ใต้อาณัติหัวใจ

ตอนที่ 18 : 5.1 บ่วงกุหลาบ รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

                7.00 น.วันรุ่งขึ้น

                ห้องรับประทานอาหารขนาดพอเหมาะสำหรับรองรับสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมงานของฟาร์ม ณ ทิพย์ลดา ร่างกำยำสมชายชาตรีของผู้เป็นนายจ้างนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหัวโต๊ะ ซ้ายมือคือหัวหน้าคนงานกิตติมศักดิ์อย่างนายยติ หรือยอร์ชของคุณหนูลิซ่าซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคนสนิทของทัยวัต ขวามือคือจอมทัพ สัตวแพทย์หนุ่มรูปหล่อของฟาร์ม


                ความห่วงใยในตัวน้องสาวทำให้ทัยวัตเป็นกังวลจนรู้สึกหงุดหงิดในอารมณ์ที่ตัวเองไม่สามารถทิ้งฟาร์มไปพร้อมกับทิษฏิได้ เพราะศัตรูอาจถือโอกาสนี้ตลบหลังพวกเขา ในเมื่อพวกเขามั่นใจว่าทัศน์พลพี่ชายคนโตของพวกเขาต่างหากที่เป็นเป้าหมายหลักของพวกมัน


แต่ถึงแม้จะตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดแค่ไหน ดวงตาคู่คมก็ยังคงคอยสังเกตทุกสิ่งรอบกายอย่างละเอียดโดยกวาดตามองไปรอบๆ เขารู้สึกสะดุดใจกับท่าทางลอบกลืนน้ำลายลงคอของเพื่อน ซ้ำแววตาคู่นั้นยังแสดงให้เห็นได้ถึงความไม่ปกติ และมีพิรุธจนสัมผัสได้


ทัยวัตยกหัวคิ้วพร้อมกับส่งเสียงถามตรงๆ “เป็นอะไรไปวะ ทำไมวันนี้แกดูท่าทางแปลกๆ ฮะไอ้ยอร์ช มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” ทัยวัตตั้งคำถามเสียงเรียบพร้อมกับมองหน้าลูกน้องคนสนิทด้วยดวงตาจับสังเกต


                “นั่นสิครับ ผมก็เห็นด้วยกับคุณวัตว่าพี่ยอร์ชดูแปลกๆ ชอบกลวันนี้ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เล่าให้พวกเราฟังบ้างก็ได้นะครับ” จอมทัพหันไปส่งสายตาเป็นห่วง จ้องมองหนุ่มรุ่นพี่ไม่วางตา


                “มะ..ไม่เป็นไร” ยติรีบสั่นหัวร้องปฏิเสธคำถามสัตวแพทย์หนุ่มเสียงรัวและรีบหันไปสบตาเจ้านาย กล่าวยืนยันคำตอบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว


                “ผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ครับคุณวัต” หนุ่มร่างล่ำรีบส่งยิ้มแหยๆ ให้แก่สายตาแสดงความสงสัยของคนเป็นนาย


                ทัยวัตกำลังจะเอ่ยปากซักเพื่อนให้หายคล่องใจ แต่ยังไม่ทันได้สอบถาม เสียงอึกทึกครึกโครมจากการวิ่งกรูกันเข้ามาของเหล่าคนงาน ซึ่งเสียงร้องเรียกกันให้เอ็ดอึงของผู้มาใหม่ก็ดึงความสนใจจากเจ้าของฟาร์มหนุ่มให้เบนไปที่กลุ่มดังกล่าว


                “นายครับนาย!” หนึ่งในสามคนงานวิ่งเลิ่กลั่กเข้ามาหน้าตื่น พร้อมกับรีบกระหืดกระหอบบอกกับเจ้านายเสียงรัว


