Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 66 : Before the Dark VII: The Greatest Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    8 ม.ค. 63

STAR








Before the Dark VII: The Greatest Love

จนถึงตอนนี้ อีเล็กตราก็ยังไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง

เธอไม่เข้าใจว่าตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าโวลเดอมอร์หายไป แทนที่จะรีบหนีให้ไกลที่สุด สิ่งที่ทำในวันนั้นกลับเป็นเพียงการตามหาเขา

ตลอดสามวัน มันคือการรอคอยที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสิ้นสุดตอนไหน

อีเล็กตรารู้ว่าโวลเดอมอร์อยู่ที่นั่น วนเวียนรอบบ้านที่เหลือแต่ซากหลังนั้น เธอสัมผัสถึงเขาได้ มันแผ่วเบา แต่บางทีก็ชัดเจน สลับสับเปลี่ยนอยู่อย่างนี้

จนกระทั่งจบลงที่เขาไล่เธอไป

เธอรู้ว่าเขาทำ ชัดเจนพอ ๆ กับที่รู้ว่าเขายังอยู่ คนที่สามารถทำอะไรกับแหวนวงนั้นได้มีแค่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ในเมื่อเขาเป็นคนที่เลือกจะให้เธอใส่แหวน เลือกให้เธอไม่สามารถถอดมันออกได้    ก็มีเพียงเขาอีกที่เอามันออกไปได้

ในเมื่อเขาไม่ต้องการจะเจอหน้า แถมยังไล่ไป เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลให้เธอต้องอยู่ต่อ

อีเล็กตราจากมาทันที โดยตั้งเป้ากับตัวเองว่าในทุกวินาทีหลังจากนี้ จะไม่มีวันใดที่เธอจะหวนไปนึกถึงเรื่องราวเลวร้ายช่วงหนึ่งในชีวิตแบบนั้นอีก เรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชายที่ทำลายชีวิตเธออย่างโวลเดอมอร์ เธอจะไม่มีวันนึกถึงเขา

แต่มันไม่มีวันเป็นไปได้

ร่างของเธอมีตรามารที่ยังทำให้สัมผัสถึงตัวเขาได้อยู่ และแม้จะไม่มีมัน แม้ว่าเธอจะเอารอยสักนี่ออกไปจากตัวได้ ก็ยังมีบางสิ่งที่ทำให้สลัดเรื่องของเขาออกจากสมองไม่ได้อยู่ดี

เพราะเธอ... ท้อง

มีชีวิตเล็ก ๆ เติบโตอยู่ภายในตัวของเธอ

ชั่วขณะที่รู้ตัว เธอก็คิดแค่เพียงจะเอาเด็กคนนี้ออกไป หลายครั้งที่เผลอหยุดยืนอย่างชั่งใจ กับตัวเลือกมากมายที่ทำให้เธอสามารถกำจัดชีวิตที่ยังไม่ได้เกิดมานี้ไปให้พ้น มากกว่าจะเก็บเอาไว้

เธอยังต้องหลบซ่อน เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้ แม้แต่คนที่คิดว่ารู้จักเขาดีที่สุดอย่างซีเรียสก็ยังกลายเป็นหนอนบ่อนไส้ของภาคี พวกผู้เสพความตายก็ขายเพื่อนของตัวเองเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกส่งไป    อัซคาบันอย่างน่าไม่อาย เธอไม่กล้ากลับไปหาใคร ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ไม่มีใครยืนยันได้ว่าเธอจะปลอดภัยจากฝ่ายใดก็ตามในโลกเวทมนตร์ตอนนี้ จึงทำได้เพียงหลบไปทางโน้นทีทางนั้นทีเหมือนพวกเร่ร่อน   ใช้ชีวิตไปวันต่อวัน เพื่อรอคอยให้การกวาดล้างเหล่านี้จบลง

