l WANNAONE l PRODUCE 101 : ONGNIEL : MY CATNIP

ตอนที่ 4 : คู่รัก นักวิ่ง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ก.ค. 60



#องเนียลคู่รักนักวิ่ง


บทที่ 1 : ประโยคบอกเล่า





' พี่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตอนสิบสี่ ' อง ซองอู , 2045 (ไม่ใช่ปีพ.. นี่คือจำนวนเงินที่ติดเพื่อนไว้)




อง ซองอู


พี่ วิ่ง!”






คัง แดนียล


อะ อ้าว เดี๋ยว กูยังไม่ได้ดูแมวเลย









 

บรรยายไทย โดย คังแดเนียล




ONG SEONGWOO : พี่ๆ รอแปป 




Read ไรมึงงง มาให้ไว : KANG DANIEL

                                                                                                      Read กูรออยู่หน้าป้ายรถเมล์แล้ว :

     


     ..


     .



     อ้าว ไอ้เด็กนี่ อ่านไม่ตอบ



     ผมเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเพราะคิดว่าหรือที่จริงพอมันเห็นข้อความของผมแล้วคงจะรีบวิ่งมาอยู่เลยไม่ได้สนใจจะตอบกลับมา คิดได้แบบนี้แล้วความหงุดหงิดหม่นๆ ในหัวที่มีอยู่นิดหน่อยก็หายไป เลยหยิบลูกอมจูปาจุ๊บในกระเป๋ากางเกงมาอมฆ่าเวลารอ



     นี่ก็สายประจำ สายตลอด แต่ไม่เป็นไร วันนี้ใจกูหล่อ รอได้



 

     แปะ..



     เชี่ยยยย ผมทำหน้าหยีแล้วยกเท้าตัวเองขึ้นมาดูหลังจากรู้สึกว่าตัวเองได้เหยียบอะไรบางอย่างไป ซึ่งก็เดาไม่ผิดจริงๆ ใครแม่งถุยหมากฝรั่งไว้แถวนี้วะ มันน่า..” ผมจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดแล้วเอื้อมมือไปเปิดเป้ตัวเอง เอาทิชชู่ออกมาเช็ดหมากฝรั่งเหนียวๆ โง่ๆ ที่ติดหนึบอยู่ที่พื้นรองเท้าออกจนเกือบหมด ก่อนปาลงถังขยะรวมไปกับเปลือกจูปาจุ๊บเมื่อกี้ แต่ตอนนั้นเองผมก็สังเกตเห็นตัวก้อนอะไรกลมๆ อยู่ข้างถัง



     เหมี๊ยว มันส่งเสียงมองมาที่ผมตาใสแจ๋วตอนที่ค่อยๆ ขยับไปใกล้มัน



     ฮืออออออออออออออ น่ารักกกกกกกก น้องแมวววววว



     ผมขยับไปใกล้กว่าเดิมแล้วนั่งยองๆ ลงใกล้กับแมวตัวสีส้มตัวนี้ ดูมันไม่ค่อยกลัวคนเท่าไร ไม่น่าจะเป็นแมวจรจัด แถมหน้าตาผมเผ้า (ขน) ก็ดูสะอาดเรียบร้อยดี หรือว่าเจ้าของเอามาทิ้ง



     ไม่ๆ ลองคิดในแง่ดีๆ อาจจะเผลอวิ่งพลัดจากเจ้าของมาหรือเปล่า



     ฮือ น่ารักจังเลย ผมเอามือลูบหัว มันทำท่าเคลิ้มๆ ดูแล้วเป็นแมวเชื่องน่าดู ไม่มีท่าทางเกรี้ยวกราดซักนิด ดูแล้วผมคงต้องพามันไปตามหาเจ้าของหรือไม่ก็เอาไปฝากไว้ร้านไหนซักที่แถวนี้ ไม่ก็สถานีตำรวจให้เขาตามหาเจ้าของต่อไป ขืนทิ้งไว้แบบนี้มันคงได้วิ่งทะเล่อทะล่าออกไปให้รถเหยียบแบนเป็นส้มแผ่นกลางถนนใหญ่พอดี



     คิดได้ดังนั้นผมก็รีบกัดลูกอมในไม้ให้หมด



     กรุบๆๆ



     ก่อนจะทิ้งลงถัง แล้วเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าแมวส้มมาไว้ในอ้อมอก



     แต่ยังไม่ทันจะแตะแม้แต่ปลายขนแมวก็





     ฟุบ!



