The Doctors สุภาพบุรุษชุดกาวน์ [Free E-book]

ตอนที่ 17 : บทที่ 17 ข้อความจากแม่ -- จบ --

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    16 ก.ค. 63


Morning Relaxing Music - Positive Feelings and Energy (Adele ...

 

[ 17 ] ข้อความจากแม่

 

ไม่รู้ว่าวันที่ผ่านเลยนั้น ผ่านเลยไปนานเท่าไหร่ หนึ่งวันหรือสองวัน หรือมากนั้น...

มาริษายังคงนั่งอยู่ในห้องมืดสลัว ที่มีเพียงแสงไฟจากหัวเตียงที่ส่องสว่างพอ ที่จะทำให้หล่อนมองเห็นภาพใบแล้วใบเหล่าในอัลบั้มรูปถ่ายครอบครัวที่หวงแหน

อัลบั้มเหล่านี้ เป็นเหมือนบันทึกที่มีค่าเหลือเกินสำหรับมาริษา เพราะในนั้นมีทั้งภาพความทรงจำและข้อความบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นอยู่

มันเริ่มตั้งแต่ตัดสินใจแต่งงานกับโกสินทร์ผู้ชายที่ดีที่สุดคนหนึ่งในสายตาของหล่อน

ไม่นานต่อมาหล่อนก็ตั้งท้องลูกชาย จำได้ว่าตอนท้องมัฆวานหล่อนแพ้ท้องอย่างหนัก จนแอบสงสัยว่าลูกชายคนนี้คงจะเลี้ยงยากเสียแล้ว แต่ก็ไม่เลย มัฆวานคลอดง่ายทั้งๆ ที่เป็นท้องสาวท้องแรก และเลี้ยงง่ายเป็นที่สุด ขณะที่อีกบ้านหนึ่ง หนูไอรินทร์กลับมีภาวะโคลิค ทำให้งอแงอยู่ตลอดเวลา คิดถึงช่วงเวลาในตอนนั้นแล้ว รอยยิ้มละมุมก็ปรากฎบนใบหน้า

ภาพแล้วภาพเล่าของ ตามมาร์คถูกเปิดผ่านอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งถึงภาพที่บ่งบอกว่าเป็นอีกครั้งที่ลูกชายคนนี้เป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่อย่างแท้จริง...ภาพวันที่มัฆวานรับปริญญาแพทย์ศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2

และด้วยความเป็นแม่ที่ใกล้ชิดกับลูกมาตลอด มันทำให้มาริษารู้ดีกว่าใคร ว่ากว่าที่มัฆวานจะสอบเข้าคณะแพทย์และเรียนจบนั้น เขาต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน การเรียนเก่งไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเรียนหมอ แต่ความพยายามและไม่หยุดที่จะเรียนรู้ต่างหากที่ทำให้สำฤทธิ์ผล

ดูได้จากในหลายๆ ครั้ง ที่หล่อนต้องตื่นขึ้นมากลางดึกและเห็นลูกชายกำลังนั่งอ่านหนังสือ หรือหาของกินรองท้องเพื่ออ่านหนังสือต่อ แม้จะเรียนจบแล้ว มัฆวานก็ยังต้องอ่าน

 

เรียนจบแล้วก็ยังอ่านหนังสือเล่มเก่าอยู่อีกเหรอ แม่จำได้ว่าเล่มนี้มาร์คอ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้วนะ ใช่ไหม ดูสิอ่านจนปกยุ่ยหมดแล้ว

ยิ่งผมมีความรู้มากและแม่นยำในสิ่งที่รู้ ก็ยิ่งเป็นผลดีกับคนไข้ครับแม่ อ่านทวนเรื่อยๆ เพลินๆ จะได้เข้าสมองมากขึ้นไปอีก

 

ไม่เพียงเท่านั้น มัฆวานยังต้องเข้าเวรดึก และเสียสละหลายๆ สิ่งในชีวิตเพื่อทำหน้าที่ที่เขาตั้งใจให้ดีเยี่ยมที่สุดเท่าที่คนเป็นหมอคนหนึ่งจะทำได้

ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้หล่อนภาคภูมิใจเหลือเกินในตัวลูกชายคนนี้

 

        ลูกแม่เก่งที่สุด แม่ภูมิใจในตัวลูกมากเลยรู้ไหมมาร์ค ทำไมแม่ถึงได้มีลูกที่ทั้งหล่อและเก่งแบบนี้นะ

