เจ้าสาวหัวใจบานฉ่ำ You Are My Beautiful Girl

ตอนที่ 40 : 14.1 คนที่ไม่ใช่ยังไงก็ต้องเจ็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 มี.ค. 64

แม้จะเจ็บปวดกับความผิดหวังที่ซ้ำซาก แต่ฆฤษวี ก็คือ ฆฤษวี เธอไม่ใช่คนฟูมฟายเจ้าน้ำตา หญิงสาวประคองทิษฏิไปนั่งลงบนโซฟาเบดข้างหน้าต่างแล้วเดินไปลากเก้าอี้ที่อยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา ดึงมานั่งใกล้ ๆ เพื่อปรับความเข้าใจและฟังคำอธิบายจากเขา


คำถามแรกที่วีอยากได้คำตอบก็คือ คุณยังรู้สึกกับวีเหมือนเดิมหรือเปล่าคะฏิเธอถามและกั้นใจรอคำตอบอย่างจดจ่อ


ทิษฏิหายใจลึกแล้วถอนใจยาว เสียงของฆฤณยังก้องอยู่ในความทรงจำอย่าให้ความหวังกับฆฤษวีอีก ผมหวังว่าคุณจะไม่รั้งวีให้จมปลักอยู่กับความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แล้วปล่อยให้เธอไปเจอกับคนที่ดีกว่าคนอย่างคุณ


ผมไม่ทำแบบนั้นกับวีแน่ คุณไม่ต้องห่วง


 เขาจำได้แม่นว่ารับปากสามีน้องสาวไว้อย่างไร และยังจำคำพูดของทิพย์ลดาที่รู้จักนิสัยของฆฤษวีเป็นอย่างดีได้ไม่ลืม 


 แต่ถ้าคุณวีรู้ว่าพี่กับพิมมีพันธะสัญญากันแค่สี่ถึงห้าปี คุณวีต้องรอจนกว่าพี่ฏิจะได้อิสระแน่นอนเพราะฉะนั้นพี่จะต้องไม่ให้คุณวีรู้เรื่องข้อตกลงของพี่กับพิมอย่างเด็ดขาด


ทิษฏิสูดหายใจเข้าลึก แล้วถ่ายออกช้า ๆ ระบายความหนักหน่วงใจพลางสบสายตาเธออย่างเปิดเผยความรู้สึกก่อนจะตอบคำถามเธออย่างตรงไปตรงมา


ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณ มันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยวี แต่...ผมเพิ่งเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ หลังจากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นในชีวิตของผมว่าความจริงที่ผ่านมา ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนไม่คืบหน้าไปมากกว่าเดิมเป็นเพราะระยะทางกับหน้าที่การงานของเรา แยกเราให้ยิ่งห่างเหินแต่แปลกที่เราสองคนต่างก็พอใจจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นเขาอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


ฆฤษวีเม้มปาก มองอย่างหยั่งความคิดของเขาผ่านดวงตาที่หรี่แคบลง คุณจะบอกอะไรกับวีก็พูดออกมาตรงๆ เถอะค่ะ อย่าอ้อมค้อมให้ฟังยากเพราะวีไม่ใช่นักถอดใจความที่ดีนักหรอกค่ะ


ผมหมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เราทั้งคู่อาจจะยังรักกันไม่มากพอ หรือบางที ความรู้สึกของเรามันอาจเป็นแค่ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันในจังหวะที่เราไม่มีใคร ผมเชื่อว่าคุณก็คงสังเกตเหมือนกันว่าเราแทบไม่ได้ติดต่อกันและเราต่างก็ไม่เดือดร้อนกับความห่างเหินนั้นเลย


คุณจะบอกกับวีว่าที่ผ่านมาคุณเข้าใจผิดว่าความรู้สึกของเรามันคือความรักแต่ความจริงมันไม่ใช่ อย่างนั้นเหรอคะฏิเธอถามเขาอย่างขมขื่น ดวงตารื้นไปด้วยหยดน้ำตา


