Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 67 : After the Dark I: Dream [End]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    12 ม.ค. 63

STAR







After the Dark I: Dream

บางทีเธอก็ฝัน... ในความฝันที่ไม่ปะติดปะต่อ ในม่านหมอกความทรงจำที่ขุ่นมัวจนเกือบจำอะไรไม่ได้ เธอได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อเธอ

เอล...

มันเป็นแค่ความคิดหรือไม่ก็ความรู้สึกน่ารังเกียจที่อยากจะขจัดทิ้งไปให้หมดจากใจ หากแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอก็ยังได้ยินมันอยู่ สัมผัสที่ติดค้าง ฝังแน่นในในทุกอณู ทำอย่างไร ก็ยังมีเศษเสี้ยวเบาบางที่ยังคงรู้สึกได้

เอล...

อีเล็กตราสะดุ้งตื่น ลืมตาโพลง หอบหายใจถี่กระชั้นเหมือนพึ่งออกวิ่งมาหยก ๆ เธอมองนาฬิกา พึ่งเที่ยงคืนเท่านั้น เธอเผลอหลับไปตอนช่วงหัวค่ำ คิดอยากนอนพักสักหน่อย แต่กลับเลยยาวมาจนค่อนคืนอย่างนี้ไปได้

ตาสีเทาอ่อนมองไปนอกหน้าต่าง เห็นฝนตกปรอย ๆ พร้อมกับลมพัดแรงจนต้นไม้ด้านนอกโบกสะบัดเหมือนกับเต้นระบำ

มิน่าถึงรู้สึกหนาว...

ไม้กายสิทธิ์สีซีดขาววางอยู่ข้างตัว นี่เป็นอีกวันที่เธอลืมมันทิ้งไว้บนเตียง อีเล็กตราลุกขึ้นนั่ง กระชับชุดคลุมให้แนบกับตัว เอื้อมมือไปหยิบไม้อันนั้น ก่อนจะนำมาวางไว้บนหัวนอน แล้วลุกออกจากห้องไป

ในอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่เยื้องไปจากห้องนอนของเธอ มีแสงไฟจากเตาผิงลอดออกมาจากช่องว่างของประตู อีเล็กตราผลักเข้าไปด้านในเนิบช้า และพบว่าคนอีกคนที่อยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ ยังไม่หลับ

“ดึกแล้ว ทำไมยังไม่นอน” น้ำเสียงห้วนสั้นราวกับกำลังตำหนิ ทำให้เจ้าของห้องที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงผุดลุกขึ้นนั่งในทันที “นอนไม่หลับหรือ”

คนอ่อนวัยกว่าพยักหน้า

อีเล็กตราเดินเข้าไปหา นั่งลงเคียงข้างกัน แล้วดึงหนังสือออกจากมือเล็กนั้น ก่อนจะอ่านชื่อที่อยู่บนปกเรียบ ๆ 

“อัซคาบันในแต่ละยุคสมัย”

“...หนู...” อีวานเจลีไม่รู้จะตอบอะไร

“กลัวหรือ” อีเล็กตราถามซ้ำอีกครั้ง “เรื่องพรุ่งนี้”

คำตอบยังเป็นการพยักหน้าเช่นเดิม

ผ่านมาได้สามเดือนหลังจากสงครามฮอกวอตส์ โลกเวทมนตร์ที่เกือบจะแหลกสลายค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ทั่วทุกบ้านสดใส เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และการกล่าววีรกรรมอันกล้าหาญของเด็กชายผู้พิชิตจ้าวแห่งศาสตร์มืดซ้ำแล้วซ้ำอีก

ทุกอย่างกำลังกลับเข้าสู่สภาพเดิมอีกครั้ง มันคือการเปลี่ยนแปลงที่อีเล็กตราพอจะคาดเดาได้ มากมายหลายอย่างที่เธอเดาเอาไว้ว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นจริง รวมทั้งอนาคตในวันพรุ่งนี้ด้วยเช่นกัน...