     ไอ้คนหน้าคุ้นๆ ที่นัดผมมาติวหนังสือให้วิ่งมาฉุดมือให้ลุกขึ้นอย่างแรง



     แล้วออกคำสั่ง...



     พี่! วิ่ง!”



     ไรวะ.....



     อะอ้าว อง เดี๋ยว กูยังไม่ได้ดูแมวเลย



     ช่างมันก๊อนนน




     ครับ คนที่ฉุดผมมาจากเจ้าแมวส้มหน้าตาน่ารักคือ อง ซองอู เจ้าของข้อความที่บอกว่า พี่ รอแปป เมื่อครู่นั่นเอง



     คือจริงๆ ในใจผมนี่ดีใจมากที่เห็นมันวิ่งหน้าตั้งรีบมาขนาดนี้ เป็นเด็กดีอะ เชื่อฟัง



     พวกมึง ตามมันไปให้ทัน!”



     แต่ไม่นึกว่าจะมีพวกนักเลงวิ่งตามมาอีกเกือบสิบคนแบบนี้ไง



     อง มึงเล่นกูแล้วววว

 




     ผมหันกลับไปมองแว้บนึงก็พบว่าอย่างน้อยนักเลงที่วิ่งตามมาก็ไม่มีอาวุธอะไรเช่นปืน หรือไม้หน้าสามแบบในหนังที่ผมเคยดู



     เออ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่ได้ซ่อนไว้นี่นา



     พี่ วิ่งอย่างเดียว อย่าหันกลับไปมอง แหม ให้โอกาสกูมองหน้าคู่ต่อสู้หน่อยได้ไหมล่ะ คู่ต่อสู้ที่มึงพามาน่ะซองอู



     นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวก็อยากจะหยุดวิ่งแล้วฟาดเข้าซักป้าปจริงๆ



     เออ กูวิ่งอยู่นี่ไง เหนื่อยสัส ผมบ่นขณะที่ก็วิ่งไม่คิดชีวิตเพราะเสียงฝีเท้าข้างหลังแม่งเหมือนใกล้เข้ามามากๆ ฝีเท้าผมก้าวเร็วขึ้นๆ เพราะคิดว่าต้องสปีดหลุดจากไอ้พวกนักเลงข้างหลังให้ได้ เพราะชีวิตจริงไม่ใช่หนังอินเดียป่ะ จะได้วิ่งข้ามเขาเป็นลูกๆ สนุกสนานได้เป็นวัน



     พี่ ทางนี้ เมื่อเราทั้งสองคนใส่เกียร์หมาจนเริ่มทิ้งห่างจากพวกนั้น แต่ก็เริ่มหมดแรงเช่นกัน ซองอูเลยฉุดมือผมแบบกะทันหันให้วิ่งเข้าไปในตรอกแคบๆ แล้วยังพาผมเข้าไปในตรอกในตรอกอีกที คือแม่งซับซ้อนมาก กูงงไปหมด



     พี่ถอดก่อน



     ห้ะ มะ มึงจะให้กูถอดอะไร



     ถอดเป๋าเป้พี่ออกก่อน มันเข้าไม่ได้



     อ๋อ ผมรีบเอากระเป๋าย้ายมาถือไว้ในมือแทนแล้วเดินตามซองอูเข้าไปในตรอกแคบๆ นั่น มันไม่ได้สกปรกแต่ก็ฝุ่นเยอะแถมยังมีกลิ่นอับๆ อยู่ด้วย



