ใต้อาณัติหัวใจ

ตอนที่ 20 : 5.3 บ่วงกุหลาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

               ทิษฏิและทุกคนในนรากรกำลังพยายามที่จะหาหลักฐานมามัดตัวคนร้ายเพื่อโยงใยไปให้ถึงตัวผู้บงการ ถึงพวกเขาจะมั่นใจว่าการกระทำในครั้งนี้เป็นฝีมือของใคร แต่ถ้าหากไม่มีหลักฐาน ก็คงยากที่จะเอาผิดกับโจรในคราบนักธุรกิจอย่างมันได้ และเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับคดี เขาจึงยังไม่สามารถไปรับตัวทิพย์ลดากลับมาในเวลานี้ ที่สำคัญ เป็นความประสงค์ของกำนันทศบิดาของพวกเขาด้วย ที่ต้องการให้ทิพย์ลดาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยพ้นจากสายตาศัตรูไปจนกว่าพวกเขาจะจัดการกับพวกมันสำเร็จ


                ทิษฏิจำใจต้องฝากปลาย่างอย่างทิพย์ลดาไว้กับแมวขี้ขโมยอย่างไอ้หมอนั่น ถึงจะไม่ยอมรับ แต่ทิษฏิก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยอาฆาตฆฤณ[1] ชายหนุ่มที่อ้างตัวเป็นสามีของน้องสาวตนไว้ในใจ  อย่าให้กูรู้ก็แล้วกันว่ามึงทำอะไรน้องสาวของกู ไม่อย่างนั้นน้องมึงจะต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับน้องสาวกูแน่แน่ๆ ไอ้ฆฤณ


                นายตำรวจหนุ่มเดินกระแทกเท้าระบายความหงุดหงิด ขณะที่สมองยังคงใคร่ครวญเรื่องราวประวัติส่วนตัวของชายหนุ่มที่ให้ความช่วยเหลือน้องสาวของเขาอย่างคร่าวๆ เท่าที่เขาพอจะสืบค้นมาได้กระทั่งถึงบนเรือนซึ่งทัศน์พลกำลังพูดคุยโทรศัพท์กับใครบางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านหน้าระเบียง ส่วนบิดาและพี่ชายอีกสองคนกำลังนั่งปรึกษากันอยู่อีกทางหนึ่ง และแน่นอนทุกคนกำลังรอเขาอยู่คนเดียว


                “ได้เบาะแสอะไรเพิ่มบ้างไหม” กำนันทศถามทันทีที่บุตรชายคนเล็กกลับมาถึง


                “ไอ้ดำมันยังปากแข็งอยู่เลยครับ แต่เชื่อได้ว่าอีกไม่เกินสองชั่วโมง ลูกน้องของผมคงง้างปากให้มันสารภาพจนได้แน่” ทิษฏิตอบเสียงกร้าว ไอ้ดำคือหนึ่งในสมุนโจรที่จับน้องสาวของเขาไป มันเพิ่งถูกเพื่อนของเขาซึ่งเป็นตำรวจอยู่ที่นครนายกส่งตัวมาให้เช้านี้ ส่วนไอ้เข้มและสมุนอีกสี่คนยังหนีรอดไปได้ แต่เชื่อเถอะว่าอีกไม่นาน เขาจะลากคอพวกมันมาขังด้วยมือของเขาเองให้ได้


                “พ่อจะไม่ให้ไอ้ฏิไปรับยายทิพย์กลับมาจริงๆ เหรอครับ” ทัยวัตถามขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงน้องสาว


                “ไม่ต้อง...ไอ้พวกนั้นมันรู้ว่าเจ้าทิพย์คือจุดอ่อนของพวกเรา ถ้าขืนพวกแกพาเจ้าทิพย์กลับมาก็เท่ากับลากน้องออกมายืนในที่โล่งให้พวกมันหาทางเล่นงานพวกเราได้ง่ายๆ น่ะสิ” กำนันทศอธิบายด้วยสีหน้าเครียด


                “แต่ไอ้หมอนั่น...” ทิษฏิพยายามจะหาเหตุผล


                “ฉันมั่นใจว่าไอ้หนุ่มนั่นจะดูแลเจ้าทิพย์ได้ น้องสาวของพวกแกอยู่กับมันต้องปลอดภัยกว่ากลับมาอยู่บ้านเราตอนนี้แน่”   

  

                คำตอบของกำนันทศทำให้สามหนุ่มได้แต่มองหน้ากันด้วยความหงุดหงิดพลางระบายลมหายใจแรง เมื่อทำอะไรมากไปกว่ายอมรับต่อการตัดสินใจของบิดาและเมื่อทัศน์พลเดินกลับเข้ามารวมกลุ่ม การสนทนาจึงเปลี่ยนประเด็น จากเรื่องของทิพย์ลดา กลับมาที่เรื่องการควานหาตัวคนร้ายทันที


