ใต้อาณัติหัวใจ

ตอนที่ 19 : 5.2 บ่วงกุหลาบ รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

               “เอ่อ...เพราะ นอกจากลุงทศแล้ว คุณคือนรากรคนเดียวที่มัทเคยพูดคุยด้วย แต่ถ้าคุณวัตคิดว่ามัทควรคุยกับพี่หรือน้องของคุณมากกว่า มัทก็ยินดีจะคุยกับพวกเขาแทนค่ะ ขอแค่ยุติปัญหานี้ได้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นใครในนรากร มัทก็ยินดีค่ะ” ถึงหัวใจจะร่ำร้องว่าต้องเป็นทัยวัตเท่านั้น แต่กลับต้องตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเหมือนไม่แคร์ว่า คนที่จะแต่งกับเธอจะเป็นใครก็ได้ในนรากรก็ตาม


                “รู้ไหมอะไรไหมอินทิรา...ฉันกำลังคิดว่าเธออยากจะมีผัวจนตัวสั่นถึงขนาดแล่นมาเสนอตัวเองเป็นเมียใครก็ได้ในครอบครัวของฉันอย่างนี้ นี่ถ้าฉันบอกว่าพ่อของฉันก็เป็นอีกคนที่แต่งงานกับเธอได้ เธอก็คงไม่ขัดข้องสินะ” ริมฝีปากหยักกระตุกรอยยิ้มหยัน


                  ถ้อยคำถากถางของเขาทำให้หัวใจดวงเล็กหล่นวูบ รู้สึกอับอายจนชาไปทั้งหน้า อินทิรากัดริมฝีปากพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึก สบตากับเขาแน่วนิ่ง รวบรวมความกล้าตอบกลับไปอย่างไม่สะทกสะท้าน 


                    “ก็ได้ค่ะคุณวัต ถ้าคุณอยากได้มัทเป็นแม่เลี้ยง มัทก็จะไปคุยกับลุงทศเอง” ใบหน้านวลเชิดสูงมองเขาอย่างท้าทาย และเตรียมจะก้าวผ่านร่างสูงตรงไปยังประตูกระท่อม ในเมื่อคำพูดของเขาทำให้เธอมั่นใจแล้วว่า ข้อเสนอของเธอถูกเขาปฏิเสธ


                อินทิราทำให้คนที่เคยใจเย็นอย่างทัยวัตกลายเป็นหนุ่มเจ้าอารมณ์ได้อย่างดาย เพียงแค่เธอจบประโยคที่โพล่งตอบออกมา ฝ่ามือหยาบก็ยื่นคว้าข้อมือเรียวของคนตัวเล็กกว่าที่คิดว่าจะจากกันไปได้ง่ายๆ เหมือนกับตอนขามาที่เธอแอบเข้ามาดักรอพบเขาเองถึงถิ่น และเพราะกำลังที่เหนือกว่า ทำให้เพียงแค่ออกแรงดึง ร่างระหงก็ถลาเข้ามาอยู่ในวงแขนของเขาอย่างง่ายดาย


                “เข้าใจผิดแล้วอินทิรา คนของบริรักษ์สกุลไม่มีค่าพอที่จะมาใช้นามสกุลนรากรของฉันหรอก อย่าว่าแต่ตำแหน่งเมียเลย แค่นางบำเรอก็อย่าหวังว่าพวกฉันจะต้อนรับบริรักษ์สกุลอย่างเธอ” ดวงตาคมดุจ้องมองหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างเอาเรื่อง


                “มัทว่าคุณวัตอย่าเพิ่งด่วนสรุปเอาคนเดียวดีกว่าไหมคะ เพราะบางทีนรากรคนอื่นอาจจะยอมฟังเหตุผลและรับข้อเสนอของมัทก็ได้” วงหน้าเรียวเชิดสูง สบตาเขาอย่างท้าทายลบภาพสาวน้อยไร้เดียงสานัยน์ตาเศร้าคนเดิมไปจนไม่เหลือเค้า


                ถึงอินทิราจะอ่อนหวานเรียบร้อยเจ้าน้ำตา แต่เธอก็ไม่ใช่สาวน้อยหัวอ่อนที่จะยอมลงให้กับทุกคนอย่างไม่มีปากมีเสียงเสียทีเดียว คนที่เธอยอมอย่างไม่มีข้อแม้ก็ดูเหมือนจะมีแต่นางอินทุอรและครอบครัวของเธอเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วยามรักอินทิราก็พร้อมจะรักได้อย่างทุ่มเท แต่ยามชังเธอก็ใจดำได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งยามดื้อรั้นแล้วละก็ อินทิราก็ดื้อได้ไม่แพ้นายปองพลบิดาของเธอเลยเช่นกัน


                “อะไรทำให้เธอมั่นใจว่าพวกฉันจะรับข้อเสนอของเธอฮะอินทิรา คิดหรือว่าพวกฉันจะหลงคารมของเธอง่ายๆ...อ้อ หรือว่าเธอคิดจะใช้เนื้อตัวเข้าล่อ” เขาใช้สายตาดูถูกกวาดมองเจ้าหล่อนตั้งแต่ศีรษะจดเท้า


