l WANNAONE l PRODUCE 101 : ONGNIEL : MY CATNIP

ตอนที่ 2 : ซ้าย สตอรี่ 2/3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    13 มี.ค. 61



ซ้าย สตอรี่

welcome to my side story.


 

 

 


 

- ตอนที่ผมเตรียมสอบเข้ามหาลัย แดเนียลที่อายุสิบสามปีก็..... ชอบกินเจลลี่แบร์เป็นชีวิตจิตใจ

 



17.22น.



     ฮ้าววว ผมอ้าปากกว้างด้วยเพราะออกซิเจนในสมองคงไม่พอ ทิ้งหนังสือในมือที่กางอยู่ร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงโลกให้มากระทบใบหน้าของตัวเอง เช่นเดียวกับเปลือกตาที่ปิดลงเพราะฝืนต่อไปไม่ไหว



     นอนอ่านแบบนั้นจะไม่ง่วงได้ยังไง หื้ม? เสียงแม่ที่ดังขึ้นทำให้รู้ว่าอาหารเย็นวันอาทิตย์นี้คงเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะวันนี้องค์ประชุมกินข้าวของเรายังไม่ครบ ส่วนผมก็ยังไม่หิวเท่าไรจึงยังนอนแผ่อยู่ที่พื้นเหมือนเดิม



     ฮื่อ แม่ครับ มันล้าน่ะ นั่งเฉยๆ ยังไม่อยากเลย ผมพูดเสียงอู้อี้เพราะหนังสือที่ยังคงปิดใบหน้าไว้



          ถ้ากีฬาเป็นยาวิเศษ หนังสือก็เป็นยานอนหลับดีๆ นี่ล่ะ



     ล้าก็นอนพักก่อนเถอะ อ่านมาทั้งวันแล้ว



          ผมส่งเสียงครางในลำคอตอบรับ             


                  

          รู้สึกเหมือนตาจะปิดลง สมองจะหยุดพักแล้วจริงๆ เลยยอมทำตามคำที่แม่บอก







 

     อื้อ ผมครางฮือขยับตัวไปมารู้สึกล้าๆ เหมือนเวลาที่นอนพักจะมากเกินไป ขยับตัวไปมาจนหนังสือที่ปิดหน้าร่วงลงข้างตัว



     ตื่นได้แล้ว



     เฮ้ย ลืมตาขึ้นก็พบกับซามอยด์ตัวใหญ่ที่ก้มหน้าลงมาหา เจ้าตัวนั่งลงบนพื้นเหนือศีรษะผมที่นอนอยู่ ตอนนี้เราเลยเห็นหน้ากันในมุมกลับทั้งคู่



     แดเนียลนั่นล่ะ



     เมื่อก่อนก็เป็นเด็กอยู่ดีๆ พอโตขึ้นเป็นหมาซามอยด์ไปเฉยเลย



     น่ารัก



     คิกๆ ผมขยี้ตาเมื่อภาพตรงหน้ามันยังมัวๆ อยู่ อื้อออ พี่เคยบอกผมไม่ให้ขยี้ตาไง มือที่เล็กกว่านั่นยั้งมือผมไว้ สายตายังจ้องลงมาที่ผม ดวงตาที่ใสๆ นั่นหยีลงเมื่อรอยยิ้มที่มุมปากผุดขึ้น ผมยิ้มตอบเล็กๆ



     อาจจะเป็นเพราะผมเคยพูดกับแดเนียลไว้ว่า รอยยิ้มของน้องน่ะมีเสน่ห์มากๆ แล้วพอยิ้มโลกของผมนี่ดูสดใสไปหมด ทุกวันนี้เวลาผมอ่านหนังสือหรือกลับมาจากโรงเรียน เจ้าตัวก็จะชอบมายิ้มหวานๆ ใส่แบบนี้ทุกที



     ซึ่งมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี อย่างน้อยเห็นรอยยิ้มแบบนี้ก็ชื่นใจขึ้นมาหน่อย



     ไปวิ่งมาเหนื่อยมั้ย / อ่านหนังสือสอบเหนื่อยมั้ย เสียงแทบจะประสานลงท้ายด้วยจังหวะเดียวกัน