เด็กคนนี้ยังไม่ควรจะเกิดมา เวลาไหนก็ได้ที่เลือกจะเกิด แต่แค่ไม่ใช่ตอนนี้

กับทุกเหตุผลที่ทำให้เธอเลือกกำจัดทิ้ง มันเหมาะสมแล้วที่จะทำ ทว่าในท้ายที่สุด เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลก็ยังไม่อาจเอาชนะการตัดสินใจที่ไม่สามารถหาคำตอบของตัวเองได้

เธอเลือกที่จะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้

โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตที่มืดมนนี้จะสว่างขึ้นมาตอนไหน เด็กคนนี้จะมีชะตาชีวิตอย่างไรถ้าผู้คนทั่วโลกเวทมนตร์ต่างรู้ในที่สุดว่าแท้จริงแล้วเป็นลูกของใคร เธอไม่อาจคาดเดาอะไรได้เลย

แต่นับจากนี้... เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กคนนี้จะต้องปลอดภัย

หน้าท้องเริ่มนูนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเวลาที่ความเจ็บปวดเสียดแทงและบีบรัดอยู่ที่หน้าท้อง อีเล็กตรารู้ได้โดยทันทีว่ามันถึงเวลาที่จะมีอีกชีวิตหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมา ได้เวลาที่เธอต้องคลอดแล้ว

บ้านร้างหลังหนึ่งคือห้องคลอดที่ดีที่สุดที่เธอหาได้ในเวลานั้น เธอไม่กล้าไปหาใครให้ช่วย บางทีแค่จะร้องเสียงดังเพื่อให้ลืมความทรมานก็ยังไม่กล้าทำ อีเล็กตราไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีสภาพตกต่ำขนาดนี้ ตกต่ำมากจนแม้แต่จะหาสถานที่ดี ๆ สำหรับให้กำเนิดใครก็ยังทำไมได้

เธอเจ็บ เจ็บเหมือนร่างกายจะฉีกออกไปเป็นหลาย ๆ ส่วน ในความทรมานที่มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่รับรู้ได้ สุดท้ายทุกอย่างก็จบลง...

พร้อมกับชีวิตใหม่ที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก

เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่อ่อนแอและเปราะบาง เด็กที่ไม่ควรจะเกิดมาในช่วงเวลาที่เลวร้ายอย่างนี้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะทำให้แน่ใจว่าเด็กคนนี้จะต้องปลอดภัย ไม่ว่าจะจากใครก็ตาม

อีเล็กตราบอกกับตัวเอง ว่าจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรลูกของเธอเด็ดขาด

มันคือความรักเดียวที่เธอจะมอบใครนับจากนี้

ทุก ๆ อย่างอธิบายไม่ได้ ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งตอนที่ตามหาโวลเดอมอร์ ไม่ทำแท้งและเลือกจะให้กำเนิดลูกของเขา จนแม้กระทั่งในตอนนี้ ขณะเดียวกับที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าชายคนหนึ่ง เธอก็ยังไม่รู้ถึงเหตุผลของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

“เราคิดว่าเธอตายไปแล้วที่รัก”

ชายร่างผอมสูงในชุดคลุมตัวยาว กับดวงตาสีฟ้าสวยที่ซ่อนอยู่หลังแว่นรูปพระจันครึ่งเสี้ยว ที่กำลังจดจ้องเธอพูดขึ้นมาเบา ๆ

“อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าฉันตายล่ะ... ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์”    อีเล็กตราที่นั่งอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกลับเขาถามด้วยความสงสัย ในมือของเธอ ยังอุ้มเด็กแรกเกิดวัยไม่กี่เดือนเอาไว้ พลางมองกลับมาด้วยแววตาที่ต่างไปจากที่พ่อมดชราเคยเห็น