     ซองอูเดินนำมาจนถึงครึ่งทางก่อนจะถึงทางตัน มีส่วนนึงที่ผลุบเข้าไปด้านในของผนังทั้งสองฝั่งทำให้มีเนื้อที่มากขึ้น ซองอูและผมจัดที่ทางของตัวเองโดยการเอาตัวไปไว้ในช่องเล็กๆ นั่นคนละฝั่งของผนังและหันหน้าเข้าหากันโดยมีกระเป๋าที่ผมยกมากอดไว้เป็นตัวคั่นกลาง



     มันจะหาไม่เจอแน่นะ ผมถามออกไป มันค่อนข้างมืดมากเหมือนกัน มองเห็นแค่เลือนๆ ลางๆ แต่พอซองอูตอบกลับมา กลิ่นมิ้นต์หมากฝรั่งที่เด็กนี่เคี้ยวบ่อยๆ ก็ลอยมาเตะจมูกผมแทบในทันทีทำให้รู้ว่าตอนนี้มันใกล้กันมากๆ



     ไม่เจอหรอก นี่ที่หลบภัยใหม่ สายผมรายงานมาให้ ถ้าอยู่เงียบๆ ยังไงมันก็ตามมาไม่เจออยู่ละ



     หลอกด่าป่ะ จะบอกว่าไม่ให้กูพูด? ผมถามแล้วจิ๊ปาก อยากจะด่าสาดกลับไปรัวๆ ว่าพามาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขนาดนี้กูขอถามอะไรหน่อยไม่ได้หรือไง แต่ก็ต้องหุบปากแทบไม่ทันเมื่อเสียงฝีเท้าของคนหลายคนดังมาทางที่เรายืนกันอยู่ แต่ดูเหมือนจะเป็นจำนวนที่น้อยลงกว่าที่วิ่งตามมาเมื่อครู่



     หายไปไหนวะ



     ไวฉิบหาย หรือไม่ได้มาทางนี้ กูว่าเรากลับไปช่วยพี่ดงโฮหาทางนั้นดีกว่าว่ะ



     ไม่มีจริงๆ หรอวะ



     เอ้า ไม่มีดิ นี่มันซอยตันนะโว้ย จะหายไปไหนได้ กูว่ากลับไปรวมพวกดีกว่า หลังจบบทสนทนาไม่นานก็ตามไปด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เบาลงๆ จนคาดว่าพวกมันน่าจะกลับกันไปหมดแล้ว



     ผมถอนหายใจยาวเหยียด ถึงครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมต้องมาวิ่งสู้ฟัดแบบนี้แต่ก็ใช่ว่าจะจะชินซะเมื่อไร นี่มันเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันเลยนะ จะให้ชินยังไงไหว



     ใช่ คุณอ่านไม่ผิดที่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อง ซองอู พาผมวิ่งหนีฝูงนักเลงแบบนี้



     คราวนี้ไปทำอะไรไว้อีกอะ



     “…”



     มะ มึง ใกล้ไป ผมขยับหน้าหนีเพราะไอ้เด็กนี่ไม่ตอบคำถามแต่ดันขยับหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ๆ คือจากที่ใกล้อยู่แล้วนี่จะรวมเป็นหนึ่งสมัครสมานละเว้ย



     พี่แดเนียล




     ไร






     ทำไมลมหายใจพี่หวานจังวะ






#องเนียลคู่รักนักวิ่ง

 







     นี่ ลูกอมกู ผมวางอมยิ้มจูปาจุ๊บรสอะไรซักอย่างที่เป็นสีชมพูลงบนโต๊ะตรงหน้าซองอู ที่ตอนนี้นั่งเป็นหมาจ๋อยเลยเพราะแม่งผิดหวังคิดว่าผมจะมีอะไรเท่ๆ ออกมาให้มันดู



     แค่เนี้ย?



