Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 9 : Fight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    8 ก.พ. 60

STAR









All is a riddle
And the key to a riddle...
Is another riddle 
-- Ralph Waldo Emerson --


        

IX : Fight

“ในที่สุดเราก็ได้พบกันสักที อีวี่ที่รัก” โวลเดอมอร์เอ่ยเยียบเย็น พลางตบเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้ตน “ฉันรอเธอมานานแล้ว มา... มานั่งตรงนี้”

เด็กหญิงเดินไปหาอย่างว่าง่าย และนั่งลงข้างกัน

ไม่ทันได้ตั้งตัว มือขาวซีดและเรียวยาวราวขาแมงมุมก็เอื้อมมาที่ใบหน้าของเธอ เขาจับที่แก้มทั้งสองข้างของอีวานเจลีนได้ด้วยมือข้างเดียว ปลายเล็บกดลงอย่างแรงจนเด็กหญิงรู้สึกเจ็บ แต่โวลเดมอร์ไม่สนใจ ดวงตาสีแดงชาดของเขาตรึงแน่นอยู่กับใบหน้าของเธออย่างพินิจ เกือบทุกคนที่อยู่ในห้องกลั้นหายใจ เบือนหน้าหนี ราวกับว่าหากยังคงมองต่อไปอาจเป็นตัวเองที่จะต้องถูกเจ้านายของตนทำแบบนั้นด้วยแทน

“...เธอกำลังปิดบัง อะไรอยู่...” เขาถามเสียงเย็นเยียบ มองลึกเข้าไปในดวงตา ราวกับว่ามันสามารถทะลุเข้าไปในทุกส่วนของจิตใจของเธอได้

อีวานเจลีนไม่หลบตา แต่กลับมองกลับไปอย่างสงบนิ่ง ไม่ใช่การแสดงออกที่คนทั่วไปมักจะทำเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อมดศาสตร์มืดที่น่าเกรงกลัวที่สุดในรอบหลายปีเช่นโวลเดอมอร์

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เด็กหญิงจึงยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย มันรวดเร็วพอ ๆ กับการขยับตัวอย่างระแวดระวังของผู้เสพความตายคนอื่นที่ยืนอยู่รอบข้าง พวกเขาทั้งหมดดึงไม้ของตัวเองออกมา และชี้ตรงมาที่เธอเป็นทางเดียว

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

“แกอย่าได้บังอาจหันไม้ของแกใส่จอมมารนะ! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร! นังเด็กไม่รู้ที่ต่ำที่สูง!” เสียงแหลมสูงดังขึ้นมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง เธอยืนอยู่ใกล้กับโวลเดอมอร์มากกว่าที่คนอื่นทำ -- และอาจมีเธอแค่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกปลื้มปีติเมื่อได้เข้าใกล้เขา -- เปลือกตาหนาปรือและทรงผมที่ยุ่งเหยิง กับใบหน้าที่ผอมซูบซีดจนเหมือนหัวกะโหลกที่มีผิวหนังปกคลุม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอจ้องมองมาอย่างคลุ้มคลั่ง

ครูซิ...” เธอกำลังจะเสกคำสาบกรีดแทง แต่ทุกอย่างก็หยุดลง เมื่อมือขาวซีดของโวลเดอมอร์ยกขึ้นห้ามช้าๆ

“พอแล้วเบลลาทริกซ์”

อีวานเจลีนมองกลับไปที่ผู้หญิงคนนั้น เธอดูตระหนกตกใจที่ถูกปราม แต่ก็ถอยหลังหลบไปพลางจ้องมองมาที่อีวาเจลีนอย่างกินเลือดกินเนื้อ

เด็กหญิงยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นอีกครั้ง ทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อด้วยสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก ปากพึมพำแผ่วเบาว่า

เรเวลลิโอ...

สีแดงสดเคลื่อนขยายเข้ามาในดวงตา ขณะที่สีดำค่อยๆจางลงไปทีละนิด จนกระทั่งส่วนนัยน์ตาที่เคยเป็นสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นแดงชาดราวกับมีทับทิมเม็ดใหญ่ประดับอยู่ รูม่านตาเรียวเล็กลงจนกลายเป็นเส้นขีดตั้ง และจ้องมองไปยังผู้ที่มีดวงตาแบบเดียวกับตนอย่างสงบนิ่ง

โวลเดอมอร์ส่งเสียงในลำคออย่างพึงพอใจ

“มีพ่อมดแม่มดเพียงแค่หยิบมือเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ แม้แต่พวกมือปราบมารหลายคนยังไม่สามารถทำได้” โวลเดอมอร์เอ่ย “แต่น่าสงสัยมากกว่าว่าทำไมต้องทำ -- เซเวอร์รัส”

“เพราะเราอยู่ใกล้กับดัมเบิลดอร์เกินไปขอรับ--

“ตาแก่นั่นยุ่งวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด!” เสียงหวีดแหลมของผู้หญิงคนเมื่อครู่ดังแทรกขึ้นอีกครั้ง

-- พวกเราหลายคนถูกมือปราบมารตามล่าหลังจากที่ท่าน...” เขาเว้นไว้ แต่ทุกคนเข้าใจดี “... และถ้ามีคนรู้ว่าเธอเป็นใคร เธอจะไม่มีทางรอดเงื้อมมือของพวกนั้นถ้าไม่ซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้”

โวลเดอมอร์พยักหน้า แล้วหันมาจ้องมองอีวานเจลีนอีกครั้ง

“เดาว่าเธอคงมีอะไรที่อยากจะให้ฉันดูอีก...”