                “ไม่รู้เจ้าขุนทองมันหลุดออกจากกรงไปได้ยังไง ผมวิ่งตามไปจนเห็นมันบินเข้าไปในกระท่อมปลายทุ่ง กลัวว่ามันจะบินหายไป ก็เลยรีบปิดหน้าต่างขังมันไว้ข้างใน ผมเห็นขุนทองมันเกาะอยู่บนขื่อสูง คิดว่าคงจับมันไม่ได้ เลยรีบมาตามนายไปเรียกมันเข้ากรงครับ”


                เจ้าของสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับเร่งฝีเท้าก้าวยาวๆ ผ่านหน้าลูกน้องของตนตรงไปยังกระบะฟอร์วีลคันเก่ง และสตาร์ตเครื่องขับออกไปจนฝุ่นตลบ มุ่งหน้าไปยังท้ายทุ่งด้วยความร้อนใจ เพราะเจ้าขุนทองคือสัตว์เลี้ยงที่เขารักมาก ขืนช้าแล้วมีใครทะเล่อทะล่าเปิดประตูกระท่อมทิ้งไว้ ปล่อยให้มันบินจากไปได้ละก็แย่เลยทีเดียว

 

                ระยะทางไม่ไกลนัก เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเดินทางออกจากตัวบ้านมาสู่กระท่อมที่ตั้งอยู่ไกลถึงท้ายฟาร์มซึ่งดูเงียบกว่าปกติ เพราะยังเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต่างกระจายกันทำงานตามหน้าที่ของตัวเองโดยรอบ  ขณะที่เจ้าของฟาร์มหนุ่มกำลังมุ่งหน้าตรงมายังกระท่อมซึ่งอินทิรากำลังใจสั่นรอคอยการมาถึงของเขาอยู่อย่างขวัญแขวน หัวใจของเธอเต้นแรงในจังหวะหวาดหวั่น แน่นอนว่าเธอกำลังวิตกกังวล และกลัวจนกระทั่งไม่แน่ใจ สารพัดที่เธอจะรู้สึกในช่วงเวลาเดียวกันทำให้หญิงสาวเครียด


                อินทิราตัดสินใจทำตามคำแนะนำของลิซ่า เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างบิดาของตนกับครอบครัวนรากร ด้วยการลงทุนบากหน้ามาขอร้องทัยวัตอย่างคนไร้ซึ่งศักดิ์ศรีและคุณสมบัติของกุลสตรี เพราะเธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขายอมแต่งงานด้วย ไม่ว่าจะต้องลงทุนแค่ไหน...เธอจะต้องแต่งงานกับทัยวัตให้ได้ เรื่องทุกอย่างจะได้จบลงเสียที แต่ถึงจะตัดสินใจและเตรียมใจมาแล้วก็ตาม ทำไมเธอยังรู้สึกตื่นเต้นมากมายขนาดนี้


                ในจังหวะที่อินทิรากำลังสับสน คิดทบทวนการตัดสินใจของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาด้วยความลังเลและว้าวุ่น ประตูกระท่อมที่ทำจากไม้เบญจพรรณได้ถูกผลักเข้ามาจนเกิดเสียงดัง ร่างเพรียวบางถึงกับสะดุ้งเพราะความตกใจ วงหน้านวลสะบัดเงยขึ้นสบตาเจ้าของร่างกำยำที่เพิ่งก้าวพรวดผ่านช่องประตูเข้ามา และหยุดชะงักทันทีที่ได้ประสานสายตากับเธอ


          คิ้วเข้มขมวดเป็นปมอยู่กึ่งกลางใบหน้า มองมาที่เธออย่างไม่พอใจ “เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”


                เสียงห้าวเอ่ยถามดุๆ พร้อมกับจ้องมองใบหน้าตื่นกลัวของหญิงสาวด้วยดวงตากระด้าง พลางส่ายตามองหาสัตว์เลี้ยงตัวโปรด กระทั่งสะดุดเข้ากับกรงนกที่ถูกแขวนไว้มุมหนึ่งซึ่งมีเจ้าขุนทองของเขาอยู่ข้างในกรง ตาคมจึงตวัดกลับมามองที่ใบหน้ากระจ่างซีดเผือดของบุตรสาวนายปองพล


