The Doctors สุภาพบุรุษชุดกาวน์ [Free E-book]

ตอนที่ 14 : บทที่ 14 นายแพทย์มัฆวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    16 ก.ค. 63


บริษัททำชุดให้ Series ดังบริจาค PPE ให้ “หมอสู้ไวรัส” ในสเปน

 

[ 14 ] นายแพทย์มัฆวาน

 

สัปดาห์ต่อมา

 

“กาแฟไหม”

คำถามของดรัณที่อยู่ในชุด PPE[1] เช่นเดียวกัน ทำให้คนที่เพิ่งทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ในห้องพักแพทย์หันมามอง

หลังการประชุมใหญ่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน รวมกับนโยบาลที่ทางเบื้องบนสั่งการลงมา ให้ที่นี่เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลสำคัญที่ใช้ทำการรักษาผู้ป่วยจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (Covid-19) ทำให้มีมติในการจัดเตรียมตึกรองรับ เนื่องจากคาดว่าอีกไม่นานจะมีผู้ป่วยเพิ่มเข้ามาในอีกหลักร้อยถึงหนึ่งพันคน

และเพื่อความปลอดภัย ตึงทั้งตึกนั้น จึงถูกปิดทางเข้าออก พ่นยาฆ่าเชื้อรอบบริเวณ ติดตั้งและจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญเอาไว้อย่างพร้อมเพียงที่สุดเท่าที่จะทำได้

ห้องที่พวกเขาอยู่นี้ ไม่ใช่ห้องพักแพทย์ในตึกอายุรกรรมที่พวกเขาใช้กันเป็นประจำ แต่เป็นห้องพักแพทย์ในตึกพิเศษ ที่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในภารกิจนี้ และแน่นอนว่ามันรวมไปถึงพวกเขาทั้งสี่คนด้วย

โดยที่หลังจากเข้ามาอยู่ในตึกแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถออกจากตึกได้อีก อย่างน้อย 3 เดือน (ตามการคาดการณ์การระบาด) หรือหลังจากสิ้นสุดการแพร่ระบาด 28 วัน ตามมาตรการควบคุมโรคที่ศาสตร์จารย์นายแพทย์พัฒนพงษ์เสนอ

        “ขอบใจ”

ขณะนี้พวกเขาทุกคนต่างเหนื่อยล้า และแทบไม่ได้พักผ่อน เพราะต้องเฝ้าดูอาการและติดตามผลผู้ป่วย

เนื่องจากโรคนี้เป็นเป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ทำให้หลายๆ เคสกว่าที่ผู้ป่วยจะรู้ว่าตัวเองป่วยหนักและต้องมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ก็มีอาการน่าเป็นห่วงแล้ว

        “โทรไปคุยกับที่บ้านบ้างรึยัง เดี๋ยวเขาก็เป็นห่วงกันอีก”

        ดรัณถามขณะยื่นแก้วกาแฟให้เพื่อนรักที่เปิด Face shield และถอดหน้ากาก N95 ออก

ที่ดรัณพูด สื่อเนื่องมาจากเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะการต้องเร่งเซ็ทอัพระบบภายในตึก ทำให้มัฆวานไม่ได้โทรกลับบ้านเป็นสองวัน แม่ของเขาเป็นห่วงจนต้องโทร. มาสอบถามกับทางโรงพยาบาล โชคดีที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งข้อมูลเรื่องหน้าที่สำคัญที่เขาได้รับ ที่บ้านจึงยังไม่รู้ ว่าจะไม่ได้เจอหน้าลูกชายอีกอย่างน้อย 3 เดือนนับจากนี้

        “อีกสักเดี๋ยวค่อยโทร...”

