เจ้าสาวหัวใจบานฉ่ำ You Are My Beautiful Girl

ตอนที่ 42 : 14.3 คนที่ไม่ใช่ยังไงก็ต้องเจ็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    9 มี.ค. 64

เมื่อเดินพ้นห้องนอนของทิษฏิออกมาแล้วเธอจึงรีบโทร.ติดต่ออรวรรณ  “คุณอรคะ พรุ่งนี้เก้าโมงคุณอรมีเวลาว่าง ไปเซ็นเอกสารให้พิมที่อำเภอได้ไหมคะ อาจจะเสียเวลาของคุณสักชั่วโมงค่ะ” 


“เขายอมจดทะเบียนสมรสกับแกแล้วเหรอ เร็วดีนิ ไปทำอีท่าไหนเข้าละ” อรวรรณถามน้องสาวบุญธรรมเสียงหยัน “แต่ไม่ต้องบอกก็ได้ ฉันไม่ได้อยากรู้นักหรอก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันที่อำเภอ จะได้จบ ๆ กันไป ฉันก็จะได้ไม่ต้องหวาดผวากลัวว่าเด็กที่ฉันเลี้ยงไว้ ให้กินอยู่บนเรือนอย่างแก จะปีนขึ้นไปขี้รดไว้บนหลังคาบ้านฉันเสียที”


“พิมไม่มีวันจะทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าแบบนั้นแน่นอนค่ะ พิมรักเคารพคุณแม่ของคุณอรอย่างไร พิมก็เคารพรักคุณอรแบบนั้น และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนค่ะ”


“ฉันจะจำคำพูดของแกไว้ เอาเป็นว่าเจอที่อำเภอพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ฉันไม่อยากคุยนาน เดี๋ยวผัวฉันเกิดมารู้เรื่องเข้าจะทำให้แผนการของแกพังซะเปล่า ๆ ” อรวรรณตัดบทและวางสายไปทันที


“ตกลงว่าพรุ่งนี้ ผู้ปกครองเธอว่างหรือเปล่า”


พิมหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าไม่ผ่องใสนัก เธอไม่รู้ว่าเขาเข้ามายืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว และไม่รู้ว่าเขาได้ยินบทสนทนาของตนกับอรวรรณที่อาจเล็ดลอดลำโพงโทรศัพท์ออกมาด้วยหรือไม่


“ค่ะ พรุ่งนี้คุณอรจะไปเจอกับเราที่อำเภอ”


พิมตอบและก่อนจะพูดอะไรต่อ เธอได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบ้านและทิษฏิหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่ได้บอกอะไร ไม่นานเขาก็เดินนำหน้าอาคันตุกะที่เธอไม่รู้จักเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับแนะนำกับเธอว่า


“คุณโกเมท ทนายความของฉัน”


“สวัสดีค่ะ” เธอทักทายคนตรงหน้าและกะพริบตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ


“ก่อนที่เราจะจดทะเบียนสมรสกันในวันพรุ่งนี้ ฉันอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามร่างสัญญาข้อตกลงหลังการหย่า ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง”


“อ้อ...” พิมพยักหน้าทั้งที่ใจหดหู่ ยังไม่ทันจดทะเบียนสมรสเขาก็คิดไกลไปถึงวันหย่าแต่เธอก็ทำตามความต้องการของเขาด้วยความเต็มใจ

 

ร้อยตำรวจโทหนุ่มถอนหายใจแรงหลังกดปิดกระแทกฝากระโปรงด้านหน้ารถปิคอัพของทางราชการที่เกิดมารวนเกเรระหว่างปิดเสียงดังปังอย่างหัวเสียพลางสบถบ่นคนเดียวด้วยความหงุดหงิด


“ทำไมซวยอย่างนี้วะไอ้ต้อง ไอ้รถเส็งเคร็งนี่ก็จำเพาะเจาะจงต้องมาเสียกลางทางเปลี่ยวตอนแดดออกเปรี้ยงๆ อย่างนี้ด้วยวะ จะเสียไม่เสือกเสียตั้งแต่ตอนอยู่ที่บ้านพี่ฏิวะเนี่ย”