                “เอ่อ มัท...มัทมีเรื่องอยากจะขอร้องคุณวัต” ไม่ใช่แค่เสียงสั่น มือเธอยังชื้นไปด้วยเหงื่อ ใจก็หวิวๆ เหมือนจะเป็นลม จนไม่กล้าลุกขึ้นยืน ได้แต่นั่งนิ่งในท่าเดิมอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่วางอยู่ชิดผนังด้านหนึ่งในกระท่อม เผชิญหน้ากับคนตาดุอย่างหวาดๆ


                “ขอร้อง...ถ้าเป็นเรื่องน้าอรกับเชอร์รี่ละก็ ฉันคงช่วยเธอไม่ได้” เขาเดาว่าอินทิราคงอยากขอร้องให้เขาช่วยเรื่องเกี่ยวกับอินตราและมารดาของเธอ ซึ่งเขาคงช่วยอะไรไม่ได้


                “เปล่าค่ะ มัทไม่ได้มาขอร้องให้คุณวัตช่วยเรื่องนั้น มัท...คือ มัทอยากขอร้องคุณวัตเกี่ยวกับเรื่องระหว่างนรากรกับคุณพ่อของมัทค่ะ แล้วก็เรื่องของพี่ทิพย์...”


                ถึงจะซักซ้อมคำพูดที่จะกล่าวกับเขามาบ้างแล้ว ชนิดที่เรียกว่าเตรียมการมาเป็นอย่างดี แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นหวั่นเกรงกับท่าทางเคร่งขรึมและน้ำเสียงราบเรียบของคนตรงหน้าจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูกเลยทีเดียว


                     คิ้วเข้มยกสูงกับประโยคที่ได้ยินจากริมฝีปากอิ่ม             


                เรื่องระหว่างนรากรกับนายปองพล นี่หมายความว่าพ่อของเธอจับตัวน้องสาวของเขาไปจริงๆ อย่างนั้นใช่ไหม และที่สำคัญ อินทิราก็รู้เรื่องนี้ด้วยอย่างนั้นสิ


                ริมฝีปากหยักเม้มแน่นข่มความโกรธ มือใหญ่กำหมัดเกร็งเหยียดแนบข้างกายพยายามระงับโทสะไม่ให้ตัวเองเผลอระบายอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงจวนเจียนระเบิดอยู่ร่อมร่อของตนลงกับคนตรงหน้า


                “หมายความว่ายังไงมัทรี...หรือว่าพ่อเธอจับตัวน้องสาวของฉันไปจริงๆ อย่างนั้นสิ แล้วนี่เธอเองก็รู้เรื่องนี้ด้วยสินะ” เสียงทุ้มดังลอดไรฟัน ขณะที่ตาดุจ้องเขม็งมองหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง


                “มัทไม่ทราบหรอกว่าพ่อจับตัวพี่ทิพย์ไปจริงๆ หรือเปล่า มัทแค่เดาเอาจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างครอบครัวเราเท่านั้นเอง” เธอรีบปฏิเสธเสียงสั่นพร้อมกับรีบผุดลุกขึ้นยืนและก้าวถอยหลังทันทีที่คนตัวโตก้าวเข้าหา ใบหน้าสวยซีดเผือดเพราะเริ่มกลัวเขาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


                “เดาอย่างนั้นเหรออินทิรา เธอคิดว่าฉันโง่แค่ไหนถึงจะเชื่อคำพูดของเธอเฮอะ” ปลายเท้ายาวก้าวเชื่องช้าเข้าหาร่างบอบบางตรงหน้า


                “มัทไม่ได้โกหกนะคะคุณวัต และที่มัทมาหาคุณก็เพราะคิดว่าเราจะช่วยกันยุติเรื่องราวบ้าๆ พวกนี้ได้ซะที”


