krislay l ด้วยรักและคิดถึง

ตอนที่ 4 : hong ser 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    4 เม.ย. 61


krislay


ด้วยรักและคิดถึง


 

KRISLAY HONG SER




อย่าอยู่คนเดียว – Zeal

https://www.youtube.com/watch?v=hlk3p55bnH0





 

location : chiangmai , thailand

song : อย่าอยู่คนเดียว - Zeal 






 

                “พี่กินอันนี้ป่ะ อร่อยนะ น่ารักด้วย ดูในรู---”



                “...”



                ผมปาดน้ำตาตัวเองทั้งๆ ที่ใจจริงไม่อยากให้มันไหลลงมาเลยซักนิด แต่ก็ไหลลงมาแล้ว



                คนเด็กกว่าตรงหน้าที่เงยหน้าจากเมนูมาแล้วเจอน้ำตาผมก็ทำหน้าเลิ่กลั่กเหมือนกลัวว่าคนทั้งร้านจะมองว่ามันแกล้งอะไรผม ชู่วววว พี่ ไม่ร้องดิ



                ไม่ร้องยังไงไหว ก็มึงพากูมาร้านที่แฟนเก่ากูชอบพามาเนี่ย!  ผมอยากจะพูดแต่ก็ช่างมันไป



                ไหวป่าว



ไหวดิผมพยักหน้าตอบ ปาดน้ำตาให้ออกไปเร็วๆ แรงๆ เพราะมานั่งเศร้าในร้านน้ำเต้าหู้ที่คนเยอะๆ นี่มันไม่เท่เลย



                เอาจริงๆ ร้านน้ำเต้าหู้ปกติมันก็ไม่ได้คนเยอะขนาดนั้น แต่เพราะเป็นร้านน้ำเต้าหู้ที่ขายปาท่องโก๋เป็นรูปไดโนเสาร์ไง คนก็เลยเยอะอย่างที่เห็น ขนาดร้านอยู่ในซอยลึกขนาดนี้ก็ยังพยายามมากันจนได้จากทุกสารทิศ



                ซึ่งไอ้เด็กตรงหน้าก็อยากมาเหมือนกับคนอื่นๆ



                พร้อมบอกว่า ร้านนี้นะ ผมว่าแบบพี่ไม่เคยมาหรอก เดี๋ยวผมพาไป พี่แค่ไปกับผมก็พอ ไม่ต้องเศร้าแล้วครับ



                หารู้ไม่ว่า คริสตัล แฟนเก่าผมมาที่นี่ทุกเสาร์อาทิตย์ มาด้วยกัน เขาสั่งปาท่องโก๋กับโจ๊ก ส่วนผมสั่งน้ำเต้าหู้



                ไอ้เด็กโง่ พากูมาซ้ำรอยเดิม



                ตอนแรกก็ดีใจที่เทามันอาสาบอกว่าเสาร์อาทิตย์นี้น้องชายมันว่าง และจะเป็นคนพาเขาเที่ยวเอง เที่ยวให้หาย เที่ยวให้ลืมไปเลยว่าเคยมีแฟนเก่า



                แฟนเก่าที่คบกันมาตั้งสองปีเต็ม



                พี่ชิงกินอะไรอะ ผมอยากสั่งปาท่องโก๋กับโจ๊ก



                อะเนี่ย แล้วกูจะลืมลงได้ยังไง



                อือ สั่งไปเหอะ กูกินหมดแหละ เอาทรงเครื่องร้อนที่นึงด้วยผมบอกหลังจากสูดหายใจลึก น้ำตงน้ำตาอะไรก็ไม่มีแล้ว



                คริสมันก็ดูหายตกใจแล้วที่ผมน้ำตาซึมออกมาตอนแรก เออ ไม่ขี้สงสัยดี เพราะผมก็ขี้เกียจตอบ



                ผมมองแผ่นหลังของน้องชายไอ้เทาที่เดินเอากระดาษที่เขียนรายการสั่งเอาไปให้ป้าที่นั่งอยู่หน้าร้าน แล้วก็เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิม



                คริสทำท่าขยุกขยิก ผมว่าคงเป็นเพราะมันตัวสูงเลยนั่งเก้าอี้พลาสติกหัวโล้นธรรมดาๆ แบบนี้ไม่ถนัดแน่ๆ สมน้ำหน้า บาปกรรมที่พากูมาร้านนี้



                ว่าแต่พี่ร้องไห้ทำไมอะ ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ



                “เรื่องของกู



                “หรือว่าพี่เคยมาร้านนี้กับแฟนเก่า



                อะโห จึ้กเข้าที่ใจ



                มึงสงสัยไม่พอ ยัง เดาเก่งอีกด้วย



                ที่ชมๆ เมื่อกี้ว่ามึงเป็นเด็กดี ไม่ขี้สงสัยอะไรนั่นกูขอถอนคำพูด



                เปล่าอะ พี่เทาบอกมาว่าพี่เคยมาที่นี่กับพี่คริสตัลบ่อยๆ



                “รู้อยู่แล้วจะพากูมาอีกทำไมผมถาม คือโคตรจะไม่ตรงปกเลย พี่มึงโฆษณาว่ามึงจะทำให้กูลืมคริสตัลได้ แต่มึงนี่คือเหมือนเอาความหลังกูออกมากางกลางร้านน้ำเต้าหู้



                ฉาย ชัดเจน



                ต่อไปนี้ถ้าพี่นึกถึงร้านน้ำเต้าหู้อีก จะได้นึกถึงหน้าผมแทนไงครับคริสบอกแล้วก็ยิ้มให้



                ผมทำหน้านิ่งใส่มัน คริสพามาครั้งเดียวมันจะไปลบล้างเป็นสิบๆ ครั้งที่ผมมากับคริสตัลได้ยังไง



