The Doctors สุภาพบุรุษชุดกาวน์ [Free E-book]

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 Resident evil 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    16 ก.ค. 63



 

[ 9 ] Resident evil 4

 

 

 

“เหี้-ไหม แม่งเหมือนกูไม่มีดวงสารภาพรักอะไอ้สัส! แล้วตกไม่ใช่เบาๆ นะ ตกแบบกะให้กูจมน้ำตาย”

คนที่ใจอยากสารภาพรักแต่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวดและอ่อนแรงกำลัง ยิ่งคิดถึงใบหน้าขบขันของไอรินทร์ที่มาพร้อมเสียงบ่นของแม่ๆ เมื่อคืน ชายหนุ่มที่โหยหาการเลื่อนสถานะกับเพื่อนสนิทก็อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ

        “จมน้ำตายหรือจมน้ำตานะขออีกรอบ” นายแพทย์ปักษาที่เพิ่งเสร็จจากราวน์วอร์ดรอบเช้าพร้อมกับมัฆวานถามซ้ำเติม พร้อมกับหัวเราะเสียงดังชอบใจในจังหวะนรกของเพื่อน

        เรื่องราวความรักของมัฆวานกับไอรินทร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่พวกเขาสงสัยมาตลอดว่าทำไมไอ้เจ้าเพื่อนตัวดีถึงยังไม่เอ่ยปากขอสาวเจ้าเป็นแฟนไปเสียตั้งนานแล้ว ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ดูแลเอาใจใส่กันไม่ต่างจากคนเป็นแฟน

แต่คิดไปคิดมา ก็คงเพราะความเนิร์ดของมันนั่นเอง

โชคดีที่ไอรินทร์เรียบร้อยและเรียกว่าเนิร์ดไม่ต่างกันนัก ไม่อย่างนั้น มัฆวานคงได้น้ำตาเช็ดหัวเข่า เพราะถูกคนอื่นแย่งเธอไปแน่ คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็อดนับถือไอรินทร์ไม่ได้ กับความอดทนรออย่างใจเย็นมาจนถึงตอนนี้

“กระจอกฉิบหาย” เสียงทุ้มนุ่มแต่ฟังแล้วบาดลึกนั้น เป็นของนายแพทย์หม่อมหลวงดรัณที่นั่งฟังเงียบๆ มานาน ทั้งยังเสริมคำพูดด้วยการส่ายหน้าอย่างดูถูก ขณะสายตายังคงไล่อ่านชาร์จคนไข้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับ Bedsides[1] กับอาจารย์แพทย์บ่ายนี้

ปักษาหัวเราะก๊ากออกมาอย่างถูกใจ

“เออ ถ้าเป็นกูนะ จังหวะนั้นซีนเกาหลีต้องมาแล้วเปล่าวะ ต้องมีดึงแขนท่ามกลางสายฝน สารภาพรักอัดหน้าดังๆ แล้วตามด้วยจูบหวานๆ แสดงให้เธอรู้กันไป ว่าใคร จ้อง - แดก - เธอ

มัฆวานฟังแล้วก็แทบจะยกเท้าขึ้นยัน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อ...

“แล้วก็โดนพ่ออัยวิ่งมาฟันศอกเข้าหน้า คำพูดคำจาเหมือนไม่ได้กลั่นกรองจากสมอง”

คำพูดเหล่านั้นถูกส่งมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงห้องพักแพทย์ด้วยซ้ำ

“น...น่านนนนนนน”

เห็นดังนั้นปักษาก็ลากเสียงเรียกผู้มาใหม่เป็นการต้อนรับด้วยอาการที่ถูกนิยามว่า อ้อนตีน

“รำคาญ”

“หงึ น่านไม่อ่อนโยน”

นายแพทย์น่านนทีถอนหายใจใส่ความยียวนกวนตีนไม่จบสิ้นของปักษา เขาตรงไปยังมุมเครื่องดื่มเพื่อชงกาแฟ ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูล้านั้น บ่งบอกได้ดีว่าเวรห้องฉุกเฉินเมื่อคืน...ค่อนข้างเยิน

“อ่อนโยน? ต้องถามว่าใน ER ตอนนี้มีใครอ่อนโยนบ้างดีกว่า แต่ถ้ามึงโหยหาความอ่อนโยนจริงๆ ก็แนะนำโน้นเลย วอร์ดเด็ก รับรอง ได้ทั้งอ่อนโยนทั้งหอมแป้งเด็ก”

ไม่พูดเปล่าแต่น่านนทียังพยักเพยิดไปยังอาคารกุมารเวชที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มเจือนัยยะ ทำเอาคนที่โหยหาความอ่อนโยนจากเพื่อนถึงกับชะงัก เพราะ แผลเก่าที่ถูกสะกิดเข้าอย่างจัง ก่อนจะตอบเซ็งๆ

“โห ถ้าเป็นคนนั้นยิ่งไม่อ่อนโยนเลย เห็นหน้ากูไม่ดึงหน้าก็คือเย็นชาใส่ จนบางครั้งก็หมั่นไส้ อยากตรงเข้าไปลบคิ้วทรงเกาหลีเบลอๆ นั่น อย่านึกนะว่าไม่รู้ ที่ออกบ้านแต่เช้าก็เพราะมานั่งเขียนคิ้ว หึ น่ารักมากมั้ง”

“แล้วน่ารักไหม”

“เออ น่ารักฉิบหายเลย! คิดถึงแล้วอยากขโมยปากกา อย่าให้เห็นนะว่าลืมไว้ตรงไหน โดนแน่!

