เจ้าสาวหัวใจบานฉ่ำ You Are My Beautiful Girl

ตอนที่ 17 : 6.2 นี่คือสถานแห่งบ้านนรากร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

ทิษฏิเท้าเอว ข้อแรก เรื่องที่เราจดทะเบียนกันต้องเงียบที่สุด จะไม่มีการโพนทะนาเรื่องนี้ให้คนนอกรู้ให้มากความ เข้าใจไหม


เหอะ...พิมทำตากลอกตากลับแล้วแบะปากใส่อย่างไม่อินังขังขอบ “เรื่องอะไรหนูจะต้องเอาไปโพนทะนาว่าได้ผัวแก่ อายเพื่อนตายปะไร”


ทิษฏิทำตาดุ ชี้หน้าหญิงสาวแล้วเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เลือกจะเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือแล้วเอ่ยต่อ ข้อที่สอง หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้วเธอต้องไปอยู่ที่กรุงเทพฯ


กรุงเทพฯ!” พิมเบิกตาโพลง รีบส่ายหน้าเร็วๆ ปฏิเสธเสียงรัว ไม่!...หนูไม่ไป เกิดมาหนูยังไม่เคยไปกรุงเทพฯ สักครั้ง แล้วน้าจะให้หนูไปอยู่ยังไง ถนนหนทางไปมายังไงหนูก็ไม่รู้จัก ขืนไปได้หลงตายในกรุงเทพฯ นั่นน่ะแล้วอีกอย่างหนูยังต้องสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยอีก


นี่ยายเด็กใจแตก...ไอ้ที่เธออยากแต่งงานกับฉันจนตัวสั่น ก็เพราะอยากจะเรียนให้จบปริญญาไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะส่งเธอไปเรียนในสถาบันการศึกษาดีๆ ที่กรุงเทพฯ ให้เธอได้ชุบตัวในบ่อทองคำ อนาคตจะได้ไม่ต้องไปเที่ยวเร่ขายตัวแลกเงินเหมือนอย่างที่ทำอยู่ยังไงล่ะเขาเอ่ยเสียงหยัน


หนูรู้นะว่าน้าอยากส่งหนูไปอยู่ไกลๆ เพราะไม่อยากให้หนูอยู่ด้วยใช่ไหมล่ะพิมทำตากะหลับกะเหลือกมองเขาอย่างรู้ทัน


ทิษฏิไหวไหล่พลางตอบไม่ยี่หระ ฮึ...ใครจะไปอยากเห็นหน้ากาฝากทุกวันล่ะ ว่ายังไงตกลงไหม


  พิมมุ่นคิ้วทำหน้ายุ่งแล้วเอ่ย น้าจะให้หนูไปอยู่ยังไง หนูไม่รู้จักใครในกรุงเทพฯ สักคน อีกอย่างหนูก็อยากลองสอบตามระบบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐดูก่อน


ทิษฏิมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกล่าว


“ถ้าอย่างนั้นเสร็จธุระเรื่องสอบเมื่อไหร่ เธอต้องไปอยู่กรุงเทพฯ ทันที ส่วนสอบติดที่ไหนหรือไม่ติดยังไงค่อยว่ากันอีกที ตกลงไหมเขาหรี่ตามองเธอพลางเอ่ยสรุป


หนูตกลงก็ได้ แต่น้าต้องยอมให้หนูพาเพื่อนไปอยู่ด้วยคนหนึ่งนะเธอรีบต่อรอง


น้ำหน้าอย่างเธอยังมีคนคบหาด้วยอีกเหรอเขาเอ่ยดูถูกเสียงหยัน


สรุปว่าน้าจะให้หนูพาเพื่อนไปอยู่ด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่ตกลงหนูก็ไม่ไปเธอทำหน้าง้ำใส่เขา


ตัวเองเป็นกาฝากคนเดียวยังไม่พออีกหรือไง ถึงคิดจะขนพวกเหลือขอมาเป็นกาฝากให้ฉันสิ้นเปลืองเพิ่มอีกน่ะ