                แล้วป้าเจ้าของร้านก็เดินมาเสิร์ฟน้ำเต้าหู้ โจ๊ก และปาท่องโก๋รูป



                “น่ารักมั้ยครับคริสถาม



                ผมมองปาท่องโก๋ที่เป็นรูปตัวอักษรคำว่า KRIS XING



             แล้วก็ยิ้ม




#krislayhongser

               

 

 

 

 

                พี่อยากไปไหนต่ออะคริสหันมาถามหลังจากตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า เพราะรีบมากินน้ำเต้าหู้ตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี อืม เช้ามาก จนคิดไม่ออกว่าควรจะไปที่ไหนต่อดี



                ผมไม่ตอบเพราะมือกำลังยุกยิกอยู่ที่คางตัวเอง



                สายรัดคางหมวกกันน็อคนี่ทำไมมันใส่ยากแบบนี้วะ มือไม้ผมมือพันกันไปหมด



                เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้ใส่ยากอะ เพียงแต่เมื่อก่อนคริสตัลเป็นคนใส่ให้ผม ผมก็ใส่ให้เขา



                พี่ขับรถเป็นจริงป่ะเนี่ย สายรัดคางยังทุลักทุเลขนาดนี้เลย



                “มึงหุบปากไปเลยผมบอกก่อนจะยกมือหมายจะทุบเข้าไปที่หมวกกันน็อคของคริส แต่มือของคนเด็กกว่าตรงหน้าที่ยื่นมาใส่สายรัดคางให้เขาก็ทำเอามือผมกลับมาไว้ข้างลำตัวเหมือนเดิม



                ขอบใจผมบอก



                ด้วยความยินดีครับคริสบอกแล้วถอยรถมอเตอร์ไซค์คันคู่ใจออกจากที่จอด ผมก็ช่วยดึงด้วยอีกแรง



                ไปขัวเหล็กมั้ยครับ



                สะพานที่เขาขอคริสตัลเป็นแฟน



                นี่มึงพากูมาย้อมใจแน่นะ ไม่ไปอะ



                “งั้นขึ้นรถ เกาะเอวผมแน่นๆ พอ เดี๋ยวพาไปที่นึงคริสบอกแบบตัดปัญหา



                ผมก็หมดปัญญา ไหนๆ ก็มากับมันแล้วก็ต้องยอมไปด้วย






 

 

 

 

                “เอาจริงอะผมถามเมื่อมองเห็นถนนทางข้างหน้าแล้วก็พอจะรู้ว่าจุดหมายปลายทางของคริสคือที่ไหน



                เอาจริงสิครับ ผมเคยขับขึ้นไปน่า



                “ดอยสุเทพเนี่ยนะ



                “ใช่ดิ พี่นั่งดีๆ ก็พอ เดี๋ยวรู้เลยว่ามันดียังไง



                ผมไม่ตอบอะไรแต่ก็เอื้อมมือไปเกาะเสื้อหนังของคนขับตรงหน้าเมื่อรถออกตัว




               

 

                ใบหน้าของผมปะทะกับลมเย็นๆ เมื่อขับได้มาเพียงไม่กี่นาที ยิ่งขับมาสูงมากขึ้นเท่าไรลมที่พัดมาก็ยิ่งเย็นขึ้นมากเท่านั้น



                สดชื่น เป็นคำที่ผมรู้สึกได้ในตอนนี้



                เอาจริงๆ ตั้งแต่มาอยู่เชียงใหม่ตั้งสองปีแล้วก็ขึ้นปีสองแล้วเรียบร้อย ผมเคยขึ้นมาบนดอยสุเทพแค่สองครั้ง ครั้งแรกคือตอนรับน้องขึ้นดอยตอนปีหนึ่ง และครั้งที่สองก็คือตอนปีสองที่ต้องพาน้องปีหนึ่งขึ้นมานั่นแหละ แค่นั้นจริงๆ



                ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาลัยตีนดอยก็จริง แต่ผมไม่ค่อยได้สนใจมันเลย เพราะเวลาก็ไม่ค่อยจะมี แถมยังไม่ใช่คนชอบเที่ยวอะไรขนาดนั้น แต่เพราะได้รูมเมทเป็นเทาที่ขยันพาผมเที่ยวบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยพาขึ้นมาบนนี้ ได้แต่เที่ยวตามร้านรวงอะไรไปเรื่อยตามประสา



                นี่เป็นครั้งแรกที่ขึ้นมาโดยไม่ใช่เหตุผลของการรับน้อง



                แต่เป็นเหตุผลของคริสที่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร



                ผมอ้าแขนออกรับลมเย็นๆ ที่ช่วยทำให้ใจโล่งสบาย



                สบายจริงๆ



                พอมองตามแนวทางขึ้นไปก็เห็นเมืองทั้งเมืองอยู่ภายใต้สายตา หมอกจางๆ ยังปกคลุมอยู่



                สวยจนผมอยากจะถ่ายรูปมันไว้ แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงเพราะกำลังขับรถอยู่



                มองข้างทางก็มีภาพเดจาวูตอนรับน้องขึ้นดอยปีหนึ่งฉายเข้ามาในหัวเต็มไปหมด ตอนที่พี่สั่งวิ่ง ตอนที่เดิน จุดพัก รับน้ำ เอ็มร้อย เรดดี้บลู น้ำแดง รวมถึงจุดที่หายใจหอบแฮ่กๆ ผมก็ยังจำได้ เพราะเป็นความทรงจำที่ดีมากจริงๆ ในช่วงเวลาตอนนั้น