        “ถ้าไม่อยากโกหก ทำไมไม่บอกไปตรงๆ วะ ถึงตอนนี้ข่าวข้างนอกจะไม่เท่ากับสถานการณ์ภายใน แต่สุดท้ายเขาก็ต้องรู้อยู่ดี ว่าตอนนี้มีผู้ติดเชื้อเยอะขนาดไหน และดูทรงแล้ว...น่าจะปิดได้อีกไม่นาน” ดรัณบอกด้วยสีหน้าที่ยังคงสุขุม แม้ว่าตัวเขาเองก็ประสบปัญหาเรื่องครอบครัวกับทางเลือกที่เลือกในวันนี้เช่นกัน

        แต่มันก็ไม่ได้มีแค่พวกเขาไม่ใช่หรือ ที่มีคนรออยู่ข้างหลัง ทุกๆ คนที่อยู่ที่นี่และเป็นด่านหน้าในการต่อสู้ก็มีเช่นกัน

        พวกเราทุกคน เพียงแค่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดเท่านั้น

        มัฆวานไม่ได้ตอบอะไรออกไป เขาทำเพียงหยิบมือถือขึ้นมาเปิด แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มและรอยยิ้มสดใสของใครคนหนึ่ง

...ภาพของหญิงสาวที่เขาคิดถึงที่สุด

        มันทำให้หวนคิดถึง สายตาของไอรินทร์ที่มองมายังเขา ในวันที่เขากลับไปเก็บของที่บ้านเพื่อเตรียมตัวเข้าประจำหน้าที่ในตึกพิเศษ

ในวันนั้น...เขาอยากเดินเข้าไปกอดไอรินทร์ แต่ก็ทำไม่ได้...

        หนึ่ง...เขากลัวว่าถ้าเขาทำแบบนั้น ความตั้งใจที่มีจะถูกสั่นคลอน เพราะรู้ดีว่าภารกิจนี้ มันอาจจะทำให้เขาไม่ได้มีโอกาสกลับไปเจอเธออีก

        และสอง...ในวันนั้น เขาไม่รู้ว่า ตัวเขาที่คลุกคลีกับคนไข้มากมายในแต่ละวัน จะมีเชื้อโรคที่เป็นพาหะไปสู่เธอและสมาชิกในครอบครัวหรือไม่

        ด้วยความสัจจริง เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น จนเขารู้สึกปวดใจ เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ล่วงเลยมา...

“เมื่อก่อน เพราะความไม่กล้า และจังหวะที่ไม่เป็นใจ มันทำให้กูยังไม่ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่กูอยากทำ และบอกในสิ่งที่กูอยากบอก แต่ในตอนนี้...กูแม่งโคตรสับสนเลยว่ะรัณ ว่ามันดีแล้วรึเปล่าวะ ที่กูยังไม่ได้บอกอัย ว่ากูรักเขามากแค่ไหน...”

        “...”

        ดรัณเข้าใจความรู้สึกของมัฆวานดี เพราะตัวเขาเองก็มีคนที่เขาไม่อยากให้รู้สึกห่วงกังวลกับตัวเขามากเกินไปนัก และไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอแม้แต่หยดเดียว หากหน้าที่ก็คือหน้าที่ และเขาก็เลือกแล้วที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เขาจึงได้แต่ตบบ่าเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ

“จบสงครามนี้แล้ว ก็จัดการซะให้เรียบร้อย บอกเธอไปตรงๆ เลย บอกไปแบบเรียบๆ ง่ายๆ นี่แหละ เชื่อกู”

        มัฆวานหันมามองเพื่อนรักด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับตอบรับด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“อืม...ถ้าจบสงครามนี้แล้ว กูจะบอกเขา...บอกเขาแน่นอน”

 

ไอรินทร์กำมือสั่นๆ ของตัวเองเข้ากับหูหิ้วกระเป๋าเก็บอุณหภูมิบรรจุกล่องอาหารที่ทำมาจากบ้าน ขณะมองผ่านทางเดินที่มองเห็นอีกตึกหนึ่งที่อยู่ด้านหลังสุดของโรงพยาบาล