                “เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้บุกเข้ารื้อรีสอร์ตสองจุด และหนึ่งในนั้นเป็นอินทิรารีสอร์ตของนายปองพล ฉันว่าถ้าหมอนั่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับตัวไอ้ทิพย์ไปละก็ คราวนี้มันคงไม่มีเวลาไปวุ่นวายกับน้องสาวเราได้อีกสักระยะแน่ๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้ปล่อยให้คุณฆฤณดูแลเจ้าทิพย์ปลอดภัยมากกว่าจริงๆ ทางนี้พวกเราก็ต้องเร่งหาหลักฐานเอาผิดมันให้ได้เร็วที่สุด” ทัศน์พลกล่าวด้วยน้ำเสียงเครียด


                “ถ้าเราเค้นคอไอ้ดำให้มันรับสารภาพได้ ไอ้ปองพลมันดิ้นไม่หลุดแน่” ทิษฏิตอบเสียงลอดไรฟัน


                “แต่ถ้ามันไม่ยอมรับสารภาพหรือหาแพะมารับแทนล่ะ” ทัยวัตแสดงความคิดเห็นด้วยใบหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากพี่น้องของเขา


                “ทำไมเราไม่ลองไปคุยกับคุณป้องปักษ์ดูล่ะ ฉันว่าเขาแตกต่างจากพี่ชายอยู่มาก บางทีเขาอาจช่วยพวกเราเรื่องนี้ได้นะ” ทานุทัตแสดงความคิดเห็น


                “ฉันไม่เห็นว่าบริรักษ์สกุลจะแตกต่างกันตรงไหน ถึงคุณป้องจะดูเป็นคนดีกว่านายปองพลพี่ชายของเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นคนอื่นอย่างพวกเราดีกว่าพี่ชายตัวเองไม่ใช่หรือไง” ทัยวัตแย้งขึ้นอย่างไม่เห็นด้วยเต็มที่


                “อย่าอคติน่าเจ้าวัต คุณป้องกับคุณปิ่นเป็นคนดี ใครๆ เขาก็ยอมรับกันทั้งเมือง ต่อให้นายปองพลเป็นพ่อที่ให้กำเนิด หากทำผิดจริง ฉันว่าพวกเขาไม่มีวันเข้าข้างคนผิดแน่ๆ” ทัศน์พลตักเตือนน้องชายอย่างมีเหตุผล


                “พ่อเห็นด้วยกับเจ้าทัศน์ นายป้องกับเมียเป็นคนดี หรือจะบอกว่าพวกบริรักษ์สกุลมีแค่ไอ้ปองคนเดียวนั่นแหละที่ผ่าเหล่าก็ว่าได้ พ่อรู้จักครอบครัวนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ของสองพี่น้องนี่ ยังไม่เคยเห็นใครร้ายกาจได้เท่าไอ้ปองมันสักคนเลย”


                กำนันทศถอนหายใจแรงหลังจากนั่งฟังบุตรชายถกเถียงกันเงียบๆ อยู่พักใหญ่ อดนึกถึงใบหน้าหวานกับดวงตาเศร้าๆ ของหญิงสาวที่ท่านรู้สึกเวทนาขึ้นมาไม่ได้


                “ดีนะว่าลูกสาวมันน่ารัก ไม่ได้รับการถ่ายทอดพันธุกรรมนิสัยมาจากพ่ออย่างไอ้ปองมัน ยายหนูมัทรีมันเอาดีเหมือนญาติๆ คนอื่น ถึงแม้จะไม่มีแม่คอยให้ความรักความอบอุ่น คอยอบรม แต่ก็ยังทำตัวน่ารัก ถือว่าเป็นโชคดีของบริรักษ์สกุล”


                ทัยวัตไหวไหล่พร้อมกับหยัดตัวลุกยืนแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของสมาชิกในครอบครัว ถึงจะเชื่อว่าป้องปักษ์กับภรรยาเป็นคนดีจริง แต่เขาก็มั่นใจว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำอยู่ดี จึงไม่คิดจะวางใจทุกคนที่เกี่ยวข้องกับบริรักษ์สกุล ยิ่งเมื่อหลายวันก่อนเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันอย่างยอร์ช หัวหน้าคนงานในฟาร์มตัวเองแท้ๆ กลับหักหลังวางแผนปล่อยให้อินทิราเข้ามาต่อปากต่อคำกับเขาถึงถิ่นด้วยแล้ว เขายิ่งระแวงและอคติต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวไปเสียหมด

 

                ด้านหญิงสาวที่กำนันทศเอ่ยถึงนั้น กำลังนั่งทอดสายตามองเหม่อผ่านช่องหน้าต่างทรงสูงเพียงลำพัง กับความรู้สึกยอกแสยงในใจ เพราะคำพูดบั่นทอนของทัยวัตผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกสุขใจแค่ได้คิดถึง หากเสี้ยววินาทีถัดมาพลันกลับกลายเป็นความหม่นหมอง เมื่อสำนึกได้ถึงความใจร้ายของเขา


                “แกจะเก็บคำพูดของคุณวัตมาคิดให้มันไม่สบายใจทำไมฮะมัทรี เขาอยากพูดอยากคิดอะไรก็ช่างเขาเป็นไร ในเมื่อเขาไม่เห็นถึงความหวังดีของแกก็ช่างเขาเถอะ”


