บ่วงรัก บ่วงเสน่หา รีไรท์

ตอนที่ 2 : 1.2 ซุปตาร์ดาวยั่ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12734
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

เสร็จจากงานถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำ แพรพลอยจึงกลับมาเปลี่ยนชุดในห้องรับรองบนเรือ ซึ่งทางทีมงานขออนุญาตเจ้าของสถานที่ไว้เป็นที่เรียบร้อย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ดาราสาวสำหรับพักผ่อน รวมถึงเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ร่างโปรงระหงเดินอย่างมั่นใจไม่เขินอายกับความเย้ายวนของตนแม้มีเพียงทูพีทน้อยชิ้นบนเรือนกาย

ความหิวประกอบกับการทำงานยาวนานกลางแสงแดดทำให้ร่างกายของเธออ่อนเพลีย แพรพลอยรู้สึกตาพร่ามัวแต่ยังพยายามฝืนเดินต่อให้ถึงห้องพัก โดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากทีมงาน แต่อยู่ ๆ ภาพที่เห็นก็พร่ามัวจนเธอมองไม่ถนัด รู้แค่มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินสวนมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงคล้ายจะไม่สบอารมณ์ น่าเสียดายที่เธอไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธใครในจังหวะที่ร่างกายอิดโรยของเธอกำลังเบาหวิวเหมือนจะไร้น้ำหนักไปเสียเฉย ๆ

“เฮ้ย!

 อสิรวิสอุทานอย่างตระหนกเมื่ออยู่ดีๆ ร่างบางที่กำลังจะเดินสวนกันหล่นตุ้บลงมาในอ้อมแขนของเขาพอดิบพอดีราวจับวาง ดวงตาเยาะหยันมองร่างกลมกลึงของดาวยั่วสาวที่อยู่ ๆ ก็มาเป็นลมหมดสติอยู่ในอ้อมแขนอย่างไม่เชื่อถือ คิดว่านี่คือมารยาของเธอ 

“นี่คุณอย่ามาใช้วิธีเน่า ๆ แบบนี้กับผมนะ รีบลุกไปซะก่อนที่ผมจะปล่อยคุณทิ้ง” อสิรวิสทำเสียงดุเอ่ยกับคนในอ้อมแขนแต่ดูเหมือนเธอจะไม่รับรู้ใด ๆ

“นี่ไม่ได้ยินใช่ไหมฮะ” เขาตวาดลั่นแต่คนตัวบางก็ยังไม่ขยับ

“เฮ้ยนี่เป็นลมจริง ๆ หรือเปล่านี่”

ถึงไม่แน่ใจว่าดาราสาวป่วยจริงหรือเสแสร้งให้ท่าเขา ชายหนุ่มก็ใจดำไม่พอที่จะแสดงอาการไม่ใส่ใจและปล่อยเธอไว้ทั้งที่เจ้าตัวยังทำท่าราวกับหมดสติอยู่อย่างนี้ อสิรวิสจึงช้อนร่างระหง อุ้มเธอเดินตรงไปห้องพักของตัวเอง แม้จะไม่ชอบดารานัก แต่เขาก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำถึงกับจะไม่ดูดำดูดีคนป่วย แต่ถ้าจับได้ว่าเธอแกล้งทำเพื่ออ่อยเขาแล้วล่ะก็ รับรองแม่ดาวยั่วนี่ต้องโดนดีแน่!

อ้อมแขนที่แข็งแรงบวกกับพละกำลังที่มีอยู่ทำให้อสิรวิสไม่เดือดร้อนกับการที่ต้องอุ้มคนตัวบาง ทว่ากลับอวบอิ่มในส่วนที่ควบอวบได้อย่างเหมาะเหม็งอย่างแพรพลอย

ทุกก้าวของเขาจึงมั่นคงกระทั่งถึงหน้าห้องพักส่วนตัว ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ประคองเธอวางบนโซฟาหน้าห้องเพื่อหยิบกุญแจไขประตู จากนั้นจึงหันกลับมาช้อนร่างบางขึ้นอีกครั้ง เดินผ่านเข้าไปจนถึงโซฟาตัวใหญ่ในห้องนอนจึงวางเธอลง

เปลือกตาบางกะพริบช้า ๆ และเปิดกว้างขึ้นเมื่อสายตาปรับภาพตรงหน้าชัดเจน ใบหน้าคมคายของเขากับระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจผะผ่าวรินรดกันทำให้หัวใจของดาราสาวเต้นแรง

“อุ๊ย!