       ‘อย่ากังวลไปเลยลูก มาร์คต้องเป็นคุณหมอที่ดีแน่ๆ ความตั้งใจของมาร์คจะไม่สูญเปล่า และแม่ก็เอาใจช่วยอยู่ตรงนี้นะครับ

       ดูแลสุขภาพคนไข้แล้วอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะลูก คุณหมอต้องมีสุขภาพที่ดีถึงจะมีแรงรักษาคนไข้ ดังนั้นอย่าลืมกินข้าวให้ครบ 3 มื้อ สัญญากับแม่ โอเคนะ

       ‘ไหน วันนี้คุณหมอเข้าเวรเหนื่อยเหรอ มา มาให้แม่กอดหน่อยเร็ว

มาริษารวบอัลบั้มนั้นมากอดเอาไว้แนบอก และร้องไห้โฮจนตัวโยน

ก่อนหน้านี้ หล่อนไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไม โกสินทร์ถึงได้ใจไม้ใส้ระกำ นิ่งเฉยไม่พูดจาหรือไปตามลูกกลับ ทั้งๆ ที่รู้ว่าลูกชายเพียงคนเดียวต้องไปทำหน้าที่ที่เสี่ยงชีวิต

แต่ในวันที่หล่อนได้ยินสิ่งที่มัฆวานเอ่ย และได้กลับมาทบทวน กับวันคืนที่ผ่านเลย หล่อนก็ได้เข้าใจแล้ว ว่าทำไม...

มาริษาวางอัลบั้มภาพนั้นลง ใช้นิ้วกรีดคราบน้ำตาพร้อมกับสูดหายใจ แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

หล่อนหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกดเข้าแอพพลิเคชั่นบันทึกข้อความเสียง และเริ่มเอ่ย ด้วยเสียงที่มั่นคง...

“มาร์คนี่แม่นะลูก...”

 

มัฆวานที่เดินเข้ามานั่งพักเหนื่อยในห้องพักแพทย์หลังจากเข้าไปตรวจอาการผู้ป่วยในห้องปลอดเชื้อตั้งแต่เช้า บิดตัวไปมาคลายอาการเหนื่อยล้า เขาเปิด Face shield ปลดหูข้างหนึ่งของหน้ากากอนามัยเพื่อให้สูดอากาศได้คล่องขึ้น ขณะดึงโทรศัพท์มือถือที่มีข้อความแจ้งเตือนเข้า

        ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นสายตาวูบไหว เมื่อพบว่ามันเป็นข้อความเสียงที่ส่งมาจากมารดา มัฆวานนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกดปุ่ม...

 

“ในวันนั้นที่ลูกบอกแม่ ว่าลูกขอโทษที่ไม่สามารถเลือกการเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ไปพร้อมกับการเป็นหมอได้ แม่ยอมรับ ว่าในฐานะแม่คนหนึ่ง แม่เสียใจและกลัว กลัวมาก ว่าแม่จะเสียลูกไป ทุกๆ วันแม่ได้แต่ถามตัวเอง ว่าทำไมคนที่เสียสละและต้องเสี่ยงชีวิตจะต้องเป็นลูกชายของแม่ เป็นเด็กที่แม่อุ้มท้องและคลอดออกมาคนนี้ด้วย ทำไมไม่ใช่ลูกคนอื่น หมอเก่งๆ มีอีกเป็นร้อยเป็นพัน ทำไมต้องมาเป็นลูกของแม่!

แต่แปลกนะมาร์ค แม่กลับไม่ได้รู้สึกผิดหวังที่ลูกพูดออกมาแบบนั้น เพราะในฐานะแม่และคนๆ หนึ่ง แม่กลับรู้สึกภูมิใจในตัวลูกมาก ภูมิใจที่ลูกชายของแม่ เลือกที่จะทำในสิ่งที่เขาควรทำ ทั้งในฐานะมนุษย์และหมอคนหนึ่ง

แม่คงไม่สามารถบอกลูกว่าต่อไปนี้แม่จะไม่กลัว เพราะแม้แต่ในตอนนี้แม่ก็ยังกลัว และห่วงกังวลสารพัดว่าลูกของแม่จะอยู่ยังไง จะกินยังไงในห้องนั้น อุปกรณ์ป้องกันจะเพียงพอไหม จะหมดเมื่อไหร่ จะมีใครให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมรึเปล่า สถานการณ์มันจะยิ่งเลวร้ายลงอีกไหม

