เจ้าสาวหัวใจบานฉ่ำ You Are My Beautiful Girl

ตอนที่ 21 : 7.3 ราชสีห์ขี้บ่นกับหนูนาช่างเถียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    6 ก.ย. 63

 

พิมโน้มศีรษะลงไปใกล้ใบหน้าชายที่เธอตั้งใจจะผูกมัดเขาด้วยทะเบียนสมรส เธอกวาดสายตามองทั่วใบหน้าคมคร้ามแดดซึ่งแม้ขณะหลับตาก็ยังทรงไว้ซึ่งอำนาจเหนือความรู้สึกของเธอ ทั้งที่รู้ว่าไร้วาสนา ไม่มีวันที่เขาจะเห็นเธออยู่ในสายตา แต่เธอก็ยังอาจเอื้อมอย่างไม่เจียมใจ ติดตามเรื่องราวของเขาห่างๆ กระทั่งได้พบกันโดยบังเอิญในคืนนั้น วันที่เธอกำลังหาทางเอาตัวรอดจากความมักมากของวันชัย ทิษฏิเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่โผล่เข้ามาในจังหวะที่เธอกำลังจะจมน้ำตาย ทำให้เธอต้องรีบฉกฉวย ไขว่คว้าและยึดเขาไว้เป็นที่พึ่ง แม้จะเป็นไปอย่างเห็นแก่ตัวก็ตาม พิมเผลอมองใบหน้าคมคายของคนที่กำลังหลับสนิท...เพราะมัวจมอยู่ในภวังค์ความคิด เธอจึงไม่ทันตั้งตัวเมื่อเขากะพริบตาแล้วตื่น มองเธอในระยะกระชั้นชิด


ทิษฏิสะดุ้งเบาๆ หลังลืมตาตื่นและสบตากับหญิงสาวในระยะเผาขน ใกล้กันชนิดที่ปลายจมูกแทบชนกัน คนเพิ่งตื่นจึงเกิดอาการคล้ายสะดุ้งขึ้นจากความฝัน คิ้วเข้มยกเฉียง ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาคนที่อยู่ใกล้จนลมหายใจเป่ารดกัน


ตึกตั๊กตึกตั๊ก...


เสียงหัวใจพิมเต้นแรงจนเธอต้องรีบยกมือกุมหน้าอกพลางขยับตัวออกห่างจากเตียงคนไข้ด้วยความกระดากและหวั่นไหว


คิดจะทำอะไรฉันฮะยายเด็กใจแตก ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้น ตั้งใจจะขโมยจูบฉันหรือไงทิษฏิชักสีหน้าและแสร้งเอ่ยถามเสียงขุ่น


เพ้อเจ๊อไปกันใหญ่แล้วน้าพิมแก้เก้อกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยน้ำเสียงขุ่นขวาง เธอแบะปากใส่เขาพร้อมปฏิเสธเสียงสั่น ควบคุมจังหวะเต้นของหัวใจแทบไม่ทัน ความอายประจานอยู่บนใบหน้าที่แดงก่ำจนต้องหันหลังหนีแววตารู้ทันของคนป่วย อย่างหนูนี่นะจะขโมยจูบคนแก่อย่างน้า...น่าจูบตายละ


แล้วเธอจะยื่นหน้ามาจ้องมองฉันทำไม หรือว่าอารมณ์เปลี่ยวและกำลังคิดไม่ดีอยู่ใช่ไหม


เขาเอ่ยค่อนขอดแม้จะแอบขำหลังสังเกตเห็นใบหน้าแดงก่ำกับท่าทีเขินอายของเด็กสาวที่ทำให้เขาเกิดความเอ็นดู พิมทำให้เขานึกถึงสมัยที่ทิพย์ลดาน้องสาวคนสุดท้องสมัยอายุเท่ากับพิม


ขาฉันเดี้ยงขนาดนี้ คงไม่มีอารมณ์จะทำอะไรกับเธอหรอกเด็กใจแตก ไม่ต้องมาทำอ่อยให้เสียเวลาดีกว่า