เตชินทร์ยกหลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วถอนหายใจพร้อมกับควานหาโทรศัพท์มือถือตามตัวแล้วทำหน้านิ่วเมื่อไม่พบอุปกรณ์สื่อสารของตน จึงกลับเข้าไปค้นหาภายในรถอย่างร้อนใจ


“ฉิบหายแล้ว...มือถือกูหายไปไหนวะเนี่ย โธ่เว้ยทีนี้กูจะติดต่อขอความช่วยเหลือได้ยังไงวะเนี่ย ซวยซับซวยซ้อนอะไรอย่างนี้วะไอ้ต้อง”


ผู้กองหนุ่มเกาหัวแกร๊กๆ แต่แล้วในจังหวะที่เขายังไม่เห็นทางออก ตกอยู่ในอาการมืดแปดด้านอยู่นั้น แววตาหงุดหงิดพลันเหลือบขึ้นมองเห็นรถคันหรูที่แล่นสวนทางกันที่หน้าทางเข้าไร่นรากรเมื่อเกือบชั่วโมงที่ผ่านมา และรถคันดังกล่าวกำลังแล่นฉิวตรงมาด้วยความเร็วซึ่งหากเขาไม่มีไหวพริบพอ คงจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าของรถคันดังกล่าวไม่ทันอย่างแน่นอน


เตชินทร์รีบถอดเสื้อยืดที่ใส่อยู่แล้วกระโดดออกไปยืนริมถนนพลางใช้เสื้อโบกแกว่งไปมาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเจ้าของรถคันสวยอย่างมีความหวัง ในขณะที่เจ้าของรถหรูกำลังตกอยู่ในอารมณ์สะเทือนใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่สามารถกั้นน้ำตาที่ไหลผ่านหางตาเอาไว้ได้ อย่างไร้ซึ่งเสียงคร่ำครวญสะอื้น หญิงสาวยกหลังมือขึ้นปาดรอยชื้นบนแก้มตนเป็นระยะๆ กระทั่งจังหวะที่กำลังจะแล่นรถผ่านปิคอัพหน่วยราชการตำรวจที่จอดอยู่ข้างทาง เธอก็เกือบเหยียบห้ามล้อไม่ทันเมื่อชายคนหนึ่งทำท่าเหมือนจะกระโดดเข้ามาขวางทางรถของเธอ


เอี๊ยด!!


ใบหน้าแดงก่ำกับดวงตาช้ำน้ำตารื้นขอบตาหญิงสาวที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยทำให้ผู้กองหนุ่มชะงักและตัดสินใจไม่ถูกไปเสี้ยววินาทีว่าควรกล่าวคำใดก่อนระหว่างขอโทษหรือขอความช่วยเหลือจากเธอดี เตชินทร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เปิดยิ้มประจบประแจงทำสัญญาณมือชี้ไปที่กระจกบานเลื่อนข้างคนขับให้เธอรู้ว่าเขาต้องการสนทนาด้วย


ฆฤษวีใช้หลังมือปาดน้ำตาพลางสูดลมหายใจเข้าลึกกลั้นสะอื้นมองผู้ชายเปลือยอกที่เดินออกมายืนขวางหน้ารถของเธออย่างชั่งใจครู่หนึ่ง เมื่อเขาส่งสัญญาณมือบอกเธอให้ลดกระจกลงเพื่อสนทนากัน ดวงตาช้ำชำเลืองมองไปที่รถปิคอัพหน่วยงานราชการตำรวจติดชื่อส.ภ.อ.ที่เป็นเจ้าของแล้วเม้มปากแน่นก่อนลดกระจกข้างลงเอ่ยถามเขาด้วยเสียงขาดห้วงแต่ห้วนด้วยโทสะ อารมณ์เธอขณะนี้ไม่ได้ดีเหมือนกับหน้าตาของตน ประกอบกับอาการพาลที่เป็นผลพวงจากตะกอนอารมณ์จากฝีมือของนายตำรวจสังกัดส.ภ.อ.เดียวกับคนตรงหน้าอย่างทิษฏิ นรากร