     เออ แค่นี้



     ไอ้นี่แน่หรอพี่ มันว่าพร้อมยกอมยิ้มของผมขึ้นมาหมุนๆ ดู แล้วดม... เอ่อ คือซองอู มึงปกติดีนะ



     เออ แล้วมึงจะทำไม นี่มาชมว่าลมหายใจกูหวานอย่างกับเคยชิมก็แปลกละ เสือกมาตื๊ออยากรู้ว่ากูทำไรมา พอบอกว่าแดกอมยิ้มนี่ก็ไม่เชื่ออีก คือไรของมึงเนี่ย ผมถามร่ายยาว



     ก็ตามนั้น คือหลังจากที่มันได้กล่าวประโยคโคตรงงว่าลมหายใจหวาน พอออกมาจากตรอกที่เกิดเหตุการณ์ซองอูก็ยังเอาแต่ไล่จี้ถามว่า พี่ไปทำไรมาอะ ทำไง ทำไมลมหายใจมันหวานแบบนี้อะ



     อะโห ดูมันพูดเหมือนมันเลียลมหายใจผมไปงั้นอะ



     กูนี้งงเลย



     ก็พอสูดลมหายใจใกล้ๆ พี่แล้วมันรู้สึกหวานที่ลิ้นนี่อะ หวานเหมือนตอนสิบสี่เลย



     ห้ะ อย่าบอกนะว่ามึงแฟนคลับพี่เสก โลโซอะ



     พี่ทำให้ผมนึกถึงตอนสิบสี่จริงๆ นะ



     สิบสี่ทำไมวะ





     หวานเหมือนจูบแรกผมเลย







     แหวะ



     ผมทำท่าถุ้ยลงกับโต๊ะและหยี๋หน้าใส่ ไฟแรงเนอะมึงอะ มีจูบแรกตอนสิบสี่



     ทำไมอะ แล้วพี่มีตอนไหน



     มะ มึงอย่าถามย้อนสิ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดยอกย้อนหรอ




     คือจะบอกยังไม่มีนี่ไม่เท่เลย ว่ามั้ย




     เอาเป็นว่า มีก่อนมึงละกัน



     แน่ะ ไม่บอกอะแสดงว่าโกหก โมเมว่ะพี่ บู้วๆ



     ถามมาก เงียบไปเลยไป



     ผมปากระดาษใส่หน้าเด็กนี่แก้ขัด ทบทวนไปเลย



     ฮือออ ขอพักวันนึงไม่ได้หรอพี่ นี่เพิ่งวิ่งหนีเสี่ยงตายมาเหนื่อยๆ ยังต้องมาทบทวนบทเรียนอีกหรอ ซองอูทำหน้าตาออดอ้อน ซึ่งบอกเลยว่ามึงไม่ได้น่ารักเหมือนแมวๆ ที่กูชอบ เพราะฉะนั้นไม่มีข้อยกเว้น



     ไม่ได้ กูให้เวลาทบทวนครึ่งชั่วโมง วันนี้มีเทสย่อยด้วย ตั้งใจอ่านไป ผมพูดรัวๆ แล้วหยิบหนังสือเตรียมสอบของตัวเองขึ้นมาอ่านบ้าง



     ได้ยินเสียงงุ้งงิ้งๆ ของคนตรงข้ามบ่นว่า พี่แม่งใจร้ายอะ อยู่สองสามคำแต่ผมไม่ได้สนใจเพราะหลังจากนั้นซองอูก็ยอมเงียบแล้วตั้งใจอ่านโน๊ตย่อของตัวเองที่เพิ่งเรียนไปเมื่อสองวันก่อน



 

 

JAEHHWAN : มึงอยู่ไหนเนี่ย

                      : มีนัดนะวันนี้ อย่าลืม

Read เออจำได้น่า กูอยู่ร้านกาแฟ : KANG DANIEL

                                                                                                                              Read สี่โมงใช่ป่ะ :

JAEHHWAN : เออ น่าจะสี่โมงแหละ นัดซ้อมไว้

                      : วันนี้มึงมีติวให้น้องหรอ งั้นสายได้นะ นิดหน่อย

Read ไม่ต้องๆ กูไม่อยากสาย : KANG DANIEL

                                                                                                                               Read เดี๋ยวรีบไป :