สเนปมองทั้งคู่นิ่งสนิท แต่ในความสงบของเขา เขารู้ดีกว่าโวลเดอมอร์กำลังพยายามทำอะไรอยู่

จอมมารกำลังทดสอบ...

ทดสอบว่าเธอ คู่ควรที่จะได้ยืนเคียงข้างตนหรือไม่

อีวานเจลีนมองไปรอบห้องโดยไม่ต้องออกคำสั่ง ลุกขึ้นเดินผ่านผู้เสพความตายทีละคน ดวงตาสีแดงคู่นั้นทำหน้าที่ราวกับเป็นกระสุนปืนที่ทะลุผ่านเข้าไปในสมองของใครก็ตามที่ไม่สามารถป้องกันตนได้ ขุดลึกทุกอารมณ์ความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าได้รับอนุญาตหรือไม่

พวกเขาเหล่านั้นพยายามไม่สบตาเธอ หันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ต้องการให้ตาสีแดงคู่นั้นมองตน

อีวานเจลีนเดินไปจนสุดปลายแถว ครบทุกคนแล้วจึงกลับมานั่งที่เดิม

“พวกเขากลัวที่ต้องอยู่ที่นี่... มีแค่บางคนเท่านั้นที่พอใจ... คนที่ภักดี มีน้อยเหลือเกิน”

โวลเดอมอร์ไม่ได้โกรธอะไร มันเป็นความจริงที่รู้มาตลอดอยู่แล้ว ว่าสมุนเกือบทั้งหมดของเขาติดตามเขาเพราะคำเพียงคำเดียวคือความหวาดกลัว ไม่ใช่ภักดีหรือซื่อสัตย์ และเมื่อภัยจวนตัวคนพวกนี้ก็ลื่นเสียยิ่งกว่าปลาไหล หลบหลีกเอาตัวรอดกันอย่างน่าไม่อายและไร้ศักดิ์ศรี นั่นทำให้ปากที่ไร้ริมฝีปากของเขาเหยียดยิ้มทันที

เธอกำลังพินิจใจ... และทำมันได้ดีเสียด้วย

“ถูก” เขาพูดเรียบๆ มือซีดขาวชี้ไปที่กลุ่มคนในชุดสีดำซึ่งดูซูบผอมมากกว่าคนอื่นๆ แต่ทุกคนล้วนมีใบหน้าที่สะท้อนไปด้วยความปีติยินดี “พวกที่ภักดีต่อฉัน... ส่วนใหญ่แล้วจะจบลงด้วยความตายหรือไม่ก็ถูกส่งไปที่อัซคาบัน อย่างเช่นพวกนี้ -- เบลลาทริกซ์ โรโดลฟัส ราบาสแตน และน่าเสียดาย... บาร์ทีเมียส -- ที่เป็นหนึ่งในสมุนไม่กี่คนที่ตามหาฉันเมื่อสิบสี่ปีก่อน และยืนหยัดมั่นคงแม้จะโดนพิพากษาให้ไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับผู้คุมวิญญาณ แต่ก็เพราะความภักดีนั้น ฉันจึงเห็นว่าพวกเขาควรค่าที่จะกลับมาอยู่รับใช้ใกล้ตัวมากกว่านอนเน่าอย่างไร้จุดหมายอยู่ที่นั่น

“และก็ถือว่าเป็นโชคของเรา ที่เจ้าพวกนั้นมีผู้นำโง่เง่าที่ไม่ยอมรับความจริงเรื่องของฉัน เจ้าโง่ฟัจด์-- มันวิ่งแจ้นปิดข่าวเรื่องนักโทษแหกคุกหมู่กันจ้าละหวั่น แต่อีกไม่นานนักหรอก... พวกมันทั้งหมดจะต้องรับรู้ และหวาดกลัว...”

โวลเดอมอร์อธิบายอย่างเยือกเย็นราวกับกำลังเล่านิทานก่อนนอน เพราะถูกใจที่อีวานเจลีนสามารถทำบางอย่างที่เขาถนัดได้อย่ายอดเยี่ยม

แต่ก็ไม่ถึงขั้นพึงพอใจ...