          ผมขอโทษนะวี ผมรู้ว่าไม่ควรแก้ตัวเพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของผมคนเดียวเท่านั้นเขาถอนหายใจอย่างอึดอัดและรู้สึกผิด อยากปลอบโยน เช็ดน้ำตาให้เธอแต่กลัวความอ่อนโยนจะยิ่งทำให้ยืดเยื้อ


ถ้าวันนี้วีไม่มาหาคุณเอง คุณบอกวีได้ไหมคะ ว่าคุณจะพูดความจริงกับวีเมื่อไหร่ หรือต้องรอให้วีเห็นทะเบียนสมรสระหว่างคุณกับเด็กคนนั้นก่อนคุณถึงจะบอกความจริงกับวี คุณทำแบบนี้กับวีได้ยังไงคะฏิ ปล่อยให้วีเป็นคนโง่ในสายตาของทุกคน ทั้งทิพย์ พี่ฆฤณ ทุกคนรู้เรื่องนี้กันหมด มีแต่วีเท่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลย


ผมพยายามจะหาโอกาสบอกคุณนะวี แต่มันหาจังหวะเหมาะไม่ได้จริงๆ  ผมไม่กล้าขอให้คุณยกโทษให้แต่อยากขอร้องคุณว่าอย่าโกรธคนอื่นๆ เลยนะ ที่ทุกคนไม่พูด ไม่ใช่เพราะจงใจจะปิดบังหรืออยากเห็นคุณเป็นคนโง่อย่างที่คุณคิด แต่เป็นเพราะทุกคนรอผมเป็นคนสารภาพกับคุณด้วยตัวเองเท่านั้น


เธอเงยหน้ากะพริบตาไล่หยดน้ำตาที่ใกล้ล้นจากหางตาจนต้องยกมือขึ้นกรีดนิ้วปาดน้ำตาทิ้งพลางสูดลมหายใจลึก กล้ำกลืนความเจ็บแปลบในใจพลางเอ่ยถามด้วยประโยคที่อาจจะเป็นเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลให้แผลยิ่งลึกและกว้างขึ้นก็ตาม


คุณรักเด็กคนนั้นใช่ไหมคะ


ทิษฏิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและเตรียมปฏิเสธแต่บางสิ่งบางอย่างทำให้เขาฉุกคิดแต่ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ประกอบกับต้องการให้ฆฤษวีตัดใจจากเขาได้ง่ายขึ้น แม้รู้ว่านั่นจะยิ่งทำให้เธอเจ็บปวด แต่มันคงดีกว่าปล่อยให้บาดแผลในใจเธอมันเรื้อรัง เขาจึงตกลงใจที่จะยึดเอาความเงียบเป็นคำตอบรับโดยไม่ต้องขยายความใด ๆ เพื่ออธิบาย


ฆฤษวีแค่นยิ้มเยาะตัวเองอย่างเจ็บปวดกับความจริงว่าตนตกอยู่ในอันดับสองเสมอ อาการเงียบแทนคำตอบของชายคนรักบีบคั้นหัวใจที่เคยพ่ายแพ้มาอย่างบอบช้ำมา เจ็บมาอย่างแสนสาหัส แต่ศักดิ์ศรีทำให้เธอสามารถหยัดยืนขึ้นทั้งสะอื้นแม้ท้ายที่สุดจะพบว่าความรักในครั้งนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรกับรักครั้งแรก เป็นความรักที่ต้องผิดหวังซ้ำซาก บั่นทอนทำลายความมั่นใจของเธอจนหมดสิ้น ท้ายที่สุดแล้วคนที่ถูกเลือกก็ไม่ใช่เธอ ดวงตาเจ็บช้ำเจิ่งนองน้ำตามองเขาอย่างเจ็บปวด


ขอบความรู้สึกดีๆ ที่คุณเคยมอบให้วีมาโดยตลอดนะคะฏิ ลาก่อนค่ะ


ความเจ็บปวดในแววตาของฆฤษวีทำให้นายตำรวจหนุ่มปวดใจเบาๆ อยากจะเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอมากอดปลอบแต่ต้องหักใจ ปล่อยเธอเดินจากไปทั้งน้ำตาด้วยความกดดันและมองเธอไปจนลับสายตาด้วยความรู้สึกผิด


