เจ้าสาวหัวใจบานฉ่ำ You Are My Beautiful Girl

ตอนที่ 38 : 13.2 น้ำท่วมปาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 มี.ค. 64

ทิษฏิได้รับรายงานจากเตชินทร์เพื่อนนายตำรวจรุ่นน้องว่าสามารถจับกุมตัวนายต่อ ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมเจ้าของสถานบันเทิงบลูสกายและมีส่วนรู้เห็นในคดีการตายของนายสามารถ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครราชสีมาได้ หลักฐานจากกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของม่ายสาวผู้ตาย และจากคำให้การของพยานบุคคลที่ได้เห็นหน้าของผู้ต้องสงสัยซึ่งคาดว่าจะเป็นคนนำลูกบอลโยคะมาส่งมอบให้กับผู้ตายซึ่งโปรดปรานการเล่นโยคะ นำไปสู่การสเก็ตภาพตามคำให้การของพยาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดี หลังพบหลักฐานชิ้นสำคัญว่าม่ายสาวได้รับแก๊สคาร์บอนมอนอกไซต์ที่ถูกอัดไว้ในลูกบอลโยคะท้ายรถซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เขากับลูกทีมติดตามคดีทั้งสองอย่างทุ่มเทมาตลอดสองสัปดาห์ ดังนั้นถึงแม้เขาจะยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ แต่เขาก็ไม่สามารถอดทนรอฟังข่าวจากทีมโดยไม่ได้มีส่วนร่วมในการสืบคดีนี้ได้ 


ไอ้ต่อมันไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรเลยครับพี่ฏิร้อยตำรวจเอกเตชินทร์หรือไอ้ต้องนายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องของทิษฏิเป็นคนรายงานเสียงขรึม สงสัยคงไม่ใช่แค่การฆ่าล้างหนี้ หรือปมชิงรักหักสวาทเสียแล้วล่ะ ผมว่ามันต้องมีเงื่อนงำ บางทีอาจจะเชื่อมโยงกับคดีการตายของนายสามารถก็เป็นไปได้นะครับ


ทิษฏิหรี่ตาเล็กลงอย่างใช้ความคิด แม้จะสันนิษฐานได้ว่าคนร้ายทั้งสองคดีน่าจะเป็นคนเดียวกัน แต่จากหลักฐานที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอจะมัดตัวผู้ต้องสงสัยและสรุปได้ว่าเป็นคนลงมือสังหารเหยื่อทั้งสอง 


ฉันก็คิดเหมือนแก...กรณีแบบนี้ เราต้องตรวจสอบทุกเงื่อนงำ ต่อให้มันดูไม่ชัดเจนเพราะบางทีที่อีเจ๊ปลาดาวโดนสั่งเก็บ ก็อาจเป็นเพราะอยู่ในเหตุการณ์ในวันที่นายสามารถถูกฆาตกรรมก็เป็นไปได้ ถ้าไม้นวมใช้กับไอ้ต่อไม่ได้ผล เราคงต้องเล่นไม้แข็ง


ทิษฏิเอ่ยเสียงขรึมพลางหรี่ตามองผ่านกระจกไปทางห้องขัง เขาเอื้อมมือคว้าไม้คล้ำพยุงตัว ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องมาหยุดยืนหน้าห้องขัง เท้าเอวมองคนร้ายที่เป็นต้นเหตุให้ตนได้รับบาดเจ็บซึ่งกำลังหลับคุดคู้ตัวอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ เขาใช้ไม้คล้ำสะกิดปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น


ผู้ต้องหาลืมตา แล้วแหงนหน้ามองคนที่ปลุกพร้อมแสยะปากยิ้มกวนบาทาคนปลุกพร้อมกับค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าด้วยท่าทางกวนประสาทแล้วเอ่ยยียวนไม่เกรงกลัวสายตากระด้างของนายตำรวจหนุ่ม


หวัดดีผู้หมวด เอ๊ะผู้กอง หรือสารวัตรนะ ขาหายดีแล้วหรือครับถึงถ่อมาเยี่ยมเยียนผมถึงที่นี่ได้ ระวังหน่อยนะครับ เกิดขาพิการไม่หายขึ้นมา คราวหน้าจะวิ่งไล่กรวดผมไม่ทันนะท่านรอง


ทิษฏิยกเท้าซึ่งยังไม่หายดีนัก วางแตะกลางอกคนร้ายพร้อมกับแสยะยิ้ม หรี่ตาลงเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน อยากทดสอบไหมละ กูจะได้ลองกระทืบมึงให้ดู เผื่อมันจะช่วยให้มึงแน่ใจขึ้นว่าขาของกูหายดีจริงหรือเปล่า” 


ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่แล้วจะข่มขู่อะไรนักโทษก็ได้หรือไงคุณตำรวจผู้ต้องหาหัวหมอเอ่ยเสียงยียวน