                “...ในเมื่อคุณไม่เห็นค่าความหวังดีของมัท ต่อไปมัทก็จะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้อีกเพราะฉะนั้น กรุณาปล่อยมัทซะที มัทจะได้รีบไปให้พ้นหน้าคุณไงคะ” ถึงจะเตรียมใจมาแล้ว แต่ทัยวัตก็ทำให้เธอรู้สึกอับอายเกินกว่าจะทนไหว ในเมื่อเขาไม่เห็นค่าความปรารถนาดีของเธอ ก็คงต้องปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามชะตากรรม


                “ไม่คิดจะลองใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อฉันก่อนหรือไงฮึอินทิรา ในเมื่อเธออุตส่าห์ลงทุนหลอกฉันเข้ามาอยู่กันตามลำพังกลางทุ่งได้ขนาดนี้แล้ว ว่ายังไงฮึ...” มือใหญ่กระชับข้อมือคู่เล็กทั้งสองข้างของเธอไว้ไม่ปล่อย พร้อมกับส่งยิ้มหยันมองตาเธอนิ่ง


                อินทิราพยายามสะบัดข้อมือทั้งสองออกจากฝ่ามือหยาบ พร้อมกับเชิดหน้าสูง สบตาเขาอย่างลองดี


                “ปล่อยค่ะ มัทไม่เคยคิดอะไรมักง่ายแบบนั้น ที่มัททำทุกอย่างลงไปก็เพราะแค่ต้องการยื่นข้อเสนอกับคุณวัตเท่านั้น ในเมื่อคุณปฏิเสธก็จบ ทำไมมัทจะต้องทำอะไรน้ำเน่าอย่างที่คุณพยายามยัดเยียดให้มัทเป็นด้วยล่ะ หรือว่าจริงๆ แล้ว คุณต่างหากที่คิดไม่ดีกับมัท”


                ตาคู่คมมองเธอด้วยแววตาแข็งกร้าว พร้อมกับออกแรงกระตุกดึงร่างเพรียวเข้าหาแล้วส่งเสียงทุ้มลอดไรฟัน “แล้วทำไมฉันต้องคิดถึงเธอในแง่ดีด้วยล่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรกับฉัน จำไว้นะอินทิรา ฉันไม่เคยคิดจะพิศวาสคนของบริรักษ์สกุล เพราะฉะนั้นไม่ว่าเธอจะพยายามสักแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันที่จะสมหวัง กลับไปซะ แล้วก็เลิกเพ้อเจ้อเรื่องการยุติความขัดแย้งบ้าบอระหว่างครอบครัวของเธอกับพวกฉันได้แล้ว และถ้าฉันรู้ว่าพ่อของเธอทำเรื่องชั่วๆ พวกนั้นจริงละก็...ฉันรับรองว่าพ่อของเธอไม่ได้ตายดีแน่”


                จบประโยคข้อมือสวยก็ถูกปล่อย พร้อมกับร่างแกร่งขยับถอยหลังจากเจ้าหล่อนก้าวหนึ่ง ขณะที่ตาดุยังจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความเห็นใจ


                หัวใจของอินทิราวูบหายไปกับประโยคตัดรอนของคนตรงหน้า เธอไม่รู้ว่าในเวลนี้ระหว่างความเจ็บปวดที่ใจ กับความรู้สึกอับอายขายหน้า เธอรู้สึกแบบไหนมากกว่ากัน ทำให้ไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความอดสูของตัวเองเอาไว้ได้ ริมฝีปากบางถูกกัดจนแดงช้ำ ใบหน้าที่เคยเชิดมองกลับก้มต่ำ ปิดบังหยดน้ำใสซึ่งจะไหลออกมาประจานความอ่อนแอพ่ายแพ้ เธอรวบรวมเรี่ยวแรงที่มี หมุนตัวหันหลังให้คนปากร้าย และรีบก้าวออกห่างเขาอย่างรวดเร็ว


                ประตูกระท่อมถูกกระชากเปิดออก เปิดทางให้ร่างระหงก้าวผ่านออกไปโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองชายหลายคนที่ยืนออกันอยู่หน้ากระท่อม เธอไม่สนใจว่าพวกเขาจะเป็นใคร และคิดยังไงที่เห็นเธออยู่ตามลำพังกับเจ้าของฟาร์มหนุ่ม


                ทัยวัตมองตามร่างบอบบางที่ก้มหน้าก้มตากึ่งเดินกึ่งวิ่งผ่านบรรดาลูกน้องของเขาไปทางรั้วที่ทอดยาวขนาบไปโดยรอบทั่วท้ายทุ่งด้วยสายตาว่างเปล่า จนเธอลับหายไปจากสายตา จึงหมุนตัวกลับไปคว้ากรงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของตนเดินออกมาจากกระท่อม ก่อนจะชำเลืองมองหัวหน้าคนงานหนุ่มที่ยืนรวมอยู่ในกลุ่มคนงานอีกสามคนด้วยสายตาคมดุ จนอีกฝ่ายรีบซ่อนใบหน้าอย่างรู้ถึงความผิดของตน จากนั้นชายหนุ่มก็นำรถของตนแล่นจากไป

 

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

282 ความคิดเห็น

  1. #230 CHIING :) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:03
    ยิ่งอ่านยิ่งหงุดหงิดกับความคิดนางเอกกับเพื่อนจริงๆ
    #230
    0
  2. #14 25142551 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 07:19
    ไม่สมเหตุสมผลเลย มีแต่จะโดนดูถูกมากยิ่งขึ้น ไม่มีศักดิ์ศรี จอผู้ชายแต่งงาน เฮ้อ
    #14
    0