The Doctors สุภาพบุรุษชุดกาวน์ [Free E-book]

ตอนที่ 11 : บทที่ 11 อย่าพลาดอีกนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 819
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    16 ก.ค. 63



 

เพราะอุบัติเหตุที่ทำให้ห้องฉุกเฉินลุกเป็นไฟอย่างเกิดขึ้นน้อยครั้งนั้น ทำให้หัวข้อสนทนาของพวกเขาทั้ง 4 คนในห้องพักแพทย์ค่อยๆ จางหายไปจากความคิด หรือไม่อีกทีพวกเขาก็ยังเชื่อว่า ในยุคสมัยนี้ เรื่องการเกิดโรคระบาดจนเกินรับมือนั้น เป็นไปได้ยากเต็มที เพราะเชื่อในวิทยาการทางการแพทย์ที่พัฒนาขึ้นในทุกๆ วัน

        มันก็แค่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อีกพันธุ์หนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นรึเปล่าวะ

        นั่นคือความคิดของพวกเขา...ที่ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยประสบกับคำว่า โรคอุบัติใหม่ และโรคระบาด อันเป็นมหันตภัยของมนุษยชาติที่แท้จริง

       

กว่าที่มัฆวานจะได้ออกจากโรงพยาบาลก็เป็นเวลาตี 2 ของอีกวันแล้ว จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีกนับสิบ ดีที่โรงพยาบาลที่เขาสังกัดเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่และมีบุคลากรทางการแพทย์ค่อนข้างเยอะ ทำให้การรักษาและรับมือต่อเหตุการณ์เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันท่วงที

        เพราะความยากและจำนวนเคสที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อรักษาชีวิตคนไข้ ทำให้การทำงานครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมเลย

        รถซีดานของมัฆวานค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าประตูบ้านสามชั้นสองหลังที่อยู่ติดกัน บ้านหลังที่เขาจอดอยู่นั้นมีห้องหนึ่งบนชั้นสองที่ยังเปิดไฟอยู่ เขาตัดสินใจออกรถอีกครั้งเพื่อขับเข้าไปจอดในโรงจอดของบ้านอีกหลังซึ่งเป็นบ้านของตนเอง และเดินเข้าประตูเชื่อมไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง...

        เจ้าหมาโกโก้ที่นอนอยู่ในกรงขนาดใหญ่ติดเครื่องปรับอากาศผงกหัวขึ้นมองเขา มันกระดิกหางเพียงเล็กน้อยเป็นการตอบรับ และนอนต่ออย่างเช่นทุกครั้ง ที่เห็นเขาในยามค่ำคืน

        แกร่ก

        ประตูบ้านถูกเปิดออกหลังการสแกนนิ้ว มัฆวานพาร่างที่ค่อนข้างล้าจากการทำงานยาวนานติดต่อกันสิบกว่าชั่วโมงโดยไม่ได้พัก เข้ามาในบ้านที่มีเพียงไฟสลัวเปิดทิ้งเอาไว้ไม่กี่ดวง หากมันก็เพียงพอแล้วสำหรับการเดินไปไหนมาไหนในบ้านในยามค่ำคืน โดยไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น

        ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสะอาดตากับกางเกงขายาวสีครีมก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เขาหยุดเคาะประตูห้องห้องหนึ่งอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะเปิดเข้าไป

        รอยยิ้มค่อยๆ จุดขึ้นที่มุมปากเรียว ร่างสูงนั้นเดินเข้าไปหยุดข้างโต๊ะทำงานที่คอมพิวเตอร์ยังคงเปิดใช้งานอยู่ แต่เจ้าของห้องกลับนอนกลับฟุบลงกับโต๊ะไปแล้ว

        ภาพนี้เป็นภาพที่คุ้นเคย...

        มัฆวานจัดการเซฟงานในเครื่องและปิดการทำงาน แล้วค่อยๆ ช้อนประคองร่างบอบบางในชุดนอนกางเกงขายาวเนื้อนุ่มขึ้นอย่างระมัดระวังและเบามือที่สุด เพราะเกรงว่าจะรบกวนนิทรารมย์ของคนในอ้อมแขน แม้จะรู้ดีกว่าใครว่าไอรินทร์นั้น หากได้หลับแล้วก็ยากเหลือเกินที่จะตื่นขึ้นมา ถ้าเจ้าตัวยังนอนไม่เต็มอิ่ม

        ชายหนุ่มอุ้มเจ้าหญิงนิททราไปยังอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ติดกัน