“นึกอยู่แล้วเชียวว่าพวกดารานี่มารยาเก่ง” อสิรวิเอ่ยเยาะหยัน มองเธอด้วยสายตารู้ทัน

“หมายความว่ายังไง” แพรพลอยผงะใบหน้าออกห่างพร้อมกับถามน้ำเสียงขุ่น

“ก็หมายความว่าผมรู้ทันนะสิว่าดาวยั่วอย่างคุณต้องการอะไร”     อสิรวิสแสยะยิ้มน่าเกลียด

“คุณคิดว่าฉันต้องการอะไรไม่ทราบ”  แพรพลอยเม้มริมฝีปากแน่น

“เงินละมั้ง ไม่อย่างนั้นคงไม่พยายามขาย...ทุกอย่างแบบนี้หรอก”

เสียงหยันกับกิริยากวาดสายตามองไปทั่วเรือนร่างเกือบเปลือยของเธอทำให้ใบหน้านวลของ  แพรพลอยร้อนผ่าว ปลายเท้าเรียวขยับหย่อนลงเพื่อพาร่างโปร่งระหงถอยห่างจากคนหยาบคายแต่ติดที่ฝ่ามือหนาของเขาคว้าข้อมือของเธอกระชับไว้พร้อมกับกระชากอย่างแรงจนคนไม่ทันตั้งตัวล้มลงนั่งบนตักกว้างของเขาทันที

“เอ๊ะ! ปล่อยฉันนะ”

“ทำไม แค่ผมพูดแทงใจดำแค่นี้ถึงกลับจะเสียมารยาทเดินหนีกันง่าย ๆ เลยหรือไง”

“หยาบคาย” แพรพลอยตวาดพร้อมดิ้นรนออกจากวงแขนรัดแน่นทันที

“เอ้าดิ้นเข้า แค่อยู่ในชุดหวิวแบบนี้ก็ยั่วจนผมลุกชันไปทั้งตัวแล้วไม่ต้องดิ้นให้เสียดสีกันขนาดนี้หรอกแม่ดาวยั่ว”

คำกล่าวหยาบคายของชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้ดวงตากลมเบิกโพลงตัวแข็งไปทันที แพรพลอยรู้สึกได้ถึงไอร้อนผะผ่าวบนใบหน้าซับสีเลือดซึ่งเกิดจากความโกรธมากกว่าความอาย เขากับเธอไม่เคยรู้จักกัน แพรพลอยจึงแน่ใจว่าไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้เขาแน่ แต่คนหยาบคายกลับดูถูกเหยียดหยามเธอทั้งคำพูดและการแสดงออก

“ทุเรศที่สุด ปล่อยฉันนะ”

“คุณนี่มารยาทำเป็นเล่นตัวเก่งนะ ไอ้ที่แกล้งเป็นลมใส่ผมนี่ไม่ใช่เพราะอยากอ่อยผมหรือไงถึงยังทำเป็นมารยาแกล้งร้องให้ปล่อย ความจริงน่าจะรีบฉวยโอกาสในขณะที่ผมเริ่มมีอารมณ์ร่วมกับคุณอย่างตอนนี้เลยมากกว่านะ”

สิ้นเสียงหยันใบหน้าดุโน้มเข้าหาลำคอระหง จมูกโด่งซุกไซ้เข้าสัมผัสความหอมละมุนของผิวสาว ยั่วหยอกเธอด้วยเรียวลิ้นชื้นกับริมฝีปากร้อนผ่าว

“ปล่อยฉันนะ ไอ้คนทุเรศ ไอ้บ้า ฉันไม่เคยคิดจะอ่อยนายสักหน่อย ไอ้หน้าโหด”

“นี่ขนาดไม่ได้อ่อยนะ”

ริมฝีปากหยักซุกไซ้หากำไรอยู่กับซอกคอละมุน ฝ่ามือกว้างรวบเอวคอดกิ่วกระชับไว้ มืออีกข้างลูบไล้ไปทั่วเนินเนื้อแน่นหนั่นแต่อวบอิ่มอย่างไม่อนาทรต่อแรงต่อต้านน้อยนิดของคนตัวบาง ไม่สนใจอาการประท้วงหยิกเหน็บและทุบตีของฝ่ามือคู่เล็ก ยิ่งเธอดิ้นมากแค่ไหนเขาก็ยิ่งต้องการแกล้งมากขึ้นเท่านั้น

ความหิวประกอบกับเรี่ยวแรงอันน้อยนิดทำให้เธอไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ฝ่ามือใหญ่ซุกซนไต่เข้าใต้ชุดหวามจากทางด้านหน้า สอดนิ้วเข้าไล้ปลายถัน ขณะที่ริมฝีปากเม้มย้ำทิ้งรอยเป็นหลักฐานไว้บนผิวเปลือยแถวซอกคอเธอ ฟันคมขบย้ำพลางไล้ฝ่ามือคลึงเคล้นไปทั่วผิวเปล่าเปลือยราวกับเป็นเจ้าของ

