The Doctors สุภาพบุรุษชุดกาวน์ [Free E-book]

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 พ่อก็คือพ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    16 ก.ค. 63


ตลาดเบียร์โตประชดศก.ซบ สิงห์ส่ง"ยูคอร์น"ดันยอดขาย

 

“สามีเธอนี่นะ บีบคั้นตามาร์คเกินไปรึเปล่า ไอ้เรื่องเรียนนี่ถามจี้ตั้งแต่ตามาร์คยังไม่จบหมอ จนตอนนี้ก็ยังเถียงกันไม่เสร็จ ฉันล่ะยอมจริงๆ”

สุปรานีส่ายหน้าอ่อนใจขณะปอกผลไม้ใส่จานพร้อมกับนั่งคุยกับมาริษาที่โต๊ะอาหารซึ่งถูกเก็บกวาดจ้านชามออกแล้ว ขณะที่พวกผู้ชายไปนั่งดูบอลที่ส่วนของห้องนั่งเล่น ซึ่งมองเห็นจากจุดที่ทั้งสองนั่งอยู่ ส่วนไอรินทร์นั้นขึ้นไปคุยงานด่วนกับ บก. อีกเดี๋ยวคงจะลงมา

“เขาก็เป็นแบบนี้ของเขานั่นแหละ ตามาร์คเป็นลูกคนเดียว ก็คงอยากให้ได้ในสิ่งที่ดีที่สุด ...แบบที่เขาคิดไว้นั่นแหละนะ พอลูกไม่เอาก็คะยั้นคะยอ มันก็เพราะว่ารักล้วนๆ ไม่ใช่หรือไง”

“ก็จริง เพรารักก็เลยอยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ดีที่สุด ไปให้ไกลที่สุด พ่อแม่มันก็เท่านี้แหละน้า แต่ตั้งแต่เด็กจนโต ฉันก็ไม่เคยเห็นลูกชายเธอจะออกนอกลู่นอกทางเลย มากสุดก็แค่สังสรรค์กับเพื่อนๆ เขาบ้างตามประสาผู้ชาย เรียนดี กีฬาเด่น นิสัยน่ารัก แถมยังเป็นหนุ่มรูปหล่อ เพียบพร้อมขนาดนี้แล้ว ก็ปล่อยวางบ้างเถ๊อะ อย่าไปกะเกณฑ์อะไรเขาเยอะเลย อายุก็ตั้ง 26 27 แล้ว”

มาริษาฟังแล้วก็ถอนหายใจ หล่อนเข้าใจความหมายของเพื่อนรักดี และแน่นอนที่สุดสุปรานีพูดถูก มัฆวานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย จะบอกว่าถือเป็นบุญของหล่อนกับสามีที่แม้จะมีลูกชายอยู่คนเดียว แต่ก็เหมือนได้ของขวัญ เพราะตั้งแต่มัฆวานเกิดมา เขาไม่เคยทำให้พ่อแม่หนักใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่...

        “เธอก็รู้ พ่อเขาก็ห่วงกลัวลูกจะเหนื่อยเกินไป เป็นหมอน่ะไม่ใช่เรื่องง่ายนะเธอ เรียนยากทำงานหนักบางทีแทบไม่ได้นอนเสียสุขภาพจะตาย แถมยังมีอายุเฉลี่ยสั้น ความจริงสามีฉันน่ะอยากให้ตามาร์คเรียนบริหารจะแย่ เขาอยากให้รับช่วงต่อบริษัทเขา แต่พอตามาร์คเลือกเรียนหมอเพราะชอบจริงๆ ฝันจริงๆ เขาก็ยอมถอย ไม่รั้งหรือบังคับลูกสักคำ เคารพการตัดสินใจของลูกทุกอย่าง จะพูดยังไงดีล่ะ พ่อลูกคู่นี้น่ะเขาเหมือนกันนะ ชอบอะไรเลือกอะไร ก็ไปให้สุด”

ว่าแล้วมาริษาก็ลดเสียงป้องปากกระซิบให้ได้ยินกันสองคน

“เหมือนอย่างเรื่องยายอัย พวกเราไม่เคยกะเกณฑ์ให้เขารักหรือชอบกันเลย แถมยังห่วงด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่ามันจะเป็นแค่ความรู้สึกผูกพันธ์ แต่ตามาร์คก็ทำให้เห็นไม่ใช่เหรอ ว่าเขาน่ะรักยายอัยจริงๆ รักในแบบที่ไม่ใช่แค่เพื่อนหรือพี่น้อง จัดการทุกอย่างเองหมดมาตั้งแต่เด็กๆ ถึงจะเว้นเรื่องสารภาพรักน่ะนะ”

สุปรานีฟังคำพูดแม่ฝ่ายชายด้วยสีหน้าหมั่นไส้แต่ก็อดหัวเราะตามไม่ได้ และฟังมาริษาพูดต่ออย่างออกรส

