เจ้าสาวหัวใจบานฉ่ำ You Are My Beautiful Girl

ตอนที่ 15 : 5.3 พิน็อกคิโอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    28 ส.ค. 63

พิมตื่นตอนใกล้รุ่งของทุกเช้าเป็นปกตินิสัยหลังทำกิจวัตรประจำวัน แล้วแต่งตัวด้วยเสื้อยืดกับกางเกงยีนที่ดูดีที่สุดเท่าที่พิมมี ออกจากห้องนอน ลงไปข้างล่างที่ห้องโถงขนาดใหญ่ ชะโงกมองเข้าไปข้างในอย่างสำรวจ ก่อนเดินผ่านไปที่ห้องสมุดซึ่งมีหนังสือเรียงรายจากเพดานจรดพื้น พิม กวาดสายตามองหนังสือบนชั้นอย่างสนใจ พลางคิดเล่นๆ ว่าตนต้องใช้เวลานานกี่ปีกว่าจะอ่านหนังสือในห้องนี้ได้ครบทุกเล่ม เธอมองประตูที่ซ่อนหลังชั้นหนังสือ ถือวิสาสะเปิดเข้าไปสำรวจภายในห้องจึงรู้ว่าเป็นห้องนอนของทิษฏิ โชคดีที่เจ้าของห้องไม่อยู่และด้วยความรู้สึกว่าตนกำลังบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเขาเกินไป พิมจึงรีบถอยกลับออกจากห้องนั้นแล้วออกจากห้องสมุดตรงไปยังห้องครัวซึ่งแจ่มจันทร์ หัวหน้าแม่บ้านและเป็นแม่ครัวเอกของนรากรกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่


อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นแต่เช้าเชียวนะคะคุณหนูพิมแจ่มจันทร์ยิ้มและทักทายพิมอย่างมีอัธยาศัย


ปกติพิมต้องลุกขึ้นมาทำอาหารให้ทุกคนก่อนไปโรงเรียนจนชินค่ะ


แสดงว่าคุณหนูพิมคงทำอาหารเก่งนะสิคะแจ่มจันทร์เงยหน้าจากกระทะมองเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีอย่างเอ็นดู


พอทำได้ค่ะ เอ่อ...พี่เรียกพิมว่าพิมเฉยๆ เถอะนะคะ อย่าเรียกคุณหนูพิมเลย พิมฟังแล้วจักกะจี้รูหูชอบกล


อย่างนั้นพี่เรียกหนูพิมก็แล้วกัน พี่ชื่อแจ่มจันทร์ค่ะ หนูพิมเรียกพี่แจ่มก็ได้


ค่ะพี่แจ่ม


พิมยิ้มและคุยกับแจ่มจันทร์อย่างถูกคอ จึงได้รู้จากแจ่มจันทร์ว่าวันนี้นอกจากกำนันทศแล้วไม่มีสมาชิกคนอื่นเลย ช่วงนี้ทัศน์พลกับภรรยาอยู่ต่างประเทศ ขณะที่ทานุทัตเดินทางไปดูงานในจังหวัดกาญจนบุรีโดยมีไอลดาภรรยาของเขาติดตามไปด้วย ทัยวัตกับอินทิราเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเช่นกันจึงเหลือแต่ทิษฏิ...พิมคิดว่าเขาคงหลบไปทำใจอยู่ที่ไหนสักแห่ง หรือไม่ก็คงกำลังหาวิธีอธิบายให้คนรักเข้าใจอยู่แน่ๆ


หลังรับประทานอาหารเช้าพร้อมกำนันทศแล้วพิมขออนุญาตพ่อกำนันลงมาเดินสำรวจรอบบริเวณบ้าน และในขณะที่พิมเดินเล่นอยู่เพลินๆ กับความคิดสับสนที่จะหาทางพูดกับอรวรรณเรื่องจดทะเบียนสมรสกับทิษฏิโดยไม่ให้วันชัยล่วงรู้ พิมครุ่นคิดอย่างกลัดกลุ้ม จมอยู่กับเรื่องในสมองกระทั่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันตรงหน้าเมื่ออยู่ๆ ชายคนหนึ่งตกตุ้บลงมาจากต้นไม้ลงมานอนกองแอ้งแม้งอยู่แทบเท้าของเธอ


โอ้ย...”