เฮอะ...น้านี่ไข้ขึ้นจนเพ้อเจ๊อ พูดจาไร้สาระ หนูก็แค่ก้มลงไปดูว่าน้ายังหายใจอยู่หรือเปล่าก็เท่านั้นเอง เห็นนอนเงียบๆ ไปหลายชั่วโมง นึกว่าทนพิษบาดแผลไม่ไหวตายไปแล้วเสียอีกคนกำลังเขินแสร้งเอ่ยประชดประชัน


ไม่ใช่ว่าอยากช่วยเติมลมหายใจให้ฉันล่ะ


เขาเบ้หน้าแบะปากใส่พร้อมกับแกล้งเย้าแหย่เธออย่างนึกสนุกก่อนเปลี่ยนเรื่องใช้หญิงสาว


ไปหยิบกระบอกพลาสติกในห้องน้ำให้หน่อยสิ ฉันปวดฉี่


พิมทำหน้ายู่ยี่พลางปรายหางตามองค้อนเขาวงใหญ่ แต่ก็ยอมเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบกระบอกพลาสติกรองปัสสาวะคนไข้มายื่นให้กับเขาตามที่ได้รับมอบหมายและเตรียมตัวจะเดินหนีห่างไปถ้าไม่ถูกประโยคคำสั่งทำให้เธอหันไปเบิกตาโพลงมองเขาอย่างตื่นตะลึง


ปิดม่านแล้วก็มาช่วยพยุงฉันลุกขึ้นด้วยเขาสั่งหน้าตาเฉย


หนูว่า หนูไปตามพยาบาลให้น้าดีกว่าพิมตั้งท่าจะเดินออกจากห้องแต่ถูกคนไข้คว้าข้อมือดึงไว้เสียก่อน


ฉันปวดฉี่จะแย่อยู่แล้ว ขืนรอให้เธอไปตามพยาบาลมาช่วย มีหวังได้ฉี่ราดที่นอนพอดี อย่าเรื่องมากทำอย่างกับไม่เคยเห็นของผู้ชายไปหน่อยเลยน่า แค่นี้อย่ามาทำเป็นดัดจริต ฉันไม่ใช่พวกโรคจิตตั้งใจจะโชว์อวัยวะเพศให้เธอมองเสียหน่อยเขาว่าเหน็บด้วยความหมั่นไส้


หนูไม่ได้ดัดจริตนะ ถึงหนูจะเคยเห็นหนอนน้อยของน้ามาแล้วก็เถอะ แต่ก็ใช่ว่าหนูจะต้องคุ้นชินจนทนเห็นมันได้โดยไม่เขินอายนิ หนูไม่ได้แก่แรดอย่างคนรุ่นน้าจะได้หน้าหนาไม่รู้สึกรู้สมอะไร


สาวรุ่นกระเตาะทำหน้ายุ่งและบ่นเป็นหมีกินผึ้งและควบคุมหัวใจที่เต้นกระหน่ำอยู่ในอกไม่ได้จริงๆ


ให้ตายเถอะ! เธอนี่มันพูดมากน่ารำคาญจริง ๆ ถ้าฉันไม่ได้เจ็บหนักอยู่ละก็ จะทำให้เธอกลับคำพูดไม่ทันเลยทีเดียว กล้าบอกว่าของฉันเป็นแค่หนอนน้อยเหรอยายเด็กแก่แดด...” เขาคาดโทษเธอเสียงขุ่นก่อนจะออกคำสั่งอย่างหงุดหงิด รีบปิดม่านแล้วมาประคองฉันลุกเดี๋ยวนี้


พิมปรายตามองค้อนเขาและจำใจทำตามคำสั่งของเขาอย่างหมดทางเลี่ยง เธอรูดม่านรอบเตียงเสร็จก็ตรงเข้าไปช่วยประคองเขาลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล หลับตาปี๋ท่องคาถาสงบหัวใจไม่ให้คิดไกลไปถึงเหตุการณ์ชวนวาบหวามเมื่อเขาสลัดผ้าห่มออกและตั้งท่าดึงกางเกงลงเชื่องช้าเหมือนจะยั่วให้เธอคลั่ง