JAEHHWAN : เคๆ

 



     ผมออกจากแอปพลิเคชั่นไลน์แล้วกดเข้าแอปนกสีฟ้า เช็คอะไรไปเรื่อย ไม่ได้สนใจอะไรมาก แล้วสายตาก็เงยมาหยุดอยู่ที่ซองอูที่กำลังตั้งใจทบทวนบทเรียนของตัวเองอยู่ จริงๆ ตั้งใจอยากจะถามว่าไปทำอะไรมาถึงได้โดนวิ่งไล่อีก แต่พอเห็นกำลังมีสมาธิเข้าจริงๆ จังๆ ก็ไม่อยากกวนน่ะ



     ซองอูก็แค่เด็กผู้ชายข้างบ้านที่แม่มาขอร้องให้ผมช่วยติวภาษาอังกฤษให้เพราะเห็นว่าผมเพิ่งกลับมาจากแลกเปลี่ยนที่อเมริกา มองเผินๆ ก็เป็นเด็กขี้เกเรตามประสาเด็กม.ปลายทั่วไปนั่นแหละ ในตอนแรกผมแทบจะรีบบอกปฏิเสธทันที



     สอนเด็กเกเรนี่ไม่ใช่ทางอะ



     ไม่ชอบเลยจริงๆ



     แต่พอรู้จักเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้แย่เลย เด็กนี่มันแค่คิดแบบไหนก็ทำแบบนั้น ไม่ยอมใคร ถึงได้มีเรื่องกับชาวบ้านเขาไปทั่ว ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษที่แสนน่าท้อใจนั่นมันทำตัวเองทั้งนั้นนั่นแหละ



     แต่เห็นว่าก็ดูตั้งใจเรียนดี ผมเลยจะยอมสอนให้จนกว่าเจ้าตัวจะพอถูไถเอาไปสอบเข้ามหาลัยได้ในปีต่อไป



     ถึงจะท้อแท้ใจมากที่ต้องเริ่มสอนใหม่ตั้งแต่แกรมม่าง่ายๆ พื้นฐานนั่นล่ะ



     จะครบสามสิบนาทีแล้วนะ เร็วดิ ผมเอามือเคาะโต๊ะก๊อกๆๆ เร่งเวลาให้ซองอูรีบอ่านเพราะดูแล้วเหลืออีกไม่กี่หัวข้อที่ยังไม่ได้ทำความเข้าใจ



     พี่อย่าเร่งดิ



     เอ้า กูบอกแล้วว่าวันนี้รีบ มาติวได้ไม่เท่าไร มึงก็ยังจะให้มา



     ก็ใฝ่เรียนไง



     แหมมมมมมมมมมมมมมมมมม



     ขอมีมแหมไปถึงดาวเสาร์ให้อง ซองอูด้วยครับ



     ทำเป็นพูด อ่านเข้าเหอะ นี่เหลืออีกไม่กี่วิแล้วนะ ผมแกล้งเคาะโต๊ะเร็วๆ เข้าอีก



     หมับ..




     เมื่อผมยังใช้มือส่งเสียงก๊อกๆ ไม่หยุด ซองอูก็เอื้อมมือมาจับมือผมให้หยุดเคาะโต๊ะทั้งที่สายตายังจ้องอยู่ที่ตัวหนังสือ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นมากุมมันไว้แล้วพึมพำกับตัวเอง พี่อะ ไม่มีสมาธิเลยเนี่ย



      “อะเออ... ไม่เคาะละ ผมยื้อมือออกมาจากเกาะกุมของซองอูแล้วกลับมานั่งพับเพียบเรียบร้อยแบบเดิม



     คือกูไม่กวนมึงละ ถ้ามึงอ่านช้าเดี๋ยวกูไปเลท อ่านเข้าๆ



     อะ จบละพี่



     อะนี่ก็อ่านเร็วขึ้นมาเชียว 



     ผมยกปากกาในมือขึ้นก่อนจะจิ้มไปที่สมุดของเจ้าตังที่ทำหน้าตั้งใจอยู่



     โอเค จำได้ใช่มั้ยว่า usually often sometimes ไรพวกนี้ใช้ยังไง หน้า verb หลัง is am are” ซองอูพยักหน้าหงึกๆ เมื่อผมพูดสรุปย่อให้ฟัง เป็นอันเข้าใจตรงกับที่มันเพิ่งอ่านไปเมื่อครู่