“นั่นแหละ พ่อลูกคู่นี้เขาก็คงเคารพทางเลือกของกันและกันในแบบของเขา แต่ว่าพ่อก็คือพ่อ อดจะห่วง อดจะควบคุมกะเกณฑ์ให้ลูกไปในทางที่ดีที่สุดที่เขาเห็นไม่ได้ ต่อให้ตามาร์คแก่กว่านี้ หรือแต่งงานมีลูกแล้ว พ่อเขาก็คง...ยังเห็นเป็นเด็กที่ต้องคอยตาม คอยห่วง คอยประคองอยู่ดี

ดูซิตอนนี้ก็นั่งดูบอล ดื่มกันสนุกไปแล้ว จะเอาอะไรมาทะเลาะกันได้นานล่ะ

ส่วนเรื่องเรียน อีกหน่อยตามาร์คเขาก็จะอธิบายเหตุผลให้พ่อเขาเข้าใจได้เอง เหมือนทุกๆ ครั้งที่เขายืนยันความต้องการของตัวเองนั่นแหละ

ถึงเรื่อคราวนี้ มันอาจจะใหญ่ และต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ฉันก็เชื่อนะ ว่าสุดท้ายแล้วสองพ่อลูกเขา จะเข้าใจกันในที่สุด ไม่มีอะไรต้องห่วงเลย”

“พ่อคนแม่คนก็แบบนี้แหละนะว่าไหม” สุปรานีสรุปสุดท้ายด้วยรอยยิ้ม

        “แต่เธอกับสามีไม่ต้องห่วงแล้วนะ ลูกสาวเธอน่ะ ยกให้ลูกชายฉันก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว เขาดูแลของเขาอย่างดีมากนานเห็นไหม”

        “ต๊าย! ให้ได้ออกจากเฟรนด์โซนก่อนนะจ๊ะจะมาพูดเรื่องยกเยิกอะไรเนี่ย หมั่นไส้จริงเชียว!” คนเป็นแม่ฝ่ายหญิงแสร้งใส่อารมณ์และเล่นใหญ่จนแม่ฝ่ายชายทำตาโตเหลอหลา

        “นี่ ถึงตามาร์คจะขี้อายไปหน่อย แต่ฉันน่ะท้าเลยนะจ๊ะ ว่าให้เธอไปตามหาผู้ชายที่เพอร์เฟคกว่าลูกชายฉันมาสู้ แต่บอกไว้ก่อนว่าอย่าเสียเวลาเลยจ้ะ เพราะว่าหาทั้งโลกก็ไม่มีหรอกนะจ๊ะ”

        “โอ๊ย! เกลียดจริงๆ แล้วไอ้ฉันก็ดันเถียงไม่ได้ด้วยน่ะสิ”

        ว่าแล้วสองแม่ก็พากันหัวเราะ

       

“นี่ เรื่องไปถึงไหนแล้ว สารภาพรักไปรึยัง”

        คำถามของผู้เป็นพ่อทำเอามัฆวานที่หันไปมองไอรินทร์ ที่เพิ่งเดินลงจากบันไดมาคุยกับแม่ๆ ซึ่งนั่งปอกผลไม้กันอยู่ที่โต๊ะกินข้าวอีกห้องหนึ่งปั้นหน้ายาก วางกระป๋องเบียร์ที่เพิ่งจิบไปไม่เท่าไหร่ลงบนโต๊ะตรงหน้า

        “...”

        “ไหนบอกว่าถึงเวลาแล้วจะจัดการเอง ทำไม พอถึงเวลาป๊อดเหรอมาร์ค อายุ 26 แล้ว ปีหน้าก็จะเป็นเฟลโล่[1] ไม่แต่งตอนนี้จะแต่งตอนไหน หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรชัดเจนเรื่องความสัมพันธ์ ผู้หญิงเขาจะได้มั่นใจ อายุก็ไม่น้อยกันแล้ว ใจเย็นแบบนี้ ระวังจะมีคนมาจีบตัดหน้า”

        ด้วยความเป็นพ่อลูกกัน ทำให้โกสินทร์พูดเปิดอกกับลูกชายเรื่องนี้มาตลอด พร้อมๆ กับการสอนให้เขารู้จักให้เกียรติผู้หญิงที่รัก

ความจริง ผู้ใหญ่ทุกคนเคยเสนอที่จะช่วยจัดการผูกสัมพันธ์ให้ เพราะรู้ใจเด็กทั้งสอง แต่มัฆวานที่ดูแลปกป้องและประคองความสัมพันธ์ของเขากับไอรินทร์มาตลอด ยืนกรานหนักแน่นว่าจะทำให้เรื่องนี้เป็นไปอย่างธรรมชาติ และเป็นเรื่องของคนสองคน ผู้ใหญ่ทุกคนจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมาเสมอ...

