The Doctors สุภาพบุรุษชุดกาวน์ [Free E-book]

ตอนที่ 10 : บทที่ 10 2019-nCoV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    16 ก.ค. 63



 

“เออ จริงซิ พวกมึงเห็นข่าวอัปเดตของไวรัสอู่ฮั่นรึยัง ที่อาจารย์พูดถึงเมื่อเดือนก่อน[1]

น่านนทีที่พอคาเฟอีนเริ่มข้าสู่กระแสเลือดจนมีชีวิตชีวาขึ้น เอ่ยถามประเด็นน่าสนใจในช่วงนี้ พร้อมกับนั่งคล่อมเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่ เพราะขี้เกียจกลับด้าน และจะได้วางแขนไว้บนพนัก

“โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019-nCoV ใช่ไหม ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ก่อน เห็นข่าวคอนเฟิร์มว่าติดจากคนสู่คนได้แล้ว” มัฆวานตอบ เพราะเขาเองก็สนใจข่าวนี้เช่นกัน แต่แค่ช่วงนี้ยุ่งๆ เลยไม่ได้ตามต่ออย่างจริงจัง

“นั่นแหละ เมื่อกี้กูเข้าไปคุยกับอาจารย์เรื่องเคสผ่าตัด แกเปรยๆ ดูซีเรียสว่ะ เหมือนสถานการณ์ไม่ค่อยดี”

“ไวรัสเกิดที่จีน จีนก็น่าจะเอาอยู่รึเปล่าวะ เพราะเขารู้จุดที่เกิด รู้แต่แรกเลยด้วย ดังนั้นน่าจะมีมาตรการควบคุมอยู่แล้ว รัฐบาลเขาเข้มกันจะตาย คนเป็นพันล้านคน ยังไงก็ต้อง Save กันสุดๆ อะ” ปักษาคิดในแง่ดี

“แต่ล่าสุดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 59 รายแล้วนะเว้ย อันนี้คือตรวจแล้วผลเป็นบวกนะ ที่เฝ้าระวังและติดตามผลยังอีกเพียบ จริงๆ รายงานสถานการณ์โรคน่ะมีออกมาตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แต่แค่ยังไม่เพิ่มเร็วขนาดนี้”

“เห็นว่ากรมควบคุมโรคของเราเอง ก็ออกประกาศหลายฉบับแล้วเหมือนกันนะ” ดรัณเสริม แล้วเอ่ยต่อ

“ที่ซีเรียสก็คงเพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ ยังไม่มีข้อมูลการรักษาที่แน่นอน แถมยังติดง่ายเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปด้วย หรือไม่เผลอๆ ก็อาจจะติดกันง่ายกว่า แถมทรุดเร็ว โดยเฉพาะกับคนที่ภูมิต่ำหรือไม่ก็ผู้สูงอายุ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ค่อนข้างน่ากลัวนะ เพราะไม่ทันที่คนไข้จะรู้ตัวหรือถึงมือหมอ คนไข้ก็ตายก่อน...”

“กูว่าประเด็นที่อาจารย์กังวลสำหรับประเทศไทยก็คงเป็นนักท่องเที่ยวว่ะ เพราะก่อนที่ทางการจีนจะออกมาคอนเฟิร์มเรื่องการติดจากคนสู่คน กูว่ามีคนจีนในมณฑลนั้นไม่น้อยแน่ๆ ที่เดินทางมาไทย บ้านเราเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตขนาดไหนก็รู้ๆ กันอยู่ แล้วมึงคิดดูนะ ถ้านักท่องเที่ยวสักคนหรือสองคน มีเชื้อและอยู่ในระยะที่สามารถแพร่ได้ เดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน วัด ตลาด หรือห้าง อะไรจะเกิดขึ้น...”

“มันคง...จะไม่ถึงขนาดซาร์สหรือมีคนตายเป็นเบือๆ อย่างโรคระบาดสมัยก่อนใช่ไหมวะ เพราะยุคนี้ ทั้งยาทั้งวิทยาการก็ค่อนข้างเอาอยู่นะเว้ย”

ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่สีหน้าของมัฆวานกลับดูไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่นิด

เพราะด้วยความเป็นแพทย์ พวกเขารู้ว่าวิทยาการนั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความจำเป็นในการใช้ ง่ายๆ คือ เมื่อมีไข้หวัดเกิดขึ้น ก็มีการคิดค้นและผลิตยาลดไข้

โอเค สรรพคุณของยาบางชนิด อาจจะพัฒนาให้ครอบคลุมการรักษาและฆ่าเชื้อในระดับที่มีประสิทธิ์ภาพมากกว่าที่จำเป็น (ในขอบเขตความปลอดภัยที่สามารถทำได้) เพราะไม่ว่ายังไง ยาทุกตัวล้วนเป็นยาพิษ แค่มีผลที่สามารถรักษาอาการป่วยได้ด้วยเท่านั้น แต่...ก็ไม่ได้หมายความว่า หากในอนาคตมีไวรัสที่ร้ายแรงกว่าที่เคยมีมาอุบัติขึ้น ยาตัวเดิมที่ใช้กันอยู่ จะยังสามารถรักษาได้...

