ใต้อาณัติหัวใจ

ตอนที่ 16 : 4.3 คิวปิด รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

           ถึงจะกลับขึ้นมาอยู่บนห้องพักของตัวเองแล้วลิซ่าก็ยังอดเก็บประโยคของนายสมหมายมาครุ่นคิดอีกครั้งไม่ได้ ‘ถ้าทำให้คุณวัตกับมัทรีลงเอยกันได้ เรื่องทุกอย่างก็ยุติ เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว...เห็นทีเธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้วละลิซ่า


            หลังจากใคร่ครวญถามตอบตัวเองอยู่หลายครั้ง ว่าควรใช้วิธีใดในการพยายามสมานรอยร้าวระหว่างครอบครัวของอินทิรากับทัยวัต สองชั่วโมงถัดมาเธอจึงวาดแผนการแบบคร่าวๆ ไว้ในใจ และแน่นอนงานนี้เธอไม่สามารถทำทุกอย่างได้โดยลำพังแน่นอน

 

                     ที่ฟาร์ม ณ ทิพย์ลดา

                “ไม่มีทาง! ผมทำไม่ได้จริงๆ ครับคุณลิซ่า งานนี้ถ้าคุณวัตจับได้ มีหวังผมได้ตายอย่างหมาข้างถนนแน่ๆ แค่คิดขนหัวไอ้ยอร์ชก็ตั้งแล้ว บรื๊อ!..” หนุ่มลูกทุ่งทำท่าขนลุกขนพองดูน่าขัน ส่งสายตาอ้อนวอนสาวน้อยเจ้าของคำสั่งด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “ได้โปรดเถอะนะครับคุณหนู นึกว่าเมตตาผมเถิดนะครับ อย่าให้ไอ้ยอร์ชต้องหาเรื่องตายเลย”


                “ปัทโธ่! นายจะต้องไปกลัวอะไรคุณวัตฮะยอร์ช ถ้านายไม่พูด ฉันไม่พูด แล้วใครหน้าไหนมันจะไปฟ้องคุณวัตได้ว่านายเป็นคนทำ” ลิซ่าทำหน้าบึ้ง มองเพื่อนวัยเด็กด้วยสายตาเอาเรื่อง


                “ถึงผมไม่พูด คุณหนูไม่พูด แต่ความลับมันไม่มีในโลกนะครับ แล้วอีกอย่าง โบราณก็เตือนนักเตือนหนา ไอ้เรื่องหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ถ้ามีใครบังเอิญผ่านมาได้ยินเรื่องที่เราคุยกันวันนี้แล้วคาบไปฟ้องคุณวัต แค่นึกขนหัวไอ้ยอร์ชก็ลุกตั้งแล้วนะครับคุณหนู” ยติหรือนายยอร์ชของสาวๆ ลอบกลืนน้ำลายพร้อมกับหรี่เสียงสนทนาลงจนอีกฝ่ายแทบจะต้องเงี่ยหูฟังพลางเหลียวมองรอบๆ ตัวด้วยความระแวดระวัง


                “สรุปว่านายจะไม่ช่วยฉันจริงๆ ใช่ไหมฮึ ฉันจะได้ให้แด๊ดดี้ไล่พ่อกับแม่นายกลับเมืองไทยมันวันนี้เลย” สาวลูกครึ่งทำหน้าตึงยกมือขึ้นเท้าเอว แสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอจะทำจริงตามที่พูดแน่ๆ หากยังกล้าตอบปฏิเสธคำขอร้องของเธอในคราวนี้ และเธอก็รีบดึงขาหนีข้อมือเพื่อนหนุ่มที่ถึงกลับลงทุนคุกเข่าขอร้องด้วยใบหน้าชวนสงสาร


                “โธ่...คุณหนูครับ กรุณาไอ้ยอร์ชเถอะนะครับ อย่าบีบบังคับไอ้ยอร์ชอย่างนี้เลย ให้ผมไปตายแทนคุณหนูซะยังจะตัดสินใจง่ายกว่าเลยนะครับ คุณลิซ่าคนดีของไอ้ยอร์ช”


                “ไม่ต้องมาเกลี้ยกล่อมเลย ทางเลือกของนายมีแค่ยอมให้พ่อกับแม่ตกงาน หรือไม่ก็ยอมช่วยฉันทำงานนี้เท่านั้น! ว่ายังไงยอร์ช นายจะเลือกทางไหน”