                เอาจริงๆ ก็เพิ่งรู้สึกโชคดีที่ม.อยู่ใกล้ดอยแค่นี้ จะขึ้นมาเมื่อไรก็ทำได้



                อยากขอบคุณไอ้เด็กตรงหน้าที่พามา



                ขับรถมาไม่นานก็ถึง



                จุดพัก




                คริสจอดรถที่จุดพักเล็กๆ มีศาลาและทำชานยื่นออกไป



                เผื่อพี่อยากถ่ายรูปหมอกสวยๆคริสบอก



                ผมขมวดคิ้ว



                เหมือนเข้ามานั่งในใจกูอะ



                ผมเดินตามเด็กนี่เข้าไปตรงศาลาที่ว่า พอมองออกไปก็เป็นภาพเมืองเชียงใหม่ภายใต้หมอกยามเช้า และเพราะมันสวยมากผมก็เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะถ่ายรูป



                ชิบหายแบตหมด



                ความหงุดหงิดโผล่เข้ามาในใจเพราะพอเห็นโทรศัพท์แบตหมดก็นึกขึ้นมาได้ว่าเพราะเมื่อคืนเอาแต่นอนฟังเพลงเศร้าๆ บิ๊วตัวเองว่าเขาไม่รักกูแล้วอะไรเทือกนั้น จนตอนเช้าก็ตื่นเกือบจะไม่ทันคริสมารับ คว้าโทรศัพท์มาโดยไม่ได้เช็คว่าแบตเหลืออยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์



                และแม่งก็หมดไปแล้ว



                ดับไปเมื่อกี้ต่อหน้าต่อตากูเลย



                เดี๋ยวผมถ่ายให้ พี่ไปยืนเลย



                “ไม่เอาอะ กูอยากถ่ายแค่วิวผมบอกแล้วหยิบโทรศัพท์คริสที่ยื่นมาให้



                “หน้างอจังครับ วิวไม่สวยหรอ



                “ไม่สวยกูจะถ่ายหรอไอ้นี่ก็แปลกคน ถามมาได้ ที่หน้ากูงอเพราะเหตุผลที่แบตโทรศัพท์หมดไง



                ผมคิดพลางมือก็กดบันทึกภาพวิวไปเรื่อยๆ แต่ก็พบว่ามันสวยไม่เท่าที่ตาเห็น ก็เลยลดมือลงแล้วก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เด็กข้างๆ



                มาบ่อยหรอวะผมถามออกไป เพราะดูจากการขับรถและพามาจุดพัก อะไรๆ ก็ดูเคยๆ ไปหมด



                บ่อยอยู่นะ ผมชอบขับขึ้นมากับเพื่อนอะ ยิ่งช่วงหลังสอบยิ่งชอบมา มันเครียดคริสพูดไปก็หัวเราะ



                ผมก็พยักหน้าฟังมันพูด ก็จริง เวลาสอบนี่เครียดจนมืดดำไปหมด



                ว่าแต่คือมึงอยู่มัธยมปลายสอบแล้วเครียดยังขึ้นมาตั้งดอยสุเทพ แล้วงี้ขึ้นมหาลัยมาสอบนี่มึงเครียดแล้วจะไปขนาดไหนวะ คิดไม่ออกเลย



                ขำไรอะ



                “ขำมึงไงผมตอบให้มันสงสัยเล่นๆ ก่อนเดินกลับไปทางเดิม จะไปต่อได้ยัง



                “เชิญครับๆ เดี๋ยวแดดจะแรงคริสผายมือให้




 

 

 

 

                กึก



                ไม่นานถึงสามสิบนาทีเราก็ขับรถมาถึงจุดหมาย



คริสจอดรถที่ที่จอดสำหรับมอเตอร์ไซค์แล้วก็ลงมา ถอดหมวกให้ผม เพราะรู้ว่าผมถอดเองไม่ถนัด



                เออ รู้งาน



                เพราะยังเป็นช่วงเช้าอยู่คนเลยยังไม่ค่อยเยอะมาก ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจีน



                มาถูกเวลาจริงๆ



                รู้งานอีกแล้ว ไอ้เด็กตัวสูง



                ขึ้นไปข้างบนกันคริสบอกขณะที่กำลังวางหมวกลงใต้เบาะ เสร็จแล้วก็เอามือเสยผมทรงสั้นเกรียนตามฉบับเด็กมัธยมที่เริ่มยาวขึ้นมาเยอะแล้ว



                ผมเดินนำหน้าคริสไปที่ทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ เหมือนมีอะไรดึงดูดให้เดินขึ้นไป มันรู้สึกดีที่ได้ขึ้นมา



                หมับ



                ผมหยุดเดินแล้วมองคนข้างๆ ที่เข้ามาคว้าข้อมือของผมเอาไว้แล้วพาให้เดินไปด้วยกันช้าๆ



                จับมือทำไมเนี่ยผมบ่น คืออยู่ๆ ก็มาจับมือ แล้วนี่คนน้อยไม่ได้หมายความว่ากูไม่อายซักหน่อยนะ เป็นผู้ชายมาเดินจับมือถือแขนกันสองคน



                ก็ผมอยากจับมือพี่ ก็จับ



                “แต่กูไม่อยากจับมือมึงนี่ผมบ่น พยายามจะแกะมือของคริสออก แล้วก็ออกจริงๆ แต่คริสหน้ามุ่ย จับมือนิดเดียวก็ไม่ได้



                “เดินๆ ไปเหอะผมบอก



                อย่ามาขอจับมือผมทีหลังนะครับ พี่อี้ชิง




 

 

                แล้วบันไดนาคทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพก็ทำเอาผมต้องฝืนใจไปขอไอ้คนเด็กกว่าที่ก้าวยาวฉับๆ ขึ้นบันไดนำไปก่อน คริส รอด้วยดิเอามือกวักเรียกคริสแล้วก็จับราวบันไดนาคเอาไว้ คือกูก็ไม่ได้เป็นนักกีฬาแบบมันไง ผมเคยได้ยินมาว่าคริสเป็นนักบาสของโรงเรียนก็คงไม่แปลกที่จะแข็งแรง แต่มึงจะแข็งแรงโดยไม่สนใจกูไม่ได้



