างสาสม น้ำรู้ว่าพี่เมฆก็คงทราบว่าเกิดเรื่องอะไรบ้างกับครอบครัวของน้ำ” ดวงตากลมเหลือบมองง้องอนอย่างน่าสงสาร


“แน่นอน ผมทราบดีว่าตอนนี้วิษณุพงศ์ย่ำแย่แค่ไหน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องให้อภัยกับทุกอย่างที่พวกคุณทำไว้กับครอบครัวของผมไม่ใช่เหรอธาราริน เพราะฉะนั้นวันนี้ที่คุณกล้าเข้ามาสมัครงานในบริษัทของผม มันก็เหมือนกับคุณกำลังจะแกว่งเท้าหาเสี้ยน”


“แต่น้ำก็พร้อมจะลองทำทุกอย่างขอแค่ให้พี่...เอ่อ คุณเมฆินทร์ยอมอโหสิกรรมให้กับวิษณุพงศ์ พวกเราต้องการแค่ให้คุณเมฆินทร์ยกโทษให้เท่านั้นไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่านี้จริง ๆ” ดวงตาหวานยังคงส่งกระแสขอความเห็นใจจากคนตรงหน้าไม่ลดละ


“ยกโทษอย่างนั้นเหรอธาราริน พวกคุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเชียว... ครอบครัวคุณนี่มันมักง่ายกันดีแท้ ๆ คิดว่าคนที่ถูกพวกคุณทำเรื่องเลวระยำแบบนั้นเขาจะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ เหมือนความมักง่ายของวิษณุพงศ์อย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง เพราะฉะนั้นคุณควรกลับไปซะ” เขากัดฟันแน่นจ้องเธอตารุกฮือด้วยความโกรธ


“แล้วถ้าฉันจะขอร้องให้นายรับน้ำรินไว้ทำงานด้วยล่ะ”


เมฆินทร์เหลือบตาขึ้นมองก้องภพเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้ายที่เขาพูดกับหญิงสาวพร้อมกับถามแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงขึงขังสบตาเขาอย่างเอาจริงเอาจังทำให้เขาหงุดหงิดจนต้องผ่อนลมหายใจระบายออกแรงตอบคำถามของเพื่อนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด


“บริษัทของฉันไม่ใช่โรงเรียนจะได้รับคนที่จบครูมาทำงาน”


“ถ้าอย่างนั้น แกก็รับน้ำรินไว้ในตำแหน่งคุณครูของมนนี่สิ”    ก้องภพเสนอ


“ลูกสาวฉันไม่จำเป็นต้องมีครูพี่เลี้ยง”


เขากัดฟันกรอดดวงตาคมเหลือบมองใบหน้ารูปไข่หวานซึ้งของคนตรงหน้าเกรี้ยวกราดก่อนจะเหลือบมองเพื่อนที่เข้ามาวุ่นวายด้วยความโกรธ ไม่มีทางที่เขาจะยอมให้หล่อนเข้ามาวุ่นวายกับลูกสาวของเขาอย่างเด็ดขาด มนนี่หรือมนต์มณี อาศิรวิษคือดวงใจที่เหลืออยู่เพียงดวงเดียวของเขา ไม่มีวันที่เขาจะยอมให้พวกผีดูดเลือดอย่างวิษณุพงศ์ย่ำยีหัวใจของเขาได้อีกครั้งอย่างแน่นอน


“นายแน่ใจเหรอวะเมฆ นายเองไม่ใช่เหรอที่ฝากฉันหาคนดูแลมนนี่ให้น่ะ”


“แต่ต้องไม่ใช่พวกวิษณุพงศ์” เขากัดฟันแน่น


“ถือว่าเพื่อนอย่างฉันขอร้องให้นายรับเธอไว้ก็แล้วกัน”


เขาบดฟันจนขึ้นสันนูนตามแนวขากรรไกรสบตาเพื่อนรักที่กำลังจ้องมองเขานิ่งอย่างหยั่งเชิง แน่นอนว่าเขาไม่สามารถขัดใจเพื่อนคนเดียวที่เคยช่วยเหลือตนยามตกทุกข์ได้ยากกระทั่งสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างทุกวันนี้ และก้องภพรู้ดีว่าเขาต้องยอมทำตามคำของร้องถ้าสิ่งนั้นไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำได้ เขาจะไม่มีวันปฏิเสธเด็ดขาด และเพื่อนกำลังบีบคั้นให้เขายอมรับศัตรูเข้ามาอยู่ใกล้ชิดลูกสาวเพียงคนเดียว


เมฆินทร์ถึงกับต้องระบายลมหายใจแรงแสดงให้เห็นว่าเขายอมแพ้ต่อสงครามน้ำลายในครั้งนี้แล้ว


“พรุ่งนี้คุณมาพบผมได้เลยน้ำริน เราจะไปทำความรู้จักกับลูกศิษย์ของคุณกัน”


ประโยคคำสั่งของก้องภพทำให้ธารารินได้แต่กะพริบตาปริบ เหลือบมองคนพูดพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะชำเลืองมองใบหน้าเคร่งเครียดของเมฆินทร์ซึ่งแสดงออกให้เห็นแจ่มชัดถึงความรังเกียจที่ทำให้เธอรู้สึกหนักใจจนต้องแอบผ่อนลมหายใจยาว


ภารกิจที่เคยคิดว่าไม่น่าจะยากดูเหมือนมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว...ธารารินเอ๊ย


Thumbnail Seller Link
ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
ธารารินกลับเข้ามาในชีวิตของเมฆินทร์เพราะต้องการคำว่าอภัยแต่สำหรับผู้ถูกกระทำเช่นเมฆินทร์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยกโทษให้ครอบครัวของหญิงสาวและเมื่อเ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น