     เราต่างหัวเราะขึ้นมาอย่างขันๆ ผมมองขึ้นไปแดเนียลก็ยังจ้องลงมาเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่คุยกันแบบนี้ดูไม่ค่อยสะดวกเท่าไร แต่ก็ไม่มีใครเปลี่ยนท่าทาง



     ผมยกมือขึ้นกอดอกทั้งที่ยังนอนอยู่ เราน่ะไปวิ่งมาเป็นไงบ้าง ผมถามออกไปก่อน



     ก็เหมือนทุกวันนั่นแหละ แต่เดี๋ยวนี้เหนื่อยน้อยลงแล้วนะ เก่งใช่ป่ะ ผมพยักหน้าช้าๆ แล้วยิ้ม เพราะว่าแดเนียลไม่สามารถเข้าเรียนกับเพื่อนได้ตามปกติเพราะเรื่องการอ่านและเขียน แม่เลยเลือกที่จะให้แดเนียลเรียนภาษาผ่านการพูดคุยกับครูพิเศษแทน เป็นการสื่อสารง่ายๆ แบบไม่ได้สนใจแกรมม่าอะไรมากมาย ซึ่งตอนนี้แดเนียลก็ทำได้ดีมากๆ ด้วย ส่วนหลังเลิกเรียนก็เป็นพวกคลาสออกกำลังกาย ส่วนมากจะไปวิ่งที่สนามกีฬาสวนกลางในตอนเย็นๆ หน่อยเพราะไม่ค่อยมีคนมาใช้เท่าไร



     แต่วิ่งกับครูมาสองปีแล้วนะ ไม่สนุกแล้วอะ แดเนียลเงยหน้ามองตรงออกไป ตอนนี้ผมเงยขึ้นไปเลยมองเห็นแต่คาง



     จะงอแงหรอเราอะ ว่าจบก็ยกมือสะกิดคางเจ้าหมาซามอยด์



     แล้วเจ้าตัวก็หยักหน้าหงึกหงักแล้วก้มลงมาประสานสายตากับผมใหม่



     ยิ่งโตขึ้นแดเนียลก็ดูเหมือนหมาซามอยด์ตัวโตๆ นั่นไปทุกวัน เห็นทีไรอยากเกาคางให้ทุกที



     เบื่อครูแล้วไง อยากไปวิ่งกับพี่แทน ไปวิ่งด้วยกันบ้างสิ



     ...



     นะ

 

 






     ตกลงแล้วนะ แดเนียลกำชับ เอาตัวมาซ้อนหลังแล้ววางคางลงที่ลาดไหล่ เอียงคอทำหน้าตาน่ารัก หลังจากที่ผมใช้เวลาคิดอยู่นานว่าเย็นวันไหนที่พอจะว่าง ไม่มีติวจากที่โรงเรียนและไม่มีเรียนพิเศษ มีเวลาว่างมากพอจะมาวิ่งกับแดเนียล ซึ่งก็พบว่ามีวันศุกร์ที่จะถึงนี้อยู่วันเดียว



     อือ พี่ไม่เบี้ยวหรอกน่า ผมพยักหน้าให้ ไม่ได้สนใจเรื่องวิ่งนั่นต่อ แต่มือหันมาวุ่นวายอยู่กับแฟ้มเอกสารของตัวเอง เพราะชีทเรียน ใบงานมันรวมๆ กันไปหมดจนผมหาสิ่งที่เพิ่งปริ้นมาจากคอมเมื่อตอนกลางวันที่โรงเรียนไม่เจอ



     เจอแล้ว นี่ไง



     ผมหยิบออกมาแล้วนำมากางบนโต๊ะอ่านหนังสือตัวเองแล้วไล่อ่านลวกๆ อีกที มันเป็นบทความภาษาอังกฤษเป็นการฝึกหรืออะไรซักอย่าง เป็นเทสง่ายๆ ให้เราได้ทดสอบคนที่เป็นโรคเมินซ้ายแบบนี้