        “เอ่อ...ขอโทษนะครับ ได้ข่าวว่าผู้หญิงที่คุณสองพ่อลูกกำลังพูดถึงกันอยู่นี่คือลูกสาวผม” พิภพที่เปิดเบียร์เป็นกระป๋องที่สองกระแอม เพราะทั้งขำทั้งฉุนไอ้สองพ่อลูกนี่

        “เอ้า โทษทีๆ”

        “กวนตีน”

        ว่าแล้วสองรุ่นใหญ่ก็สบถด่ากันตามแบบคนเป็นเพื่อนสนิท ขณะที่มัฆวานได้แต่ถอนหายใจและลอบมองไอรินทร์เป็นพักๆ

        “กลัวอะไรอยู่มาร์ค” พิภพถามอย่างเปิดอก

        “นั่นสิ มาขนาดนี้แล้วไม่ต้องป๊อดแล้ว” คนเป็นพ่อช่วยสร้างความมั่นใจอีกแรง

        “ผม...” มัฆวานพูดไม่ออก เขาเลียริมฝีปากอย่างขาดความมั่นใจ “ผมว่าผมคงชินกับการอยู่ตรงนี้ พอจะข้ามเส้น ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ มันเขินกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก และผมก็...”

        “กระ-จอก เหมือนพ่อไม่มีผิด”

        เห็นอาการของว่าที่ลูกเขยแล้วพิภพก็ถึงกับส่ายหน้า แต่คนถูกด่ากระทบถึงกับหลุดมาดเอียงคอมองเพื่อนอย่างเอาเรื่อง

        “อ้าว”

        “ตอนจีบมาริษาก็ทรงนี้ โธ่!

        “โอ้โห มึงก็ไม่ได้ดีไปกว่าดูเลยเถอะ ถ้าสุปรานีไม่ด่า มึงก็ไม่เปิดปากหรอกตอนนั้นน่ะ ทำมาสอน”

        “ไอ้...”

        ว่าแล้วสงครามน้ำลายขนาดย่อมของรุ่นใหญ่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

        เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์แสนคุ้นเคยสำหรับมัฆวาน เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเขาก็เห็นคุณอากับพ่อปะทะฝีปากกันเช่นนี้ จนไม่เหลือคราบผู้บริหารระดับสูงซึ่งปกติจะใส่สูทภูมิฐานดูไม่น่าเข้าใกล้

แต่นั่นก็เป็นความบันเทิงหนึ่งของเขาที่ได้เห็นพ่อในอีกด้านหนึ่งซึ่งก็คือผู้ชายปกติธรรมดา ที่ไม่ต่างจากตอนที่เขาอยู่กับเพื่อน

        เพียงแต่ตอนนี้เขาสนุกไม่ค่อยออก เพราะในใจมันร้อนรุ่ม...

        ไม่ใช่แค่ทุกคนอยากให้เขาสารภาพรักกับไอรินทร์และขอเธอเป็นแฟน เพราะใจเขาน่ะมันไปไกลกว่านั้นมากแล้ว เพียงแต่ติดที่คำว่า...กาก คำเดียวสั้นๆ เลยในตอนนี้

        ในตอนนั้นเองที่เขาเห็นว่าไอรินทร์เดินไปหยิบถุงขนมสำหรับสุนัข และเดินออกไปทางสนามหญ้าด้านนอก

        หรือว่า...นี่จะเป็นโอกาส...  

 



[1] แพทย์ประจำบ้านต่อยอด (เฟลโล่ชิป , Fellowship) เมื่อจบเฉพาะทาง แพทย์ประจำบ้าน หรือ Resident แล้ว และในสาขายังมีการเจาะลึกเนื้อหาที่แยกย่อยออกไป  เช่น อายุรศาสตร์ ก็จะมีต่อยอดเป็น อายุรศาสตร์หัวใจ อายุรศาตร์มะเร็งวิทยา ฯลฯ แพทย์ที่เรียนต่อเหล่านี้จะถูกเรียกว่าแพทย์ประจำบ้านต่อยอด ใช้เวลาเรียน 2-3 ปี


********************************************************************

 

 
 
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vintage line png

นวนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมุติ

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอด สแกน หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #29 fsn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 00:02

    5555555 ขำแก็งค์คุณพ่อคะ พอได้ยินรู้ความรู้สึกของพ่อแม่ คือเหมือน ยอมรับแต่อดห่วงไม่ได้ แต่อาจเพราะวิธีการพูดแบบพ่อที่มีต่อลูกมั้งคะ ทำให้รู้สึกเหมือนว่าโดนบังคับ บ้านไหนก็เจอแบบนี้เนอะ

    #29
    0