        มันเป็นตึกที่แปลกมาก...เพราะทั้งตึกมีม่านพลาสติดใสบังเอาไว้ทุกชั้น ทั้งๆ ที่ตัวตึกนั้นมีหน้าต่างกระจกรอบทิศอยู่แล้ว จากจุดที่เธอยืนอยู่ ทำให้มองเห็นประตูกระจกทางเข้าขนาดใหญ่ ที่ต้องผ่านการสแกนนิ้วเพื่อเปิดเข้าไป และมีตู้กระจกด้านหน้าที่ทำเป็นห้องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับคนที่จะเข้าไปด้านใน

มองจากตรงนี้เธอเห็นบุคลากรในชุดป้องกัน PPE ครบชุด หรือไม่ก็บุคลากรในชุดกาวน์สีขาวตัวยาว สวมหมวกเก็บผม SBPP MOB สวมหน้ากาก N95 และปิดด้วยหน้ากาก Face shield อีกชั้นเดินไปมา

หากไม่รู้ถึงสถานการณ์โรงระบาด เธอคงเข้าใจว่าที่นี่เป็นศูนย์วิจัยยาหรืออะไรสักอย่างที่มีความสำคัญมาก

        มาร์ค...อยู่ที่นี่เหรอ...

        ไอรินทร์มองสัญญาณที่แสดงตำแหน่งของมัฆวานที่บอกให้รู้ว่าเขาอยู่ในตึกนั้นจริงๆ

        ก่อนหน้านี้ เป็นมัฆวานเองที่ติดตั้งแอปพลิเคชันที่เรียกว่า Find my phone ให้กับทั้งเธอและเขา เพื่อแสดงตำแหน่งที่อยู่ เพราะสมัยเรียนไอรินทร์มักจะหลงทางบ่อยๆ อีกทั้งมัฆวานก็มีหน้าที่รับส่งเธอ จึงติดตั้งแอพพลิเคชั่นนี้เอาไว้ ให้ทั้งสองหากันเจอง่ายๆ ที่ผ่านมาไอรินทร์แทบไม่เปิดใช้งานมันเลยจนเกือบลืมแล้วด้วยซ้ำ

        แต่เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่า...มันจะมีประโยชน์มากเหลือเกินในวันนี้

ไม่จำเป็นต้องอ่านป้าย หรือถามใครทั้งนั้น เธอก็รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ถูกจัดเตรียมเป็นพิเศษเอาไว้ทำไม

น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่นั้น ไหลรินลงมาพร้อมกับก้อนสะอื้นแผ่วเบา

“ขอโทษนะคะคุณ ไม่ทราบว่ามาติดต่ออะไรคะ คือที่นี่เข้าใกล้ไม่ได้นะคะ เชิญติดต่อที่โต๊ะด้านหน้าค่ะ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ที่สวมสวมหมวกเก็บผม SBPP MOB และหน้ากากอนามัย N95 เข้ามาสอบถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเข้มงวดจริงจัง พร้อมกับผ่ายมือไปยังทางออก

แม้ว่าตรงจุดที่หญิงสาวยืนอยู่จะเป็นจุดที่สามารถเดินผ่านได้ เพราะอยู่อีกตึกหนึ่ง แต่ในบริเวณนี้ก็ถูกจัดสรรเอาไว้แล้วว่าห้ามเข้าใกล้

ไอรินทร์พยายามสูดหายใจเข้าสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ โชคดีที่เธอสวมหน้ากากอนามัยปิดครึ่งหน้า มันจึงพอจะอำพรางคราบน้ำตาได้สักเล็กน้อย

“ฉันเอาของกินมาฝากให้คุณหมอน่ะค่ะ”

“คุณหมอ? อยู่ที่นี่น่ะเหรอคะ”

เธอคนนั้นถามพร้อมกับชี้ไปที่ตึกตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ ขณะนั้นเองที่คล้ายกับรู้สึกคุ้นๆ ขึ้นมา ว่าเคยเห็นดวงตากลมโตให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูนี้ที่ไหนมาก่อน และถ้าจำไม่ผิด ดวงตาแบบนี้ รูปร่างแบบนี้ เหมือนกับ...