     หลังจากผมเริ่มศึกษามากขึ้นก็พบว่ามีวิธีเทสต่างๆ มากมาย ทั้งวิธีที่จะทำให้คนที่เป็นสามารถอ่านหนังสือได้แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้นเพราะต่อมาก็จะปรับมาเป็นปกติ ส่วนมากก็จะเป็นเทสหรือไม่ก็เรียกว่าการทดลองมุมมองการมองเห็นซะมากกว่า


     พี่จะไปวิ่งด้วย ถ้าเราทำแบบทดสอบอันนี้กัน แดเนียลขมวดคิ้วก่อนละหรี่ตาที่ปกติก็แทบจะเป็นขีดอยู่แล้วให้ขีดลงไปใหญ่



     ผมจัดการนำบอร์ดอันเท่ากระดาษวาดรูปวางลงบนโต๊ะ มานั่งนี่มา หันหลังไปจับไหล่ให้แดเนียลมานั่งแทนที่ตัวเอง ชี้ให้อีกคนดู มองไปที่ขอบกระดาษนะ เราจะมาเล่นเกมส์กัน ถ้าเราหาเจลลี่แบร์ได้ครบสิบอันพี่จะให้เรากินหมดนี่เลย ผมชูถุงเจลลี่แบร์ให้อีกคนดูซึ่งแดเนียลเบิกตาโพลง อ้าปากมองดีใจเหมือนเวลาหมาเจอเจ้าของ



     ก็เด็กนี่น่ะ คลั่งไคล้เจลลี่แบร์ที่สุดเลย



     ดูอย่างตอนสิบขวบ



     ขออีกตัวเดียว นะๆๆๆ



     เฮ้ยยย ไม่ได้ กินเยอะไปแล้ว นี่ตัวที่ห้าแล้วนะ เดี๋ยวกินข้าวเย็นไม่ได้



     นะๆๆ อีกตัวเดียว



     ไม่ดะ-



     นะๆ



     มะ--



     นะ




 

     เหตุการณ์หลังจากนั้นคือน้องได้กินเจลลี่แบร์ไปหมดถุงพร้อมกับบอกว่าไม่กินข้าวเย็นแล้วได้มั้ย



     ครับ เด็กซามอยด์นี่น่ะร้าย น้องรู้ว่าผมจะแพ้เวลาโดนอ้อนก็ยังเอามาใช้เสมอ



     ขอชิมตัวนึงก่อนได้ป่ะ แดเนียลเอื้อมมือมาเตรียมจะหยิบเจลลี่แบร์ในถุง ผมเลยจัดการตีมือไปทีนึง



     ไม่ได้ พี่ไม่ใจอ่อนหรอกนะ ครั้งนี้ต้องทำให้สำเร็จก่อน แล้วจะให้ โอเค๊



     ผมจะไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ เพราะนี่คือวิธีการฝึกแบบนึงให้แดเนียลระวังตัวเองได้มากขึ้นแบบนึงเพราะสิ่งที่เขาเห็นไม่ได้มีแค่นั้น ในเมื่อการรับรู้อีกด้านหายไปก็ต้องนำการรับรู้อีกอย่างเข้ามาแทน



     โอเค ก็ได้



     ลองเอามือออกมานะ แล้วก็ลูบไปตามสันของบอร์ดสี่เหลี่ยม แดเนียลยื่นมือออกมาตามคำสั่งผมแล้วลูบไล่ไปตามสันของบอร์ด พอถึงด้านฝั่งตรงข้ามก็ลากมาได้เพียงแค่ค่อนทาง



     รู้สึกว่ามันหมดแล้วใช่มั้ย แดเนียลหันมาหยักหน้าให้ ลองไม่เอาความรู้สึกมาเกี่ยว ลูบต่อไปทางซ้ายของตัวเองไปเรื่อยๆ น้องขยับมือต่อไปตามที่ผมบอก พยักหน้ากับตัวเองประมาณว่า มันยังมีต่อจริงๆ จากนั้นก็ลูบไปจนครบรอบสี่เหลี่ยม



     ทีนี้พี่จะวางเจลลี่ไว้ทั่วๆ บอร์ดแบบนี้นะ แล้วเราก็หยิบออกมาทีละตัว จนกว่าจะครบสิบตัว ผมวางไปบนบอร์ดทั้งซ้าย ขวา กลาง ให้กระจายกันไป



