ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา

ตอนที่ 1 : #1 กลับมาทำไม รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

ลัมเบอร์กินีเปิดประทุนสีเงินที่แล่นเอื่อย ๆ  ขนาบคู่มากับรถประจำทางอย่างไม่เร่งร้อนต้องรีบโยกพวงมาลัยหักหลบเปิดช่องระหว่างกลางให้กว้างขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้รถอีโคคาร์สีม่วง คริตตัลไลเลคคันเล็กที่แล่นปรู๊ดปร๊าดแทรกกลางเข้ามาเกี่ยวชนถูกรถหรูของตน


“ปัดโธ่โว้ย!!...ขับรถภาษาอะไรวะ”


เจ้าของรถคันงามสบถบ่นขึ้นอย่างหงุดหงิดพลางเอื้อมมือเชนจ์เกียร์เปลี่ยนจังหวะเร่งเครื่องยนต์ตีขึ้นขนาบข้างอีโคคาร์คันเล็กที่ริจะเป็นไม้ซีกงัดกับไม้ซุง ดวงตาขุ่นเหลือบมองหน้าคนขับด้วยหางตาชำเลืองแล สบสายตาเป็นประกายของคู่กรณีอย่างมีโทสะ รอยยิ้มแหยมุมปากกับสีหน้าสำนึกผิดของหญิงสาวไม่สามารถทำให้เขาลดความฉุนเฉียวลงเลย


“เด็กบ้า ซื้อใบขับขี่มาหรือไงวะเนี่ยะ”


เขาบ่นพึมพำพลางส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเปลี่ยนเกียร์และเร่งเครื่องยนต์ทิ้งห่างรถเล็กไปแบบไม่เห็นฝุ่นในระยะเวลาอันสั้น กระทั่งแล่นรถเข้าจอดหน้าตึกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอย่าง คอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)


เมฆินทร์ อาศิรวิษ นักธุรกิจหนุ่มวัย 34 ปีเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยแนวคิดใหม่จากการพัฒนาที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครตอนบนจนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นการสร้างบ้านแบบโมเดิร์นสไตล์ ในแบบคอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้กรุป กระจายไปทั่วทั้งภูมิภาครวมกว่า 20 โครงการ เน้นแนวคิดและรูปแบบที่อยู่อาศัยที่หลากหลายให้ตรงใจลูกบ้าน


เมฆินทร์ ถือว่าเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มุ่งสร้างโครงการที่มีคุณภาพและมอบบริการที่ดี มีแนวคิดทันสมัย การวางผังและการออกแบบที่อยู่อาศัยของคอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้กรุปสามารถตอบสนองโจทย์ความต้องการและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้อยู่อาศัยด้วยการสร้างรูปลักษณ์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยผสานศิลปะ และรูปแบบที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมหลายแบบเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นแบบ Cobra Style การรวบรวมจุดเด่นในการสร้างที่อยู่อาศัย และสร้างคุณค่าเพิ่มให้เกิดความโดดเด่นในแต่ละโครงการ ทำให้วันนี้ คอบบร้า พร็อพเพอร์ตี้กรุป ภายใต้การนำของเมฆินทร์ ถือว่าเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อีกรายที่น่าจับตามองในขณะนี้


ประตูลัมเบอร์กินีถูกเปิดกว้างพร้อมกับร่างสูงใหญ่กว่ามาตรฐานชายไทยในชุดสูทหรูสีขรึมสมฐานะผู้บริหารก้าวลงจากรถ ใบหน้าคมคายน่ามองติดที่ดวงตาดุดันส่งผลให้ใบหน้านั้นแลกระด้าง เขาก้าวเท้าฉับ ๆ เดินไวและไม่ได้ใส่ใจอาการนอบน้อมของเหล่าพนักงานที่เดินสวนกับผู้บริหารหนุ่มที่พากันไหว้ทักทายตลอดทาง คนเป็นนายจ้างทำแค่เหลือบตามองผ่าน ๆ โดยไม่หยุดทักทายใครกระทั่งถึงลิฟต์ส่วนตัว  


“เมฆขา...”