ทัยวัตเดินเข้ามาในห้องหนังสือเมื่อฆฤษวีแล่นรถห่างออกไป คนเป็นพี่วางมือบนไหล่น้องชายและออกแรงบีบแผ่วเบาให้กำลังใจ


ฉันเข้าใจความรู้สึกของแกนะไอ้ฏิ แต่ฉันหวังว่าแกคงไม่เอาเรื่องนี้ไปโยนเป็นความผิดของพิมเขาหรอกนะ  


ผมไม่ใช่คนพาลอย่างพี่นี่หว่า จะได้โยนความผิดให้คนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เหมือนที่พี่เคยทำกับเมียตัวเองน่ะแม้จะตกอยู่ในอาการกลัดกลุ้มแต่ทิษฏิก็ยังคงเป็นทิษฏิวันยังค่ำ


เออ...ก็ดีแล้ว ชีวิตพิมน่าสงสารกว่ามัทรีมาก ฉันไม่อยากให้แกรังแกเด็กมัน ถือซะว่าเลี้ยงลูกนกลูกกาไว้เอาบุญก็แล้วกันทัยวัตตบบ่าน้องชายหนัก ๆ

ถ้าพี่อยากได้บุญนักก็ลองขออนุญาตมัทรีเอายายเด็กนั่นไปเลี้ยงในฐานะเมียอีกสักคนเป็นไร รับผิดชอบแทนผมซะเลยเป็นไงล่ะคนกำลังเครียดเอ่ยขวางขึ้นอย่างพาล ๆ


ส่วนคนเป็นพี่สะดุ้งโหยงเพราะเขาเคยพูดทำนองนี้กับทัศน์พลไว้เช่นกันสมัยที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับอินทิรา อ้าวไอ้นี่...หงุดหงิดอะไรก็อย่าพาลคนอื่นสิวะ ฉันไม่คุยกับแกแล้ว อ่อ แล้วที่ฉันมานี่ก็จะมาบอกแกว่า ฉันกับมัทรีจะพาพิมไปรับยายปอถักไปเที่ยวบ้านคุณป้อง อาจจะค้างที่นั่นแล้วบ่ายๆ พรุ่งนี้จะพาพิมมาส่ง


ทิษฏิชักสีหน้า ผมไม่อนุญาต พี่กับเมียจะไปก็ไป ทำไมต้องเอายายเด็กนั่นไปด้วย


ทำไม...เกิดจะหวงขึ้นมาหรือไง เมียฉันเขากลัวแกจะพาลโยนความผิดให้พิมนะสิ เขาเลยอยากพาพิมไปให้พ้นหูพ้นตาแกก่อน พ่อยังเห็นดีด้วยเลยนี่หว่าทัยวัตเอ่ยกลั้วหัวเราะ


ไปบอกพ่อกับเมียพี่ อย่างที่ผมบอกพี่เลย แล้วฝากเรียกยายเด็กพิมมาหาผมด้วยทิษฏิเอ่ยอย่างหงุดหงิด


เออ แล้วจะบอกให้ทัยวัตกลอกตาใส่อาการหัวเสียของทิษฏิ แม้จะเข้าใจความรู้สึกของน้องชายดีแต่ก็อดจะหมั่นไส้ท่าทางฉุนเฉียวแสดงอารมณ์ของน้องไม่ได้เช่นกัน

***********************************

สำหรับนักอ่านใหม่ ฝากเรื่องของพี่วัตกับมัทรีไว้ด้วยนะคะ 

ตามไปอ่านเรื่องของทั้งคู่ได้ใน ใต้อาณัติหัวใจ ค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #77 noksan22 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 15:49

    มารอต่อไปค่า

    #77
    0
  2. #75 Nangmannoi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 05:09
    รอๆๆๆไๆๆๆ
    #75
    0