        ห้องนอนของไอรินทร์เป็นห้องนอนที่เครื่องเรือนภายในเน้นสีขาวและสีชมพูอ่อนสมกับเป็นผู้หญิง ดูเรียบง่ายสบายตาแต่ก็มีดีเทล ทั้งยังหอมละมุนด้วยกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ซึ่งเกิดจากทั้งกลิ่นน้ำหอมที่เจ้าตัวใช้สลับหรือผสมกันจนเกิดกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจากชุดเครื่องนอน ผ้าม่าน หรือแม้แต่เสื้อผ้าในตู้ กลิ่นเทียนหอมที่บางครั้งเจ้าตัวก็จุดเพื่อผ่อนคลายในยามนอนกลิ้งไปมา หรือแม้แต่กลิ่นหนังสือที่วางซ้อนกันอยู่หลายจุดในห้อง

        ทั้งหมดทั้งมวลนั้น รวมกันเป็นกลิ่นหอมที่ดูเป็นไอรินทร์อย่างยิ่ง และเขาก็ชอบมันเหลือเกิน

        เตียงนอนขนาด 3.5 ฟุตซึ่งวางอยู่ติดหน้าต่างที่มีผ้าม่านสีขาวบางๆ ติดอยู่นั้นเป็นจุดหมายปลายทาง ชายหนุ่มวางคนขี้เซาลงอย่างเบามือ และห่มผ้าห่มให้เธออย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปหยิบรีโมทเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศให้ห้องอยู่ในอุณภูมิเย็นสบาย ก่อนจะกลับมานั่งลงบนที่รองนั่งหนานุ่มรูปกระต่ายที่อยู่ข้างเตียงของเธอ เท้าศอกกับเตียงมองใบหน้าของคนที่นอนหลับอยู่ด้วยรอยยิ้ม

        แสงไฟสีวอร์มไลท์จากโคมไฟหัวเตียงนั้น มากพอแล้วที่จะทำให้เขาเห็นรายละเอียดของคนที่นอนหลับอยู่ อีกทั้งมันยิ่งขับให้ใบหน้าน่ารักของไอรินทร์ยิ่งน่าทะนุถนอมมากขึ้น จนเหมือนกับภาพวาดที่สะกดสายตาของเขาเอาไว้

        ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งหมดที่มี คล้ายกับถูกสลัดทิ้งไป เพียงเขาได้นั่งพักและมองเธออยู่อย่างนี้...เช่นทุกครั้ง

        มัฆวานไม่รู้ว่าเขามองเธออยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ กว่าที่จะสามารถละสายตาไปยังตู้เล็กๆ ข้างเตียงนอน

เขาเปิดมันออก เผยให้เห็นกระปุกบรรจุยาบำรุงพวกวิตามินรวมต่างๆ อยู่หลายกระปุก และแน่นอนว่าเป็นเขาเองที่นำมันมาเตรียมไว้ในตู้นี้ เพื่อที่เมื่อไหร่ไอรินทร์รู้สึกเหนื่อยล้าหรืออยากบำรุงร่างกาย ก็สามารถเอาออกมากินได้เลย

        มัฆวานหยิบกระปุกบรรจุยาเม็ดแหล่านั้นออกมาหมุนดูข้างขวด ซึ่งมีสติ๊กเกอร์เขียนวันเดือนปีที่เปิดใช้งานติดเอาไว้ เพื่อเช็คว่าเกิน 6 เดือนแล้วหรือยัง หลายขวดในนั้นมีระยะเวลาเปิดใช้ใกล้ครบกำหนดแล้ว เขาจึงคิดว่าพรุ่งนี้จะหาขวดใหม่มาแทนที่ เพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อีกทั้งไอรินทร์ยังมีงานใหญ่เข้ามา ต้องนอนดึกหรือนอนผิดเวลามากขึ้นกว่าปกติ ดังนั้นเขาก็อยากให้เธอได้บำรุงร่างกายบ้าง เพื่อจะได้ไม่ป่วยง่ายๆ

        ใบหน้าหล่อเหล่าภายใต้กรอบแว่นสายตาแย้มยิ้ม

        จะว่าไปแล้ว เขากับไอรินทร์นั้นมีเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่ง ต่างก็ทำงานที่มีเวลาชีวิตที่ค่อนข้างรวน นอนไม่เป็นเวลา แต่ก็กลับไม่เคยบ่น หรือปรามกันและกันเลย มีแต่คอยเตือนกันเรื่องกินข้าว กินยา กินของที่มีประโยชน์ หรือพักผ่อนเท่านั้น

        มันคงเป็นความเข้าใจกันและกันในแบบของพวกเขากระมัง

        เข้าใจว่าสิ่งที่ทำอยู่คือสิ่งที่รักและเลือกแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงชอบที่จะมองอีกฝ่ายทำมันอย่างเต็มที่ และก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ให้กำลังใจกันและกันอยู่ตรงนี้

        คิดดังนั้นแล้ว มัฆวานที่เหมือนถูกชาร์จแบตจนเต็ม เขากลับมาเท้าคางกับเตียง นั่งมองไอรินทร์ต่อด้วยรอยยิ้มที่ไม่เลือนหายไป

ถึงจะง่วงหน่อยๆ แต่ขอมองอัยอีกนิดก็แล้วกัน...

