เจ้าสาวหัวใจบานฉ่ำ You Are My Beautiful Girl

ตอนที่ 11 : 4.2 ความทรงจำสีจาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    24 มิ.ย. 63

ข้อเสียของการกระทำผิดต่อผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้งคือความรู้สึกผิดที่มันโบยตีจิตสำนึกของพิมอย่างเหี้ยมโหดในความฝัน ร่างบอบบางซุกตัวหลับชิดกำแพง เหลือที่ข้างๆ ไว้ให้เพื่อนผู้เป็นเจ้าของห้องเช่าที่ยังไม่กลับจากการทำงานถือเป็นโชคดีของพิม ไม่เช่นนั้นเธอคงจะขายหน้าหากเพื่อนมารับรู้ว่าเธอฝันถึงเหตุการณ์หวามหวานในคืนนั้น ภาพความทรงจำที่ตามหลอกหลอนเธอในห้วงจินตนาการเพริดแพ้วอย่างฝังหัว


ท่ามกลางความพร่ามัว และความมึนงงที่เป็นผลพวงจากเครื่องดื่มรสหวานผสมแอลกอฮอล์ที่เพื่อนรุ่นพี่คะยั้นคะยอให้เธอดื่ม ทำให้หนังตาของพิมหนักอึ้งขณะที่ร่างกายสัมผัสถึงไอเย็นยะเยือกปะทะผิว เธอขยับตัวแผ่วเบาเข้าหาความอบอุ่นกระด้างข้างกาย และก่อให้เกิดความร้อนพรั่งพรูไปทั่วเรือนร่างเพียงขยับเบียดเข้าไปใกล้พอที่จะปลุกคนหลับเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเลือดให้ตื่นขึ้นอย่างงงงัน และสัมผัสถึงคลื่นความร้อนที่แผ่กระจายออกจากตัวเธอ


เหล้าเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างแช่มช้าฉุดรั้งสติสัมปชัญญะของเธอกับเขาให้หลุดลอยไปไกลจากสำนึก ขณะที่ร่างกายทั้งคู่ตื่นตัวอย่างรวดร้าว สัมผัสแรกของฝ่ามือกว้างเมื่อโอบกระชับแผ่นหลังของเธอ รั้งดึงตัวเธอเข้าหาแล้วทาบริมฝีปากกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมในลมหายใจผ่าวร้อนประกบลงบนกลีบปากอ่อนนุ่มของเธอ ลิ้นฉ่ำร้อนแทรกล่วงล้ำเข้ามาในโพรงปากเธออย่างดุดัน


มือกว้างกดโค้งสะโพกเธอเบียดชิดต้นขาแกร่ง หน้าท้องแบนราบแนบลงบนความแข็งขึงที่ไม่เคยสัมผัส เขาเปิดปากกว้างเหนือริมฝีปากเธอ สอดลิ้นลึกเข้ามาข้างในปากเธออย่างอุกอาจ ไม่ใช่จูบแผ่วเบาอย่างที่เคยเห็นในภาพยนตร์ที่ดู แต่เป็นจูบดุดันเรียกร้องในสิ่งที่เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการสิ่งใด ขณะที่ทรวงอกเปล่าเปลือย อ่อนนุ่มของเธอตกอยู่ใต้อำนาจของฝ่ามือกว้างที่เคล้นคลึง หยอกเย้ายอดเนินสล้างแข็งขึงของเธอด้วยการใช้ปลายนิ้วเขี่ยปัดสลับกดขยี้หนักเบาตามอารมณ์ปรารถนาของเขา


ความแข็งขึงโค้งตัวราวคันธนูเบียดแนบต้นขาเปล่าเปลือยของเธอราวจะข่มขู่ให้หวาดกลัว แต่ขณะเดียวกันก็ปลุกเร้าอารมณ์และความใคร่รู้ของเธอให้ตื่นโพลงขึ้นอย่างรวดร้าว เขาใช้ความช่ำชองเอาอกเอาใจ ล่อหลอกเธอให้เรียนรู้ที่จะตอบสนองสัมผัสนั้นอย่างตื่นตัว เมื่อเขาพลิกกายขึ้นคร่อมเหนือร่างเธอ โน้มศีรษะลงมากดปลายจมูกซุกไซ้ซอกคอ เม้มริมฝีปากลงบนผิวอ่อนที่ทำให้คนไม่คุ้นชินหายใจเครือสะอื้น ขณะที่เขาหายใจลึกสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวกายเธอที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของสัตว์เพศผู้ให้ตื่นตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง


เธอกึ่งหวังให้เขาผละห่าง แต่ความแข็งขึงโค้งยาวเหมือนคันธนูที่เสียดสีต้นขาเธออย่างซุกซนเหมือนประกาศเจตนาให้เธอรู้ว่าไม่มีหวังที่จะให้เขาถอยตัวออกห่าง เพราะเขาพร้อมทำทุกทางให้เรื่องทุกอย่างจบและเสร็จสิ้นลงตามที่ปรารถนา เสียงพึมพำชื่นชมผสมกับสัมผัสผ่าวร้อนจากปากอุ่นอ้อยอิ่งไปทั่วทุกตารางนิ้วบนเรือนกายเธอ ค้นพบจุดลี้ลับทุกจุด ลิ้มลองความอ่อนนุ่มของทรวงอกเล็ก แต่เต็มตึง กับปลายยอดสีชมพูอ่อนทั้งสองข้างที่ยั่วยวนปรารถนาเขาได้อย่างแข็งขึง


มีอะไรบางอย่างบิดตัวอยู่ข้างในตัวเธอ ร้อนแรง รวดร้าวและเต็มไปด้วยความต้องการที่ไม่เคยรู้จักและบังคับให้เธอแอ่นกายโค้งเข้าหาความแข็งกร้าวที่พยายามจะเบียดตัวเข้าหาความอ่อนนุ่มที่ปิดแน่น เขาดันตัวขึ้นมองเธอคล้ายลังเลแต่คันธนูโค้งยาวที่ปรารถนาจะแทรกเข้าสู่ความอ่อนนุ่มราวกำมะหยี่ของเธอเหมือนมือที่กระชากเอาความลังเลของเขาโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ไม่มีคำพูดอ่อนหวาน ไม่มีการสำรวจอ้อยอิ่ง มีเพียงความต้องการปลดปล่อย หาความสุขใส่ตัวทันที


พิมหอบหายใจสะอื้นกะพริบตาปริบๆ มองสบสายตาเขาที่มองเธอเหมือนการลูบไล้ เขาสอดนิ้วเข้ากับเรือนผมของเธอและโน้มใบหน้าลงมาหาเธอ แนบริมฝีปากบดขยี้กลีบปากอ่อนของเธออย่างกระหายหิวอีกครั้ง


“ตัวเธอหอมเหลือเกิน...สาวน้อย”


เขากระซิบและจูบเธอหนักๆ พร้อมกับเลื่อนมือต่ำลงไปสัมผัสความอ่อนนุ่มกลางกายเธออย่างช่ำชอง กรีดปลายนิ้วลงบนรอยแยกแล้วพรมนิ้วลูบไล้ความอ่อนนุ่มของวัยสาวอย่างย่ามใจ สัมผัสอาการสะดุ้งด้วยความซ่านเสียวของสาวน้อยใต้ร่างอย่างพึงพอใจ บางสิ่งบางอย่างในแววตาตื่นโพลงของเธอปลุกความเป็นสุภาพบุรุษในสันดานของเขาที่พร่าเลือนไปบ้างจากฤทธิ์เหล้าที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือดให้ตื่นตัวขึ้นอย่างเชื่องช้าและอ่อนโยน


“เธอกลัวฉันเหรอเด็กดี”


เขาก้มลงกระซิบถามแผ่วเบา แม้จะมึนเมาและเหลือสติสัมปชัญญะอย่างพร่าเลือนและความปรารถนาที่ดุดันบีบคั้นอารมณ์เขาอย่างหนักหน่วงแค่ไหนก็ตาม ทิษฏิก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะตัดตวงหาความสุขใส่ตัวถ่ายเดียวโดยไม่สนใจความรู้สึกฝ่ายหญิง แม้ว่าเซ็กซ์ครั้งนี้จะไม่ได้เกิดจากความรักแต่ต้องไม่เกิดจากความเห็นแก่ตัวของเขาอย่างเด็ดขาด


“ค่ะ คุณกำลังทำให้หนูกลัว ปล่อยหนูไปเถอะนะคะ”


เธอตอบเสียงสั่นพร้อมหายใจหอบสะอื้นด้วยความตื่นเร้า มือเล็กทาบวางบนแผ่นอกกำยำอย่างกึ่งกลัวกึ่งลังเลที่จะดันตัวเขาออกห่างก่อนจะสะดุ้งเฮือกไปทั้งร่างเมื่อเขาเสือกไสความแข็งกร้าวกับต้นขาเธออย่างดุดันแทนคำตอบ


“ฉันจะปล่อยเธอไปได้ยังไงเมื่อเธอปลุกเร้าฉันขนาดนี้แล้ว”


ฝ่ามือกว้างเริ่มออกอาการอยู่ไม่สุข ฟอนเฟ้นไปตามโค้งเอวผ่านสะโพกผายเลยไปที่ต้นขาขาวเพื่อคว้ากระชับไว้แล้วตวัดขึ้นโอบรัดเอวเขาไว้ทั้งสองข้างเพื่อเบียดคันศรแข็งกร้าวแทรกเข้าสู่ความอบอุ่นฉ่ำร้อนตามด้วยเสียงอุทานอย่างตระหนกของคนที่ถูกรุกราน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น