                อ้าวๆ คริสขอโทษพี่ ฮะฮ่าๆคริสที่ได้ยินเสียงเรียกของผมก็หันกลับเดินลงมาหาอีกสองสามขั้น แล้วยื่นมือออกมา



                แล้วผมก็ยื่นมือไปจับมือคริส แต่ไอ้เด็กตัวโตกว่ากลับชักมือกลับอย่างไว



                ผมมองหน้า เร็วๆ



                “โหดจังอะ พูดจาเพราะๆ กับผมบ้างดิ เอาแต่ขึ้นมึงขึ้นกู พูดจาไม่น่ารักเลยคริสร่ายความในใจ



                ผมเอียงคอ ไม่เกี่ยวเลย เอามือมาผมจะพูดจาไม่น่ารักแล้วมันยังไง เอาจริงๆ ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้พูดจาไม่น่ารักนะ คริสต่างหากที่พูดจาโคตรเพราะ เดี๋ยวครับ เดี๋ยวครับ นี่มึงเป็นพี่น้องกับไอ้เทาจริงมั้ยก็ยังคิดมาจนถึงทุกวันนี้



                รายนั้นคือหยาบยิ่งกว่ากระดาษทราย ไม่ตรงปกอีกแล้ว



                อะครับ จับมาคริสยอมยื่นมือมาใหม่ ผมก็วางมือลงไปแล้วออกแรงถีบตัวเองเดินขึ้นบันไดต่อไปในขณะที่คริสก็ช่วยดึงแล้วก็เดินช้าลง



                มือนิ่มอะ



                “อะไรนะ



                “อยากรู้ว่าแก้มพี่จะนิ่มเหมือนมือมั้ย



                อะโห ลามปาม



                มือมึงสากอะผมย้อน จริงๆ ก็ไม่ได้สาก



                ปากผมก็สากนะ ลองมั้ย จะได้รู้



                ///

 







                ผมถอนหายใจเมื่อเดินขึ้นบันไดมาจนถึงข้างบนแล้ว กว่าจะมาถึงได้ก็ทำเอาเหนื่อยใช่ย่อย ถึงจะมีคริสช่วยก็เหอะ



                แล้วนี่ จะจับมือกูอีกนานมั้ย



                คริสยอมปล่อยมือแล้วเราก็เดินไปยังจุดที่ให้ถอดรองเท้าวางไว้ พี่อยากไหว้พระธาตุป่ะ



                “ไม่อะ” ผมตอบแล้วหัวเราะ




                ผมก็เหมือนกัน



                เออ เอาเข้าไป



                เพราะเอาจริงๆ ผมคิดว่าเราอยากขึ้นมาเล่นๆ พักผ่อนมากกว่า



                มาทางนี้มาพี่คริสจับข้อมือผมอีกครั้งแล้วก็พาเดินไปด้านข้างสุดซึ่งเป็นลานกว้างๆ มีระฆังแขวนเรียงรายเต็มไปหมด พ้นจากนั้นไปก็เป็นลานและมองออกไปก็จะเห็นเชียงใหม่รวมถึงวิวทิวทัศน์ทั่วทั้งหมด



                โคตรสวย



                ผมเดินตรงไปเกาะขอบรั้วหนาๆ เอาไว้ทั้งที่ไม่รู้ว่าคริสปล่อยมือออกจากกันตอนไหน



                ผมยืนหันหน้าออกไปยืนเอามือเกาะไว้ที่รั้วแล้วก็สูดหายใจลึกตอนที่ลมเย็นๆ พัดมาปะทะหน้า



                ไม่ได้เป็นแค่ลมเย็นๆ สดชื่น แต่มันบริสุทธิ์



                เพิ่งรู้สึกว่าได้หายใจเต็มปอดก็วันนี้



                แล้วคริสก็ขยับเข้ามายืนข้างๆ และถึงผมจะไม่ได้หันไปมองก็พอจะรู้ว่าคริสหันมามองหน้าของตนเอง



                มองหน้ากูทำไมวะ



                หน้ากูมีอะไรติดหรอ



                “เปล่าครับ



                “ไรเนี่---”



                “แต่พี่ยิ้มแล้ว รู้ตัวป่ะ



                เออ ผมยิ้มออกมาแล้วจริงๆ ด้วย



                คริสมองหน้าผมแล้วก็ยิ้มตามทำเอาทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน สายตาที่เด็กมันมองดูเหมือนเอ็นดูจนผมอยากจะถาม คือลมพัดแรงขนาดนี้ ผมกูยุ่งขนาดนี้ สรุปยิ้มหรือขำกูกันแน่ เริ่มไม่มั่นใจ



                พี่ยิ้มสวยออก ยิ้มเยอะๆ ดิครับ อยากเห็น



                “พอดีกูไม่ยิ้มพร่ำเพรื่อจริงๆ คือเศร้าอยู่ไง จะยิ้มอะไรได้เยอะแยะ



                “สรุปที่พามาเพราะอยากให้กูยิ้มได้หรอ ลงทุนอะ แต่ก็ขอบใจมากนะผมบอกแต่ไม่ได้มองหน้าคนข้างๆ เพราะยังสนใจวิวตรงหน้ามากกว่า คือมันสวยจนไม่อยากจะละสายตาออกมาเลย