ต้องมากกว่านี้

มือขาวซีดสะบัดไม้กายสิทธิ์ ไปยังวัตถุบางอย่างที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศตรงมุมห้อง และเมื่อทุกคนเพ่งมองดูให้ดี ก็พบว่าเป็นร่างของคนๆหนึ่ง ที่กำลังหมดสติ ร่างนั้นขยับมาใกล้เรื่อยๆ -- เขาเป็นชายร่างผอมสูง ผมขาว มีเคราแหลมที่บิดงอขึ้น -- แต่เมื่อโวลเดอมอร์กระดกไม้ ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง และเริ่มตะเกียกตะกายดิ้นรนต่อสู้ แต่ก็ไม่สามารถเป็นอิสระจากพันธนาการที่มองไม่เห็นซึ่งบีบรัดร่างกายของตนเอาไว้ได้แม้แต่นิดเดียว

“ฉันเดาว่าพวกแกคงยังจำเพื่อนเก่าได้” เสียงก่นด่าของเหล่าผู้เสพความตายดังขึ้นอย่างเหลืออด ในขณะที่ร่างนั้นลอยเข้ามาใกล้ขึ้น “เพื่อนเก่าของเรา ไอกอร์ ฉันได้ข่าวว่าแกทำอะไรเพื่อฉันและสมุนของฉันไว้มากมายเลยทีเดียว”

“... จะ... เจ้านาย... อะ... โปรดอภัยด้วย... อภัย... ด้วย...” เขากล่าวออกมาอย่างยากลำบาก ดวงตาที่ฉายชัดถึงความหวาดกลัวสุดขีดนั้นมองมาอย่างอ้อนวอน มีน้ำหูน้ำตาไหลเปื้อนเต็มหน้า

“แกเคยทำอะไรดีๆให้ฉันหลายอย่าง...” โวลเดอมอร์ลากเสียง ไม่มีใครในห้องที่รู้ว่าเขาต้องการจะทำอะไร “แต่แกก็ทำเรื่องที่ดีเยี่ยมยิ่งกว่านั้น... ตอนที่ฉันไม่อยู่

“...นายท่าน... ผิดไปแล้ว... ได้โปรด... ได้โปรด”

“เงียบ!” เสียงของคาร์คารอฟหายไปอยู่ในลำคอ ราวกับลิ้นของเขาถูกผูกเอาไว้ในปาก แม้แต่ผู้เสพความตายคนอื่นที่กำลังด่าทอก็เงียบเสียงไปเช่นกัน “... ฉันเข้าใจแกดีเลยล่ะไอกอร์ คนเรามันก็ต้องต่อสู่เพื่อชีวิตของตัวเองอยูแล้ว จะมีอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายล่ะจริงไหม และกับสิ่งดีๆที่แกเคยทำให้กับฉันมา ฉันเลยคิดว่าควรจะให้โอกาสแกได้แก้ตัวสักหน่อย -- ” โวลเดอมอร์ชี้ไม้กายสิทธิ์ของเขาไปอีกด้านหนึ่ง เครื่องเรือนต่างๆที่เคยตั้งเอาไว้ส่งเสียงดังแกรกกราก ก่อนที่มันจะลอยไปกองกันที่มุมห้องในพริบตา “--ให้แกได้มีโอกาสสู้เพื่อชีวิตของตัวเองอีกครั้ง”

ร่างของคาร์คารอฟหล่นลงพื้นเสียงดังพลั่ก คาถาพันธนาการคลายออก ไม่มีเชือกที่มองไม่เห็นพันร่างกายอีกแล้ว เขาลุกขึ้นยืนในทันที ใบหน้าเจ้าเล่ห์ที่บัดนี้ซูบผอมฉายชัดเพียงความหวาดกลัว ยกชายเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อและคราบน้ำตาที่ผุดซึมเต็มหน้า

จอมมารกำลังพยายามทำอะไร  นี่คือสิ่งเดียวที่ผู้เสพความตายคนอื่นๆคิด ขณะมองร่างของอดีตเพื่อนร่วมงานกับเจ้านายของตนสลับกันไปมา

“เอาไม้กายสิทธิ์ของแกให้มันยืมซิ ลูเซียส” โวลเดอมอร์สั่งเรียบๆ

ร่างผอมสูงในชุดเสื้อผ้าที่หรูหรากว่าใครก้าวเท้าออกมาจากมุมห้อง เขาเป็นชายผู้มีผมสีบลอนด์จาง กับใบหน้าเสี้ยมแหลมที่แสนหยิ่งยโส เขาหยิบไม้กายสิทธิ์ของตนออกมาตามคำสั่ง ก่อนจะโยนใส่คาร์คารอฟที่ตัวสั่นงันงก

“สู้... เพื่อตัวแกเองอีกสักครั้ง ถ้าแกฆ่าผู้ประลองของแกได้ ก็เดินออกจากที่นี่ได้ทันที และจะไม่มีใครตามล่าแกอีกแล้ว กลับไปใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ชั้นต่ำที่เหมาะกับตัวแกต่อไป -- ส่วนเธอ อีวี่” โวลเดอมอร์พูดอย่างไร้ความรู้สึก ดวงตาสีแดงของเขามองมาที่เธอ เด็กหญิงไม่หลบตา “ทำให้ฉันประทับใจ จงสู้... ทำเพื่อชีวิตตัวเอง ถ้าไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่มีค่ามากพอที่จะกลับมา และจง...ตาย เสีย