นั่นคือการเข้าไต่สวน เพื่อสืบข้อมูลเรื่องการดำเนินคดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโวลเดอมอร์ทั้งหมด

อีเล็กตราโดนเรียกไปที่กระทรวงในเจ็ดอาทิตย์ให้หลังจากวันที่เกิดสงคราม เธอไปที่นั่นเหมือนที่เคยบอกนางวีสลีย์ว่าจะไม่หนีไปไหน ให้ข้อมูลและอธิบายทุกอย่างที่รู้ ให้เหล่าลูกขุนเข้าใจ แล้วก็โดนปล่อยตัวกลับบ้าน พร้อมกับการมีมือปราบมารตามมาตรวจสอบทุกเดือน

และคิวของอีวานเจลีน คือวันพรุ่งนี้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ

“ได้ยินว่าครอบครัวของเดรโกจะโดนส่งไปอัซคาบัน” อีวานเจลีนยอมเปิดปากพูดสิ่งที่อยู่ในใจในที่สุด “ถ้าพวกเขาหาข้อแลกเปลี่ยนที่ดีกว่านี้ไม่ได้ พวกเขาถูกส่งไปที่นั่นแน่ค่ะ”

อีเล็กตราทำสีหน้าเยาะเย้ย “คิดจริง ๆ หรือว่าพวกมัลฟอยจะลื่นไหลพาตัวเองพ้นผิดไม่ได้”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องกลัวหรอก” อีเล็กตราเอื้อมมือมาลูบศีรษะของบุตรสาว หากตาสีแดงสดที่จ้องมองกลับมาทำให้ต้องเสมองไปทางอื่น “คิงส์ลี่เป็นคนตรงไปตรงมา เขาจะดูทุกข้อมูลที่รวบรวมมาได้จนรู้ว่าลูกไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเลย”

อีวานเจลีนยิ้มได้อีกครั้ง ในชีวิตที่พลิกผัน ที่เธอและแม่ต้องเทียวเข้าเทียวออกกระทรวงเป็นว่าเล่น พร้อมกับรับรู้ถึงความกดดันทางสังคมต่าง ๆ คนที่ทำให้เธอยังมีพลังอยู่ได้ อาจมีแค่เพียงคน ๆ นี้

เธอแทบไม่มีความทรงจำใด ๆ เลยเกี่ยวกับแม่ หรือแม้กระทั่งในวัยสิบห้าปีที่พบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก มันก็เป็นการพบกันที่เต็มไปด้วยความเฉยชา และบ่อยครั้งที่สัมผัสได้ถึงความเกลียดชังอันมหาศาลที่มีต่อกัน หากแต่ว่าในทันทีที่ได้รู้ว่าชีวิตต่อจากนี้จะต้องมาอยู่ในความดูแลของอีกฝ่ายทั้งหมด ท่าทีเหล่านั้นก็เปลี่ยนไป

อีเล็กตรามาคุยกับเธอบ่อยขึ้น ในตอนแรกที่ยังไม่คุ้นชิน มันก็เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนจากทั้งสองฝ่าย หากแต่ในท้ายที่สุดความสัมพันธ์ฉันแม่ลูกที่มีระหว่างกันก็เชื่อมโยงพวกเธอมาหากันได้ในที่สุด

“น้องเป็นยังไงบ้างคะ” ผู้เป็นลูกเปลี่ยนเรื่อง ก้มมองหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมานิด ๆ นั้น แล้วเอื้อมมือมาแตะเบา ๆ

บางครั้งในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ก็มักจะเกิดเรื่องที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปได้อีก เช่นเดียวกับอีเล็กตรา ที่ท้องอีวานเจลีนและคลอดเธอตอนโวลเดอมอร์เสียอำนาจครั้งแรก หรือแม้กระทั่งเด็กคนนี้ ที่ยังไม่รู้ว่าจะมีชะตากรรมในฐานะลูกของอดีตจ้าวแห่งศาสตร์มืดอย่างไร

 แต่ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน เธอก็จะไม่ทิ้งใครไปเด็ดขาด

“ก็ดี” อีเล็กตราตอบคำถาม ก่อนจะดันหลังบุตรสาวให้นอนลงบนเตียง ห่มผ้าให้เพื่อเพิ่มความอบอุ่น “ได้เวลานอนแล้ว”

อีวานเจลีนหลับตาลง ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นว่าลูกน่าจะผล็อยหลับไปแล้ว อีเล็กตราจึงเลือกจะเดินออกจากห้องไป

เสียงประตูปิดดังขึ้นเบา ๆ อีวานเจลีนใกล้จะหลับเต็มที หากแต่ในช่วงที่สติกำลังจะหลุดลอยออกไปนั้น... เธอกลับรู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่วางบนศีรษะ เบาบางจนเกือบรู้สึกไม่ได้ ลูบสัมผัสด้วยความอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด หากแต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่พบกลับเหลือเพียงแค่ความว่างเปล่า

ท่านแม่... ?