เสียงหวานร้องทักทายจากด้านหลังทำให้เมฆินทร์ต้องเอี้ยวตัวหันกลับไปมองเจ้าของเสียงแล้วระบายลมหายใจหนัก ๆ ตีหน้ายุ่งยากใจและเบื่อหน่ายเมื่อเห็นร่างโปร่งระหงถนัดตา เขาหมุนตัวหันหลังกลับไปมองหญิงสาวที่ยื่นแขนกลมกลึงสอดเข้ามาคล้องต้นแขนเขาอย่างประกาศความสนิทสนม


“ดีใจจังค่ะที่เจอเมฆพอดี” เสียงหวานดังผ่านริมฝีปากสีแดงสดพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า


“พิมพ์มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าถึงได้มาแต่เช้า”เขาพยายามเก็บอารมณ์ บังคับน้ำเสียงเอ่ยถามได้เรียบสนิท


“แหมเมฆขา ถ้าไม่มีธุระพิมพ์มาหาเมฆไม่ได้เหรอคะ” เธอชม้ายตาใส่จริตเหลือบขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้า


“คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้คนอื่นเข้ามาวุ่นวายในเวลาทำงาน” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบแบบไม่คิดจะรักษาน้ำใจ


“แต่พิมพ์ไม่ใช่คนอื่นเสียหน่อย” พิมพ์พจียังพยายามส่งยิ้มประจบและรัดต้นแขนเขาไว้ไม่ปล่อย


“แต่สำหรับผม ทุกคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานที่นี่ ก็คือคนอื่นทั้งนั้น”


เมฆินทร์ปลดมือเล็กที่ตกแต่งเล็บบนปลายนิ้วด้วยสีแดงเข้มพอกับริมฝีปากแดงสดของพิมพ์พจีออกจากต้นแขนของตนอย่างไม่ใยดี เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูลิฟต์เปิดกว้าง เขาจึงรีบก้าวผ่านเข้าไปพร้อมกับกดปุ่มยืนยันการปิดเพื่อให้ลิฟต์เคลื่อนตัว ประตูที่ปิดช้า ๆ ทำให้เขาทันได้เห็นใบหน้าแต่งประณีตของหล่อนง้ำงอลงแสดงความไม่พอใจแต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ


ร่างสูงก้าวโหย่งผ่านประตูห้องตรงไปโต๊ะทำงานของตนเองและทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังมันปราบสีดำสนิทสำหรับผู้บริหาร เอกสารหลายฉบับถูกวางกองไว้บนโต๊ะรอให้เขาอ่านและพิจารณา มือใหญ่เอื้อมหยิบแฟ้มสีดำบนสุดที่วางซ้อนแฟ้มอื่นเปิดออกอ่านเป็นลำดับแรกตาสีนิลกวาดมองไปตามตัวอักษรแสดงความจำนงสมัครงานไล่จากแผ่นแรกไปเรื่อย ๆ กระทั่งหยุดลงที่เอกสารแผ่นหนึ่งซึ่งมีรูปขนาดหนึ่งนิ้วของหญิงสาวที่มีดวงตาหวานประดับขนตางอนเป็นแพรับกับจมูกโด่งเป็นสัน      ริมฝีปากอิ่มเย้ายวนโดดเด่นที่สุดบนใบหน้าและเขาจำได้ว่าเพิ่งพบเธอเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ที่สำคัญหล่อนคือต้นเหตุทำให้เขาหงุดหงิดตั้งแต่เช้ากระทั่งในตอนนี้พายุอารมณ์ของเขายิ่งถูกเธอปลุกปั่นให้โลดแรงขึ้นเมื่อต้องมารู้ว่าเธอคือ


“ธาราริน วิษณุพงศ์”