อีวานเจลีนลุกขึ้นยืน เธอหยิบไม้กายสิทธิ์เก่าซีดเซียวของเธอออกมาจากเสื้อคลุมอย่างเชื่องช้า ดวงตาฉายชัดเพียงความสงบนิ่ง อ่านไม่ได้แม้ว่าจะพยายามมากเท่าไรก็ตาม -- ไม่ใช่การแสดงออกโดยทั่วไปของเด็กในวัยนี้สักนิด -- ร่างเล็กเดินมา และหยุดยืนตรงข้ามกับคาร์คารอฟ ประจันหน้ากัน โดยมีพยานนับสิบชีวิตกำลังจ้องมองและเฝ้ารอดูการประลองที่กำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าอย่างหิวกระหาย

คาร์คารอฟยกยิ้มมุมปาก ร่างกายของเขาหยุดสั่น ในหัวคิดเพียงแค่อิสรภาพของตนที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้ เพียงแค่ฆ่าเด็กผู้หญิงตรงหน้า เขาก็สามารถออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว...

เรื่องง่ายๆ

คอนฟรินโก!” เขาแผดเสียง ไม่ต้องรอให้ใครบอกให้เริ่มสู้

“อินเซนดิโอ!

คลื่นไฟร้อนระอุสองเส้นปะทะกันที่กลางห้อง ส่องประกายสว่างจ้าราวกับเกิดการระเบิด อีวานเจลีนและคาร์คารอฟร่ายคาถาออกมาพร้อมกัน แต่เป็นคาถาของคาร์คารอฟที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไฟของเขาเริ่มหมุนวนเป็นรูปร่าง และกลืนกินไฟของอีวานเจลีนที่ลดขนาดเล็กลงเรื่อยๆจนหายไป มันพุ่งตรงมาที่เธอ  เด็กหญิงเบี่ยงตัวหลบ พร้อมๆกับสกัดคาถาที่กำลังจะมาถึงตัว

“โพรเทโก!” เธอร่ายคาถา “เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส!

คาร์คารอฟเหยียดยิ้ม เขาปัดคาถานั้นได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเอ่ยอย่างเย้ยหยัน

“เดิร์มสแตรงก์ไม่สอนคาถาเด็กๆแบบนั้นหรอกรู้ไหม... ต้องนี่สิ!

คลื่นสีเงินยาวแตกแขนงเป็นสาย มันกระจายตัวราวกับต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาบนท้องฟ้า ก่อนผ่าพุ่งตรงมาหาเธอ เป็นคาถาไร้เสียงที่สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในห้อง ชั่วขณะที่คาถากำลังจะถูกตัว อีวานเจลีนก็ปัดมันลงพื้น แผ่นไม้เนื้อดีเบื้องล่างทะลุเป็นรูขนาดใหญ่ มีกลิ่นไหมโชยเข้าจมูก และก่อนที่คาร์คารอฟจะเสกคาถาอีกครั้ง เธอก็ร้องว่า

“อิมเปดิบเมนตา!

ร่างสูงลอยหวือไปกระทบกับผนังห้องดังพลั่ก เขาปัดคาถาไม่ทัน ดวงตาเรียวมองมาอย่างมาดร้าย มันส่องแสงแรงกล้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

เซอร์เพนซอร์เทีย!

เสียงระเบิดดังขึ้น สะท้อนก้องในห้องที่ปิดสนิท มีงูสีดำยาวกว่าห้าเมตรพุ่งออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ของเขา ลำตัวหนามันเลื่อมนั้นมีขนาดใหญ่เท่าต้นแขนของผู้ชาย ดวงตาสีดำกลมโตของมันจ้องมองเธอพลางชูหัวขึ้นสูง แผ่นหนังที่คอแผ่ออกอย่างดุร้าย แยกเขี้ยวสีขาววาววับออกมา ส่งเสียงขู่ฟู่ฟ่อไม่เป็นภาษา พร้อมทำร้ายใครก็ตามที่ยืนขวางทางของมันอยู่

 “จงอาง...ราชาแห่งอสรพิษทั้งมวล... ดูท่าว่าเจ้าตัวนี้มันคงอยากจะฆ่าใครสักคนนะ”

 เขาพูดอย่างขบขัน หากปฏิกิริยาที่หวาดกลัวจนลนลานอย่างที่คาดเอาไว้กลับไม่ปรากฏออกมาจากใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของผู้ประลองของตน คาร์คารอฟแปลกใจที่อีวานเจลีนทำเพียงยกยิ้มที่มุมปาก

ดวงตาสีแดงเข้มมองเขาอย่างพึงพอใจ

“ใช่... เขาพูด อย่างนั้นจริงๆ”

เด็กหญิงบอกเขา น้ำเสียงราบเรียบจนคล้ายจะกลายเป็นเย็นชา

อีวานเจลีนส่งเสียงไม่เป็นภาษา ดังก้องอยู่ในห้องที่ปิดสนิทนั้น มันเป็นการขู่ฟู่ฟ่อคล้ายกับสิ่งที่งูมักจะทำ ผู้เสพความตายคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ไม่มีใครฟังออกว่าเธอกำลังพูดอะไร เว้นเพียงโวลเดอมอร์และงูสีดำที่ได้รับคำสั่งเท่านั้น

จัดการมัน!