                ลูกครึ่งสาวหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมา ตั้งท่าจะทำตามคำพูดของตัวเองทันที หากอีกฝ่ายยังดื้อที่จะปฏิเสธคำขอร้องที่เธออุตส่าห์ลงทุนมาขอความช่วยเหลือถึงที่ขนาดนี้ พ่อแม่ของยติทำงานกับบิดาของเธออยู่ที่ออสเตรเลีย ส่วนบุตรชายคนเดียวอย่างเขาเลือกที่จะอยู่เมืองไทย ทำงานเป็นหัวหน้าคนงานในฟาร์มของทัยวัต


                ถึงแม้ว่าหนุ่มลูกทุ่งจะมีอายุมากกว่าเธอถึงเจ็ดปี แต่เพราะความที่เคยยอมเป็นลูกไล่ของเธอเสมอมาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยสำนึกในบุญคุณนายฝรั่งซึ่งเป็นบิดาของเธอที่คอยอุปการะเลี้ยงดูครอบครัวมาโดยตลอด ทำให้ยติยอมยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของลิซ่าเสมอ และแน่นอนว่าครั้งนี้เองก็เช่นกัน


                “แล้วคุณหนูจะให้ไอ้ยอร์ชทำยังไงล่ะครับ” ลูกไล่หนุ่มทำหน้าเหมือนคนใกล้ตาย ยามเอ่ยถามสาวลูกครึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย


                “นายจะทำยังไงก็แล้วแต่นาย แต่คุณวัตจะต้องมาคุยกับมัทรีที่กระท่อมปลายไร่ แล้วที่เหลือฉันจะจัดการเอง” ลิซ่ายิ้มกริ่มให้ความสำเร็จในด่านแรกของตัวเอง


                “พูดน่ะมันง่ายนะครับคุณหนู แต่ผมจะทำยังไงให้คุณวัตเข้าไปในกระท่อมโดยที่ไม่รู้ว่าผมเป็นคนวางแผนน่ะสิมันยาก...แค่คิดหัวไอ้ยอร์ชก็เหมือนกำลังจะหลุดออกจากบ่าแล้ว ไม่ตายคราวนี้มึงจะไปตายคราวไหนวะเนี่ย”


                หนุ่มลูกทุ่งบ่นกับตัวเองด้วยความกลุ้มใจ ในขณะที่ลูกสาวผู้มีพระคุณกำลังยินดีต่อชัยชนะของตน โดยไม่นำพาความทุกข์ใจของเพื่อนวัยเยาว์อย่างเขาเลยแม้แต่น้อย

 

                เวลาเดียวกับที่สาวลูกครึ่งกำลังวางแผนอยู่กับหัวหน้าคนงานของฟาร์ม ณ ทิพย์ลดาอยู่นั้น ร่างสูงล่ำสันบนหลังม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ก็กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วจากฝีเท้าทั้งสี่ ความวิตกกังวลในความปลอดภัยของน้องสาวเพียงคนเดียว ทำให้อารมณ์ของทัยวัตพลุ่งพล่าน จนต้องหาวิธีระบายความเกรี้ยวกราดออกมาด้วยกีฬาโปรดกับเพื่อนที่รู้ใจอย่างเจ้าสีหมอก สหายสี่ขาที่เขากำลังควบตะลุยไปทั่วไร่ เพียงเพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายความทุกข์ในใจ


                อาชาสายพันธุ์ดีสีน้ำตาล รูปร่างปราดเปรียว วิ่งสะบัดไปตามทางลูกรังกั้นข้างด้วยเสาปูนสีขาวต่อเป็นรั้วเตี้ยๆ ที่มีไว้สำหรับกันไม่ให้วัวนมหลุดผ่านสนามหญ้าออกมากีดขวางทางสัญจร แนวรั้วสีขาวทอดยาวขนาบด้วยท้องทุ่งกว้างกว่าหนึ่งพันไร่ซึ่งปลูกทั้งข้าวโพดและหญ้าสลับกันไปเพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์สำหรับธุรกิจในเชิงเกษตร


เจ้าสีหมอกวิ่งด้วยความเร็วผ่านคอกวัวนมและท้องทุ่ง ตรงไปยังภูเขาที่อยู่เบื้องหน้าตามการบังคับของผู้เป็นนาย

 

                ‘นั่นคุณวัตนี่’ ลิซ่าขมวดคิ้ว ได้แต่มองตามฝุ่นที่ตลบเพราะฝีเท้าม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ซึ่งถูกคุมบังเหียนโดยเจ้าของฟาร์ม ที่กลายเป็นเป้าหมายสำหรับแผนการในครั้งนี้