     จริงๆ ก็หัวไวอยู่ แต่ไม่ค่อยขยันเองต่างหากน่ะ แบบนี้


     อะ ทีนี้ลองแต่งประโยคบอกเล่าซักประโยคนึง เค๊ ผมออกคำสั่ง



     คือมึงเรียนโครงสร้างประโยคมาแล้ว ไม่ต้องมาทำหน้างงเลย



      “อ๋อ ซองอูทำหน้านึกขึ้นได้เมื่อคิดประโยคง่ายๆ ออกมา คือมันมีประโยคนึงที่เมื่อวานเพิ่งติดหูมาเพราะเพื่อนเปิดเพลงให้ฟัง



     กำลังจะอ้าปากพูดออกมาแต่ก็...



     แปปนึงๆ ผมบอกเมื่อมีไลน์จากแจฮวานส่งมา บอกเป็นข้อความสั้นๆ ผมไม่กดเข้าไปอ่านเพราะอ่านจากแจ้งเตือนเข้าใจดีแล้ว กดปิดเครื่องแล้ววางไว้บนโต๊ะเหมือนเดิม แล้วหันมาหาซองอูที่ตอนนี้อ้าปากค้างพะงาบๆ เป็นลมปากว่า พี่ผมพูดได้ยัง อะไรประมาณนี้



     อะ ต่อเลยๆ





     “I will always love you” มันตอบแล้วยักคิ้วให้ "เป็นไงพี่"





     อง ซองอูเริ่มขมวดคิ้วตาม ทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามว่าผมแต่งประโยคผิดหรอ เมื่อผมเงียบไป



     คือมันก็ไม่ผิดหรอกที่มันแต่งน่ะ



     แต่ว่า



     ..



     ...



     กูให้มึงแต่งประโยคบอกเล่า



     ...



     ไม่ใช่ประโยคบอกรัก..



     ผมลนลานลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะเดินออกมา แต่ก็ไม่ลืมที่จะบอกซองอู “อ่า คือ กูรีบ ถึงเวลานัดไอ้แจฮวานละ มึงรีบๆ เก็บของกลับบ้านไปได้เลย ไม่ต้องทบทวนละ วันนี้ทำดีมาก อยู่ๆ ปากก็พูดรัวเร็วแบบไม่มีสาเหตุ



     เอ่อ.. ไม่มีสาเหตุรึเปล่านะ



     คืออง ซองอู มึงทำดีมาก



     ดีมากเกินไปด้วยซ้ำมั้งเนี่ย



     ผมรีบเดินจ้ำออกจากร้านไปโดยไม่หันมามองอีกคนที่ดูท่าทางคงยังนั่งเอ๋อแดกอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม



     ต้องรีบไปด่วน เดี๋ยวไอ้แจฮวานจะรอนาน

 

 

 









          สเปเชี่ยล พาร์ท

          • กล่องความคิดอง ซองอู

 

 

     กูให้มึงแต่งประโยคบอกเล่า



     “...”



     ไม่ใช่ประโยคบอกรัก..




     อะ อ้าวววว เฮ้ยพี่ ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่ ;_;



     ผมเกาหัวแกรกๆ หลังจากที่พี่แดเนียลเดินออกจากร้านไปท่าทางแบบโคตรรีบสุดๆ สงสัยคงจะเลทมามากแล้วที่พี่เขานัดกับเพื่อนไว้