งูสีดำหันหลังกลับไปหาคาร์คารอฟในทันที มันเลื้อยไปหาพร้อมกับฉกที่ขา แต่เขาหลบทัน ก่อนจะชี้ปลายไม้กายสิทธิ์ไปที่งู แล้วตะโกนดังลั่น

คอนฟรินโก!

“ไฟไนท์” เธอเสกคาถาป้องกันงูไว้ได้ทันเวลา แต่การกระทำนั้นกลับทำให้คาร์คารอฟยกยิ้มอย่างชั่วร้ายที่มุมปาก

อีวานเจลีนรู้ว่าตนทำพลาดเสียแล้ว

หลงกล!

เด็กโง่!

คาร์คารอฟเสกคาถาไร้เสียงอีก ครั้งนี้เป็นสายลมรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หมุนคว้างกลางอากาศ มันพุ่งตรงมาหาเธอ ร่างกายถูกผลักด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างแรงพร้อมกับโดนความแหลมคมดุจใบมีดบาดเข้าที่ใบหน้า เธอกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้อง ล้มลงอย่างหมดเรี่ยวแรงที่พื้น เลือดไหลออกมาจากหางคิ้วที่ถูดบาดจนฉีกขาดเป็นรอยยาว เข้าไปในดวงตาข้างซ้ายจนมันเปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มกรอบตา เจ็บจนจุก ขยับตัวแทบไม่ได้

“นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวนะ เราก็คงจะสู้เพื่อชีวิตของตัวเองใช่ไหม อย่าถือสากันล่ะ” คาร์คารอฟเยาะ “เรายังห่างชั้นกันอีกหลายขุม ตายซะเด็กน้อย”

อีวานเจลีนมองเลยข้ามห้องไป ไม่ได้สนใจคาร์คารอฟที่กำลังบ้าน้ำลาย เธอมองไปยังร่างขาวซีดที่นั่งมองดูการต่อสู้ทั้งหมดอย่างสงบนิ่ง ดวงตาสีแดงที่เหมือนกับตาของเธอคู่นั้นฉายชัดไปด้วยความผิดหวังและเบื่อหน่าย

ใจดวงน้อยกระตุกถี่ ปลายนิ้วเย็นเยียบราวกับร่างที่ไร้ชีวิต

เบื่อหรือ ผิดหวังอย่างนั้นหรือ...

ไม่... ไม่มีทาง...

เขาจะต้องไม่รู้สึกอย่างนั้นกับเธอ!

อาวา...” คำสาบพิฆาตที่กำลังจะถูกร่ายหยุดลงกะทันหัน เมื่อร่างเล็กซึ่งนอนอยู่ที่พื้นชี้ปลายไม้กายสิทธิ์มาทางเขา และส่งคำสาบร้ายมาที่เป้าหมายก่อน

ครูซิโอ!

คาร์คารอฟร้องลั่น ความเจ็บร้าวบาดลึกเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย เจ็บปวดราวกับกำลังโดนมีดแหลมคมแล่เนื้อออกมาทีละนิด เหมือนสมองกำลังถูกคว้านและทุบซ้ำๆ  เขาดิ้นเร่าๆอยู่ที่พื้นอย่างทุกข์ทรมาน ศีรษะสะบัดจนกระแทกกับพื้นอย่างแรง มีเลือดไหลออกมาจากปาก ตา และหู ดูน่าสมเพชและเวทนาเป็นที่สุด

เขานอนเจ็บปวดอยู่อย่างนั้น...

นานหลายนาที...

แม้แต่ความตายก็ยังดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ และอีวานเจลีนคิดว่านั่นจะเป็นการกระทำที่กรุณากับเขา...  ถ้าเธอแค่พูดคำว่า อะวาดา เคดาฟ-รา แล้วปลิดชีวิตของอีกฝ่ายลงเสีย

ดวงตาสีแดงของเธอมองไปยังร่างที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอีกครั้ง ก่อนจะชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่คาร์คารอฟอย่างเชื่องช้า