     เริ่มยัง แดเนียลยืดตัวขึ้นนั่งตรง มองจ้องลงไปบนบอร์ดที่มีเจลลี่วางอยู่ตรงหน้า



     โอเค เริ่มได้







 

     แดเนียลเริ่มหยิบจากตัวริมๆ ไปเรื่อยๆ ส่งมาให้ผม แล้วก็หยิบตัวต่อไปเรื่อยๆ จนได้มาหกตัว




     หมดแล้ว... เจ้าตัวพึมพำกับตัวเอง



     จากพื้นที่ที่เจ้าตัวหยิบเจลลี่ออกไปก็พอจะดูออกว่ามีเพียงสามในสี่ของบอร์ดเท่านั้นที่แดเนียลสัมผัสได้ ผมคิดย้ำๆ กับตัวเองเอาไว้จะได้ไม่ลืม จุดประสงค์ของการเล่นเกมส์นี่ก็เท่านี้แหละ



     ผมแค่อยากรู้เพราะดูเหมือนโลกที่แดเนียลสัมผัสได้มันก็ไม่ได้แบ่งครึ่งซะทีเดียว



     แล้วก็จริงๆ ที่มีเพียงทางซ้ายที่หายไปไม่เท่าไร ไม่ครึ่งนึงซะทีเดียว



     แต่ผมยังมีจุดประสงค์ที่สองอยู่ จึงให้แดเนียลหาต่อจนครบให้ได้





 

     ลองใช้วิธีที่พี่บอก เราลองลูบไปตามสันบอร์ดไปเรื่อยๆ แดเนียลรีบทำตามที่ผมบอก เริ่มลูบไปจากจุดที่คิดว่าน่าจะเป็นจุดจบในสายตาของตัวเอง มือนั่นไล่ไปเรื่อยๆ จนไปสัมผัสกับเจลลี่แบร์ตัวที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของตัวเอง



     รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า



     ตัวที่แปด.. และอันนี้ตัวที่เก้า แดเนียลหยิบตัวที่เก้าส่งให้ผม มือนั่นยังคงคลำๆ หาตัวที่เก้า



     ฮ่าๆๆ ผมหลุดหัวเราะออกมาเพราะสีหน้าที่เริ่มจริงจังในการหาขึ้นเรื่อยๆ ของเจ้าซามอยด์



     ดูก็รู้ว่าไม่ได้สนใจเรื่องทางซ้ายของตัวเองเท่าไร เพียงแต่อยากได้รางวัลหลังจากจบเกมนี่ต่างหาก



     เนียลดูนี่ ผมหยิบเจลลี่แบร์ตัวสุดท้ายบนบอร์ดขึ้นมาแล้วกัดไว้ที่ปากตัวเอง ยั่วอีกคนที่ตามไม่ทัน ผมยิ้มให้น้องแล้วส่ายหัวไปมา เจลลี่ตัวเล็กที่ผมกัดก็ขยับไปมาเหมือนกำลังล้อคนตรงหน้าอยู่



     แบร่



     คิดว่าหน้าตาผมคงออกมาล้อเลียนประมาณนั้น



     นี่ล่ะ จุดประสงค์อีกอย่าง



     แค่อยากแกล้งน้องเล่นต่ออีกหน่อย



     แดเนียลหันมาขมวดคิ้วใส่อย่างงอนๆ






     ก่อนจะขยับตัวเองมาทางผมแล้วขยับหน้าเข้ามาใกล้



     จนระยะห่างแทบไม่มีเหลือ




     ดะ เดี๋ยวนะ



     ผมเบิกตาโพลงเพราะนี่มันชักจะใกล้เกินไป



     จมูกของเราแทบจะชนกัน



     ยังไม่ทันที่ผมจะผละตัวเองให้ถอยออกมาก็มีความรู้สึกนุ่มหยุ่นที่สัมผัสลงมาที่ริมฝีปาก



     แดเนียลดูไม่ได้สนใจสิ่งใดไปมากกว่าขนมที่ตัวเองชอบเลย



     เจ้าตัวออกแรงกัดลงที่เจลลี่แบร์ตัวเดียวกันนี้แล้วออกแรงดึงเอาอีกครึ่งตัวไปจากผม



     ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้ริมฝีปากเราแตะกันไปแล้ว









     นี่ไงตัวที่สิบ แดเนียลส่งยิ้มให้ผมแล้ว...