                “ฉิบหายแล้ว!...คุณวัตต้องเห็นผมกับคุณหนูแน่ๆ” ยติทำตาตื่นอุทานเสียงลั่น หัวใจเต้นเร็ว รู้สึกเหมือนเป็นวัวสันหลังหวะ


                “ไม่เห็นหรอกน่า นายนี่ทำใจเสาะไปได้ เป็นผู้ชายเสียเปล่า ม้าวิ่งไปเร็วซะขนาดนั้นคุณวัตไม่มีทางเห็นฉันกับนายหรอก” สาวน้อยบ่นเพื่อนด้วยน้ำเสียงระอา


                “ถ้าเผื่อมีคนอื่นเห็นอีกล่ะครับคุณหนู ผมว่าเราอย่าเพิ่งทำอะไรตอนนี้เลยนะครับ” หนุ่มลูกทุ่งพยายามส่งสายตาวิงวอนร้องขอความเห็นใจ


                “ไม่ได้! เอาไว้พรุ่งนี้ฉันจะโทร. มานัดวันกับนายอีกที ถ้าขืนนายเบี้ยวฉันละก็...ลุงยัพกับป้าบ๊วยถูกส่งกลับเมืองไทยแน่ๆ” ดวงตากลมโตหรี่ลงเมื่อส่งสายตาข่มขู่หนุ่มลูกไล่วัยเยาว์


                “เฮ้อ...ก็ขู่กันแบบนี้ ไอ้ยอร์ชไม่กล้าเบี้ยวหรอกครับคุณหนู”


                ชายหนุ่มทำได้แค่ถอนหายใจทำไหล่ตกปลงอนิจจังกับตัวเอง และทันทีที่กำหนดแผนและเตรียมการทุกอย่างไว้เสร็จสรรพ งานของลิซ่าก็เหลือแค่อธิบายพร้อมสรุปขั้นตอนทุกอย่างให้อินทิราเข้าใจและตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป ถ้าเพื่อนเห็นด้วย ทุกอย่างก็ยังคงดำเนินต่อ แต่ถ้าไม่ คนที่จะดีใจ โล่งใจที่สุด คงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากหนุ่มลูกทุ่งอย่างนายยอร์ชนั่นเอง


                “แล้วพรุ่งนี้ฉันจะโทร. หา” สาวน้อยปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยเตรียมลงจากรถพิกอัปของฟาร์ม ณ ทิพย์ลดา ที่เพื่อนขับออกมาส่งหน้าฟาร์ม


                “ไม่เปลี่ยนใจจริงๆ เหรอครับคุณหนู” แม้จะเป็นนาทีสุดท้ายแห่งความหวัง เขาก็ยังไม่วายร้องวิงวอนขอความเห็นใจลูกสาวผู้มีพระคุณอีกครั้ง


                “ไม่!” ลิซ่าปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิดทบทวน พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พรุ่งนี้ฉันจะโทร. มาบอกวันเวลานายเอง ถ้านายเบี้ยวละก็...นายเจอดีแน่”


                ลิซ่าชี้หน้าพลางก้าวลงจากรถพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง ก่อนจะหันหลังก้าวตรงไปยังรถของตัวเองที่จอดแอบไว้ด้านหลังพุ่มไม้ ใกล้ทางเข้าฟาร์มของทัยวัตนั่นเอง


                ลิซ่านำรถกระบะฟอร์วีลสี่ประตูของอินทิรารีสอร์ตแล่นทิ้งห่างเพื่อนออกมาด้วยความเร็วไม่มากนักไปตามโค้งถนน สวนทางกับรถกระบะสีแดงเลือดหมูสลับขาว ติดตราสัญลักษณ์รูปโล่ แสดงเครื่องหมายของตำรวจไทย ที่มีทิษฏิ น้องชายคนเล็กของตระกูลนรากร เป็นผู้ขับผ่านรถของเธอไป


                คิ้วเข้มขมวดเป็นปม กับนัยน์ตาสังเกตคู่นั้น ทำให้สาวลูกครึ่งรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนเล็กน้อย แต่ยังพยายามฝืนทำหน้าตาปกติไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ และระยะทางไม่ถึงสามสิบกิโลเมตรจากฟาร์ม ณ ทิพย์ลดาถึงรั้วบ้านอรอิน ลิซ่าใช้เวลาในการเดินทางไม่นานนักเธอก็กลับมาร่วมรับประทานอาหารค่ำพร้อมเพื่อนและบิดาได้ทันเวลาพอดี

 

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

282 ความคิดเห็น