ยังหรอก... เธอบอกตัวเอง

ต้องทรมานกว่านี้

ครูซิโอ

ร่างของเขาเริ่มชักกระตุก  มีเลือดไหลออกมาท่วมหน้าท่วมตาจนย้อมพื้นที่นอนดิ้นอยู่ให้เป็นสีแดง เสียงเดียวที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือเสียงหายใจฟืดฟาดจวนเจียนจะขาดใจของอดีตอาจารย์ใหญ่แห่งเดิร์มสแตรงก์ สะท้อนก้องในห้องที่ปิดสนิทอย่างทุกข์ทรมาน

ผู้เสพความตายชายหญิงที่ยืนอยู่รายล้อมเบือนหน้าหนี เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงมองภาพตรงหน้าอย่างตั้งใจ เบลลาทริกซ์แลบลิ้นเลียริมฝีปาก ดวงตาเป็นประกาย ในขณะที่โรลโดฟัสผู้เป็นสามีกลับยิ้มออกมาอย่างน่าสยดสยอง

โวลเดอมอร์ลุกขึ้นยืน และเดินมาหยุดอยู่ข้างอีวานเจลีน ก่อนจะชี้ปลายไม้ของตนไปที่ร่างของคาร์คารอฟที่กระตุกถี่ ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ราวกับจะยิ้มได้

อะวาดา เคดาฟ-รา!

แสงสีเขียวเจิดจ้าพุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมาย กระแทกลงเหนือหัวใจพอดิบพอดี ดวงตาของคาร์คารอฟเบิกกว้าง เขานิ่งไป แขนขาตกห้อยลงข้างตัวราวกับหุ่นกระบอกที่ไร้ผู้เชิด ไม่มีความรู้สึกรับรู้ใดๆอีก เหลือเพียงร่างกลวงเปล่าที่ไร้ซึ่งวิญญาณเท่านั้น...

เขาตายแล้ว

งูใหญ่ตัวหนึ่งเลื้อยเข้ามาใกล้ศพ มันผ่านงูสีดำอีกตัวไปอย่างวางอำนาจ ส่งเสียงขู่ฟู่ฟ่อที่ฟังไม่เป็นภาษาไปยังร่างผอมสูงในชุดคลุมสีดำซึ่งยืนอยู่เหนือหัว

“อาหารเย็น...”

กินไม่ได้ เราจะไปจากที่นี่เร็วๆนี้ ยังมีคนตามกลิ่นเราเยอะเกินไป เดี๋ยวฉันจะหาให้ใหม่...” โวลเดอมอร์ตอบกลับมา

นากินีเลื้อยกลับไปนอนที่หน้าเตาผิงอย่างขัดใจ ขดตัวเป็นวงกลมพลางจ้องมองกลุ่มคนในห้องอีกครั้ง

โวลเดอมอร์หันไปยังกลุ่มผู้เสพความตาย และสั่งเสียงเรียบ

“เอาไอ้เศษสวะนี่ไปทิ้งให้ไกลจากที่นี่ ทำให้เหมือนมันตายเองด้วยล่ะ”

ศพของคาร์คารอฟถูกขนออกไปในทันที โวลเดอมอร์เดินมาหาอีวานเจลีนอย่างเชื่องช้า มือขาวซีดที่เรียวแหลมจับที่แก้มของเธอ นิ้วเหยียดยาวปาดลงบนเลือดที่เปื้อนเลอะหน้าซีกหนึ่ง เขามองของเหลวสีแดงเข้มที่ติดมือของตนอย่างพึงพอใจ และพูดด้วยภาษาพาร์เซลที่สะท้อนก้อง

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอจะไม่ต้องปิดบังว่าตัวเองเป็นใครอีกแล้ว เธอจะยืนอยู่ข้างฉันเมื่อโลกผู้วิเศษทั้งหมดอยู่ในมือฉัน... อีวี่

เด็กหญิงเหลือบดวงตาสีแดงสดของตนขึ้นมองโวลเดอมอร์ เธอส่งยิ้มที่แสนเยือกเย็นให้เขา

“ค่ะ ท่านพ่อ


            ขออนุญาตปรับปรุงเนื้อหาจากในหนังสือสักเล็กน้อยนะคะ

            จากการที่ไปหาข้อมูลจากเว็บไซต์ Muggle-V พบว่าฮอกวอตส์เปิดเทอมวันที่ 1 กันยายนของทุกปี และจะปิดยาวช่วงคริสมาสต์ (คล้ายๆปิดเทอมหนึ่ง) และจะมีรถไฟพานักเรียนกลับมาเรียนต่อในช่วงก่อนวันที่ 1 มกราคม

            ทำให้วันที่อีวี่ไปพบโวลเดอมอร์ ควรจะเป็นวันสุดท้ายของการปิดเทอม (เพราะตามหนังสือพวกแฮร์รี่ก็เดินทางกลับฮอกวอตส์วันนั้นพอดี) ซึ่งนั่นก็ไม่เกินวันที่ 1 มกราคม นั่นเอง