 

 

อีเล็กตรากลับมาที่ห้องของตัวเองอีกครั้ง แม้จะนอนมาหลายชั่วโมงแล้วก็ยังรู้สึกว่าร่างกายของตนยังคงอ่อนเพลียอยู่ เด็กคนนี้ทำเธอแพ้ท้องมากกว่าตอนที่ท้องอีวานเจลีน ทำให้ช่วงนี้จึงเอาแต่เก็บตัวพักผ่อนในห้องไม่ได้ออกไปไหน

พรุ่งนี้ต้องไปกระทรวงเวทมนตร์กับอีวานเจลีน ควรจะนอนได้แล้ว

คิดดังนั้นก่อนเสมองไปนอกหน้าต่าง ปรากฏว่าฝนยังตกอยู่ และมันก็ตกแรงขึ้นกว่าเมื่อครู่ แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะและฟ้าผ่าครืน ๆ แทบจะทุกห้านาทีทำให้เธอนอนไม่หลับ ไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด

เธอเดินไปหยิบหนังสือมาอ่านหน้าเตาผิง หากเปิดผ่านไปได้เพียงสองหน้าก็เป็นอันต้องวางมันลง เธอไม่อยากนอน และการมานั่งอ่านหนังสือเพื่อให้ง่วงก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการทำเช่นเดียวกัน ดวงตาสีเทาอ่อนเหม่อมองเข้าไปในเตาผิง ถ่านไม้ร้อน ๆ กำลังลุกเป็นไฟ เปลวที่ขยับไหวไปมาเริ่มให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เธอเดินกลับมาที่เตียง ล้มตัวลงนอน แต่ก็ยังไม่หลับ พลิกไปพลิกมาอยู่อีกหลายนาที จากนั้นจึงข่มตาตนเองลง

เกิดสิ่งแปลกประหลาดขึ้นในวินาทีนั้นเอง เป็นลำแสงสีขาวนวลที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า ก่อเป็นรูปร่างที่เลือนรางจนมองเกือบไม่เห็น ลำแสงนั้นเคลื่อนเข้าไปหาคนที่นอนหลังอยู่บนเตียง หยุดค้าง จ้องมอง ในขณะเดียวกันก็ส่ายสะบัดราวกับจะหายไปได้ตลอดเวลา

การที่มองเห็นและรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ แต่ไม่อาจสัมผัสสิ่งที่ต้องการสัมผัสมากที่สุดได้ แบบนี้ นี่คือนรกหรือเปล่า...

โวลเดอมอร์ไม่อาจเข้าใจได้ว่าในตอนนี้ตนเองอยู่ในสถานะอะไร ระหว่างเป็นวิญญาณ คนที่ยังมีชีวิต หรือภาพความจำที่ตกค้างอยู่... เป็นตัวอะไรกันแน่

เขามาไกลเกินกว่าความตาย แต่ก็ก้าวไปมากกว่านั้นไม่ได้ จะติดอยู่อยู่อย่างนี้... ไปตลอดกาลหรือเปล่า

สีหน้าของเธอดูเหน็ดเหนื่อย แต่แม้ว่าจะปิดเปลือกตาเงียบไปแล้ว เขาก็ยังมั่นใจว่ายังไม่หลับ  เช่นเดียวกับอีกหลายครั้งที่เขาเคยได้เห็นว่าเธอไม่อาจจะข่มตาลงไปได้ ยกเว้นก็แต่มีสิ่งหนึ่งไว้ใกล้ ๆ ตัว

ไม้กายสิทธิ์ของเขา...