ประกายตาดุดันกับน้ำเสียงเกรี้ยวกราดยามเอ่ยชื่อและชื่อสกุลของหญิงสาวในภาพถ่ายบวกกับคิ้วเข้มที่ขมวดเป็นปมอยู่เหนือดั้งจมูกโด่งขึ้นสันขณะกวาดมองคุณสมบัติรวมทั้งวุฒิการศึกษาของหญิงสาวที่เขียนไว้ในใบสมัครงาน ริมฝีปากขยับโค้งในลักษณะแสยะยิ้มน่าสะพรึง หากมีเขี้ยวโง้งยาวโผล่ออกมาให้เห็นแล้วละก็ ผู้ชายตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับปีศาจสุดหล่อในภาพยนตร์ต่างประเทศเลยทีเดียว


ใบสมัคงานที่ติดภาพหญิงสาวไว้มุมบนขวามือถูกยกขึ้นในระดับสายตาเพื่อให้เขาได้พิจารณาวงหน้าเนียนในภาพใบเล็กนั้นอีกครั้ง


เมฆินทร์จ้องมองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ ใบหน้างดงามของคนในรูปถ่ายไม่ได้สะดุดตาเขาเท่านามสกุลพ่วงท้ายชื่อของเธอ ความทรงจำที่ถูกฝังกลบไว้ลึกสุดบึ้งหัวใจไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงแห่งความคำนึงรวดเร็วราวน้ำบ่าลงจากเทือกเขา ร่างหนาเอนตัวพิงหลังกับพนักเก้าอี้ เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงพร้อมภาพอดีตที่เกือบลืมย้อนกลับเข้ามาในห้วงความทรงจำอีกครั้ง หล่อนไม่ควรกลับมากวนตะกอนใต้น้ำให้ขุ่น ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วกับเรื่องราวที่ผ่านไป


พี่เมฆขา น้ำรินคิดถึงพี่เมฆม้ากมาก พี่เมฆคิดถึงน้ำรินไหมคะ


เมฆินทร์รู้สึกเหมือนยังจำเสียงใสประจบอ้อนของเธอได้ไม่ลืม  วงหน้ารีรูปไข่ของเด็กหญิงวัยสิบปีที่ชอบสอดส่ายสายตามองหาเขาเสมอยามที่เขาไปหาปิ่นลดาพี่สาวของเธอ ในวันที่ธารารินมาค้างบ้านวิษณุพงศ์ เพราะโดยปกติเด็กหญิงจะอาศัยอยู่กับตายายและจะมาค้างกับบิดาและพี่สาวในบางวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น


ภาพของเด็กหญิงธารารินยังติดตราอยู่ในความทรงจำของเขาไม่วาย เสียงหวานที่คอยออดอ้อนประจบประแจงขอให้เขาพาเที่ยวยังก้องอยู่ในความรู้สึก แขนคู่เล็กเกาะกอดต้นแขนกำยำของเขาไว้แน่น ปลายจมูกเรียวรั้นชอบยื่นเข้ามาหอมแก้มสากพร้อมรอยยิ้มประดับบนริมฝีปากอิ่มแย้มเยือนยามเด็กหญิงน้ำรินยินดี ความจริงครอบครัวอาศิรวิษของเขากับวิษณุพงศ์ของเธอคงมีสัมพันธภาพไม่เปลี่ยนแปลงหากไม่มีเรื่องราวบาดหมางใด ๆ เกิดขึ้นในอดีต ถ้าไม่ใช่เพราะ...ความแค้นฝังแน่นพุ่งพรวดขึ้นจู่โจมหัวใจของเขาอีกครั้งแค่เพียงคิดถึง เมฆินทร์กัดฟันแน่นขมวดคิวมุ่นสะกดความพุ่งพล่านจากตะกอนอารมณ์ที่ถูกภาพความทรงจำก่อกวน

ทัณฑ์รักอาญาเสน่หา
เตชิตา
www.mebmarket.com
ธารารินกลับเข้ามาในชีวิตของเมฆินทร์เพราะต้องการคำว่าอภัยแต่สำหรับผู้ถูกกระทำเช่นเมฆินทร์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยกโทษให้ครอบครัวของหญิงสาวและเมื่อเธอก้าวเข้ามา โทษทัณฑ์สถานเดียวของเธอคือความเจ็บปวดอย่างสาสม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

94 ความคิดเห็น