     ส่วนอันนี้ขอนะ คิ



     แล้วก็ฉุดถุงเจลลี่แบร์ในมือผมไปปต่อหน้าต่อตา



     วิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องนอน



     ทิ้งให้ผม




     ...






     ..








     แดเนียลอ่า



     ขออะไรพี่ก็ให้หมดเลย นาทีนี้







#ซ้ายสตอรี่

update...





ตอนที่ผมฉลองปีใหม่กับเพื่อนที่มหาลัยเป็นปีแรก

 





               นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นั่นน่ะลูก วันนี้พี่เขาคงไปฉลองกับเพื่อนนั่นแหละ เพราะเห็นว่าแดเนียลในวัยสิบสี่ปีเอาแต่นั่งเท้าคางจ้องเครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะไม่วางตา ผู้เป็นแม่ที่นั่งเปิดทีวีดูรายงานข่าวการนับถอยหลังปีใหม่ของประเทศต่างๆ จึงต้องเอ่ยขึ้นมา




               ก็วันนี้พี่องบอกว่าจะโทรมานี่ฮะ ดวงตาเรียวจ้องไปยังนาฬิกาบนหน้าจอที่บอกเวลาว่าอีกสี่นาทีจะเข้าสู่ปีใหม่แล้ว ก็ยังไร้วี่แววใดๆ




               “เข้านอนเถอะลูก เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยโทรหา”




               ตั้งแต่ซองอูเข้ามหาลัยก็เริ่มเข้าสังคมกับเพื่อนๆ มากขึ้น ดีที่มหาลัยที่สอบติดได้เป็นที่ที่อยู่ใกล้บ้าน สามารถไปกลับได้โดยไม่ต้องเข้าพักหอของมหาลัย แต่ก็มีบ้างที่เจ้าตัวกินข้าวเย็นมาจากข้างนอก คนเป็นแม่เองก็เข้าใจว่าลูกตัวเองโตแล้วก็เป็นธรรมดาที่จะสังสรรค์ออกไปกินข้าวกับเพื่อน




               จะมีก็แต่เจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ ที่ยังงอแงติดคนพี่อยู่




               งั้นพรุ่งนี้แม่ปลุกเนียลเช้าๆ นะฮะ จะโทรไปหาแต่เช้าเลยคอยดู ดูเอาเองว่าปกติวันเสาร์ที่มักนอนตื่นสายจนแทบรวมมื้อเช้ากลางวันไว้ด้วยกันได้ เจ้าตัวก็ยังยอมสละเพื่อจะโทรไปกวนพี่ชายจนได้




               คนเป็นแม่ได้แต่หัวเราะชอบใจ ก่อนจะปิดโทรทัศน์ พออายุมากๆ ขึ้นก็มักไม่ได้ใส่ใจกับงานฉลองข้ามปีอะไรมากมายแล้ว แม่จะเข้านอนแล้วนะ ฝันดีนะลูก




                    เอ่อ แม่ฮะ เนียลขอออกไปดูพลุข้างนอกได้ไหม ได้ยินมาว่าปีใหม่นี้หมู่บ้านของเขาจะมีการจุดพลุยิ่งใหญ่ตระการตาข้ามปีด้วย แดเนียลจึงอยากออกไปดู แค่ที่หน้าบ้านเรานี่เองฮะ อธิบายเพิ่มเติมให้แม่ที่กำลังเดินขึ้นบันไดเข้าใจ เขาไม่ได้อยากไปดูถึงหน้าหมู่บ้านที่เป็นที่จัดแสดง แค่อยากจะออกไปแหงนหน้ามองเอาความสวยงามจากหน้าบ้านนี่เอง





                    ได้สิ ใส่เสื้อกันหนาวไปด้วยล่ะ อากาศข้างนอกมันเย็น คนเป็นแม่ยิ้มบอกก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป




                    แม่ไม่ดูด้วยกันหรอฮะ




                    ไม่ล่ะ ง่วงแล้วน่ะ พูดไปก็หัวเราะกลั้ว คนเป็นแม่ทำท่าหาวหวอด ก่อนโบกมือ แม่ไปนอนดีกว่า




               แดเนียลพยักหน้ากับตัวเองหงึกหงัก หลังจาดแม่เดินขึ้นบันไดจนลับสายตาไป เจ้าตัวก็วิ่งไปใส่เสื้อกันหนาวเพราะดูเวลาแล้วใกล้จะเที่ยงคืน และไม่ลืมที่จะหยิบเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อไปด้วย





                    เพราะแดเนียลรู้ว่าตอนเที่ยงคืนพี่องจะต้องโทรมาแน่ๆ





               ร่างเล็กยิ้มร่าก่อนจะใส่รองเท้าผ้าใบของตัวเอง



               วิ่งออกไปหน้าบ้านโดยไม่ลืมผูกเชือก



               เดี๋ยวนี้ถึงแดเนียลจะไม่สัมผัสถึงด้านซ้ายของตัวเอง แต่แน่นอนว่าเขาสามารถผูกเชือกรองเท้าได้เองแล้ว เพราะการทรีทจากพี่ชายของเขา





               ร่างเล็กยืนกอดอกตัวเอง อากาศข้างนอกเย็นมากๆ สมกับเป็นช่วงปีใหม่ แถมลมยังพัดลมหนาวมาจนเสียดผิวหน้าจนแก้มของเจ้าตัวขึ้นริ้วๆ แต่คงไม่มีใครได้มาเห็น มือเล็กหยิบโทรศัพท์มาดูก็บอกเวลา 23.59 .




               ใกล้แล้วๆ





               ตื่นเต้นจัง





                    




                    ..






                    โฮ่งๆๆ




                    หื้ม





                สายตาคมสอดส่องไปยังถนนหน้าบ้านของตัวเองที่มีเจ้าลูกหมาตัวนึงเห่าและนั่งหางจุกก้นอยู่อีกฝั่งของถนน




               ก่อนหน้านี้เขาได้ยินเสียงพลุเบาๆ จากที่ไหนซักที่




               น่าจะวิ่งมาจากที่อื่นเพราะกลัวพลุรึเปล่านะ




                    มานี่มา ร่างเล็กนั่งยองลงแล้วยื่นมือออกไปเรียกเจ้าลูกหมาตัวสีขาวน่ารักตัวนั้นให้เดินมาหา




                    เร็วสิ




               เจ้าหมาทำหน้าตาและส่งเสียงหงิงๆ ออกมา จนแดเนียลอดเอ็นดูไม่ได้





               เมื่อเห็นว่าลูกหมายังทำท่าทางลังเลอยู่แดเนียลจึงออกแรงเดินไปหาเพื่ออุ้มกลับเข้ามาในบ้านของตัวเอง เขากลัวว่าถ้าพลุจะดังขึ้นอีก เดี๋ยวก็คงจะตกใจจนวิ่งเตลิดไปไหนอีก




                    ฮือ น่ารักจังงงง ไม่ต้องกลัวนะ




                เท้าเล็กก้าวข้ามถนนกลับมาพลางลูบหัวเจ้าลูกหมาที่ครางหงิงๆ อยู่ในอกของตัวเอง





                บรื้น





               โดยไม่ทันได้รู้สึกถึงรถคันที่วิ่งมาด้วยความเร็ว





               เค้าว่ากันว่าถ้าประสาทการรับรู้ที่ตาของเราหายไป





               ประสารทรับรู้ที่หูของเราจะดีขึ้น




               แดเนียลน่ะเป็นแบบนั้นเสมอ




               แต่วันนี้.







               เอี๊ยดดดด





                    00.00.




               เสียงพลุถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้าดังขึ้น ดวงไฟแตกกระจายเป็นดวงเล็ก ดวงใหญ่ทั้งสวยงามและแปลกตา แสงสว่างวาบของพลุจากบนฟ้าสาดกระจายไปทั่ว กระทบเข้ากับใบหน้าของคนที่กำลังข้ามถนนพร้อมสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งตัวในอ้อมอกเป็นสีสันสวยงาม...