                เธอรีบกล่าวรวดเร็วเพราะเริ่มกลัวท่าทางเอาเรื่องกับทุกย่างก้าวของคนตรงหน้า แม้ว่าเธอจะเป็นฝ่ายบุกเข้ามาหาเขาเองถึงที่ก็ตาม


                “ยุติ! เธอคิดว่าคนชั่วอย่างพ่อของเธอจะยอมเลิกราเรื่องราวทุกอย่างง่ายๆ อย่างนั้นเหรออินทิรา” เสียงทุ้มกล่าวรอดไรฟันอย่างเอาเรื่อง


                “แน่นอนค่ะ พ่อจะต้องวางมือกับเรื่องทุกอย่าง ถ้าคุณวัตยอมแต่งงานกับมัท” เสียงหวานกล่าวโพล่งออกไปตามที่ซักซ้อมไว้อย่างดี แม้ใจจะเต้นถี่หวาดหวั่นกับคำตอบและปฏิกิริยาจากคนตรงหน้า


                 ประโยคดังกล่าวของฝ่ายหญิงหยุดปลายเท้ายาวที่ก้าวเชื่องช้าเข้าหาหล่อนให้ชะงักนิ่ง คิ้วเข้มยกสูงมองด้วยสายตาที่เธอไม่มีวันอ่านออก


                “ทำไมฉันถึงต้องเลือกที่จะแต่งงานกับเธอ ทั้งที่ถ้าฉันจับเอาตัวเธอไปแลกกับยายทิพย์ที่ถูกพ่อของเธอจับตัวไปคงง่ายกว่า เธอว่าจริงไหมอินทิรา” เขาถามเสียงหยันพลางกวาดตามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจดเท้าเหมือนสำรวจสินค้า แสดงอาการดูถูก


                “ถ้าคุณวัตทำอย่างนั้น นรากรก็จะเสียชื่อ เพราะลิซ่าพร้อมจะแจ้งความข้อหาลักพาตัวกับคุณวัตทันทีถ้าอีกครึ่งชั่วโมง มัทยังไม่กลับออกไป และคุณวัตก็ไม่มีหลักฐานจะเอาความผิดกับพ่อของมัทอีกด้วย ที่สำคัญคุณวัตก็จะพลาดโอกาสที่จะช่วยคุณทิพย์เช่นกัน แต่ถ้าคุณวัตตกลงแต่งงานกับมัท เรื่องทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดี พ่อจะไม่มีวันทำร้ายครอบครัวของมัทแน่นอน” อินทิรากล่าวอย่างเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง


                “ทำไมเธอถึงเลือกฉัน ในเมื่อนรากรไม่ได้เหลือแค่ฉันที่ยังโสด พี่นุ นายฏิน่าจะยอมรับข้อเสนอของเธอง่ายกว่าฉันไม่ใช่เหรอ” ดวงตาคมหรี่ลงนิดหนึ่ง ยามเฝ้ารอคำตอบของเธออย่างสังเกตปฏิกิริยา


                คำถามของเขาทำเอาหัวใจของอินทิรากระตุก ก่อนจะวูบหล่นหาย


                นั่นสิ! เธอจะตอบเขาได้ยังไงว่าทำไมเธอถึงเลือกเขาแทนทานุทัตกับทิษฏิ จะให้เธอบอกเขาได้อย่างไรว่า เหตุผลสำคัญที่ต้องเป็นเขา เพราะว่าคนที่เธอรักไม่ใช่พี่และน้องคนใดคนหนึ่งในนรากร...แต่เป็นเขาเท่านั้น

TB
Thumbnail Seller Link
ใต้อาณัติหัวใจ
เตชิตา
www.mebmarket.com
ความรักทำให้อินทิรายอมทำทุกอย่างเพื่อขจัดความขัดแย้งระหว่างนรากรและบริรักษ์สกุลแต่คนหัวใจด้านชาอย่างทัยวัตไม่เพียงแต่ปฏิเสธ เขายังเหยียบย่ำหัวใจของเธอ...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

282 ความคิดเห็น