แต่ถ้าหาก ในวันนี้...ลูกของแม่ที่ไม่ใช่หมอ แต่เป็นคนป่วยที่ได้รับเชื้อ ไม่มียารักษา ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ และไม่มีหมอสักคนหนึ่งที่อยากจะดูแลพวกเขาแบบมาร์คในวันนี้ แม่เองก็คงไม่ต่างกับตกนรกทั้งเป็น

มาร์ค...มาร์คเลือกถูกแล้วลูก อย่ารู้สึกผิดที่ทำให้แม่กังวล เพราะถึงลูกไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในสถาการณ์แบบนี้ แม่ก็ยังห่วงลูกอยู่ทุกวัน เพราะลูกคือลูกของแม่

ตอนนี้ลูกแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง เหมือนกันกับที่ทุกๆ คนกำลังทำหน้าที่ เพื่อให้ผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้ และแม่เอง ก็จะทำหน้าที่ในฐานะคนๆ หนึ่ง อย่างดีที่สุดด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ไม่ต้องห่วงนะลูก มาร์คทำหน้าที่ของลูกให้เต็มที่ แม่อยู่ที่บ้านจะดูแลตัวเอง และช่วยเหลือสังคมให้มากที่สุดเท่าที่แม่จะทำได้เช่นกัน เราทุกคนมาสู้ๆ ไปด้วยกันนะลูกนะ”

 

หลังได้ฟังข้อความเสียงจากผู้หญิงที่เขารักและเทิดทูนที่สุดในชีวิตจบลง น้ำตาที่คลออยู่ก็ทิ้งตัวลงมา มัฆวานเงยหน้าขึ้นเพื่อสูดหายใจเข้าเต็มปอด และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ขอบคุณครับแม่...”

 

ผมจำไม่ได้แล้วว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

และเหตุการณ์เลวร้ายมากขึ้นหรือน้องลงยังไง

เพราะทุกๆ วันของผมก็ยังคงทำหน้าที่อย่างสุดกำลังความสามารถ

พยายามรักษาคนไข้ให้หายจากอาการเจ็บป่วย

แผนทุกอย่างถูกกำหนดขึ้นและจบลง “วันต่อวัน”

 

อาจจะมีบางช่วงเวลา

ที่ผมต้องกลั้นน้ำตาเพราะการจากไปของใครคนหนึ่ง

และบางความรู้สึก...

ที่ผมท้อถอย ต่อความไม่เป็นดั่งใจ

และความติดขัดมากมายที่บีบคั้นให้เหตุการณ์เลวร้ายลงราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง

แต่ก็มีวินาที...

ที่ผมยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือส่งใครอีกคนหนึ่งกลับบ้าน

ด้วยสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

 

“ในฐานะหมอ”

คนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าผมเป็นใคร ชื่ออะไร นามสกุลดังแค่ไหน

หรือเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก

 

ผมแค่อยากให้เขารู้ และเชื่อใจ

ว่าคนแปลกหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากนี้

จะเป็นหมอที่จะทำทุกวิถีทางในการรักษาพวกเขาให้หาย

 

เพราะ...

ในยามที่คนไข้ต้องการหมอ

เขาไม่ได้ต้องการหมอที่ดีที่สุดหรือเก่งที่สุด

เขาแค่ต้องการหมอที่รักษาเขาได้

 

ฝนไม่ได้ตกทุกวัน

 

และเมื่อถึงวันที่ท้องฟ้ากลับมาสดใส

ต่อให้จะเป็นคนสุดท้ายที่ได้เดินออกจากห้องปลอดเชื้อในภารกิจนี้ไป

ผมก็จะไม่เสียใจ เพราะได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้ว

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะมาร์ค”

 

สดุดีแด่บุคลากรทางการแพทย์

และเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่าน

 

ฉัตรเกล้า

 

-- End --


 
 
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vintage line png

นวนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมุติ

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอด สแกน หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #25 banidin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 17:24
    อ่านแล้วน้ำตาคลอเลยค่ะ รับรู้ถึงความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ถ้าไม่มีพวกเขา เราคงไม่มีวันนี้ ขอบคุณจากหัวใจค่ะ
    #25
    0