 

 

 

 

               ปัง!

 

 

 

 



 

                    สวยว่ะ





                ผมพึมพำกับตัวเองเมื่อมองขึ้นไปบนฟ้าแล้วพบว่าพลุถูกจุดขึ้นแทบจะทั่วทั้งเมือง ใครบอกว่าอยู่ในเมืองแล้วจะมองไม่เห็นดาว ตอนนี้พลุที่แตกกระจายลูกแล้วลูกเล่าเปรียบเสมือนดาวพวกนั้นไม่มีผิด





                 อ่า แดเนียลจะหลับไปรึยังนะ




                 อยากดูพลุกับน้องจัง

 





                    เฮ้ ชนแก้ววว เสียงที่ดังขึ้นทำลายความคิดในหัวของผมให้หายไป อูจินยกแก้วขึ้นนำทุกคนให้ชนกัน น้ำในแก้วกระฉอกออกบ้างตามประสาของคนที่สติเลอะเลือนเพราะน้ำเมา




                    อง จะไปไหนวะ




                    เข้าห้องน้ำแปป เดี๋ยวมา ผมหันหลังกลับเพื่อเดินตรงเข้าไปที่ห้องน้ำ




               วันนี้ผมมาฉลองปีใหม่ที่บ้านของอูจินและกะว่าจะนอนค้างที่บ้านมันเลย เพราะดูท่ายังไงก็คงเมาและไม่อยากมีใครจะต้องขับรถกลับบ้านเอง




               ผมเดินมาถึงประตูห้องน้ำแต่ไม่ได้ก้าวเข้าไปเพราะไม่ได้จะเข้าอย่างที่บอกไป




               มือเรียวจับโทรศัพท์ขึ้นมาจากเสื้อโค้ท




               ไร้การแจ้งเตือนใดๆ ที่บอกว่าแดเนียลติดต่อมา




               คงจะหลับไปแล้วล่ะมั้ง




               ผมได้แต่คิดแบบนั้น





               ถึงอย่างนั้นก็บรรจงพิมพ์ข้อความลงในแอปพลิเคชันสีเขียวอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก




               เพราะไม่อยากปลุกน้อง อีกอย่างเสียงผมตอนนี้ก็คงดูมัวเมาไปหมด ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้จึงหนีไม่พ้นการส่งข้อความ




               ผมกดส่งก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อโค้ทอีกครั้ง




               เดินกลับไปทางเดิมที่อูจินและเพื่อนๆ คนอื่นรออยู่










               ติ๊ดๆ




               เสียงหนึ่งดังขึ้น




               เจ้าลูกหมาที่ร้องหงิงๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาจมูกที่เปื้อนของเหลวสีแดงดุนดันเครื่องมืออิเล็กโทรนิกส์ที่หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาอย่างสงสัยใคร่รู้






                    สุขสันต์ปีใหม่นะ แดเนียลของพี่ :)’

 

 

 