เขาโน้มกายทาบลงบนเรือนร่างเล็กที่เอนตัวลงตามความยาวของโซฟายาวพลางใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือเธอยึดไว้ ตรึงร่างเล็กไม่ให้ดิ้นหนี ขณะโน้มใบหน้าไซ้เนินสล้างใต้ชุดว่ายน้ำชิ้นน้อยอย่างลำพองใจ ลิ้นชื้นกับเรียวฟันขบเล็มทิ้งรอยหวามไว้ทั่วเรือนกายสาวอย่างจงใจ

แพรพลอยทั้งกลัว ทั้งตกใจกับสถานการณ์ชวนหวามไหว หัวใจเธอเต้นรัว แต่ไม่น่ากลัวเท่ากับร่างกายที่เรียกร้อง และตอบสนองสัมผัสของเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ

“โอ้...ไม่ กรุณาปล่อยฉันเถอะนะ” เธอพยายามหักห้ามความลุ่มลึกของอารมณ์ ฝืนเอ่ยวิงวอนและพยายามดันตัวออกห่างฝ่ามือที่กำลังสร้างความหวาดหวั่นให้เรือนกายเธอตื่นเร้า  มือใหญ่ที่ประกอบไปด้วยนิ้วเรียวยาวเป็นลำทียนสอดลึกเข้าหยอกเย้ากับความสาวที่เธอหวงแหน

ดวงตาคู่หวานเบิกโพลงขึ้นอย่างตกใจ บีบขาพร้อมกับพยายามจะดันตัวหนีขณะส่งเสียงประท้วง แต่ถูกเขาดูดกลืนไว้ในอุ้งปาก เรียวปากหยักบดขยี้กลีบปากอ่อนนุ่มของเธอจนเกิดอาการบวม ขาแข็งแรงขยับแทรกลงกึ่งกลางกายยุติการต่อต้านด้วยการแยกเรียวขาเธอออกจากกัน เปิดทางให้ฝ่ามือลุ่มร้อนซุกซนเข้าไปในเรือนกายสาว สร้างความปั่นป่วนยวนยั่วจนเธอร้องครางสะอื้น

“ไม่...” เสียงประท้วงที่เริ่มแผ่วเบาตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น

ก๊อก ๆๆ

เสียงเคาะประตูดังรัวทำให้อสิรวิสหยุดชะงักการรุกรานหญิงสาวพร้อมกับยกคิ้วด้วยความแปลกใจต่างกับแพรพลอยที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะเสียงดังจากด้านนอกเสมือนเสียงระฆังพักยกที่ดังได้จังหวะเหมาะพอดิบพอดี หากไม่มีเสียงนี้เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ตรงหน้าได้อย่างไร

“หวังว่าคงไม่ใช่แผนมัดมือชกของคุณหรอกนะแม่ดาวยั่ว เพราะคนอย่างอสิรวิสไม่มีทางพลาดเพราะตกเป็นข่าวกับดาราฉาวอย่างเธอแน่”

เสียงกระด้างเอ่ยดุดัน ข่มขู่ก่อนปล่อยร่างเธอจากอ้อมแขน เดินไปที่ประตู กระชากประตูเปิดอย่างแรงโดยไม่หันไปสนใจหญิงสาวที่รีบจัดแจงชุดวาบหวิวของตัวเองอย่างรวดเร็ว

“ตายจริง!” เสียงแหลมสูงของช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองดังด้วยความตกใจ

“คุณเป็นใคร” น้ำเสียงเย็นเยียบอย่างที่ลูกน้องทุกคนที่ได้ฟังมักกลัวจนตัวสั่นดังข่มขู่ผู้มารบกวน

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ ส้ม เอ่อ ส้มมาหาลูกแพรค่ะ” เสียงตอบตะกุกตะกักเมื่อสบสายตาดุของคนหน้าขรึม หล่อนรีบหลบสายตาเย็นเฉียบของเขาวุ่นวาย

“พี่ส้ม”

แพรพลอยรีบเดิน จนเกือบกลายจะเป็นวิ่งถลาเข้าหาช่างแต่งหน้าคนสนิทเพราะกลัวว่าหากช้าไปอีกนิดจะต้องถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังกับคนหน้าดุ เธอโผเข้าหาเพื่อนสาวประเภทสองทันทีพร้อมกับดึงจนเกือบกลายเป็นกระชากเพื่อนออกห่างคนหน้าเคร่ง