ดัมเบิลดอร์จำอีเล็กตราได้ เธอยังคงเป็นเด็กสาวคนเดิมกับคนที่กระโดดเข้าภาคีทันทีที่มีโอกาส มีชีวิตที่ไม่ได้สดใส แต่ก็ไม่ได้มืดมนนัก   อีเล็กตราเป็นคนเข้มแข็ง บางครั้งก็แข็งกระด้าง แต่ยังไม่ละทิ้งความอ่อนโยนและเสียงหัวเราะไปจากตัวเองได้ นี่คือเธอ

ทว่าอีเล็กตราในตอนนี้กลับแตกต่างออกไป   คนตรงหน้ายังมีส่วนคล้ายกับหญิงสาวคนเดิมที่เขารู้จัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนอาจเป็นตัวเธอที่เติบโตขึ้น เข้มแข็งมากขึ้น และจริงจังมากขึ้น บางทีสิ่งเดียวที่ดัมเบิลดอร์ไม่อาจสัมผัสได้นั่นก็คือความอ่อนโยน เสียงหัวเราะ แล้วก็ความสดใสอย่างที่เคยเป็น เวลาหลายเดือนที่เธอหายตัวไปจะต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง และนั่นอาจอธิบายได้ถึงเด็กตัวเล็ก ๆ ที่เธอกำลังอุ้มอย่างหวงแหนอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้

“ก็นะ...” ชายชรานึก “ซีเรียสกระหืดกระหอบกลับมา พร้อมกับบอกว่าเธอโดนสองสามีภรรยาเลสแตรงจ์จับตัวไปแล้ว”

คนฟังแค่นยิ้มเล็ก ๆ “ตอนนี้เขาก็โดนโยนเข้าอัซคาบัน”

ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจ “นั่นคือสิ่งที่ไม่มีใครรู้มาก่อนเลย เราไม่เคยคิดว่าคนอย่างซีเรียสจะทำอย่างนั้นได้”

“ฉันก็ไม่เคยคิด” อีเล็กตราพึมพำ “แต่ตอนนี้ เราก็ได้รู้แล้วว่าใครรับใช้ใคร”

“ใช่...” ดัมเบิลดอร์ตอบด้วยเสียงที่เบากว่า “เราพยายามตามหาเธอ แต่พวกของโวลเดอมอร์--

--อย่าพูดชื่อนั้น” ดวงตาสีเทาอ่อนจ้องกลับมาอย่างแข็งกร้าว “ฉันไม่อยากได้ยินชื่อของมัน”

การเอ่ยชื่อโวลเดอมอร์เป็นความจริงที่คนในโลกเวทมนตร์เลี่ยงที่จะพูดถึง แต่อีเล็กตราไม่ได้แสดงออกว่าไม่ต้องการได้ยินชื่อนั้นเพราะหวาดกลัวเช่นคนอื่น เธอไม่เคยกลัวชายคนนั้น ทว่าในตอนนี้ เธอกลับไม่อยากจะให้พูดถึง

แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด    แต่พ่อมดชราก็เลือกที่จะทำตามที่อีกฝ่ายต้องการ

--เขา--พวกสมุนของเขาเอาศพผู้หญิงที่มีข่าวว่าหายตัวไปมาทิ้งตามที่ต่าง ๆ ไม่ครบทุกคนหรอก เพราะอย่างนั้นเราเลยนึกว่าเธอตายไปด้วยเหมือนกัน แล้วตอนนั้น สถานการณ์ทุกอย่างกำลังอยู่ในสภาวะที่ตรึงเครียดที่สุด พวกเราก็ตายกับไปทุกวันจนเหลือน้อยเต็มที แถมเขา... กำลังตามล่าตัวเจมส์กับลิลี่ แล้วก็แฮร์รี่ ลูกชายของพวกเขา เราเลยมีเรื่องที่ต้องคิดมากกว่า...”