พิมชักเท้าซ้ายออกจากใต้ไหล่ของเขา กะพริบตาเบาๆ มองคนที่หล่นลงมาจากมะม่วงต้นใหญ่อย่างสำรวจแล้วทรุดตัวลงเอ่ยถาม คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่า


เขาไม่กล่าวสิ่งใดแค่ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดจนพิมผงะหนีกระไอลมหายใจโชยกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนที่อวลเข้าจมูกของเธอ


อื้อหือเธออุทานพลางใช้หลังมือปิดจมูก กลิ่นเหล้าหึ่งเชียวคุณ อย่าบอกนะว่าคุณแอบปีนขึ้นไปกินเหล้าบนต้นมะม่วงน่ะ


เปล่า...ใครจะบ้าขึ้นไปกินเหล้าบนต้นไม้เล่าเขาพูดโบกมือไม้ไปมาในอากาศก่อนจะทำหน้านิ่วเมื่อเกิดหน้ามืดขึ้นมา ผมกินมาจากข้างนอกต่างหาก แต่สงสัยผมจะเมาหนักไปหน่อยไม่รู้ว่ากลับมาที่นี่ได้ยังไงแล้วทำอีท่าไหนถึงขึ้นไปหลับอยู่บนต้นมะม่วงได้


ฉันว่าคุณต้องเพี้ยนแน่ๆ ไม่ใช่แค่เมาถึงได้ปีนขึ้นไปหลับบนต้นไม้แบบนั้น แล้วแน่ใจนะว่าที่ตกมานั่นไม่มีกระดูกตรงไหนหัก


เขาเกาหัวซึ่งปกคลุมไปด้วยเส้นผมหยกศกยาวรุงรังระต้นคอ ผมปวดหัวเหมือนจะระเบิด สงสัยเป็นเพราะตกต้นไม้นั่นแหละ


แต่ฉันว่าไม่ใช่เพราะตกต้นไม้หรอก น่าจะเป็นเพราะเหล้าที่คุณดื่มมาอย่างไม่บันยะบันยังนั่นมากกว่าเธอปรายตามองค้อนชายหนุ่มที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใครด้วยความหมั่นไส้


เขาพยายามลุกขึ้นยืน ตัวโงนเงนไปมาและทรุดลงไปนั่งอีก เขาจึงไม่ฝืนจะยืนเลือกเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอย่างเพ่งพิศ ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อน คุณเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่อย่างนั้นรึ


ฉันไม่ได้มาทำงานหรอก ฉันยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำแต่ฉันก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่จริงๆ อย่างที่คุณว่านั่นแหละพิมตอบ


นั่นสิ ผมถึงว่าไม่คุ้นหน้าคุณเขาเอ่ยเสียอ้อแอ้


เคล็ดขัดยอกตรงไหนหรือเปล่า อยากให้ฉันช่วยพาไปหาหมอไหม


เขานิ่วหน้าเหมือนเด็กๆ ขยับตัวลุกยืนแล้วทรุดกายลงนั่งอีก ผมเจ็บข้อเท้าแฮะ ดูเหมือนมันคงจะแพลง


ข้างไหนคะ


เขาชี้ไปที่ข้อเท้าข้างขวา จากนั้นก็นิ่วหน้าเมื่อเธอใช้มือยกข้อเท้านั้นขึ้นและเงยหน้าขึ้นเอ่ยเบา ๆ อาจเจ็บนิดหน่อยตอนถอดรองเท้า แต่คนหัวแข็งอย่างคุณคงทนความเจ็บเล็กน้อยแบบนี้ได้อยู่หรอก


