The Doctors สุภาพบุรุษชุดกาวน์ [Free E-book]

ตอนที่ 16 : บทที่ 16 ขอโทษครับแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    16 ก.ค. 63


มะลิ : ทำมะลิปลอดสารพิษที่เพชรบุรี - ThaiGreenAgro

 

[ 16 ] ขอโทษครับแม่

 

หลังจากที่ทั้งคู่เอ่ยลากัน ไอรินทร์ก็ไม่ลังเลแล้วที่จะเดินทางกลับ ในตอนนี้หัวใจของเธอแม้จะยังเต็มไปด้วยความห่วงกังวลที่มีต่อมัฆวาน แต่มันก็ได้ถูกโอบอุ้มเอาไว้ราวกับช่วงเวลามืดมนที่มีแสงสว่างของดวงดาวส่องถึง

เพราะอย่างน้อยที่สุด วันนี้เธอก็ได้เจอกับมัฆวาน ได้พูดคุย และเห็นว่าเขาสบายดี

ที่ผ่านมาเธอเคยแอบจินตนาการมาตลอดว่าวันที่ทั้งสองเอ่ยสารภาพความรู้สึกที่มีต่อกันนั้น จะเป็นยังไง จะเหมือนในนวนิยายแสนโรแมนติกที่พระเอกสารภาพรักบนโต๊ธอาหารสุดหรู หรือเรียบง่ายสบายๆ อย่างที่ตื่นเช้าขึ้นมา เขาก็เดินเข้ามาหา และบอกเธอว่ารู้สึกเช่นกันกับเธอ แล้วทั้งสองก็โอบกอดกันหลังจากที่เธอตอบกลับเขาไป

แต่ก็ไม่คิดเลยว่า เมื่อวันนี้มาถึง สถานการณ์การสารภาพรักของทั้งสอง จะแสนแปลกประหลาดและพิเศษอย่างน่าพิศวง

       แต่อย่างน้อยที่สุด ไอรินทร์ก็เชื่อว่า มันจำสามารถทำให้ทั้งสองมีแรงกำลังจะก้าวเดินต่อไป และทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด อย่างไม่เสียใจแล้ว

หญิงสาวสูดหายใจอีกครั้ง เพื่อนจะออกเดินไปยังประตูทางออกโรงพยาบาล แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับร่างระหงของสตรีสูงวัยคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคย และหล่อนก็กำลังเดินตรงมายังจุดที่เธออยู่เช่นกัน

มาริษาที่อยู่ในชุดเดรสหรูพอดีตัวสีกรมท่าแขนยาวห้าส่วนกับกระเป๋าหนังจระเข้สีครีมเช่นเดียวกันกับรองเท้าคัทชูราคาแพง เดินสับเท้าด้วยความเร่งรีบฝ่าแดดร้อนเข้ามาในอาคาร แม้ไม่เห็นสีหน้าใต้หน้ากากอนามัยกับแว่นกันแดดสีดำ แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเคร่งเครียดที่แผ่ออกมา

ขณะที่กำลังมองไปรอบๆ เพื่อตั้งต้นว่าจะสอบถามเข้าพบลูกชายได้ที่ไหนนั้น หล่อนก็ชะงัก และมองหญิงสาวที่คุ้นเคย

“คุณน้า”

ไอรินทร์กลืนน้ำลายลงคอ โดยเฉพาะในตอนที่เห็นว่าผู้สูงวัยกว่าถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นนัยน์ตาแดงก่ำและใต้ตาบวมช้ำอย่างคนผ่านการร้องได้มาอย่างหนัก โดยสายตาที่มารดาของมัฆวานมองเธอนั้น มันทั้งแปลกใจและดีใจ คล้ายกับท่านเห็นความหวังที่ต้องการไขว้คว้าเอาไว้มาอยู่ตรงหน้า

“น้องอัย”

“...”

“หนูเองก็จะมาพามาร์คกลับบ้านเหมือนกันใช่ไหมจ๊ะ!

 

มัฆวานไม่รู้เลยว่าเขาควรรู้สึกโล่งใจหรือไม่ ที่เห็นว่าแม่มาถึงนี่ ด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่าท่านรู้เรื่องต่างๆ ที่เขายังไม่ได้บอกแล้ว และแน่นอนว่าคงทราบสถานการณ์โรคระบาดที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ด้วยเช่นกัน

       แต่เพราะไม่อาจออกจากอาคารปลอดเชื้อได้ มัฆวานจึงได้แต่ยืนอยู่ ณ จุดเดิมที่คุยกับไอรินทร์เมื่อครู่ และใช้วิธีโทรศัพท์ในการสื่อสารกับมารดา

        มัฆวานยอมรับว่าเขาค่อนข้างลำบากใจและเศร้า ที่เห็นว่ามารดากำลังทุกข์ใจและร้องไห้เพราะตนเอง

แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ได้เตรียมใจสำหรับเรื่องในวันนี้ไว้แล้ว

“มาร์ค มาร์คฟังแม่นะ บ้านเรามีเงินมากพอ ที่จะให้มาร์คใช้จ่ายไปตลอดชีวิตโดยที่มาร์คไม่จำเป็นต้องพยายาม ลูกไม่จำเป็นพิสูจน์ตัวเอง ไม่จำเป็นต้องลำบากเพื่อใครทั้งนั้นแม้แต่เพื่อพ่อกับแม่ แค่มาร์คเกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่ มันก็มากพอแล้วลูก แม่...ไม่เคยคาดหวังอะไรจากมาร์คเลย แม่ขอแค่ให้มาร์คของแม่มีความสุขก็พอแล้ว มาร์ค...กลับบ้านกับแม่เถอะนะลูก กลับบ้านกับแม่ นะลูกนะ...”