     ตอนที่ผมฉลองปีใหม่กับเพื่อนที่มหา’ลัยเป็นปีแรก

     มันกลายเป็นซ้ายสตอรี่สุดท้ายของผม ที่มีต่อแดเนียลโดยไม่รู้ตัว









#ซ้ายสตอรี่

----------------------------------------------------------

100 %







*** talk : 

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ  ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #52 angrymacarons (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:50
    จะร้องไห้แล้วนะคะ หนูอย่าเป็นอะไรนะลูก
    #52
    0
  2. #49 waika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 11:51
    ใจหายแวบบบ น้องอย่าเป็นอะไรหนักเลยนะ
    #49
    0
  3. #37 wryipsfhkxvnn55 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:53
    ฮื่ออ ชอบมากกกกก เขียนดีจัง น้องเนียลน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆเลยค่ะ น้องอย่าเป็นอะไรนะ แงงง
    #37
    0
  4. #34 e'BeE* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 01:40
    ขอให้เนียลอย่าเป็นอะไร แงงง ทำไงดี เรากลัว ขอให้น้องปลอดภัยนะ อย่าเป็นอะไร ทำไมจบตอนซะน่ากละวขนาดอะ แงงงงง
    #34
    0
  5. #33 Nielismababe_p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 18:18
    มาครบ100%เเล้วววววว ฮืออออ เเต่ทำไมเศร้างี้ล่ะ น้องเนียลไม่เป็นไรใช่ใหม น้องเป็นไรมากมั้ยอ่ะะะ เเต่มันมี3/3นี่นา เเงงงงง ลุ้นมากๆๆๆ น้องเป็นไรมากรึเปล่าาาา
    #33
    0
  6. #32 pundayo_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 14:58
    ทำไมเศร้างี้ ㅠㅠㅠㅠ
    #32
    0
  7. #31 yingxi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 00:43
    อมก.... หน่วงมาก แง้
    หวังว่าอุบัติเหตุครั้งนี้คงทำให้น้องหายจากความผิดปกตินี้นะ แง้
    #31
    0
  8. #30 Nielismababe_p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:01
    เเง้ ดีใจมากกกๆๆๆๆ มาอัพเเล้ว ฮือออ รักเรื่องนี้มาก
    #30
    2
    • #30-1 Nielismababe_p(จากตอนที่ 2)
      3 มกราคม 2561 / 21:20
      ลืมถามค่ะ จะถามว่านี่คือ100% เเล้วหรอคะ? ทำไมเราอ่านได้เเค่ถึงประโยคที่ว่า คนเป็นเเม่เองก็เข้าใจว่าลูกตัวเองโตเเล้วก็เป็นธรรมดาที่จะสัง?(ไม่มีคำว่าสรรค์ด้วย??)มันดูไม่ครบ100%อ่าค่ะ หรือว่ามันเป็นเเบบนั้นถูกแล้ว??
      #30-1
  9. #29 seubshi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 19:57
    คิดถึงมากกก
    #29
    0
  10. #27 กุ๊ดจี่~• (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 14:20
    โอ้ย //ร้องไห้ จะบอกว่าดีใจมากค่ะที่กลับมาอัพ แต่ทำไมมัน...... T-T น้องอย่าเป็นอะไรนพพพ
    #27
    0
  11. #23 1a1c23456 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 01:18
    น้องน่ารักมากเลยยยย ฮือ หลง
    #23
    0
  12. #22 jargon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 20:37
    จะบอกว่าน่ารักมากกกกกก

    อบอุ่นใจสุดๆเลยค่ะ

    รออ่านอยู่น้า :)
    #22
    0
  13. #18 pannjed . (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 06:45
    น น้อง ฮือ ใจพี่ ใจบางไปหมดแล้ว พี่องก็รักน้องเอามากๆเลยนะคะ /ยิ่งเขัยนก็ยิ่งรู้สึกว่าโรคนี้น่าสนใจ
    #18
    0
  14. #16 mysnowb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 14:32
    พล็อตแปลกดีค่ะ เราไม่เคยรู้วาก่อนเลยว่ามีโรคอย่างนี้ด้วย
    ไรท์ทำการบ้านเกี่ยวกับอาการมาดีจังคะ เราชอบมากเลยฮื่ออ
    ยัยน้องน่ารักมากก พี่ซองอูนี้อารมณ์เลี้ยงต่อยเลยนะเฮีย ไออกมาทีมีแต่คำว่าคุกนะ 555
    น่าติดตามมากค่ะ เรารอตอนต่อเลยย
    #16
    0
  15. #14 เจ้าชายอสูร_B2UTY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 00:53
    โอ๊ย แดนนนนนน ถ้าเราเป็นซองอูเราก็ให้หมดเลยนาทีนี้
    อยากได้อะไร เอาไปเลย 😍😍😍😍😍😍😍
    #14
    0
  16. #10 pxgnes (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:58
    ยัยน้องน่ารักมากเลย
    #10
    0
  17. #9 Impeach (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:16
    โอ๊ยยย น้องเนียล พิองใจแตกหมดแล้วค่า 555555
    #9
    0
  18. #7 purpleliner (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 21:54
    สนุกมากค่า น้องซามอยด์เรานี่น้าาา
    #7
    0
  19. #6 bbell2iiam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 21:21
    ฮือออ มันดีมากเลยค่ะะะ
    ชอบที่ไรท์มีอ้างอิงในการแต่งอ่า
    #6
    0