“ดีแล้วล่ะ” เธอบอกจากใจจริง “เพราะตอนนี้เขาก็เป็นแฮร์รี่     พอตเตอร์... เด็กชายผู้รอดชีวิต ผู้พิชิตจ้าวแห่งศาสตร์มืดไปแล้ว”

ทันทีที่อีเล็กตราพูดจบ ก็เกิดความเงียบงันอันน่ากระอักกระอ่วนแทรกกลางระหว่างเธอกับเขา มันเป็นความจริงบางอย่าง... บางเรื่อง ที่อีเล็กตรามั่นใจว่าคนฉลาดอย่างดัมเบิลดอร์จะต้องคิดเหมือนกัน

ความจริงที่ทั้งเขาและเธอต่างก็รู้ดี...

ว่าโวลเดอมอร์ยังไม่จากไปไหน

“คุณรู้ว่าเขายังไม่ตาย...ใช่ไหม”

ชายชราถอนหายใจ “เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น”

“รู้ได้ยังไง”

“ฉันศึกษาชีวิตของเขามาหลายสิบปี เพราะอย่างนั้น ฉันจึงคิดว่าการแค่เขาหายตัวไปอย่างนี้ ไม่มีทางจะหมายความว่าเขาตายไปได้หรอก อย่างมากสุดก็แค่อ่อนแอ เกือบตายเท่านั้น” ฉับพลัน ดวงตาสีฟ้าก็ตวัดกลับมา “แล้วเธอล่ะที่รัก ทำไมถึงรู้ได้”

“ฉันแค่รู้”

เมื่ออีเล็กตราเลี่ยงที่จะตอบความจริง ดังนั้นดัมเบิลดอร์จึงเปลี่ยนไปคุยด้วยหัวข้อใหม่ที่ตรงกับความต้องการของเขามากกว่านี้

“แล้วนั่น... เด็กคนนั้น เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เธอหายตัวไปใช่หรือเปล่า”

ดวงตาสีเทาอ่อนมองกลับคืนมา นิ่งเงียบ แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นนั้นสามารถตอบคำถามด้วยตัวของมันเองได้โดยไม่ต้องพูดอะไรด้วยซ้ำ

“ถ้างั้นที่รัก เธอต้องการจะให้ฉันช่วยอะไรหรือเปล่า” เขาถามอีกครั้ง

“ฉันรู้ค่ะ... รู้ว่าเขาจะกลับมา” เธอไม่ทำแม้แต่จะมองตาอีกฝ่าย

“ใช่”

“และฉันก็รู้... ว่าเมื่อไรที่เขากลับมา เด็กคนนี้จะไม่มีทางปลอดภัย”

ดัมเบิลดอร์เดินเข้ามาหา จับมือของอีเล็กตรามากุมเอาไว้ ดวงตาสีฟ้าที่มองมานั้นช่างอ่อนโยนจนปฏิเสธไม่ได้ 

“เธอจะทำยังไงต่อไป”

“ฉันจะปกป้องเด็กคนนี้” อีเล็กตราจ้องกลับคืนไป “จากเขา”

ดัมเบิลดอร์พอจะเข้าใจความต้องการของเธอ แม้จะไม่รู้ถึงเรื่องราวเบื้องหลัง ของเวลาหลายเดือนที่ขาดหายไปจนกระทั่งอีเล็กตราให้กำเนิดเด็กคนนี้ เขาก็รู้ว่าคน ๆ เดียวที่คิดว่าจะสามารถช่วยพาเธอผ่านพ้นเรื่องที่ยากลำบากเช่นตอนนี้ เหลือเพียงแค่เขาเท่านั้น

บางทีเธออาจจะคิดมานานแล้ว กว่าจะยอมมาขอความช่วยเหลือจากใครได้ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ควรจะให้เธอเสียเวลาอะไรอีก

“เธอจะทำยังไง”

“ไอ้ปิศาจนั่นต้องฆ่าเธอแน่ ถ้ารู้ว่าฉันดูแลเธอ... ให้ความรักกับเธอ ทันทีที่เขากลับมาได้ อย่างแรกที่เขาจะทำต้องเป็นการฆ่าเด็กคนนี้ เพราะอย่างนั้น ฉันจึงดูแลเธอไม่ได้”