นี่แม่คุณ...จะหลับตาอีกนานไหมทิษฏิถามขึ้นอย่างรำคาญ


ก็น้าเสร็จธุระแล้วหรือยังล่ะ ใส่กางเกงเรียบร้อยหรือเปล่าฮะคนที่ยังไม่ยอมลืมตาถามเขินๆ


โว้ย...เลิกทำท่าดัดจริตเสียทีได้ไหม เห็นแล้วรำคาญลูกตาทิษฏิทำหน้ายุ่งพร้อมกับสบถเสียงเข้ม


พิมเลยค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองให้แน่ใจว่าเขาอยู่ในสภาพเรียบร้อยถึงกล้าลืมตา เอื้อมมือไปรับกระบอกพลาสติกจากมือคนเจ็บที่ยื่นส่งให้แล้วถือเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำท่ามกลางสายตาเบื่อหน่ายของคนบนเตียงก่อนที่เสียงสายเรียกเข้าจากลำโพงโทรศัพท์มือถือราคาถูกในกระเป๋ากางเกงจะทำให้พิมต้องรีบวางของในมือหลังทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วหยิบออกมากดรับสาย


“พี่ฝ้าย...พิมกำลังคิดถึงพี่กับพี่หวายอยู่เชียว” พิมเอ่ย


“คิดถึงก็มาหากันบ้างสิวะ ตั้งแต่แกกับอีนุ้ยไปอยู่บ้านนรากรก็หายเงียบกันไปเลย พี่กับนังหวายก็คิดถึงแกสองคนจะแย่” สาวเสิร์ฟจากยูบาร์ถาม


“ฉันสองคนก็อยากไปนะ แต่กลัวออกไปแล้วจะเจอคนของคุณวันชัยเข้านะสิ รอให้ฉันจดทะเบียนสมรสกับน้าฏิเสียก่อนนะพี่ ถึงตอนนั้นคุณวันชัยก็ทำอะไรฉันไม่ได้อีกแล้วล่ะพี่”


“เออ แล้วคุณตำรวจรูปหล่อนั่นเขาไม่สงสัยอะไรจริงๆ เหรอวะ” คนปลายสายซักถามด้วยความสนใจ


“ก็สงสัยแหละพี่แต่จำนนด้วยหลักฐานเลยพูดอะไรก็ฟังไม่ขึ้น เขาถึงได้พาลหาเรื่องเล่นงานฉันได้ตลอดเวลานี่ไง” เด็กสาวทำหน้ามุ่ยปรายตาค้อนลมแล้งไปในทิศทางที่คนเจ็บอยู่และยังไม่ทันวางสายสาวรุ่นพี่ เสียงตะโกนสั่งของทิษฏิก็ทำให้พิมแอบถอนหายใจ ดูเหมือนคนเจ็บจะจงใจกลั่นแกล้งเธอด้วยการใช้เธออย่างหัวไม่วางหางไม่เว้น


พิมออกมาปอกแอปเปิลให้ฉันกินหน่อยสิ


พิมถอนใจหนักๆ “นั่นไงพี่...น้าเขาตะโกนเรียกใช้หนูทั้งวัน แกล้งใช้หนูหัวไม่วางหางไม่เว้นอยู่เนี่ยแหละ”


“เออๆ งั้นแกไปถวายรับใช้พ่อเทพบุตรของพี่ก่อนเถอะ รอแกได้เป็นคุณนายตำรวจเมื่อไหร่แล้วค่อยมาหาพี่กับอีหวาย ชวนอีนุ้ยมันมาด้วยล่ะ ฝากบอกมันด้วยว่าพี่สองคนคิดถึง”


“จ้ะ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วฉันกับพี่นุ้ยจะไปหาพวกพี่นะจ๊ะ”


พิมตอบก่อนวางสายและเดินออกจากห้องน้ำ ออกมาหยิบแอปเปิลในตะกร้าบนโต๊ะที่คงมีใครขนเอามาเยี่ยมไข้ จากนั้นก็เอาไปล้าง ปอกใส่จานนำมายื่นให้เขาแล้วจึงไปล้างมีดเก็บและเดินกลับมาหย่อนตัวลงบนโซฟา พอเธอกำลังจะนั่ง คนที่หยิบแอปเปิลเข้าปากก็มอบหมายงานใหม่ให้เธอทำทันที