ฟังแล้วเพื่อนๆ ที่เหลือแทบจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ขณะนั่งทบทวนอีกครั้งว่าพวกเขาควรจะคบคนที่ให้ความรู้สึกเป็นมิจฉาชีพทั้งเนื้อทั้งตัวคนนี้ต่อไปดีหรือไม่

“ก็มึงไปกวนตีนเขาแบบนี้ เขาคงอยากญาติดีด้วยหรอก ล่าสุดกูเห็นเขาซื้อปากกามาไว้ทีละโหลแล้วไอ้สัส เลิกขโมยปากกาเขาสักที!” มัฆวานรู้สึกเห็นใจสาวเจ้า

“ก็นี่ไง ทำไมไม่มาทวงคืน!

รอทุกวันแต่ก็ไม่มา อีกนิดเขาจะวิ่งราวปากกาให้เห็นจะๆ แล้ว...

“โถ่ ไอ้...” น่านนทีถึงกับหมดคำพูด

“ทำไมไม่จีบเขาดีๆ ทำแบบนี้เขาไม่กระทืบให้ก็บุญแค่ไหนแล้ว” ดรัณที่เงียบมาตลอดเอ่ยถาม

คราวนี้มัฆวานกับน่านนทีถึงกับหัวเราะก๊ากออกมาบ้าง เพราะรู้ดีว่า...

“น้ำหยดลงหินทุกวัน”

“ล่าสุด...หินบอกไปตาย

“เออ ก็ใช่ไง!

ยิ่งถูกตอกย้ำปักษาก็ยิ่งหมดแรงอ่อนล้า เขาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ สายตาเหม่อมองไปยังตึกฝั่งตรงข้าม

ถ้าจะด่าว่า...มัฆวานไม่กล้าจนเธอไม่รู้ เขาก็คงต้องเรียกว่ากล้าจนเธอไม่เอา

“เฮ้อ เธอก็ดูรักเด็ก แต่ทำไมเธอไม่รักเรา ทั้งๆ ที่เราก็ทำตัวเหมือนเด็กอยู่ทุกวัน งงมากมึงว่าปะ”

คำถามที่เหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบนั้น ทำให้หม่อมหลวงดรัณที่ยังคงพุ่งความสนใจส่วนใหญ่อ่านชาร์จอยู่ เอ่ยเสียงเรียบแต่บาดลึกว่า...

“ก็สมแล้วที่เขาไม่กลับมา”

 “ซี๊ด มาน้อยแต่มานะจริงๆ คนๆ นี้ อ่านชาร์จไปไอ้สัส! ถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้องช่วยไอ้มาร์คกับไอ้น่านย่ำยีกู เพื่อนแต่ละตัว ดีๆ ทั้งนั้น”

เท่านั้นเอง ห้องทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะขบขันผสมเสียงสบถด่าของปักษาผู้เป็นสนามอารมณ์ตลอดกาล

“พอๆ กลับมาเรื่องไอ้มาร์ค แล้วเอาไงต่ออะพ่อ ชาตินี้จะได้ไหมแฟน”

พอเรื่องกลับมาที่ตัวเอง มัฆวานก็กลับสู้ภาวะจริงจัง

“กูว่ารอบนี้กูจะใช้วิธีเป็นทางการว่ะ หาวันดีๆ สักวัน นัดอัยไปเที่ยวแล้วก็ดินเนอร์ เตรียมสถานที่กับเวลาให้เป๊ะ กะจะให้เป็นความทรงจำด้วย มึงว่าดีปะ” สายตาของมัฆวานทอประกาย บ่งบอกว่าคราวนี้เขาได้เตรียมแผนอย่างดี และมันจะไม่พลาดแน่

ในเมื่อความคิดที่ว่าจะบอกในจังหวะเป็นใจแบบเรียบง่ายดูไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ก็ทำให้ยากไปเลย ไอรินทร์จะได้ประทับใจ และเห็นถึงความจริงจังของเขาด้วย

“ว้าวซ่า” ปักษาร้องชื่นชมเพื่อน แม้ว่าจะให้ความรู้สึกเหมือนกวนตีนอยู่ก็ตาม แต่ก็มีน้ำใจช่วยเสนอแนะฤกษ์ดีให้

“วาเลนไทน์ดิ ถึงจะเดือนหน้า แต่ก็วันแห่งความรักเปล่าวะ มันต้องมีซีนสารภาพรักแบบโรแมนติกแล้ว”