 

เปลือกตาบางใสค่อยๆ ขยับช้าๆ พร้อมกับลมหายใจที่ปล่อยออกมาอย่างเป็นสุข กับความรู้สึกเต็มอิ่มกับการนอนพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มแสนสบายบนเตียงนอนหนานุ่ม แสงแดดอ่อนๆ ที่สะท้อนผ่านม่านบางนั้นให้ความรู้สึกอุ่นสบาย คงเพราะเครื่องปรับอากาศที่ถูกเปิดเอาไว้ค่อนข้างเย็น จึงทำให้ยิ่งรู้สึกเป็นสุขราวกับลูกแมว ที่เพิ่งออกมาจากการแอบเข้าไปหลับในรังไหมพรม

        แต่แล้วไอรินทร์ก็ต้องแปลกใจ เมื่อทันทีที่ลืมตาและปรับโฟกัสกับภาพเบื้องหน้า เธอก็พบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของคนที่จุดรอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มเต็มสีแดงสดในทันที

        แอบมานอนฟุบตรงนี้อีกแล้ว

        คงเหนื่อยมากสินะหมอมาร์คคนเก่ง

        ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายขาวจัดของผู้ชายที่ต่อให้เธอจะเห็นใบหน้าของเขามาตั้งแต่จำความได้ แต่ก็ยังไม่เคยรู้สึกเบื่องหน่าย และชอบที่จะมองซ้ำๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนใดเลยบนใบหน้าหล่อเหลานี้ที่เธอจะจดจำไม่ได้

        ต่อให้หลับตา ภาพของมัฆวานก็ยังคงชัดเจนกว่าอื่นใดมาเสมอ

        เหนื่อยมากจริงๆ สินะ เหนื่อยมากๆ เลยใช่ไหม...

        คำถามนั้นดังในใจซ้ำๆ ขณะที่มือของเธอค่อยๆ เอื้อมไปปัดผมที่ปกระใบหน้าหล่อเหล่าแผ่วเบาๆ เธออยากช่วยถอดแว่นให้มัฆวาน แต่ถ้าทำแบบนั้นเขาต้องรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นแน่ๆ

        ถึงจะรู้ว่านอนท่านี้ไม่สบาย แต่ก็...ไม่อยากรบกวนเลย

        เปิดแอร์ไว้เย็นเชียว หนาวรึเปล่านะ

        ขณะที่ไอรินทร์กำลังมองสำรวจใบหน้าของคนที่นอนเอียงฟุบหลับอยู่ข้างเตียงนั้น จู่ๆ มัฆวานก็ลืมตาขึ้นมา และนั่นก็ทำให้ทั้งสองสบประสานตากันอย่างพอดิบพอดี...

        ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ที่ทำให้ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ไม่มีแม้แต่สีหน้าตกใจหรือประหลาดใจในยามที่เห็นกันและกันอยู่ตรงนี้ ทั้งสองเอาแต่มองสบตากันนิ่งด้วยความรู้สึกมากมายที่อัดแน่น...

        ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าและดวงตาของทั้งคู่

สิ่งเหล่านั้น มันเหมือนยิ่งทำให้แสงอาทิตย์ยามเช้า อบอุ่นและสดใสขึ้นราวกับมีเวทมนต์

        “อรุณสวัสดิ์ค่ะหมอมาร์ค”

        “อื้ม อรุณสวัสดิ์ครับ”

        “เมื่อคืนเหนื่อยมากไหม”

        “นึกว่าสงครามโลก”

        ไอรินทร์นิ่วหน้าด้วยความสงสาร ก่อนจะส่งยิ้มที่กว้างขึ้นปลอบใจคุณหมอคนเก่ง

        “แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีแล้วเนอะ”

        “ผ่านไปด้วยดีที่สุด...เท่าที่จะเป็นได้” มัฆวานย่นจมูกตอบเสียงนุ่ม

        “เก่งมากๆ”

        “แน่นอนอยู่แล้ว” คนถูกชมยักคิ้วรับ

        แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมา

        “อัย”

        “หื้มม์”

        “สัปดาห์หน้าทั้งสองสัปดาห์มาร์คมีเวรห้องฉุกเฉิน”