“ฉันจะหาคนช่วยดูแลให้--

“ไม่” อีเล็กตราปฏิเสธ เธอมีแผนการในใจอยู่ก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว “คุณต้องแปลงความทรงจำของฉัน ถ้าไอ้ปิศาจนั่นพินิจใจ สิ่งเดียวที่เขาเห็นจะมีเพียงแค่ความทรงจำที่ฉันพยายามฆ่าเธอเท่านั้น แล้วก็ทำให้ฉันเป็นบ้าเพราะผลของคำสาปสะท้อนกลับ เสียสติแบบที่ไม่ว่าผู้รักษาคนไหนก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ นี่เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เธอปลอดภัย คุณสัญญากับฉันนะ ว่าคุณจะช่วยฉัน คุณจะทำให้เธอปลอดภัย ปลอดภัยจากทุก ๆ อย่าง”

ดัมเบิลดอร์ค่อนข้างลำบากใจกับคำขอนั้น แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็...

“ตกลงที่รัก”

มือของชายชราหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาจากชายเสื้อคลุมในทันที   อีเล็กตรายิ้มบางเมื่อเห็นอย่างนั้น เธอกอดเด็กที่อยู่ในอ้อมแขนเอาไว้อย่างหวงแหนที่สุด เพื่อเป็นการบอกลากันเป็นครั้งสุดท้าย

“อีวานเจลีน เอลลาดอร่า แบล็ก” จมูกคลอเคลียที่แก้มนุ่มนั้น “ลาก่อนนะ... ลูกรัก

 

 


ดวงตาสีฟ้าหลังแว่นกรอบทองมองร่างที่หลับพริ้มอยู่บนเก้าอี้โยกด้วยอาการนิ่งสงบ เขาจัดการแปลงความทรงจำของอีเล็กตราให้เข้าใจว่าเธอได้พยายามฆ่าเด็กคนนี้ตามที่ขอ และปรับเปลี่ยนจิตสำนึกด้วยการทำลายความนึกคิดของเธอจนเสียสติอย่างที่ไม่เคยทำให้ใครมาก่อน

จากนั้น ก็เหลือแค่ว่าจะทำอย่างไรกับเด็กวัยไม่กี่เดือนคนนี้

“ผมไม่คิดว่าสิ่งที่คุณทำจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง” ชายหนุ่มในชุดคลุมดำเอ่ยอย่างเย็นชา ผมเป็นมันเยิ้มสะบัดไปตามการขยับตัวของเขา ก่อนจะย้ำอีกครั้ง “เด็กคนนี้ คือลูกของจอมมาร คุณคิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นล่ะ ถ้าเขากลับมามีร่างกายแบบเดิมอีกครั้ง”

“มันเป็นเรื่องที่ฉันไม่อาจคาดเดาได้เลยเซเวอร์รัส แต่ฉันก็ต้องทำตามคำขอของอีเล็กตรา เธอไม่เหลือใครแล้ว”

“มันไม่ใช่ความคิดที่ดี” สเนปยังคงส่ายศีรษะอย่างหงุดหงิด

“นี่คือความคิดที่ดีที่สุดในตอนนี้” ดัมเบิลดอร์แก้ “นี่อาจเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้เรามีแต้มต่อพอจะต่อต้านเขาได้ เมื่อโวลเดอมอร์กลับมา”

“แค่เกิดมาเป็นลูกของจอมมารไม่ได้หมายความว่าจะได้สิทธิพิเศษอะไรจากเขา ดีไม่ดี เขาจะรีบตามมาฆ่าเธอทันทีที่รู้ว่าคุณดูแลเด็กคนนี้อยู่ ป้องกันไม่ให้คุณควบคุมเธอให้ต่อต้านเขา”