                เอ้าพี่ ไม่เคยได้ยินหรอคริสทำเสียงแบบดูก็รู้ว่าแสร้งทำเป็นว่าประหลาดใจ



                “อะไร



                ผมหันไปมองคนข้างๆ



                เขาบอกรักใครให้พามาดอยสุเทพ



                ผมหันหน้ากลับไปมองวิวเหมือนเดิม ทำท่าทางว่าสนอกสนใจกับนกไม้ใบไร่มากมายตรงหน้า



                มึงกำลังเล่าทฤษฏีที่ได้ฟังมา หรือกำลังจะบอกอะไรกันแน่



                เขานี่ใครวะไม่งั้นคนที่พามากันเยอะๆ นี่ก็รักกันหมดเลยอะดิ



                ผมไงคริสหันมายิ้มให้



                เอาไว้ใช้กับมึงคนเดียวเหอะผมยิ้มแกมหัวเราะ



                ยิ้มอีกแล้ว ไหนบอกกูไม่ยิ้มพร่ำเพรื่อไง คีพคูลดิ เศร้าอยู่



                ใจดีเนอะมึงนี่ ละว่างมากหรอวันนี้ผมถามเพราะไอ้เทาบอกว่าน้องมันว่างแต่ก็ไม่คิดว่าจะใจดีพามาเปิดโลกขนาดนี้



                ว่างครับ แต่ไม่ฟรีนะ



                “หื้ม?



                “วันอาทิตย์ผมมีแข่งบาส ถ้าพี่ว่างไปให้กำลังใจด้วยนะ ถือเป็นค่าตอบแทน








#krislayhongser

 

               






                “ชนแก้วหน่อยมั้ยมึง



                “อือ เอาดิคริสพยักหน้าบอกเพื่อนอย่างจงอินหลังจากวันนี้พวกเขาตัดสินใจมางานดนตรีที่ยิ่งใหญ่อีกงานของมหาลัยใกล้ๆ กับโรงเรียนของพวกเขา เพราะว่าเป็นงานดนตรีแบบเปิด เลยไม่ต้องซื้อบัตรแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาของมหาลัยก็สามารถมาเข้าร่วมได้เหมือนกัน



                พวกเขาเลยใช้โอกาสนี้เพื่อมาฉลองที่แข่งบาสเมื่อเย็นชนะ



               ถึงแม้ว่าพี่อี้ชิงคนที่คริสรอค่าตอบแทนอยู่จะไม่ได้มาดูก็ตาม แต่คริสก็ไม่ได้เสียหลักกำลังใจขนาดนั้น เขายังเล่นได้ดีแล้วก็มีสมาธิกับเกมจนจบ



                จงอินยื่นแก้วมาให้แล้วคริสก็หัวเราะ ชนโค้กถูกมะแล้วทีมบาสของพวกเขาก็ชนแก้วพลาสติกน้ำสีน้ำตาลซ่าส์ๆ ก่อนยกขึ้นดื่ม



                เพราะนี่เป็นงานในเขตมหาลัยก็ไม่แปลกที่จะไม่มีแอลกอฮอล์มาขาย แต่การไม่มีขายไม่ได้หมายความว่ากินไม่ได้ ถ้าอยากกินก็จะพกมากันเอง ซึ่งทีมบาสของเขาไม่มีใครพกมาสักคน ก็เลยต้องชนโค้กกันไปตามระเบียบ



                พวกเขายืนกันอยู่หลังๆ เพราะไม่อยากเข้าไปเบียดเสียดกับใครข้างหน้า ซึ่งตอนนี้รู้สึกว่าพวกเขาจะเด่นมากๆ เพราะเป็นชนกลุ่มเดียวที่ใส่เสื้อสีดำกันมาทั้งกลุ่มและยังอยู่ด้านหลัง



                คอนเซ็ปต์ของงานดนตรีปีนี้คือคนมีคู่ ใส่เสื้อขาว ส่วนคนโสด ใส่เสื้อสีดำ และแน่นอนว่ากลุ่มบาสของคริสก็ใส่เสื้อดำมาทั้งกลุ่ม ไม่ใช่ว่าโสดทั้งกลุ่มแต่เพราะถ้าคนส่วนใหญ่โสด ก็ควรจะโสด แฟนไม่มา อยู่กับเพื่อนก็ทำโสดๆ ไปเถอะ



                ซึ่งที่มาของความเด่นหราของพวกเขาในเวลานี้ก็เป็นเพราะคนโสดส่วนมากก็ไปกระโดดโลดเต้น เบียดๆ บดๆ กันอยู่แนวหน้าของเวทีกันแล้วทั้งนั้น ส่วนพวกมีคู่ใส่เสื้อขาวก็มานั่งกระจู๋กระจี๋กันอยู่หลังๆ นี่เอง



                แต่คริสว่าเขาเจอคนที่เด่นกว่าพวกเขาแล้วล่ะ



                ตาคมหรี่มองเพราะความมืดเวลาสามทุ่มสี่ทุ่มกว่าๆ มันกลืนกินภาพตรงหน้า ร่างเล็กๆ ของใครบางคนกำลังนั่งโก่งคออยู่ที่มุมหนึ่งที่ก่อนหน้านี้น่าจะเคยมีคนยืนอยู่แต่เพราะ .. อ้วก ฝูงชนก็เลยแตกกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง



                ร่างเล็กๆ นั่นเสยผมตัวเองหลังจากที่โก่งคอเอาอาหารออกมา แล้วก็เงยหน้าขึ้นร้องเพลงตามเสียงดัง ฟังชัด เนื้อเป๊ะ



                เกลียดความรักที่ทำให้เราต้องเสียใจ แต่ยังค้นยังคอยจะหามันเรื่อยไป



                ตะโกนร้องเพลงตามพี่ดิม แทททูคัลเลอร์อย่างอิน



                เจ็บไม่จำทั้งๆ ที่รู้ สุดท้ายที่รออยู่นั่นคืออะไร



                แล้วก็กลับไปโก่งคอเหมือนเดิม



                เดี๋ยวมานะคริสบอกกลุ่มเพื่อนของตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่ใส่เสื้อลายทางขาวดำ