        ไอรินทร์ชะงักไปนิด ก่อนจะเข้าใจความหมาย...ว่ามัฆวานคงอยากบอกว่า เขาอาจจะไม่ได้กลับบ้าน และทั้งสองอาจจะไม่ได้เจอกันเลยทั้งสองสัปดาห์

        แม้จะรู้สึกเศร้า แต่ไอรินทร์ก็ไม่ได้แสดงมันออกมา เธอยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างเคย

        “รู้แล้วล่ะ มีอะไรก็โทรหา ส่งข้อความ หรือไม่ก็วีดีโอคอลได้ใช่ไหม”

        “อืม”

        “โอเค สู้ๆ นะคะคุณหมอ”

        “อัย...”

        “หืมม์?”

        “วันจันทร์หลังจากนั้น เราไปเที่ยวกันไหม ไปกินข้าว ไปกันสองคน”

        ไอรินทร์ไม่ถามด้วยซ้ำว่าเขาจะชวนเธอไปที่ไหนเพราะเธอตอบรับในทันทีว่า

“อื้ม จะแต่งตัวสวยๆ รอมาร์คมารับนะ”

มัฆวานมองรอยยิ้มของคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกเต็มตื้น หัวใจของเขาเต้นระรัวอีกครั้ง

คราวนี้ เขาจะทำให้ดีที่สุด และจะต้องทำให้สำเร็จด้วย!

ทั้งสองมองสบตากัน ก่อนที่มัฆวานจะแสร้งยืดบิดตัวไปมาลดความประหม่าของตัวเอง แต่แล้ว...

“มาร์ค”

“หืมม์?”

มัฆวานไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะเมื่อสังเกตไอรินทร์ที่ยันตัวลุกขึ้นนั่ง เขาก็พบว่าเธอหลุบตาลงมองมือบนตักของตัวเองด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ คล้ายกำลังประหม่า และลังเลกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะยิ้มรับเมื่อเห็นว่าเธอช้อนสายตาขึ้นมองเขา

“แว่นเบี้ยวแล้ว”

“หือ?”

ไม่รอให้ชายหนุ่มเข้าใจความหมาย เธอก็ยื่นมือทั้งสองข้างไปดึงแว่นตาของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงออก

และเพราะมัฆวานนั้นสายตาสั้นมาก จนถ้าไม่ใส่แว่นก็แทบจะเห็นทุกอย่างพร่ามัวไปหมด เขาจึงไม่รู้เลยว่าหลังจากที่แว่นตาถูกถอดออกไปแล้วไอรินทร์มีสีหน้าเช่นไร รู้แค่ว่าเธอขยับตัวเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะรู้สึกชาวูบไปทั้งตัว กับสัมผัสแผ่วเบา และนุ่มนวล ที่ประทับลงมาตรงปลายจมูก

จุ๊บ ...เสียงนี้แทบจะเป็นเสียงกระซิบ แต่มันกลับชัดเจนในความรู้สึก ส่งผ่านกระแสไฟฟ้าแผ่วเบา แต่ตรงดิ่งมาถึงหัวใจของเขาอย่างฉับพลัน

“อ...อัย...”

มัฆวานที่คล้ายกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปชั่วขณะหนึ่งเรียกคนที่พอสวมแว่นตากลับที่เดิมให้เขาแล้ว ก็ล้มตัวลงนอนพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเอาไว้เสียอย่างนั้น ด้วยอาการที่เหมือนจะประกาศว่า ให้ตายเธอก็จะไม่มีทางออกจากผ้าห่มแน่

“เมื่อกี้...”

ไอรินทร์ไม่ปล่อยให้คนบื้อถามอะไรไปมากกว่านั้น เพราะเธอตะโกนออกมาจากผ้าห่มว่า

“วันจันทร์หน้า...อย่าพลาดอีกนะ!

เท่านั้นเองคนที่หน้าแดงจนแทบจะสุกก็หัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกเต็มตื้น

“อื้ม! ไม่พลาดแน่นอน!


********************************************************************




 
 
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vintage line png

นวนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมุติ

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอด สแกน หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #22 Mikaririn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 09:32
    ว๊ายยยยยยยยยยสาวรุกแล้วนะหมอ
    เพื่อนรู้โดนล้อตายเลย555555
    #22
    1
    • #22-1 " ฉั ต ร เ ก ล้ า "(จากตอนที่ 11)
      18 เมษายน 2563 / 14:22
      5555+ มาร์คไม่ต้องแล้ว อัยเอง
      #22-1
  2. #21 namtei_ka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 22:56

    ว๊ายยยยย เขิน
    #21
    1