“เอาจริงๆ ไหม ฟังๆ เรื่องโรคอุบัติใหม่ตัวนี้แล้ว กูแม่งนึกถึงนิยายว่ะ ไวรัสจากจีน อู่ฮั่น โรคระบาด ไม่มียารักษา...”

คำพูดของปักษาทำให้ทุกคนหันไปมอง

“มึงหมายถึง the eyes of darkness?” ดรัณที่เป็นคอหนังสือถาม

“เออ เล่มนั้นแหละ”

the eyes of darkness? นิยายอะไร” มัฆวานไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

“นิยายของ Dean Koontz พูดถึงไวรัสตัวหนึ่ง เกิดที่จีน...เมืองอู่ฮั่น” น่านนทีที่เคยอ่านเช่นกันเริ่มเล่าพร้อมกับนั่งลงที่เดิมและกอดอก

“อู่ฮั่น!?”

“ใช่ เพราะเกิดที่อู่ฮั่น ไวรัสตัวนี้เลยได้ชื่อว่า Wuhan-400 แต่นิยายเขียนมาเกือบ 40 ปีแล้วนะ โดยรวมก็พูดถึงความลึกลับของศูนย์วิจัย อาวุธชีวภาพล้างโลก ปลูกถ่ายพันธุกรรม เป็นแนวสยองขวัญ แต่เรื่องจริงๆ ก็คือเแม่ตามหาลูกที่หายตัวไปหลังจากไปเที่ยวแค่นั้น”

ฟังแล้วดรัณก็คิดถึงหนังสืออีกเล่มหนึ่งขึ้นมา

“อืม ความจริง End of Days ของ Sylvia Browne ก็มีการพูดถึงโรคระบาดคล้ายๆ the eyes of darkness นะ แนวลึกลับเหมือนกันด้วย เขียนปีใกล้ๆ กัน แต่คิดว่าน่าจะเพราะช่วงนั้นเป็นหลังการระบาดของโรคซาร์ส นักเขียนในยุคนั้นก็เลยได้แรงบันดาลใจมาจากจุดเดียวกัน แต่ที่กูว่าน่าขนลุกก็คือ อาการของโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งอุบัตินี่ ใกล้เคียงกับโรคระบาดที่ในหนังสือระบุ และโรคก็พัฒนาจากซาร์สเหมือนกันด้วย”

“เชี่ย เล่มนี้ขนลุกสัสๆ ถ้าต่อไปเหตุการณ์แม่งเลวร้ายเหมือนที่นิยายระบุ มันไม่เท่ากับเป็นคำทำนายเลยเหรอวะ” ปักษามีสีหน้าพิศวงเพราะคิดภาพตาม

“กูว่าไม่หรอก ถ้ามองตามหลักความเป็นจริง มันก็แค่เรื่องบังเอิญรึเปล่าวะ นักเขียนได้รับแรงบันดาลใจจากโรคระบาด ผสมกับอยากเขียนแนวสงครามอาวุธชีวะภาพ และตามสูตรของชาติมหาอำนาจ พยายามหาผู้ร้ายจ้องจะครองโลก ซึ่งในตอนนั้นมีให้เลือกสองเจ้าใหญ่ๆ ก็คือจีนกับรัสเซีย เพราะ the eyes of darkness มีอีกฉบับหนึ่งที่ตัวร้ายเป็นรัสเซีย ไวรัสชื่อ Gorki-400 เนื้อหาแทบจะเคาะกันมา เปลี่ยนแค่รายละเอียดปลีกย่อย แถมคนเขียนยังเป็นคนเดียวกันอีกต่างหาก”

น่านนที มัฆวาน และปักษา ฟังคำวิเคราะห์ของเพื่อนที่อิงตามหลักความเป็นจริงแล้ว ก็อดจะคล้อยตามไม่ได้ แต่...

“ว่าแต่เหตุการณ์มันร้ายแรงขนาดไหนวะ” คนที่ไม่เคยอ่านหนังสือทั้งสองเล่มมาก่อนถาม

“ในเรื่องน่ะเหรอ ก็ระบาดแบบระเบิดเป็นโกโก้ครั๊ชน่ะสิ แถมไม่ได้มีไวรัสแค่ตัวเดียวด้วยนะ อย่างใน End of Days น่ะมีเป็นสิบๆ ตัวเลย แตกสายพันธุ์กันสนุกเชียว”

“แล้วตอนจบเป็นยังไงวะ”

“ก็...”

หากไม่ทันที่จะได้คำตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากเจ้าหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉิน แจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถโดยสารชนเข้ากับรถบรรทุกสินค้า ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายราย และกำลังจะมาถึงโรงพยาบาลในอีก 15 นาที ขอให้พวกเขารีบไปประจำการณ์ด่วน

 



[1] ในที่นี้หมายถึงเมื่อปลายปี 2019




 
 
 
 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vintage line png

นวนิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สมมุติ

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอด สแกน หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น