พิมพยายามดึงรองเท้าผ้าใบราคาแพงออกจากข้อเท้าของเขา แต่ดูเหมือนอาการข้อเท้าบวมเป่งจะสร้างปัญหาให้ เธอจึงต้องคลายเชือกและค่อย ๆ ดึงเชือกรองเท้าออกเพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการถอดและดึงรองเท้าออก ขณะเดียวกันเธอก็ต้องกลั้นหายใจเป็นระยะเพราะทนกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ระเหยจากลมหายใจของเขาไม่ไหว


คุณดื่มเข้าไปมากแค่ไหนเนี่ยเธอถามอย่างฉุนเฉียวพลางเบือนหน้าหนีและอ้าปากพะงาบสูดอากาศหายใจเข้าลึกเต็มปอด


ไม่เท่าไหร่หรอก ปกติถ้ากินกับพี่ฏิ ผมคงเมากลิ้งไม่มีสติจะมาพูดคุยตอบคำถามคุณรู้เรื่องหรอก


คำตอบของเขาทำให้พิมต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาตาไม่กะพริบ เพื่อนของทิษฏิหรือเนี่ย? เธอเผลอปล่อยข้อเท้าเขาอย่างแรงลืมไปเลยว่าเขากำลังได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า


โอ๊ย!” เขาส่งเสียงร้องลั่นทำให้พิมนึกได้ว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บที่ข้อเท้า


อุ๊ย! ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำคุณเจ็บซ้ำหรอกนะเธอรีบคว้าข้อเท้าของเขาขึ้นมาสำรวจและเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสำนึกผิดแล้วค่อยๆ ดึงรองเท้าผ้าใบออกจากข้อเท้าของเขาอย่างเบามือ


ถ้ากระดูกผมหักคุณต้องรับผิดชอบดูแลผมจนกว่าแผลจะหายด้วยเขาซีดปากแรง


มากไปคุณ ฉันไม่ได้ทำคุณเจ็บแต่แรกสักหน่อย


เธอปรายตามองค้อนเขาก่อนนวดเฟ้นบริเวณข้อเท้าให้เขาอย่างชำนาญแบบคนที่รู้จักหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นอย่างดีเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจ


คุณเป็นเพื่อนกับคุณทิษฏิเหรอ


ผมเป็นเพื่อนกับมัทรีต่างหาก คุณรู้จักอินทิรา ภรรยาคุณทัยวัตใช่ไหมเขาตอบ


อื้ม...ที่แท้คุณเป็นเพื่อนกับคุณมัทรี มิน่าฉันว่าหน้าคุณดูเด็กเกินกว่าจะเป็นเพื่อนคุณทิษฏิได้พิมพยักหน้าหงึกหงัก


ผมก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องไง พอมัทรีแต่งงานกับคุณทัยวัตก็เหมือนผมจะสนิทกับพี่ฏิได้สนิทใจมากกว่าเพราะสามีของมัทรีเขาขี้หึงบรรลัยเลยละคุณ ผมแทบถูกกันออกจากชีวิตมัทรีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทีเดียวเขาเอ่ยเหมือนจะฟ้องกราย ๆ


คุณมัทรีเธอสวยเฉียบขนาดนั้น สามีเธอก็ต้องหึงมากเป็นธรรมดาพิมไหวไหล่


โดยเฉพาะกับผมที่เคยแอบรักมัทรีข้างเดียวมาก่อน คุณวัตยิ่งหึงหนักกว่าปกติ


หืม...อย่าบอกนะว่าตอนนี้คุณยังแอบหลงรักคุณมัทรีเธออยู่น่ะ แล้วที่เมาแอ๋แบบนี้ก็เพราะอกหักไม่เลิกอย่างนั้นเหรอพิมมองเขาตาโต


พุทโธ่คุณ...ขืนผมยังไม่เลิกหลงละเมอถึงมัทรี คุณวัตคงไม่ปล่อยให้ผมเข้ามาเพ่นพ่านในบ้านเขาแบบนี้หรอกเขาตวัดตามองค้อนหญิงสาววงใหญ่