ถ้านักโทษยังไม่เลิกกวนตีนตำรวจ รับรองกูไม่ทำแค่ขู่มึงแน่ ไอ้ระยำเอ๊ย!” เท้าข้างที่ยังเจ็บและแตะอยู่บนหน้าอกของคนร้ายออกแรงยันออกไปเต็มอารมณ์จนคนร้ายจอมยียวนหงายหลังชนกำแพงเสียงดังโครมใหญ่


เฮ้ย! พี่ฏิใจเย็น ๆ สิวะพี่เตชินทร์นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องรีบโผเข้ามารั้งแขนคนเลือดร้อนไว้ทันก่อนที่ทิษฏิจะตรงเข้าไปกระทืบคนปากดีซ้ำ


ทิษฏิกัดฟันกรอดอย่างพยายามควบคุมอารมณ์พร้อมกับข่มกลั้นอาการเจ็บแปลบที่ข้อเท้าขณะสูดหายใจลึก และดึงแขนออกจากการเหนี่ยวรั้งของเพื่อนรุ่นน้องเมื่อระงับอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง ดวงตากร้าวจ้องมองผู้ต้องหาเขม็ง


“มึงอยากติดคุกหัวโตแทนคนที่มึงทำงานให้ก็ตามใจ แต่อย่าคิดว่าจะมีใครทำให้มึงลอยนวลพ้นความผิดจากคดีนี้ได้เลยไอ้ต่อ”


ชายร่างผอมหยัดตัวลุกขึ้นยืนพิงกำแพงห้องขังพลางแสยะยิ้มมองนายตำรวจหนุ่มด้วยสายตาท้าทาย “อย่าปักปรำกันอย่างนั้นสิครับสารวัตรทิษฏิ ผมยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ผู้ต้องหา ตำรวจยังหาหลักฐานได้ไม่พอที่จะยัดเยียดข้อหาหนักอย่างนั้นให้กับผมเลยนะครับอย่าลืมสิ”


“มึงไม่ต้องมาปากดีไอ้ต่อ กูนี่แหละจะหาหลักฐานมาลากคอมึงกับไอ้คนบงการเบื้องหลังมึงมารับโทษให้จงได้”


“หึๆ อย่าดีแต่ขู่ก็แล้วกันสารวัตร เพราะจากประสบการณ์ของผมหมาที่ชอบเห่ามันมักจะไม่ค่อยดุสักเท่าไหร่เสียด้วยสิ”


“พุทโธ่โว้ย...” ทิษฏิจะถลาเข้าไปซัดผู้ต้องหาด้วยความฉุนเฉียวแต่ถูกเพื่อนร่วมงานนายตำรวจรุ่นน้องรั้งตัวไว้ไม่ปล่อย


“อย่าพี่ฏิ...ไอ้ต่อ ถ้ามึงยังไม่หุบปากได้โดนตีนตำรวจอย่างพวกกูรุมกระทืบแน่” เตชินทร์นายตำรวจรุ่นน้องของทิษฏิเริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้าง


ทิษฏิสูดลมหายใจลึกแล้วถอนใจหนักๆ ขณะจ้องมองผู้ต้องหาด้วยสายตาอำมหิตพลางเอ่ยลอดไรฟัน “กูไม่ได้ขู่มึง แต่กูมาเตือนมึงเอาบุญ ถ้ามึงยังไม่รู้ตัวว่าชีวิตตัวเองแขวนอยู่บนเส้นด้ายละก็ มึงก็สังวรเอาไว้เลยไอ้ต่อ มึงคิดเหรอว่าไอ้คนที่มันบงการให้มึงทำงานให้ไม่คิดจะหาคนมาปิดปากมึงอยู่ แล้ว พวกกูก็ไมว่างพอจะคุ้มกันพยานที่ไม่ให้ความร่วมมืออย่างมึงหรอกนะเพราะฉะนั้นมึงลองเก็บเอาไปทบทวนดูให้ดีๆ ว่ามึงจะวางชีวิตตัวเองไว้ในมือพวกกูหรือคนที่บงการมึง”


 ธรรมรัตน์กับพิมเดินมาจนเกือบจะถึงเรือนพ่อกำนันอยู่แล้วเมื่อเพื่อนรุ่นน้องของทิษฏิขับรถแล่นผ่านประตูรั้วเข้ามา แล้วจอดรถใต้ร่มไม้ตรงหน้าเรือนก่อนที่ทิษฏิจะเปิดประตูรถพลางค่อย ๆ ขยับลงจากรถอย่างทุลักทุเลและทันทีที่เห็นพิมกับเพื่อน อารมณ์อยากกลั่นแกล้งทำให้ทิษฏิออกคำสั่งกับสาวน้อยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


มาได้จังหวะพอดี มาพยุงฉันขึ้นบ้านหน่อยสิพิม


เดี๋ยวผมช่วยเองพี่ฏินายตำรวจรุ่นน้องกล่าวแล้วเตรียมจะเดินอ้อมรถไปช่วยประคองทิษฏิ


ไม่ต้อง...มึงกลับสน.ไปได้เลย แค่ประคองผัวขึ้นบ้าน เมียกูเขาทำได้สบายอยู่แล้วทิษฏิปฏิเสธความหวังดีของหนุ่มรุ่นน้องและชำเลืองมองทางพิมกับเพื่อน เร็วๆ เข้าสิพิม