แต่น่านนทีไม่เห็นด้วยเพราะ

“วันศุกร์ไอ้สัส ER คือบันเทิงที่สุดแล้ว แล้วมึงไม่เห็นตารางสี่จตุรเทพเหรอ ไอ้มาร์คติดเวรเหมือนกันกับพวกเรา แล้วถ้าจะแลกกับเพื่อนคนอื่นหรือรุ่นพี่ ถามจริงวันนั้นใครจะแลกวะ”

“สัส จริงด้วย แม่ง! พูดแล้วขึ้นเลย เห็นหนุ่มโสดหน่อยนี่ คนจัดตารางกะรังแกกันนี่หว่า จัดเวรยั่วๆ ในวันแห่งความรัก อะโห ใจร้ายไปปะ มันต้องมีฟ้องร้องกันแล้วปะ กูจะแจ้งๆ”

เห็นความเล่นใหญ่ของปักษาแล้ว น่านนทีที่ค่อยๆ เป่าและจิบกาแฟดำก็พลันส่ายหน้า

“มากไป มึงอะมากไป ปากด่าเขาปาวๆ แต่ใจเต้นระรัว อย่านึกว่ากูไม่รู้ว่ามึงไปส่องเวรวอร์ดเด็กมาแล้ว ว่าวันที่ 14 กุมภาใครอยู่เวรบ้าง โถ่ ไอ้...!

ครั้นถูกจับได้ พ่อหนุ่มจอมโวยวายก็พลันยิ้มกริ่มจนตาเป็นสระอิ แสนภาคภูมิใจทั้งๆ ที่คำพูดของเพื่อนนั้นไม่ใช่คำชมแม้ตาคำเดียว

“ออนคอล[2] ดิ เดี๋ยวทางนี้ช่วยดูให้” ดรัณพยายามหาวิธีช่วยเพื่อน เพราะวันนั้นเขาเป็นเวรคู่กับมัฆวานถ้าไม่มีอุบัติเหตุใหญ่ยังไงก็น่าจะเอาอยู่ แต่น่านนทีให้คำตอบได้ในทันทีว่า...

“จังหวะนรกแบบไอ้มาร์ค อย่าเสี่ยงเลย วันนั้นอาจารย์หมอพัฒน์ก็อยู่นะเว้ย อาจารย์หมอดวงดูดเคสอีเมอเจนซี่แค่ไหนใครๆ ก็รู้”

มันเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันดี ว่าเมื่อไหร่ที่มีตารางศาสตราจารย์นายแพทย์พัฒนพงษ์อยู่เวร คืนนั้นห้องผ่าตัดและห้องฉุกเฉินจะมีเคสอุบัติเหตุเข้ามามากเป็นพิเศษ แต่ก็แปลกอีกเช่นเดียวกัน ที่ต่อให้เคสจะยากแค่ไหน ผู้ป่วยก็มักจะรอดชีวิต เว้นเสียก็แต่...ผู้ได้รับบาดเจ็บ จะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหรือระหว่างเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

“เออ กูทำใจไว้ละ ความจริงเดือนนี้กูมีเวรหนักทั้งเดือนเลยว่ะ” มัฆวานบอกเพื่อนๆ อย่างเข้าใจเรื่องราวดี “เอาเถอะ งานก็คืองาน ต้องรับผิดชอบกันไป ซึ่งก็ดีเหมือนกัน หลังสัปดาห์นรกอะไรก็คงเบาลง พอสารภาพรักขยับสถานะกับอัยสำเร็จแล้ว กูจะได้มีเวลาอยู่กับเขาเยอะๆ เพราะพักหลังมานี้กูไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับเขาเลยว่ะ”

 



[1] เรียนกับอาจารย์แพทย์ข้างเตียงผู้ป่วย

[2] เวรรอเรียก ไม่จำเป็นต้องประจำที่โรงพยาบาล แต่หากมีคนไข้/เคสต้องมาทันที



 
 
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vintage line png

นวนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมุติ

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอด สแกน หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #31 fsn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 00:31

    โห พี่คะ เอ็นดูแผนการ ขโมย เพื่อให้สาวมาทวงของ 555

    หนุ่มๆ อยู่ด้วยกันฮามากคะ กล้าด่าเพื่อนไม่กลัวเข้าตัว ชอบชื่อตอนจังค่ะ เหมาะมาก

    #31
    0
  2. #20 mhungming (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 13:30
    หมอๆน่ารักจังเลยค่ะ
    #20
    1
    • #20-1 krinpayom(จากตอนที่ 9)
      18 เมษายน 2563 / 14:22
      ถึงจะกวน...ไปหน่อย แต่นางน่ารักจริงๆ ค่ะเค้ายืนยันได้ 5555+
      #20-1
  3. #18 wayray (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 19:31
    เดี๋ยวววววว ทุกคนคือเป็นหมอใช่ม่ะ ไหนอ่ะ การวางตัวที่สมควร 555555555
    #18
    1
    • #18-1 krinpayom(จากตอนที่ 9)
      16 เมษายน 2563 / 19:38
      กร๊ากกกก หมอยุคใหม่ค่ะ ศิษย์รักหมอพัฒน์เลยน้าาาาาาา
      #18-1