          แต่จากการหาข้อมูลอีก นั่นคือ ในเล่ม 5 มีการแหกคุกหมู่ที่อัซคาบัน ในเดือนมกราคมค่ะ นั่นคือจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเบลลาทริกซ์จะอยู่ด้วยได้ในวันที่อีวี่ไปหาโวลเดอมอร์เลย เราเลยทำการดัดแปลง เป็น เกิดการแหกคุกหมู่ก่อนเดือนมกราคมไม่นาน และทางกระทรวงกำลังปิดข่าวไว้ แต่สักพักข่าวรั่วไหลไปในช่วงเวลาตามหนังสือค่ะ

            และอีกอย่างก็คือเรื่องคาคาร์รอฟ อันนี้ไม่ชัวร์เท่าไร แต่เหมือนจะจำได้รางๆว่ามีคนพบศพตอนเล่ม 6 ค่ะ แต่ไม่ชัวร ใครชัวร์บอกได้ค่ะ (อาจจะเกิดอะไรกับตัวเขาก่อนหน้าที่จะตายก็ได้) ดังนั้นเราก็เลยใช้ช่องว่างนี้ เปลี่ยนเรื่องเป็นให้คาร์คารอฟถูกจับตัวมาตั้งแต่เล่ม 5 ค่ะ แล้วตาย แต่ถูกเอาศพไปทิ้งค่า

 

            ในที่สุดก็รู้สักทีว่าอีวี่เป็นครายยยยยยยย

            กร๊าสสสสสส เก็บกดและคันปากมานานแล้ว

เป็นไงคะ คาแรกเตอร์อีวี่แบบนี้ ชอบกันไหม (เราอยากเห็นอีวี่เสกคำสาปกรีดแทงมากเลยค่ะ>>โหดจรุง)

ปล. เท่าที่อ่านหนังสือมา (ฉบับภาษาไทย) เราจินตนาการสีตาของโวลเดอมอร์ว่ามีสีแดงค่ะ และก็เป็นสีแดงแบบแดงทั้งตาเลย (ตาขาวไม่มี น่ากลัวจรุง) แต่พอจะให้อีวี่มีตาแบบเดียวกัน ก็ทำใจไม่ได้เลยที่จะให้ตาแดงแบบนั้น ก็เลยเอาแค่ส่วนนัยน์ตาก็พอค่ะ

ประมาณนี้เนอะ


ปล. ที่แฮร์รี่เคยพูดคิดไว้ในตอนที่เจออีวี่ครั้งแรกจะคิดถูกไหมนะ 

"ได้ส่วนดีของแม่มามากกว่าส่วนเสียของพ่อ"