                ลิซ่าซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาถอนหายใจพลางตักเตือนเพื่อนเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าเศร้าสร้อยของอินทิราชวนให้รู้สึกสงสาร แต่เธอก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ นอกจากมอบความหวังดีที่มีให้แก่เพื่อนมาโดยตลอด


                “ฉันอาย...ผู้ชายคนนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า ขนาดว่าบากหน้าไปเสนอตัวให้เขาถึงที่ แต่กลับถูกเขาปฏิเสธตอกกลับมาจนชาไปทั้งใจ แกเข้าใจฉันไหมลิซ่า มันเจ็บจนไม่อยากจะคิดถึง แต่ฉันก็ลืมประโยคพวกนั้นไม่ได้สักที แกบอกฉันหน่อยสิว่าฉันควรทำยังไงต่อไปดี” เสียงระโหยสอบถามคล้ายคนอ่อนแรง


                “ต่อให้ฉันพูดจนปากฉีกถึงใบหูก็ใช่ว่าแกจะเชื่อคำแนะนำของฉันอย่างนั้นแหละมัทรีเอ๊ย ในเมื่อแกเลือกที่จะหลับหูหลับตารักคุณวัตอย่างงมงาย เลือกที่จะปฏิเสธความร้ายกาจของเขา แกดึงข้อดีเพียงน้อยนิดที่เห็นและยึดติดภาพลวงตาพวกนั้น ต่อให้ฉันหรือใครแนะนำทางที่ดีกว่ามากแค่ไหนให้แกลองพิจารณา ใจของแกก็จะดันทุรังปักใจไปกับทางที่แกเลือก แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรกับพูดของคนอื่น ในเมื่อแกก็ไม่มีวันจะทำตามอยู่ดี”


                คนถูกเพื่อนว่าทำได้แค่สูดลมหายใจเข้าลึก และผ่อนออกอย่างแรง


                “เฮ้อ...” ร่างเพรียวยืดตัวยืนขึ้น พร้อมกับเงยหน้ามองสาวลูกครึ่งและกล่าวชวน “แกพาฉันไปเที่ยวหน่อยสิลิซ่า เผื่อว่ามันจะทำให้ฉันลืมเรื่องของเขาได้บ้าง”


                “เออ ก็ดีเหมือนกัน แกจะได้เลิกฟุ้งซ่านซะบ้าง” ลิซ่าพยักหน้า ไม่คิดจะปฏิเสธคำชวนของเพื่อนแม้แต่น้อย พูดถึงเรื่องเที่ยวขึ้นมาแล้วเธอรู้สึกอะดรีนาลินในเส้นเลือดพุ่งพล่านมากมาย


                “อย่างนั้นเราไปมายฮาร์ทกันดีกว่า เราไม่ได้แดนซ์กันนานแล้วเนอะ มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน ได้แต่รำอย่างเดียวจนลืมเที่ยวเลย ไม่รู้ว่าสมองฉันจะลืมการเต้นไปหรือยังนะแก”


                “เว่อร์จริงๆ เลยแกนี่ แต่คืนนี้แกห้ามเมา ฉันขี้เกียจหามแกเหมือนคราวก่อนอีกนะจะบอกให้” อินทิราชี้หน้าเพื่อนสาวพร้อมกับรีบเตือนไว้แต่เนิ่นๆ


                “เออๆ ฉันรับรองว่าไม่ให้แกหามกลับหรอกน่า ว่าแต่แกนั่นแหละ อย่าเมาเองก็แล้วกัน ยิ่งกำลังกลุ้มใจเรื่องคุณวัตอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง” ลิซ่าส่งค้อนเพื่อนสาวพลางกล่าวอย่างรู้ทัน


                “ถ้าเมาแล้วลืมเขาได้ตลอดไปฉันก็อยากจะเมานะ แต่นี่พอสร่างก็ยังปวดใจเหมือนเดิม แล้วทำไมฉันจะต้องทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มของพวกนั้นด้วยล่ะ”


                “แกคิดได้อย่างนั้นก็ดีแล้ว...ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีกว่า” ลิซ่ารีบดึงข้อมือเพื่อนสาวพร้อมกับหมุนตัวก้าวเดินนำหน้าคนเอ่ยปากชวน



[1] ฆฤณตัวละครจากเรื่องวิวาห์วุ่นลุ้นรักพยศ สามีของทิพย์ลดา นรากร


TB
Thumbnail Seller Link
ใต้อาณัติหัวใจ
เตชิตา
www.mebmarket.com
ความรักทำให้อินทิรายอมทำทุกอย่างเพื่อขจัดความขัดแย้งระหว่างนรากรและบริรักษ์สกุลแต่คนหัวใจด้านชาอย่างทัยวัตไม่เพียงแต่ปฏิเสธ เขายังเหยียบย่ำหัวใจของเธอ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

282 ความคิดเห็น

  1. #15 25142551 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 07:22
    ยังดีที่ยังยางอายนะคะ ดูแล้วน่าสมเพชมากกว่าน่าสงสารค่ะ
    #15
    0