“นึกว่าเป็นตำรวจแล้วคิดจะทำอะไรก็ทำได้หรือยังไงฮะ เกิดฉันเบรกไม่ทันขึ้นมาถึงคุณเป็นตำรวจก็มีสิทธิ์ตายเหมือนหมาข้างถนนได้นะคุณ”


ผู้กองเตชินทร์สะดุ้งเบาๆ แล้วคิดในใจ ถ้าผมต้องตายก็ขอตายคาอกสาวๆ สวยๆ เหมือนคุณดีกว่าเรื่องอะไรจะยอมตายแบบหมาข้างถนนเล่า


แต่สิ่งที่ทำคือส่งยิ้มประจบพลางเอ่ย “รถผมเสียนะคุณ แล้วโทรศัพท์ผมก็ดันหล่นหายไปด้วย ผมขอยืมมือถือคุณโทร.หาเพื่อนที่สน.ให้มาช่วยลากรถให้หน่อยได้ไหม”


ฆฤษวีเม้มปากแล้วถอนหายใจเจือเสียงสะอื้น มองคนที่อุตส่าห์เสี่ยงตายกระโดดเข้าขวางทางเธอเพื่อขอความช่วยเหลือขนาดนี้ เธอก็ใจดำไม่พอจึงปฏิเสธไม่ออกจึงหันไปควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าถือ หยิบขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอแล้วยื่นส่งให้อย่างไม่ใคร่จะเต็มใจสักเท่าไหร่


นายตำรวจหนุ่มยิ้มออกรีบคว้าสมาร์ตโฟนยี่ห้อดังที่หญิงสาวยื่นให้แล้วเตรียมจะต่อสายหาทิษฏิ แต่ฉุกคิดขึ้นได้จึงเปลี่ยนใจโทร.เข้าเบอร์ของตัวเอง เขาควรได้เบอร์โทร.คนสวยช้ำรักเก็บไว้ในเครื่องของตนก่อน และคิดไปเองว่าเธอคงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับทิษฏิทุกกรณีในเวลานี้แน่ ดังนั้นหลังยิงเบอร์ของเธอเข้าเครื่องตนเรียบร้อย เตชินทร์จึงรีบเปลี่ยนเลขหมายโทร.ติดต่อกลับไปที่สน.เพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานต่อทันที 


“จ่าดำ นี่ผมหมวดต้องนะ จ่าช่วยเอารถมารับผมที รถผมเสียอยู่ปากทางบ้านพี่ฏิ”


เตชินทร์คุยกับเพื่อนร่วมงานอีกไม่กี่คำก็วางสายแล้วหันไปส่งยิ้มอ่อนให้เจ้าของมือถือที่ตนยืมใช้พลางยื่นส่งคืนให้เธอแล้วกล่าว


“ขอบคุณครับ หวังว่าสักวันผมจะมีโอกาสตอบแทนน้ำใจของคุณในวันนี้นะครับ”


ฆฤษวีรับมือถือของเธอคืนพลางเม้มปากแล้วปล่อยก่อนเอ่ยกระแทกกระทั้นเสียงขุ่น “ไม่จำเป็น ฉันคิดว่าเราคงไม่มีโอกาสได้มาพบกันอีก”


เตชินทร์ยิ้มมุมปากมองกระจกข้างที่ค่อยๆเลื่อนขึ้นพร้อมกับก้าวถอยหลังสองก้าวเมื่อเธอกำลังจะเคลื่อนรถออกไปและมองตามท้ายรถหรูที่แล่นห่างไปเรื่อยๆ จนลับตา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #78 noksan22 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 15:53

    มารอต่อไปค่ะ

    #78
    0