                เนี่ย เด่นกว่านั่งอ้วกคือเสื้อที่ใส่มาด้วย






 

 

 

                พี่ มานั่งทำไรตรงนี้อะเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่ผมกำลังเงยหน้าขึ้นมาเช็ดปากตัวเอง ยังไม่ทันได้มองอ้วกตัวเองว่ามีอะไรออกมาบ้างก็ต้องเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่รู้สึกว่าคุ้นๆ



                มาได้ไงอะผมถามเมื่อปรับโฟกัสสายตาแล้วมองจนแน่ใจว่าคือคริส น้องชายไอ้เทา



                มาได้ดิครับคริสตอบส่วนผมไม่ได้สนใจกับคำตอบมากนักเพราะก็เป็นธรรมดาของพวกเด็กๆ มัธยมปลายจะมางานดนตรีของมหาลัยเพราะอยู่ใกล้กัน มาฟังดนตรีบ้าง ส่องสาวบ้าง



                บางทีผมก็อยากให้งานแบบนี้ให้แค่นักศึกษาในมหาลัยบ้าง



                เพราะถ้าไอ้พวกเด็กๆ จากข้างรั้วมหาลัยจะเข้ามาแจมงานแล้วหน้าตาดีกันขนาดนี้ มันก็จะยิ่งเพิ่มการแข่งขันของพวกเขาไปอีก



                มาเพื่อนหน่อยดิผมบอกคริสเพราะไหนๆ ก็เจอคนรู้จักแล้ว ตอนนี้ผมอยากเดินขึ้นไปนั่งบนทางเดินอ่างแก้ว หรืออ่างเก็บน้ำของมหาลัยมากกว่า ตรงนี้คนมันเบียดเสียดแล้วจะมาอ้วกอีกก็ดูไม่ดี ถึงจะอ้วกไปแล้วก็เถอะ



                พี่จะไปไหนอะ



                “ซื้อน้ำให้หน่อยดิ แล้วตามมาข้างบนผมสั่งคริสเหมือนกับว่ามันเป็นทาสบริวาร แต่ตอนนี้ผมพะอืดพะอมอยู่ ไม่อยากเดินไปไหนมาก เลยจะให้คริสมันไปซื้อมาให้หน่อยละกัน



                ซึ่งคริสก็พยักหน้าแต่โดยดี



                ผมเดินขึ้นมาตามเนินที่ไม่ชันมากจนขึ้นมาถึงทางเดินอ่างแก้ว เดินออกมาจากโซนที่คนเยอะไปเรื่อยๆ จนถึงมุมที่ไม่ค่อยมีคนมากแล้วถึงนั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวธรรมดาๆ



                ผมมองออกไปที่ความมืดดำตรงหน้า น้ำในอ่างสะท้อนกับแสงสีของเวทีพอให้มองเห็นว่าระดับน้ำตอนนี้ก็มากอยู่พอควร เสียงเพลงเบามากเมื่อผมมานั่งอยู่ตรงนี้ แต่ก็ยังได้ยินอยู่



บอกว่ารัก รักรักฉันโกหกทั้งนั้น

วันนี้ทุกอย่างฉันรู้ ทันเธอ กลับเอาถ้อยคำทำร้ายใจ



                เอามีดมาแทงยังเจ็บน้อยกว่านี้เลยมั้ง



                ผมคิดในใจแล้วมือมันก็เป็นไปอย่างอัติโนมัติ เอามือถือขึ้นมามองรูปปลดล็อกหน้าจอที่เป็นรูปถ่ายคู่กันของผมกับคริสตัลเมื่อเดือนที่แล้ว สแกนนิ้วปลดล็อคมันก่อนจะเข้าแกลอรี่เปิดอัลบั้มรูปที่ตั้งชื่อเป็นรูปหัวใจเอาไว้



                รูปตอนไปสวนสัตว์ด้วยกัน



                รูปตอนเราไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดแล้วผมแอบถ่ายอีกคนเอาไว้



                รูปที่เรามาถ่ายกันที่อ่างแก้ว



                ผมหันไปมองเสาไฟข้างๆ ตัวก่อนจะพบว่า



                ม้านั่งตรงนี้มันตัวเดียวกับในรูปเลย



                จะตอกย้ำกันไปถึงไหนเนี่ย



                ผมเสยผมตัวเองแรงๆ แล้ววางโทรศัพท์



                แต่ก็ยังไม่ทันจะได้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ไอ้เด็กทาสก็เดินเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำเปล่า ยื่นให้ผมก่อนจะนั่งลงข้างๆ กัน



                เมาป่ะเนี่ยพี่มันถามก่อนจะยื่นผ้าเย็นมาให้ด้วย อะโห ตามสเต็ปคนเมา ครบเซ็ท



                ผมรับมาเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองก่อนส่ายหน้า กูไม่เมา



                “คนไม่เมาเขาอ้วกกันหรอครับคริสบอก สรุปคือมันเห็นตอนกูโก่งคออ้วกเลยเดินมาหาถูกมั้ย เออ กูอ้วก กูยอมรับ แต่ไม่ได้เมาไง



                เมาไรล่ะ กูกินขนมจีบแล้วไปเต้นเนี่ย จะอ้วกคนเด็กกว่าหัวเราะ ผมเลยปาผ้าเย็นใส่มัน แล้วมายังไง ไม่ได้มากับเพื่อนหรอ



                “จริงด้วย เดี๋ยวผมโทรหาเพื่อนแปปนะคริสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา



                กลับไปหาเพื่อนก็ได้นะ กูใช้ให้ซื้อน้ำเฉยๆ นี่แหละ ไม่มีไรผมบอกเพราะงานสนุกใครๆ ก็อยากอยู่กับเพื่อน ยกเว้นผมที่มาคนเดียวเพราะเทาไม่ยอมมาด้วย บอกว่า มึงต้องแหกปากตอนเพลงอกหักแน่ๆ กูไม่ไปกับมึงหรอก



                ผมไม่ได้ว่าอะไรมันเพราะรู้ว่าจริงๆ มันก็พูดไปงั้นแหละ ที่ไม่มาเพราะว่าติดปั่นงานที่มันจะต้องส่งในวันพรุ่งนี้ต่างหาก



                ไม่เป็นไร ผมอยู่เป็นเพื่อนพี่ดีกว่าคริสโทรหาเพื่อนเสร็จสรรพก็หันมาบอกผม ขณะที่อีกคนเก็บโทรศัพท์ก็สังเกตเห็นโทรศัพท์ของผมที่เปิดรูปคริสตัลเอาไว้



                ไอ้เด็กตัวโตก็จัดการกดปิดมันแล้วคืนให้ผม



                “ทำไมใส่เสื้อตัวนี้มาอะ โคตรเด่นเลยพี่คริสหันมาถาม ผมเลยก้มมองเสื้อตัวเองในความมืดถึงแม้ว่ามันจะไม่เห็นก็ตาม ว่าแล้วก็ยักไหล่เป็นเชิงไม่แยแสกับการที่จะตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใคร



                ก็กูโสด แต่ไม่อยากยอมรับว่าโสด จบป่ะ



                “แล้วทำไมพี่เทาไม่มาด้วยอะ ทำไมพี่มาคนเดียวคริสไต่สวนต่อ คือบางทีผมก็งงว่านี่มันจำเป็นมั้ยที่ต้องมานั่งเล่าเหตุผลนั่นนี่ให้ไอ้เด็กมัธยมปลายฟัง แต่ก็พบว่าถ้าคริสไม่พูดอะไรออกมาผมก็คงไม่มีอะไรจะพูดเหมือนกัน เลยได้แต่ตอบไปตามคำถาม



                มันติดงานอะ ปั่นยิกๆๆ อยู่ที่หอนั่นแหละ



                หลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะผมก็ไม่รู้จะเริ่มบทสนทนายังไง ได้แต่นั่งมองน้ำนิ่งๆ ในอ่างแก้วไปเรื่อยๆ เสียงเพลงของงานก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะห้าทุ่มกว่าก็ดึกแล้ว จังหวะของเพลงและความมันก็ทวีคูณเข้าไปอีก ให้ทายหลายๆ คนก็คงกรูกันไปยืนออหน้าเวทีไม่สนเสื้อขาวเสื้อดำกันล่ะนาทีนี้



                และบรรยากาศชวนเหงาก็เริ่มทำให้ผมนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้



                จริงๆ ที่ผมไม่ยอมใส่เสื้อสีดำมาก็เพราะคิดว่าหากได้กลับไปง้อคริสตัลแล้วคืนดีเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ผมจะได้มีใจไปเถียงว่าไม่ยอมโสดตอนงานดนตรีเลยนะ เพราะตั้งใจจะกลับไปง้ออีกคนจริงๆ



                แต่หลังจากจบงานนี้ก็คิดว่าตัวเองต้องยอมรับจริงๆ ได้แล้วว่าโสด เพราะตอนที่เดินเข้าไปซื้อขนมจีบนั่นแหละดันเดินไปเจอเข้ากับช็อตเด็ดตอนที่คริสตัลกำลังเดินกุมมือกับแฟนคนใหม่อยู่ อกผมมันก็แหลกไปเหมือนอยู่ในกำมือของเขาทั้งสองคน ยิ่งประสานมือกันแนบแน่นเท่าไร ผมก็เจ็บไปคูณหลายเท่าตัว



                มีแฟนใหม่เร็วขนาดนี้ทำเอาผมต้องคิดไปอีกหลายตลบว่าเหตุผลที่เราเลิกกันมันจริงซักแค่ไหน



                เราเข้ากันไม่ได้อะอี้ชิง



                คบกันมาตั้งสองปี ก็เพิ่งจะรู้ว่าเขากับผมเข้ากันไม่ได้



                นี่รึเปล่าที่เขาบอกว่า คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด



                ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เพราะรู้ตัวว่าน้ำตามันกำลังเอ่อคลออยู่ เท้าแขนไปวางข้างตัวแล้วก็เงยหน้าขึ้นนิดหน่อยให้พอห้ามแรงโน้มถ่วงโลกไม่ให้มันทำให้ผมดูอ่อนแอมากไปกว่านี้



                อยากระบายอะไรมั้ยอะ ผมรับฟังได้นะคริสเอ่ยขึ้นมาทันเวลาพอดี



                ร้องไห้ได้นะ ไม่มีใครเห็นหรอก แล้วก็ย้ำออกมาอีกประโยค



                “สัส อย่าพูดดิ เดี๋ยวร้องจริงผมบอกกลั้วหัวเราะ ถึงมันจะไม่ได้มีอะไรขำ แต่เพราะถ้าไม่ขำน้ำตามันจะไหลออกมาแบบที่คริสบอกจริงๆ


             

          

                แต่สุดแท้แต่แล้วถ้าน้ำตามันจะไหลมันก็ห้ามไม่ได้จริงๆ ผมก้มหน้าลงอย่างยอมแพ้ ปล่อยให้ความรู้สึกทำหน้าที่ของมัน



                เชี่ย...ผมได้ยินคริสสบถคำหยาบเบาๆ เป็นครั้งแรกแล้วก็ยิ้มกับตัวเองออกมา แต่แล้วก็ยิ่งร้องไห้เหมือนเด็กขี้แยหนักกว่าเดิมเพราะเหมือนเขื่อนความรู้สึกในใจมันเอ่อจนล้นออกมา ไม่ก็กำลังแตกจนพรั่งพรูออกมาเป็นน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า