พิมกัดปากและมองเขาอย่างไม่ไว้วางใจแต่ยอมเดินเข้าไปช่วยประคองคนเจ็บเอาแต่ใจตามคำสั่งอย่างไม่เกี่ยงงอนโดยมีธรรมรัตน์เพื่อนซี้พยายามจะช่วยประคองเขาอีกแรงถ้าไม่ถูกคนเจ็บห้ามไว้ด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ


ไม่ต้อง...แค่พิมคนเดียวพอเขาเอ่ยพร้อมกับวางมือลงบนบ่าของหญิงสาวอย่างจงใจทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดไปที่คนช่วยประคอง


พิมเกือบเสียหลัก เมื่อน้ำหนักทั้งหมดของคนเจ็บถ่ายเทมาที่เธอ โชคดีที่ได้ธรรมรัตน์ช่วยเป็นหลักในการทรงตัว โอ๊ย...ช่วยทรงตัวให้มันดีๆ หน่อยสิน้า ตัวน้าก็ไม่ใช่เบาๆ นะ เดี๋ยวได้ล้มทั้งคู่”  


หึ...แค่นี้ทำมาบ่น ทีตอนฉันทับเธอทั้งตัว ไม่เห็นเธอจะบ่นว่าฉันตัวหนักนิทิษฏิพูดโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบไม่แสดงอารมณ์


พิมทำเงยหน้าทำตาเขียวใส่คนที่ประคองพลางบ่นอุบอิบในคอ ส่วนธรรมรัตน์ยืนกะพริบตาปริบๆ มองทิษฏิขณะที่นายตำรวจรุ่นน้องของทิษฏิหัวเราะขลุกขลักในคอพร้อมกับหยอกเย้าอย่างขบขัน


มีพยาบาลดีแบบนี้นี่เอง มิน่าพี่ถึงกล้าถีบผู้ต้องหาทั้งที่ขายังไม่หายเจ็บ ที่แท้ก็ไม่อยากจะหายเร็วเอาไว้ใช้เป็นข้ออ้างในการอ้อนเมียนี่เอง”       เตชินทร์แซวเพื่อนรุ่นพี่กลั้วหัวเราะ


ถ้ามึงอยากมีคนให้อ้อน เพื่อนเมียกูยังโสดทั้งแท่ง มึงจะรับไปพิจารณาไหมล่ะไอ้ต้องทิษฏิพเยิดหน้าไปทางธรรมรัตน์ที่รีบตอบรับด้วยการพยักหน้าหงึกๆพลางเปิดยิ้มหวานส่งสายตาหว่านเสน่ห์คนถูกแหย่ที่รีบส่ายหน้าหวือพร้อมปฏิเสธเสียงหลง


ไม่ดีกว่าครับ เกรงใจ อย่างนั้นผมไปทำงานต่อดีกว่าครับ


ผู้หมวดหนุ่มติดยศร้อยตำรวจโททำหน้าพิกลหลังตอบจึงรีบกล่าวลาอย่างเร็วก่อนเดินมาที่รถของตนและขับรถแล่นออกมาจากบ้านไร่กำนันทศสวนทางกับรถสัญชาติยุโรปยี่ห้อดังปากทางเข้าไร่นรากรซึ่งเขาจำได้ว่าหญิงสาวเจ้าของรถคันดังกล่าวคือคนรักและยังเป็นน้องสาวของน้องเขยหนุ่มรุ่นพี่


“ซวยแล้วพี่ฏิเอ๊ย...ขาก็ยังเป๋ๆ อยู่อย่างนั้นต้องมาเจอรถไฟสองขบวนชนกันกลางบ้านมีหวังเละเป็นโจ๊กแน่ๆ ลูกพี่กู” 

*******************************************************

ยังมีคนคิดถึงกันอยู่ไหมน้อ หายไปนานไม่รู้นักอ่านหายไปหมดหรือยัง แหย่มาหยั่งเชิงสักตอนก่อนเนอะ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #76 noksan22 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 15:45

    มารอและเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ค่ะ

    #76
    0
  2. #73 Kanokwan Ruenarom (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 05:21
    ไม้ค้ำ ไล่กวด
    #73
    0
  3. #72 fufu591150 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 09:31
    คิดถึงค่ะพี่อ้อ รออยู่เสมอ
    #72
    0
  4. #71 WongkaewKanchana (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 22:49

    รอลุ้นอยู่ค่ะว่ารถไฟสองขบวนมาเจอกันจะเป็นไงอ่ะ
    #71
    0
  5. #70 Praditporn Tongsubanan (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 21:46
    รอค่ารออออออออ❤❤❤❤❤❤❤❤❤
    #70
    0
  6. #69 ywkrnt (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 20:51
    รอเสมอจ้า
    #69
    0
  7. #68 Jajah911 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 มีนาคม 2564 / 20:24
    ยังอยู่ค่าาาา รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #68
    0