ได้มาแค่ตา จะได้ส่วนอื่นอีกไหม อีวี่จะมีจมูกหรือไม่!!!! โปรดติดตามมมม

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #690 Nasrin_Riddle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 17:34
    แง้ง -เราก้อนึกว่าพี่ทอมจะเป็นพระเอก
    #690
    0
  2. #674 autumn morning^^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:34
    น่าจะมีจมูกนะ เพราะทอมร่างเดิมก็มีจมูก(หล่อมากด้วย)และต่อใก้มีลูกตอนไหน แต่เราว่า น้องคงไม่เกิดมาไม่มีจมูกแบบร่างใหม่ น่าจะเป็นตามร่างเดิม แบบตามกรรมพันธุ์ ไม่น่าตามร่างที่เปลี่ยนไปเพราะใช้เวทย์มนต์สร้างขึ้นมาใหม่
    #674
    1
    • #674-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      20 มกราคม 2563 / 13:24
      ฮ่าๆ งั้นอีวี่ควรมีจมูกตามที่รี้ดเดอร์ว่าไว้ค่ะ ใช่แล้ว!!! ปู่ทอมจะเปลี่ยนไปยังไงแต่ร่างต้นแบบก็ยังเป็นหนุ่มหล่อลากดินเหมือนเดิมนี่นา
      #674-1
  3. #432 i_phone2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 18:26
    โอ้มายก้อชชชชชช อีวี่ยยยยยย์!!!!!!!
    #432
    1
    • #432-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      3 มกราคม 2561 / 21:26
      อีวี่พันธ์ดุ
      #432-1
  4. #344 Barea (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 18:19
    ขอร้อง ให้จมูกแก่อีวี่เถอะ ถ้าไม่มีเรารับไม่ดรั้ย
    #344
    1
    • #344-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      31 ตุลาคม 2560 / 09:56
      คาถาลวงตาชัด ๆ ฮ่าๆ
      #344-1
  5. #294 Savant A. Cloud (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 14:05
    ให้อีวานมีจมูกเถอะค่ะ 5555555555555555
    ตอนนี้อีวานโหดจับใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะกล้าร่ายคำสาปกรีดแทงนานขนาดนั้นนน
    ชอบค่ะ ชอบ ติดตามนะคะ!
    #294
    1
    • #294-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:51
      มีจริงเปล่า หรือจมูกจะเป็นคาถาพรางตา ฮ่า
      #294-1
  6. #239 Linna Lily (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:04
    กริ๊ดดดดดดด
    #239
    2
    • #239-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      10 กรกฎาคม 2560 / 00:35
      กรี๊ดด้วยยยยยยย
      #239-1
    • #239-2 Lin lil(จากตอนที่ 9)
      16 ตุลาคม 2560 / 09:16
      ทำไมเราจิ้น โวลดี้ กับ อีวี่ ไม่นะ พ่อลูกคู่นี้5555
      #239-2
  7. #146 m.ppmm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 20:18
    ว้าวววว เป็นลูกจริงด้วย อีวี่เธอจะไม่กลัวพ่อหน่อยหรอ
    #146
    1
    • #146-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      17 เมษายน 2560 / 01:52
      เก่งมากเลยค่ะ หลอกไม่ได้เลย ฮ่าๆ
      #146-1
  8. #116 BlackRabbit1212 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 20:50
    หมดกันความตั้งใจที่จะให้อีวี่ได้กันกับโวลดี้ T^T ไม่เป็นไร!!! มีพ่อเป็นโวลดี้ก็ไม่เลว~~ ยังเหลือหนูเดรกให้เชียร์อยู่~~~
    #116
    1
    • #116-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      30 มีนาคม 2560 / 01:45
      รู้สึกภูมิใจ (??????) ที่หลอกได้ ฮ่าๆ
      อันที่จริงเคยคิดจะให้อีวี่คู่โวลดี้ค่ะ แบบไม่ใช่พ่อลูกกัน แต่ปรับไปปรับมา เอาแบบนี้ดีกว่า อิอิ
      #116-1
  9. #103 pungploy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 17:25
    กริ้ดดดดดดดดดดดด ท่านพ่อ!!!! //หึยยยมันไม่เหมือนที่คิดไว้555 โดนหลอกแล้วสิเรา
    #103
    1
    • #103-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2560 / 13:21
      ฮ่าๆ ตั้งใจมาหลอก อิอิ
      #103-1
  10. #96 岭飞 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 10:17
    ถ้างั้นอีเล็กตร้าคงเปนแม่ใช่มั้ย
    อยากอ่านคู่นี้ค่าาาา
    #96
    1
    • #96-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2560 / 13:06
      ใช่ไหมน้าาาาาาาาาาา
      #96-1
  11. #42 Tomaiey (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:59
    what!!!!! นี่เงิบไปแล้วว เป็นพ่อลูกกัน!! พ่อลูกกัน!!! 0.0 โอเค แล้วสเนปปี้เค้าล่ะเป็นอะไร คงไม่เป็นแม่นะ!! 
    ป.ล.แล้วใครเป็นแม่ คงไม่โดนฆ่าตายไปแล้วนะ....
    ป.ล.2 ยังช็อคอยู่
    ป.ล.3 ตอนแรกคิดว่าจะเป็นพระนาง....
    #42
    2
    • #42-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      13 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:09
      เค้าขอโต๊ดดดดดดดด
      #42-1
    • #42-2 Tomaiey(จากตอนที่ 9)
      15 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:49
      ไม่ค่ะๆ แบบนี้ก็สนุกดี แปลกใหม่ น่าติดตาม
      #42-2
  12. #40 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:16
    เคยนึกเล่นๆว่าเป็นลูกโวลดี้ แต่ไม่คิดว่าอย่างโวลดี้จะมีลูกเมียได้ เลยตัดความคิดนั้นไปดื้อๆ 5555
    นึกว่าอีวี่จะกลัวและขยะแขยงโวลดี้ซะอีก แต่ก็เปล่า
    อนาคตของอีวี่ในฮอดวอตต่อไปจะเป็นยังไงน้อ เดาไม่ถูก นางต้องมาสายต่อความฝันพ่อแน่เลย
    #40
    1
    • #40-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      10 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:58
      โวลดี้อาจจะเป็น Family man กว่าที่คิดก็ได้ ฮ่า
      #40-1
  13. #38 Black Paladin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:43
    ได้ไง!!! หักมุมไปแว้ววววว!!! (=[]=)
    #38
    1
    • #38-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:28
      ตามที่คิดคือคิดว่าอีวี่เป็นใครหรือคะ ฮ่าๆ อยากรู้จังว่ารีดเดอร์คิดไง
      ปล. ต่อจากนี้หักอีกสักห้าหกเจ็ดแปดมุมดีไหม
      #38-1
  14. #37 Ta.ti.sa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:07
    .....โดนหลอก=.="
    #37
    1
    • #37-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:23
      ยอม... รับว่าตั้งใจมาหลอก ทุกคำที่บอก ล้วนแต่หลอก ล้วนแต่ลวง......
      #37-1
  15. #36 G A L A X Y (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:36
    -()-อ้าวเห้ย ไม่เหมือนที่คิดเอาไว้นี่นา~
    #36
    1
    • #36-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 9)
      9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:24
      ที่คิดไว้คือไยเหยออออ บอกหน่อยจิ อยากรู้สกิลการหลอกของตัวเอง ฮ่า ^^
      #36-1