มือเล็กเอื้อมไปที่หัวเตียง หยิบมันขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะผล็อยหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว

ไม้ยิวอันนี้คือสิ่งที่มีค่าของเขาอย่างหนึ่ง มันเติบโตและเผชิญโลกมาด้วยกันกับเขา อยู่ด้วยกันมาตลอดเวลาจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย... และในท้ายที่สุด เขาจึงเลือกจะทำบางอย่างกับมัน

นั่นคือการเปลี่ยนมันเป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นใหม่

แม้จะรู้ดีว่าวิญญาณของตนนั้นโดนแบ่งออกมามากเกินกว่าที่ควรจะแบ่งได้อีกแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลังจากที่ได้ไม้เอลเดอร์มาครอบครอง เขาจึงเลือกจะนำส่วนหนึ่งของตนมาเก็บไว้ในนี้ จากนั้นก็นำไปเก็บซ่อน ในสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวระหว่างเขาและเธอ

เขาไม่ได้บอกอีเล็กตราตรง ๆ ว่าทำอะไร บางทีตัวเขาเองก็หาคำตอบในการกระทำของตนเองไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่น่าเหลือเชื่อที่ในท้ายที่สุดเธอก็เลือกที่จะไปยังบ้านร้างหลังนั้น และยังเก็บไม้นี่กลับมาอีกด้วย

โวลเดอมอร์ทำได้เพียงจ้องมองเธอ เขาทำมากกว่านี้ไม่ได้ แม้ว่าจะอยากทำมากแค่ไหน

เพราะวิญญาณที่โดนแบ่งออกมามากเกินไปนั้นไม่เสถียรเป็นทุนเดิม จึงทำให้การนำส่วนหนึ่งมาใส่ในไม้กายสิทธิ์อีกครั้งกลายเป็นเพียงการนำวิญญาณเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างมาทิ้งไว้ และไม่สามารถทำอะไรมากกว่านั้นได้อีก

ทุกส่วนโดนกำจัดไปหมดแล้ว เหลือแค่เพียงเท่านี้ ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจจะคืนร่างกลับไปเหมือนเดิม อีกทั้งเสี้ยววิญญาณนี้ยังเป็นเสี้ยววิญญาณที่อ่อนแอและใกล้จะแตกสลาย พร้อมหายไปจากโลกได้ตลอดเวลา

โวลเดอมอร์รู้สึกว่าภาพร่างของเขานั้นเริ่มเลือนรางลงในทุกวินาทีที่ผ่านไป และคาดเดาว่าในอีกไม่ช้า... เขาก็จะหายไปตลอดกาล ทว่าแม้จะรู้ว่าตนเองอยู่ห่างจากความตายแค่เพียงเอื้อมมือเดียว เขากลับรู้สึกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป

เขาไม่รู้ว่าเหลือเวลาอยู่เท่าไร แต่มั่นใจว่าเหลือไม่มาก... ดังนั้นในเวลาที่อาจเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต ก็ทำให้เขาเลือกจะทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะไม่ได้ทำอีกเลย

เขาไปหาอีวานเจลีนแล้ว... เธอเป็นเด็กดี ที่ไม่ควรจะมีคนอย่างเขาเป็นพ่อ -- คนที่เคยคิดจะฆ่าเธอ ทรมานเธอ และพูดจาทำร้ายจิตใจเธอ แต่เมื่อถึงเวลาที่รู้ว่าเขาตายไป เธอก็ยังร้องไห้เพื่อเขา

“...คนเห็นแก่ตัว...” เสียงพึมพำดังขึ้นมาจากคนที่นอนบนเตียง โวลเดอมอร์ขยับเข้าไปใกล้ พบว่าอีเล็กตราหลับไปแล้ว แต่แม้ว่าจะหลับ เธอก็ยังละเมอถึงเขา มันเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจมากพอ ๆ กับหยาดน้ำที่ไหลออกมาทางหางตาของเธอ เวลามองไม้กายสิทธิ์ของเขาก็เป็นได้

ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ผ่านร่างกายของเขา โวลเดอมอร์ก้มดูมือของตัวเอง พบว่ามันจางลงจนเกือบมองไม่เห็นเสียแล้ว 

หมดเวลาแล้วสินะ...

ร่างสีขาวเคลื่อนเข้าไปหา ลูบศีรษะของเธอ ก้มตัวลงไปกอดก่ายร่างบอกบางที่หลับพริ้มอย่างโหยหา มืออีกข้างก็ลูบสัมผัสที่หน้าท้อง

“...เอล...”