                ผมรู้สึกถึงไออุ่นของใครซักคนที่คงไม่ต้องเดาว่าคนไหน เด็กตัวสูงกว่าลุกมายืนอยู่ข้างหน้าผมก่อนจะจับที่ไหล่ผมเอาไว้และดึงเข้าไปซบที่หน้าท้องของตัวเอง ผมยอมพิงลงไปแต่โดยดี ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันแค่ต้องการที่พักพิงแค่นั้น



                ร้องออกมาได้เลย ผมบังไว้ละ ไม่มีใครเห็นหรอกคริสบอกติดตลก พูดว่ามาบังคนให้ผมทั้งๆ ที่ตรงนี้มันไม่มีใครแล้ว บอกว่าไม่มีใครเห็นแต่ก็เพราะมันมืดมากกว่า พูดว่ามาช่วยให้ผมดูเท่แต่มือของไอ้เด็กตัวสูงก็ลูบศีรษะของผมไปมาอย่างอ่อนโยน



                ทำไมวะ .. แม่งผมพูดออกมาเบาๆ เว้นช่วงตอนที่แรงสะอื้นมันตีขึ้นมาเพราะไม่อยากให้ดูทุเรศทุรัง เศร้าไปมากกว่านี้แล้ว มือของตัวเองก็เลื่อนไปจับเสื้อของคริสตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้



                กูไม่ดีตรงไหนวะ



                “…”



                “…”



                “...



                “แล้วนี่จะปล่อยให้กูพูดคนเดียวหรือไง



                แล้วคริสก็หัวเราะออกมาผมเลยยืนขึ้นจากที่ซบที่หน้าท้องของเด็กตรงหน้าก็กลายเป็นยืนประจันหน้ากันอยู่ ยังไม่ทันที่จะเอามือที่ปาดน้ำตาเสร็จต่อยลงอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะบังอาจมาหัวเราะชอบใจตอนที่ผมกำลังเศร้า มือของไอ้เด็กตัวโตก็ดันผมให้เข้าไปหาอ้อมอกของตัวเองอีกครั้งซะก่อน

 



                ไม่ชอบเห็นพี่ร้องไห้เลยอะ



                “...



                “ขอกอดแบบนี้นะครับ หยุดร้องไห้เมื่อไรพี่ค่อยตีผมก็ได้



                “...ผมพยายามจะขืนตัวออก แต่ก็สุดท้ายก็ต้องยอมยืนซบอ้อมกอดต่อไป



เพราะคำร้องขอของคริสในประโยคถัดมา



                นะครับ พี่อี้ชิง





อย่าอยู่คนเดียวเลยคืนนี้ ให้ฉันดูแลข้างๆ กาย


เพราะใจเธอยังวุ่นวาย อาจจะฟุ้งซ่านไป


จนทำร้าย ตัวของตัวเอง


ปล่อยเธอลำพังในคืนนี้ จนเช้าก็คงไม่ได้หลับ


ไม่รับความรักชั้นไป ก็ช่วยรับในความห่วงใย


แค่เท่านี้ได้มั้ย มันห่วงเธอ


 



ระบายที่เธอเจ็บ ตะโกนดังๆ ใส่ฉันได้


ต่อให้คำนั้นมันแรงแค่ไหน


แค่เพียงต้องการอยู่ ดูแลจนเธอหยุดไม่ร้องไห้


และตอนนั้นฉันจะกลับไป





#krislayhongser




--------------------------------------------------

talk : คริสเลย์ฮองเซอ ก็ คริสเลย์เฮอซองไงงงง 

เป็นฟิคสั้นๆ จบในหนึ่งตอนเนอะ

เราแต่งยาวไม่ได้เลย สเกลเล็กๆ พอ 5555

โลเคชั่นเป็นเชียงใหม่ บรรยากาศดีๆ ดนตรีสดกันไป

อาจจะมีอีกหลายเพลงที่เอามาอยู่รวมในคริสเลย์ฮองเซอต่อ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

คอมเม้นท์ติชมและคิดถึงคริสเลย์ได้เหมือนเดิม 

สุดท้ายขอบคุณชื่ออัลบั้ม tattoo colour ที่เราเอามาตั้งเป็นชื่อคริสเลย์ฮองเซอด้วย

เจอกันตอนหน้านะคะ อย่าลืมฟังเพลงตอนอ่านกันด้วยยย เลิฟฟฟ

#krislayhongser  , #คริสเลย์ฮองเซอ : )





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #30 Xingmin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 14:09
    ฝากน้องคริสดูแลทั้งตัวและหัวใจพี่อี้ชิงเลยนะ
    #30
    0
  2. #29 krkornhinz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 21:38
    โอ้ยยย มันได้อะ ชอบฟิคฟีลนี้ ชิงมีความแบบคิดว่าตัวเองเป็นพี่ชิงแมนๆเเต่ที่เห็นมันคืออีกอย่างเลยอะ อิพี่คริสพอกลายเป็นรุ่นน้องก็โคตรได้เลย อินสุด
    #29
    0
  3. #28 supine.ty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 18:23
    โอ๊ย แบบ ขอให้คริสเยียวยาจิตใจพี่ชิงด้วย สงสารรร
    #28
    0
  4. #27 aaim zz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 16:08
    อยากเห็นตอนพี่อี้ชิงเป็นแฟนกับน้องคริสจังค่ะ เด็กนี่มันหยอดเก่งจริงๆมุมอบอุ่นก็ดีต่อใจเหลือเกินอยากได้แบบนี้สักคนมากๆค่ะ555555
    #27
    0
  5. #26 bminzz_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 20:38
    โหยยย อยากอ่านต่อเลย
    #26
    0