“ใครบอกกันล่ะว่าฉันจะดูแลเธอ”

ดวงตาสีดำสนิทหันมอง “หมายความว่ายังไง”

“อีวานเจลีนต้องไปเติบโตในที่ที่ห่างจากโลกเวทมนตร์มากที่สุด พอ ๆ กับแฮร์รี่ เขาและเธอยิ่งห่างจากที่ที่อาจจะทำให้รู้ตัวตนของตัวเองได้มากที่สุดเท่าไร ยิ่งจะดีมากเท่านั้น”

“คุณจะเอาเธอไปทิ้งไว้ที่บ้านญาติมักเกิ้ลเหมือนพอตเตอร์งั้นหรือ” สเนปทำเหมือนจะหัวเราะ “จอมมารฆ่าสิ่งที่เชื่อมโยงเขาจากเลือดมักเกิ้ลไปหมดทุกคนแล้ว แล้วอีเล็กตราก็มาจากตระกูลเลือดบริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกมักเกิ้ลมาหลายร้อยปี คุณคงจะหายากหน่อยล่ะนะ”

“พวกเดอส์ลีย์คือครอบครัวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแฮร์รี่ พวกนี้จะช่วยกันเขาออกจากชื่อเสียงที่จะรายล้อมรอบตัวเขา จะไม่ทำให้ชื่อเสียงเปลี่ยนเขาจนหลงระเริงแล้วกลายเป็นคนแย่ ๆ แฮร์รี่จะเติบโตโดยเป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง ฉันมั่นใจ” ดัมเบิลดอร์ตอบ “ส่วนอีวานเจลีน ฉันว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคือที่ที่เหมาะสมกับเธอนะ”

ทว่าแผนการนั้นกลับไม่เข้าตาสเนปนัก “คุณกำลังจะให้เธอเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมเดียวกันกับจอมมาร แล้วดูเสียสิ ว่ามันทำให้เขาเป็นยังไง”

“เธอจะอยู่ที่นั่น ภายใต้การติดตามของฉัน เมื่อไรที่เธอเริ่มแสดงความสามารถทางเวทมนตร์ เราจะหาครอบครัวผู้วิเศษที่พร้อมจะเลี้ยงดูเธอให้เป็นแม่มดที่ดี มันเป็นทางเดียว ที่จะทำให้เธอปลอดภัย”

แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่สเนปก็ไม่คิดว่าจะมีทางอื่นที่ดีกว่านี้นัก

เขารู้ ว่ายิ่งอีวานเจลีนอยู่ห่างจากโลกเวทมนตร์ได้มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้โวลเดอมอร์หมดความสนใจในตัวเด็กคนนี้ได้มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเมื่อบวกเข้ากับความทรงจำจอมปลอมในสมองของอีเล็กตรา ที่ดัมเบิลดอร์แปลงให้เธอจำได้เพียงว่าตัวเองกำลังหลบหนีอยู่ในโลกมักเกิ้ล แล้วก็เกิดการเสกคำสาปหมายสังหารลูก จากนั้นก็โดนสะท้อนกลับ มันก็ดูน่าเชื่อกว่ามากถ้าเด็กเล็ก ๆ คนนี้จะระหกระเหไปอยู่กับสังคมของผู้ไม่มีเวทมนตร์อย่างนั้น แทนที่จะเติบโตขึ้นในที่แบบนี้

“คุณจะให้ผมทำยังไง”

“ฉันเรียกคนจากเซ็นต์มังโกให้มาที่นี่แล้วล่ะ บอกไปว่ามีผู้หญิงเสียสติมาเป็นลมอยู่หน้าโรงเรียน คงจะพอเชื่อถือได้บ้าง ส่วนเด็กคนนี้         อีวานเจลีน เธอต้องเป็นคนพาเธอไปไว้ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าของพวกมักเกิ้ล หลังจากนั้น ฉันจะทำหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเธอเอง”