นิ่งค้างอยู่อย่างนั้น...

ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกระตุ้นให้อีเล็กตราสะดุ้งตื่นคล้ายกับว่ามีใครอยู่กับเธอ ใกล้มากราวกับชิดเคียงข้างกันอยู่ ลมหายใจที่เป่ารดอยู่หลังคอก็เหมือนจริงจนปฏิเสธไม่ได้

เธอหันกลับไปหา แล้วจึงพบร่างพบร่างโปร่งใสของใครบางคนสวมกอดตนอยู่

ที่เห็นอยู่นี้... มันคงเป็นความฝัน...

ฝันไม่มีทางเป็นความจริง...

ถ้ามันเป็นความจริง ถ้าเกิดยังตื่นอยู่ เธอนี่แหละที่จะเป็นคนฆ่าเขาเองกับมืออีกครั้ง แต่ไหน ๆ มันก็เป็นความฝันอยู่แล้ว ดังนั้นจะทำอะไรที่ไม่ปกติบ้างก็คงจะไม่แตกต่างกันเท่าไร... ใช่ไหม?

 “ไหนบอกว่าสามวันจะกลับ” เธอซุกหน้าลงกับอก กอดเอาไว้แน่น แทบจะไม่รู้สึกถึงตัวตนของเขาอีกแล้ว “นี่มันสามเดือนแล้ว”

อีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม เขาทำเพียงเชยคางของเธอขึ้นมา จ้องมองนิ่งงัน ดวงตาสองคู่สบกันเนิ่นนาน... จากนั้น ใบหน้าโปร่งใสก็ยื่นมาหา เขาจุมพิตแผ่วเบาบนหน้าผากของเธอ เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดที่อีเล็กตราเคยได้รับ หากแต่ค่อย ๆ เลือนรางลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...

หายไปในที่สุด...

แล้วเธอก็ผวาตื่นขึ้นในทันใด!

อีเล็กตราหอบหายใจ เธอยังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากในทันทีที่ได้สติ ก็รีบหันมาที่อีกฝั่งข้างเตียง --ที่ ๆ รู้สึกได้ถึงตัวตนของคนอีกคนหนึ่งได้อย่างชัดเจนเมื่อสักครู่นี้... หากสิ่งเดียวที่ดวงตาสีเทาอ่อนมองเห็น กลับมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

เป็นแค่ฝันจริง ๆ สินะ....







+++++++++++++++

End

อันที่จริงมีตอนต่อ อีก 2 ตอน จะจบจริงๆ แต่ต้องสงวนสิทธิ์ให้คนที่ซื้อหนังสืออ่านค่ะ แต่สำหรับไรต์  ก็คิดว่าตอนนี้ก็เป็นตอนจบสมบูรณ์แล้วค่ะ  ความรู้สึกของตัวละครแต่ละคนก็เคลียร์กันหมดแล้ว รู้ใจตัวเองแล้ว แต่อาจช้ากันเกินไป แต่อย่างน้อยก็ได้รู้แหละน่า... เนอะ?

มีข้อสงสัยอะไรถามได้น้าาาา

ปล. ใครยังอยากได้หนังสือ เหลือแค่ไม่กี่เล่มแล้ว เมลล์มาที่ rarsetsu@gmail.com ได้นะคะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #684 Tadarat Wilairat (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 10:29
    ซึ้งๆสุดๆสำหรับตอนนี้ ในที่สุดปู่ก็ทำตัวดีสักที // ที่จริงปู่ก็รักเอลนั้นแหละ.
    #684
    1
    • #684-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 67)
      19 พฤษภาคม 2563 / 15:27
      อืมมมม นั่นสินะคะ ไม่เข้าใจความรักใช่ว่าจะรักไม่ได้นี่นา แต่ทำเมื่อทุกอย่างสายไปแล้ว เศร้าาา
      #684-1
  2. #669 noo-na (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 13:14
    ใที่สุด ปู่ก็ทำตัวดีๆ ซักที
    #669
    0
  3. #668 namtan_pp (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:10
    ขอคุณพ่อกลับมาเป็นดูแลลูกเมียได้ไหม
    #668
    0