“ใช่ค่ะ”

ไอรินทร์พยายามคุมอารมณ์ตนเองและพูดต่อ

“ไม่แน่ใจว่าจะฝากเข้าไปได้ไหม แต่ถ้าได้ อัยขอฝากนี่...ให้คุณหมอมัฆวานด้วยนะคะ”

“...”

เท่านั้นเอง สีหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยของเจ้าหน้าสาวก็พลันเปลี่ยนไป เธอมองไอรินทร์ด้วยดวงตาวูบไหว เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งอึ้งและเห็นใจ

ขณะนี้บุคลากรในโรงพยาบาลทุกคนต่างทำงานหนัก และเคร่งเครียดกับสถานการณ์โรคระบาดที่ล้อมเข้ามาทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแพทย์และพยาบาลที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยในตึกพิเศษ

กับสถานการณ์โรคระบาดนี้ มีใครบ้างที่ไม่กลัว ยิ่งต้องใกล้ชิดก็ยิ่งเสี่ยง เรียกว่าความเป็นความตายมาอยู่ตรงหน้า

อย่าว่าแต่คนข้างในตึกนั้นเลย แม้แต่เพื่อนร่วมงานอย่างพวกตน ที่มองจากตรงนี้ ก็ยังรู้สึกหวาดหวั่น แล้วในใจของคนที่เป็นครอบครัวและคนรักของพวกเขาล่ะ จะห่วงกังวลแค่ไหน...

เจ้าหน้าที่สาวสูดหายใจเข้าลึก กลั้นความรู้สึกและพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเพื่อตอบรับหญิงสาวตรงหน้า

“ได้สิคะ เดี๋ยวดิฉันจะให้เจ้าหน้าที่ นำไปให้ถึงมือคุณหมอให้ได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ”

แม้จะเห็นหน้าไม่ชัด แต่ไอรินทร์ก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรและเข้าอกเข้าใจเพียงใด

“ขอบคุณค่ะ”

ว่าแล้วก็ยื่นกระเป๋าเก็บอุณหภูมิให้กับอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำพร้อมกับพยายามกลั้นน้ำตา ค่อยๆ หมุนตัวเดินไปยังทิศที่จะนำไปสู่ทางออกของตึก

แม้จะอยากเจอกับมัฆวาน และอยากยืนอยู่ตรงนี้ต่อแค่ไหน เธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางทำแบบนั้นได้...

“ด...เดี๋ยวก่อนค่ะ รอสักครู่นะคะ”

ได้ยินดังนั้น คนที่พยายามตัดใจเดินทางกลับก็พลันหยุดฝีเท้าลง

ไอยรินทร์หันกลับมา แล้วก็ต้องงุนงงขณะมองตามเจ้าหน้าคนนั้น วิ่งไปยังเคาน์เตอร์ด้านหน้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ตนยืนอยู่ เธอคว้าหยิบบางอย่างและวิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว

และไอยรินทร์ก็ได้คำตอบ เมื่อเจลล้างมือขวดเล็กที่จัดเตรียมไว้สำหรับแจกถูกยื่นส่งให้ พร้อมกับถ้อยคำแสนอบอุ่น

“ไม่รู้ว่ามีติดตัวมารึเปล่า แต่อันนี้พกไว้เพิ่มนะคะ ระหว่างทาง พยายามเอามาล้างบ่อยๆ แล้วก็...ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”

เท่านั้นเองน้ำตาที่กลั้นเก็บของไอรินทร์ก็ไหลรินลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้น ขณะรับมันเอาไว้

“ขอบคุณค่ะ คุณเอง...ก็เหมือนกันนะคะ”



[1] Personal Protective Equipment อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล


 
 
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vintage line png

นวนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมุติ

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอด สแกน หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น