ไหนน้าเคยคุยว่ารวยนักรวยหนา แค่นี้ขนหน้าแข้งน้าคงไม่ร่วงหรอกมังพิมปรายตามองค้อนแล้วเอ่ยต่อ ใจคอน้าจะปล่อยให้เมียตัวเล็ก ๆ อย่างหนู...” เธอเว้นจังหวะแล้วพลิ้วมือ นำสายตาของเขาให้มองไปตามเรือนร่างตนหน้าตายียวนก่อนพูดต่อ ไปเผชิญชีวิตกับแสงสีในกรุงเทพฯ ตามลำพังได้ลงคอจริงๆ นะเหรอ


ฮึ...เด็กกร้านโลกอย่างเธอ ขนาดขายตัวหาเงินเรียนยังทำได้ ฉันว่าคงไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงแล้วละมังเขาแบะปาก


น้านี่โรคจิตนะ ชอบโยนความผิดให้คนอื่น แต่ก็ช่างเถอะ ถ้าน้าคิดแบบนั้นแล้วจะเสียเงินส่งหนูเรียนอย่างสบายใจขึ้น น้าก็คิดไปเถอะเธอเถียงและทำหน้าง้ำใส่เขา แต่สำหรับเงื่อนไขของน้าข้อนี้ ถ้าน้าไม่ยอมรับข้อเสนอของหนู หนูก็ไม่ตกลงเหมือนกัน หลังจดทะเบียนสมรสกันแล้ว หนูก็จะอยู่ที่นี่ให้มันตำตาน้าอยู่อย่างนี้ล่ะ


เธอนี่มันนักฉกฉวยชัดๆเขากัดฟันกรอดแต่สุดท้ายก็จำใจยอมรับเงื่อนไขของเธอ ฉันตกลง ฉันให้เธอพาเพื่อนไปอยู่ด้วยก็ได้ แต่ฉันจะจ่ายให้เฉพาะค่าเรียนและค่าครองชีพในส่วนของเธอตามจำนวนที่ฉันเห็นควรเท่านั้น ห้ามเธอมาขอเพิ่มทีหลังอีกอย่างเด็ดขาด


งกเธอเหน็บแนม


ตกลงไหมเขาไม่สนใจคำพูดลอยๆ ของเธอ


ตกลง หมดธุระของน้าแล้วใช่ไหม หนูจะได้ไปซะทีเธอเตรียมจะออกเดินต่อ


เขาคว้าข้อมือเธอรั้งไว้ ยังไม่หมด


 มีอะไรอีกล่ะ น้านี่เป็นผู้ชายที่เรียกร้องเก่งที่สุดเท่าที่หนูเคยเจอมาเลยนะ พิมทำกลอกตามองบนพลางเอ่ยถามเสียงสะบัด


เขากระชากตัวเธอแรงจนคนตัวเล็กเซเข้ามาปะทะอกพลางโน้มใบหน้าลงมองหญิงสาวจนปลายจมูกแทบแตะกันก่อนเอ่ย


แค่นี้ทำเป็นบ่น ถ้าเกิดฉันเรียกร้องขึ้นมาจริงๆ ละก็...เธอตายคาเตียงฉันแน่ยายเด็กเสเพลจบประโยคเขาก็ผลักเธอออกห่างก่อนจะเอ่ยต่อ เงื่อนไขข้อที่สาม


ในระยะประชิดตัวกันแบบนี้ กลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ผสมกลิ่นหอมเจือจางของลูกอมหรือหมากฝรั่งในปากที่ตั้งเงื่อนไขของเขาสร้างความหวั่นไหวให้กับสาวน้อยไร้ประสบการณ์อย่างพิม หัวใจเธอเต้นระส่ำ ควบคุมจังหวะลมหายใจไม่ได้เลย เลือดสาวแล่นพล่านไปทั่วเรือนร่างจนส่งผลให้ใบหน้าเธอแดงก่ำ พิมทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยไม่หลบสายตา


ข้อแม้เยอะจริง มีอะไรอีกล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น