แม้จะอยากปฏิเสธ แต่ความเชื่อมั่นที่มีต่อพ่อมดชราคนนี้ทำให้ สเนปเชื่อว่าสิ่งที่ดัมเบิลดอร์เลือกจะทำนั้นเป็นเรื่องที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะอย่างนั้นมันจึงเป็นคำสั่งที่ควรจะทำตามในทันที

มือใหญ่อุ้มห่อผ้าเล็ก ๆ ที่ดิ้นขยุกขยิกอย่างไม่คุ้นชิ้นมากนัก สเนปเดินเข้าไปในเตาผิงขนาดใหญ่ในห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ ก่อนที่เปลวไฟจะเปลี่ยนสี แล้วจึงทะลุมาเป็นเตาผิงเก่า ๆ ผุพังของบ้านร้างหลังหนึ่งในโลกมักเกิ้ล

จากนั้นก็เกิดเสียง เป๊าะ ดังลั่นขึ้น สเนปเลือกที่จะหายตัวไปที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าสักที่หนึ่งที่ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองลอนดอนมากนัก ดวงตาสีดำสนิทมองประตูบานยักษ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางอีวานเจลีนที่บันไดขั้นสูงสุด สร้างข่ายเวทมนตร์สีใสคลุมร่างเล็ก ๆ นั้นให้ปลอดภัยจากสภาพอากาศและสัตว์ต่าง ๆ แล้วหลบอยู่อีฟากหนึ่งของถนน

เขาสะบัดไม้เพื่อเคาะประตู รอคอยให้มีใครสักคนโผล่มา ไม่กี่นาทีจากนั้นก็ปรากฏร่างอวบอ้วนของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่หน้าประตู หล่อนชะโงกหน้าไปรอบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย แล้วจึงอุ้มอีวานเจลีนกลับเข้าไปด้านในด้วยกัน

สเนปมองประตูที่ปิดสนิทไปอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหายตัวไป




++++++++±++++++++++

จบแล้วจ้า จบแล้ว เบื้องหลังต่างๆ เคลียร์เรียบร้อย

อันที่จริง ที่เห็นว่าอีเล็กตราแสดงท่าทีไม่ค่อยดีกับอีวี่ตอนเจอกันแรกๆ ไม่ใช่ว่าไม่รักลูกนะคะ แต่รักมาก และอยากให้ปลอดภัย เพราะอดีตยังฝังใจไม่หาย ลูกคนแรกที่มีแค่เศษเสี้ยวความรักในฐานะแม่ให้ก็โดนปู่ฆ่าทิ้ง เอลลี่เลยกลัวว่าถ้ารักลูก ปู่จะฆ่าลูกค่ะ ก็เลยตัดสินใจแสดงออกว่าไม่รักไม่สนใจเสียเลย

และที่โกรธปู่มากตอนจบสงครามฮอกวอตส์ เพราะขนาดที่ตัวเองขอร้องให้ดูแลอีวี่แทน ให้ปลอดภัย ก็ยังเอาลูกมาอยู่ท่ามกลางสงคราม และแบกรับความหวังว่าจะช่วยพ่อให้กลับใจได้ แต่สุดท้ายก็เฟลมากเพราะทำไม่สำเร็จ ขุ่นแม่ก็เลยโกรธค่า


อย่าลืมเม้นต์เป็นกำลังใจน้าาาาาาาา

เหลือ 1 ตอนสุดท้าย

ตอนพิเศษหลังจบสงคราม

สปอยสั้น ๆ ด้วยเพลงนี้


เม้นต์ เม้นต์ เมนต์

เม้นต์ เม้นต์ เมนต์

เม้นต์ เม้นต์ เมนต์

เม้นต์ เม้นต์ เมนต์

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #666 noo-na (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 08:27
    สงสารอีวี่ สงสารคุณแม่
    #666
    0