     กลับมามองสมุดโน้ตในมือตัวเองก่อนจะต้องคิดหนัก



     แล้วประโยคบอกเล่าเป็นประโยคบอกรักไม่ได้หรือไง พี่แดเนียล



     อยากจะถามแต่ก็ไม่อยู่ให้ถามแล้ว





      ติ๊ง



     อ้าว ผมเผลออุทานออกมาเพราะเหลือบมองไปเห็นโทรศัพท์ที่พี่แดเนียลคงลืมไว้



     เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ถึงจะไม่ได้ตั้งใจดูแต่เพราะว่าผมจะเก็บไปให้พี่เขาถึงได้เห็นเข้าเต็มๆ



     เสียงเมื่อกี้คือแจ้งเตือนคนกดไลค์อินสตาแกรมของพี่เขาเอง





     แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น




     อันบนที่เป็นแจ้งเตือนแอปพลิเคชั่นสีเขียวนั่นต่างหาก



     JAEHHWAN : แคนเซิลนัดนะมึง ห้องซ้อมล็อคว่ะ




     ก็เห็นอยู่ว่าตอนนั้นพี่เขาอ่านแจ้งเตือนนี้ไปแล้วไม่ใช่หรอวะ




     แล้วที่วิ่งไปนั่น รีบไปไหน...






 

#องเนียลคู่รักนักวิ่ง


-------------------------------------------------------------

เป็นช็อตฟิคที่แต่งไว้นานแล้ว ก่อนจะกำเนิดซ้ายสตอรี่ 

แรงบันดาลใจจากการซอยเท้ายิกๆ ของกัปตันเรือเราวันที่ไปดูป้ายนั่นเอง

น่ารักใช่มั้ยคะ ฮือ กุมหัวใจ

เอามาลงแก้ขัด เป็นยังไงฝากติชมนะคะ

เป็นช็อตตอนเดียวหรือหลายตอนไม่รู้ รอดูต่อไป นะคะ ฮ่า

ป.ล. เราจะคิดแท็กใหม่ให้กับทุกๆ เรื่อง ไม่เน้นให้คนมาแท็กมาก แต่เราสนุกของเราเอง ฮือ 555555

ขอบคุณทุกการติดตามเลยยย

เลิฟฟฟ ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #46 mookymoozoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 08:02
    น่ารักจังค่ะ รอตอนต่อไปค่า
    #46
    0
  2. #42 Sntz2000_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 04:26
    อ่ยยยน่ารักจังเลย;///; อ่านชื่อเรื่องคิดว่านักกีฬา แต่ปล่าวจ่ะ คู่รักสับตีนแตกกก55555555 ฮื่อออพี่เนียลเขินน่ารักจีงๆเลยย รอตอนต่อไปนะฮ้าบบบบ
    #42
    0
  3. #20 pannjed . (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 06:59
    ตอนอ่านชื่อตอนก็นึกว่าเป็นคู่รักนักกีฬาไรงี้ค่ะ ป๊าด ไม่คิดว่าจะมาวิ่งกันเพราะแบบนี้ 55555555555555555 แล้วพี่เนียลจะเขินไมง่า ก็ประโยคบอกเล่าถูกแล้วนี่คะ โถ่เอ๊ย กิ๊วๆๆๆๆ /ปล แท็กคือ #องเนียลคู่รักนักวิ่ง ใช่มั้ยคะ เราว่าเราก็เล่นถูกละนา...
    #20
    1
  4. #15 เจ้าชายอสูร_B2UTY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 01:01
    5555555 คุณแดนเขินน้อง มันก็ประโยคบอกเล่าแหละ
    เล่าให้ฟัง ว่ารักยังไง ฮิ้ววววววววว
    #15
    0
  5. #12 Impeach (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 15:29
    อ่าวพี่ เล่นเองละเขินเองหรอม องวิ่งตามเขาไปซิ้ พี่เขาเขินจะแย่ล้าววววววว
    #12
    0
  6. #11 purpleliner (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 08:59
    ชอบการตั้งชื่อเรื่องค่ะ5555 น้องอ๋งนี่ไวไฟอยู่นะคะ ฮรืออออ พี่นีเอลวิ่งไปเพราะเขินน้องรึเปล่าน้า // ครุ่นคีสส
    #11
    0