พิมออกไปซื้อน้ำอัดลมมาให้ฉันหน่อยสิเขายื่นแบงก์ใบละยี่สิบบาทให้เธอแล้วนั่งกินแอปเปิลต่ออย่างสบายใจ


พิมเดินออกไปซื้อน้ำอัดลมให้เขาตามคำสั่ง เธอต้องลงลิฟต์ไปชั้น 1 เมื่อซื้อเสร็จก็นำกลับขึ้นมาส่งให้เขาและเตรียมจะเดินไปนั่งที่โซฟา


เออ...พิม ฉันลืมสั่งให้ซื้อขนมมาด้วย ลงไปซื้ออีกรอบสิ


คนสั่งเปิดกระป๋องน้ำอัดลมกินแล้วสั่งต่อหน้าตาเฉยแล้วเลิกคิ้วมองสบตาเธอ หน้าตาเฉยเมยพลางยื่นธนบัตรใบละยี่สิบบาทส่งให้


พิมถอนหายใจแรง เม้มปากมองคนออกคำสั่งแล้วรับเงินมาก่อนจะเดินออกไปหาซื้อของให้เขา โดยไม่ปริปากบ่น แต่เมื่อกลับมาถึงอีกครั้ง เขาก็ใช้เธอต่อได้ทันที


พิมมาเกาหลังให้ฉันหน่อยสิ


เธอแอบถอนใจแรง แต่ก็ทำตามที่เขาสั่งเงียบ ๆ


พอล่ะเขาบอกแล้วชี้ไปที่ชั้นวางของมุมห้องพร้อมกับออกคำสั่งต่อ ไปหยิบหนังสือเล่มนั้นมาให้หน่อย


พิมนับหนึ่งเกือบไม่ถึงสิบขณะเดินไปหยิบหนังสือนำมายื่นให้กับเขาและระบายลมหายใจยาว


ทำไมเขาเลิกคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตายียวน ถ้าไม่พอใจก็กลับไปซะ


เธอพยายามระงับโทสะ น้าจงใจกลั่นแกล้งหนูใช่ไหม


กลั่นแกล้ง? ฉันนี่นะแกล้งเธอ ฉันไม่ใช่เด็กๆ จะได้ทำเรื่องไร้สาระ” ทิษฏิกลอกตามองหญิงสาวแล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบต่อทันที


เดินไปปรับอุณหภูมิขึ้นให้หน่อยสิ ฉันรู้สึกเย็นๆ พิกลแล้วก็ออกไปขอผ้าห่มมาเพิ่มให้อีกสักผืนด้วย


พิมสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกเหยียดยาวอย่างระงับอารมณ์ไม่ให้พลังปากต่อว่าเขาออกไปแรงๆ กับการกลั่นแกล้งของเขาที่เรียกใช้งานเธอทุกห้านาทีอย่างหัวไม่วางหางไม่เว้น เมื่อข่มโทสะสำเร็จก็ทำตามคำสั่งของเขาโดยไม่ปริปากบ่นและการยอมของเธอคงทำให้เขาหมดสนุกจึงเลิกกลั่นแกล้งทำให้เธอเผลอเคลิ้มหลับไปทันทีที่ได้นั่งพัก


ทิษฏิเหลือบตามองเด็กสาวนั่งสัปหงกข้างเตียงด้วยสายตาครุ่นคิด เขาแกล้งใช้ให้เธอทำงานไม่หยุดมือทำให้เธออ่อนเพลียถึงขนาดนั่งหลับคอพับคออ่อน ดวงตาอ่อนแสงกระด้างเหลือบมองใบหน้าขณะหลับของหญิงสาว ผู้หญิงท่าทางไร้เดียงสาที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์เช่นนี้ ใครจะคาดคิดว่าเธอจะมีเล่ห์เหลี่ยมมายาขนาดใช้ลูกไม้ผูกมัดเขาด้วยร่างกายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เธอต้องการ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น