“ถ้าเปลี่ยนใจอยากสานสัมพันธ์ของเราให้แนบแน่นโดยไม่ผูกมัดละก็ มาเคาะห้องผมได้นะสาวน้อย ผมยินดีต้อนรับ” อสิรวิสกล่าวเสียงหยัน

แพรพลอยเม้มปากแน่น เชิดหน้าสูงและพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้หันกลับไปตอบโต้แล้วรีบก้าวเร็วจากไปโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับไปมองคนอวดดีนั่นอีกเลย จึงไม่เห็นรอยยิ้มเยาะหยันกับอาการไหวไหล่เล็กน้อยกับอาการยกมือที่เคยลูบไล้เรือนกายเกือบเปลือยของเธอยกขึ้นจับริมฝีปากตัวเองเบา ๆ

“อย่าคิดว่าจะจับฉันได้ง่าย ๆ เหมือนเสี่ยแก่ ๆ ของเธอเลยแม่ดาวยั่ว” อสิรวิสกล่าวอย่างเยาะหยันถึงคนที่เดินตัวปลิวไม่เหลียวหลังกลับมามองเขา

แพรพลอยทั้งโกรธและโมโหจนร่างกายที่อ่อนแอเริ่มอ่อนแรงลง ทำให้เพื่อนสาวประเภทสองต้องประคองเธอเดินโดยไม่คิดจะถามอะไรแม้ว่าจะอยากรู้เรื่องที่เธออยู่กับอสิรวิส ซีอีโอหนุ่มแห่งวิษณุวัสตามลำพังในห้องของเขาได้อย่างไรก็ตามที

“เป็นยังไงบ้างลูกแพร เดินไหวไหม” ส้มถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“แพรหมดแรงค่ะพี่ส้ม เมื่อสักครู่ก็เป็นลมจนคนบางคนเข้าใจผิดหาว่าแพรอ่อยเขาทีนึงแล้ว” เธอตอบเสียงแผ่ว

“ตายจริง นี่คุณรวิสคิดว่าลูกแพรอ่อยเขาอย่างนั้นเหรอ”

“ค่ะ แต่พี่ส้มอย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ ตอนนี้แพรทั้งหิวและก็เหนื่อยจนจะเป็นลมอีกรอบแล้ว”

“เพราะอีตาโก้แท้ ๆ เชียวทำให้ลูกแพรต้องเป็นแบบนี้”

“ช่างมันเถอะค่ะ ถึงยังไงลูกแพรก็ไม่เป็นอะไรแล้ว แค่กินข้าวและพักผ่อนสักหน่อยเดี๋ยวก็หายค่ะพี่ส้ม”

“จ้ะ งั้นลูกแพรรอพี่เดี๋ยวนะ พี่จะไปหาอาหารมาให้ทาน” ส้มรีบกุลีกุจอสั่งอาหารให้เพื่อนนางแบบทันที

ถึงแม้จะรู้สึกโกรธชายหนุ่มมากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่เก็บเรื่องของเขามาใส่ใจนานนัก อาจเป็นเพราะภาพพจน์ของเธอเองก็ไม่ได้ดีนักหนาแม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นเหมือนดังข่าวต่าง ๆ ที่สื่อออกมาก็ตามที แพรพลอยชินกับการที่ทุกคนจะมองเธอด้วยสายตาเยาะหยันและคิดอกุศลกับเธอจนไม่คิดจะเก็บเอามาใส่ใจให้เนิ่นนาน เพราะหากเธอคิดมากก็จะมีผลเสียต่อการทำงานและนั่นหมายถึงรายได้ของเธอจะหดหาย มารดาของเธอยังรอเธออยู่เพราะฉะนั้นเธอจะเก็บเรื่องอื่นมาใส่ใจไม่ได้เด็ดขาด

หลังจากได้รับประทานอาหารและพักผ่อนอย่างเต็มที่สีหน้านวลของแพรพลอยจึงดูสดใสอีกครั้ง เธอยังต้องถ่ายแบบบนเรือลำใหญ่นี้อีกหลายวันและแน่นอนเธอต้องพบเจอคนบ้าอำนาจอย่างอสิรวิสทุกวันจนกว่างานนี้จะสิ้นสุดลง ซึ่งเธอเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขาไม่ได้ แต่เธอเลี่ยงที่จะให้ความสนใจในตัวของเขาได้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

762 ความคิดเห็น

  1. #2 hello_black-love (@hello_black-love) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:05
    อัพต่อเร็วๆนะคะ
    #2
    0