“...”

“มาร์ค...” มาริษาเรียกชื่อลูกอีกครั้งด้วยน้ำตานองหน้า สีหน้าเจ็บปวดนั้น บ่งบอกว่าหล่อนแทบจะขาดใจอยู่ตรงนี้

ภาพบุตรชายเพียงคนเดียวที่หล่อนทั้งรักและถนอมมาตลอดทั้งชีวิต ในชุด PPE นั้น มันเหมือนมีดที่แทงลึกเข้ามาในหัวใจของมาริษา ระยะห่างกับสิ่งที่กางกั้นตรงหน้า มันไม่ต่างอะไรกับตะปูที่ตอกลึกลงมาเพื่อย้ำเตือนให้หล่อนรู้ว่าบัดนี้ชีวิตมัฆวานอยู่ในอันตราย ที่หล่อนในฐานะแม่ไม่อาจจะวิ่งเข้าไปกางแขนปกป้องลูกได้

ทำไมกัน ทำไมต้องเป็นลูกชายของหล่อน!

มัฆวานมองภาพมารดาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด มันกัดกินเนื้อใจของเขาจนต้องกำมือแน่น

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมารดาอยู่ในสภาพเช่นนี้ และที่น่าเจ็บปวดก็คือทั้งหมดนั้นมันเป็นเพราเขา แต่...

“แม่ครับ ผมเป็นลูกแม่ ขณะที่คนไข้พวกนั้น เขาก็เป็นลูกของใครคนหนึ่งเหมือนกัน

        ถ้าในเวลานี้ แม้แต่หมอก็ยังกลัวตายที่จะรักษาพวกเขา แล้วคนไข้จะทำยังไงล่ะครับแม่ ผมเป็นลูกพ่อกับแม่ ในขณะเดียวกัน ผมก็เป็นหมอ ผมทุ่มเวลาทั้งหมด ร่ำเรียนมาอย่างหนักตลอดหลายปี ก็เพื่อจะได้มีความรู้ความสามารถมากพอที่จะรักษาคนไข้ไม่ใช่เหรอครับ

แม่ดูสิครับ แม่ดูในห้องนั้น คนพวกนั้น มีทั้งคนที่เป็นลูกและเป็นความหวังของพ่อแม่ มีคนที่กำลังจะสอบเนติบัณฑิตและกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก มีแม่ที่ทั้งชีวิตของเธอ หวังเพียงแค่ได้เห็นลูกชายวัย 5 ขวบเติบโตขึ้นทุกๆ วัน มีพี่ชายที่ทั้งครอบครัวของเขาเหลือกันอยู่แค่สองคนกับน้องสาวที่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลาย  มีหลานชายที่ต้องทิ้งให้ยายพิการของเขาอยู่บ้านเพียงลำพัง เพราะเขาติดเชื้อจากการทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่รายได้วันละไม่ถึง 300 บาท

แม่ครับ โปรดอภัยให้ผม ที่ไม่สามารถเลือกการเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ไปพร้อมๆ กับการเป็นหมอได้

เพราะเวลาที่คนไข้ต้องการหมอ เขาไม่ได้ต้องการหมอที่ดีหรือเก่งที่สุด เขาแค่ต้องการหมอที่รักษาเขาได้ และผมก็เป็นหมอคนหนึ่งที่สามารถทำแบบนั้นได้

ในวันที่ผมเลือกสอบเข้าคณะแพทย์ ผมได้สาบานกับตัวเองเอาไว้แล้ว ว่าตราบใดที่คนไข้ยังต้องการ ผมก็จะยังเป็นหมอ ผมจะทำทุกวิถีทางในการรักษาพวกเขาให้หายจากความเจ็บป่วย และกลับไปใช้ชีวิตปกติ อยู่กับครอบครัว อยู่กับคนที่เขารัก และได้ใช้ชีวิตทำตามความฝันที่ตั้งใจเอาไว้ด้วยสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

มันไม่ใช่เป็นการพิสูจน์ว่าผมเป็นคนดี เป็นฮีโร่ หรือหมอที่เก่งที่สุด แต่มันเพราะหน้าที่และสิ่งที่ผมควรจะต้องทำในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ และคนๆ หนึ่ง”

มาริษาส่ายหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน ร่างระหงนั้นอ่อนแรงลง จนไอรินทร์ที่ร้องไห้อยู่เงียบๆ รีบเข้ามาประคองไว้

ไอรินทร์เข้าใจทุกอย่างดี เธอหันไปมองมัฆวานที่มีสีหน้าเจ็บปวด และกำลังพยายามกลั้นความรู้สึก เพื่อบอกเขาว่าไม่เป็นไร เธอจะจัดการทุกอย่างและดูแลทุกคนที่อยู่เบื้องหลังของเขาให้เอง

มัฆวานต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการตัดใจ และหันหลังกลับ...เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่เขาได้เลือกแล้ว

 


 
 
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vintage line png

นวนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมุติ

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอด สแกน หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #35 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 00:42

    ขอบคุณคุณหมอ คุณพยาบาลที่สู้เพื่อคนไข้ จริงๆ

    #35
    0