พิมนึกไม่ออกว่าอะไรจะทำให้ผู้ชายหล่อเหลาหน้าตาดีคนนี้ออกมาดื่มเหล้าหัวราน้ำ เมาไม่เป็นท่าอย่างนี้ได้ถ้าไม่ใช่ถูกผู้หญิงหักอก แต่ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม เธอก็รู้สึกเห็นใจเขาเพราะมันต้องเป็นปัญหาสาหัสสากันต์พอดูเขาถึงเป็นไปได้ขนาดนี้


ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันนึกว่าที่คุณขึ้นไปแฝงตัวอยู่บนต้นมะม่วงเพราะหลงนึกว่าตัวเองเป็นมดแดงซะอีก


ยศวินทำหน้าพิลึกมองหญิงสาวหน้าตาอ่อนเยาว์ตรงหน้าก่อนถอนใจแรง คุณชื่ออะไร ผมยังไม่รู้จักคุณเลย


ฉันชื่อพิมและฉันก็ยังไม่รู้จักชื่อคุณเหมือนกันพิมตอบ


เขามองเธอด้วยสายตาอบอุ่น ผมชื่อยศวิน คุณเรียกผมว่าพี่วินก็ได้เพราะดูจากหน้าตาแล้วคุณคงอายุน้อยกว่าผมแน่ๆ


ถ้าดูจากหน้าตาก็คงจะเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าดูจากการกระทำ ฉันว่าฉันน่าจะดูโตกว่าคุณเยอะทีเดียวพิมเอ่ยแดกดันอีกฝ่ายหน้าตาเฉย


ผมจะคิดว่านั่นคือคำชมยศวินไหวไหล่


พิมเงยหน้ามองสบตากับเขายักไหล่แล้วเอ่ยเน้น ๆ


ถ้าคุณคิดแบบนั้นแล้วสบายใจ ก็แล้วแต่เลยค่ะ


          ยศวินอมยิ้ม นึกชอบความเป็นธรรมชาติของหญิงสาว ผมชักไม่แน่ใจซะแล้วสิว่าควรจะยินดีไหมที่ได้รู้จักคุณ ดูเหมือนเขี้ยวของคุณจะคมกริบพอตัวทีเดียว


          “คุณเห็นมันด้วยหรือคะ?” เธอยกคิ้วเฉียงก่อนเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ฉันนึกว่าฉันซ่อนมันไว้อย่างดีแล้วซะอีก


ยศวินระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น เธอทำให้เขาขำจนน้ำตาเล็ดลืมอาการเจ็บข้อเท้าไปได้อึดใจใหญ่


ผมเริ่มรู้สึกดีใจขึ้นมานิด ๆ ที่มีโอกาสได้มารู้จักกับคุณแล้วละพิม


ฉันว่าอีกประเดี๋ยวคุณคงอยากจะทบทวนความรู้สึกตัวเองใหม่อีกรอบแน่ ๆเธอยักไหล่และยิ้มบาง ๆ แล้วก้มมองข้อเท้าของเขาอีกครั้งก่อนเอ่ยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ และฉันก็คิดว่า คุณน่าจะรีบไปหาหมอเพื่อดูอาการ เพราะท่าทางคุณคงต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันไปอีกหลายวันทีเดียว กว่าข้อเท้าคุณจะหายอักเสบ”      


อย่าว่าแต่ไปหาหมอเลย ตอนนี้ให้ผมลุกเดินกลับไปที่บ้านลุงกำนัน ผมยังเดินไปเองไม่ไหวเลยเขาโอดครวญ


ฉันคนเดียวคงช่วยพยุงคุณไม่ไหวหรอก ตัวคุณสูงและใหญ่เกินไป เกินความสามารถของฉันจริง ๆเธอเอ่ยพลางทำหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวอย่างนึกขึ้นได้ เอาอย่างนี้...คุณนั่งรออยู่ตรงนี้สักครู่ ฉันจะรีบไปตามคนมาช่วยพาคุณไปหาหมอละกัน บ้านพักคนงานอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น