Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 61 : Before the Dark II: The chosen one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    22 ธ.ค. 62

STAR







คำเตือน

มีเนื้อหารุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลาง


Before the Dark II: The chosen one


“เรากำลังจะสร้างสิ่งที่แสนวิเศษร่วมกัน... ลูกของเธอ... กับ...ฉัน

มันคือคำสั่งเด็ดขาดหรือประกาศิตที่ไม่ต้องการคำท้วงติงจากใคร ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่าตนไม่อาจมีใจขัดแย้งกับจอมมารได้ แต่กระนั้นเบลลาทริกซ์ก็ไม่สามารถห้ามตัวเองให้ยืนเฉยเช่นคนอื่น ๆ

“...ลูก...เจ้านาย... ท่านจะให้...” ต้องอาศัยความกล้าเป็นอย่างมากกว่าจะเปล่งเสียงได้แต่ละประโยค  “ให้... เธอตั้งท้องทายาท... ของท่าน...อย่างนั้นหรือคะ”

โวลเดอมอร์ไม่ตอบอะไร เพียงแต่ถามคำถามย้อนคืนไปเท่านั้น 

“เธอมีปัญหาหรือเบลลา

เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเธอนั้นอยากจะเป็นคนที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดที่โวลเดอมอร์สามารถมอบให้ใครได้  ได้รับใช้ใกล้ชิด หรือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตของเขา ถ้าเกิดจู่ ๆ เขาดันพูดขึ้นมาว่าต้องการจะมีทายาทกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ จะมีปัญหาหรือเปล่า? เธอต้องมีอยู่แล้ว

“มีสินะ” เสียงเยียบเย็นเอ่ยเรียบ ๆ ก่อนจะหันมาหา ความคิดของเบลาทริกซ์นั้นชัดเจนจนไม่ต้องพินิจใจก็รู้ได้ง่าย ๆ “มีตรงไหนล่ะ”

โวลเดอมอร์พอจะเข้าใจเหตุผล แต่เขาก็อยากจะให้เจ้าหล่อนลองพูดออกมาด้วยตัวเอง ให้คนอื่นได้ยินกันให้หมด เขารู้ว่าแม้ว่าทุกคนจะยังเงียบ ทำเหมือนไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ แต่อย่างไรเสีย คนพวกนี้ก็ต้องสงสัยในการกระทำของเขาอยู่แน่ ๆ

“ทายาทของท่าน เด็กคนนั้นจะต้องเกิดมาพร้อมพลังอำนาจที่สูงส่งที่ท่านถ่ายทอดให้ แต่ว่า... ” ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมอง  อีเล็กตราที่ยังโดนตรึงไว้ด้านหลังของผู้เป็นนาย “เธอ... เธอไม่ใช่เลือดบริสุทธิ์ เราตัดเธอออกจากตระกูลตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่าไปเข้าร่วมกับดัมเบิลดอร์”

“แล้ว?” อีกฝ่ายยังไม่ได้คำอธิบายที่ต้องการนัก

“เธอคนนี้ไม่ถือว่าเป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ เจ้านาย ท่านจะให้สายเลือดที่สูงส่งของท่านไปเจือปนกับคนทรยศต่อเลือดแบบนี้ไม่ได้” เบลลาทริกซ์ยังคงพยายามให้เหตุผล “ท่าน... ท่านต้องลองมองหาคนใหม่... คนที่พร้อมจะให้กำเนิดทายาทที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบให้ท่าน ผู้หญิงคนนั้น คนแบบ--

--คนแบบดิฉัน

 เบลลาทริกซ์อยากพูดว่าควรจะเป็นเธอใจจะขาด คนที่จอมมารจะต้องเลือก ควรจะเป็นเธอ ที่ทั้งภักดีและเก่งกาจที่สุดในหมู่ผู้เสพความตายด้วยกัน คนที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อเขา... คนที่หลงรักเขา

ถ้ารู้ว่าโวลเดอมอร์จะจับผู้หญิงพวกนั้นมาเพื่อเลือกใครสักคนให้มาร่วมกำเนิดทายาท เบลลาทริกซ์คงจะค้านไปตั้งแต่วันแรกที่ได้รับคำสั่งนี้ เธอนึกว่าเขาอาจแค่ต้องการหาทางฆ่าพวกผู้หญิงที่ไม่เลือกฝ่ายเดียวกันเพื่อให้สายเลือดอื่น ๆ ในโลกเวทมนตร์ไม่กล้าหือ และสร้างความหวาดกลัวในวงกว้าง ว่าแม้แต่ผู้หญิงหรืออาจถึงขั้นหญิงเลือดบริสุทธิ์ ก็มีจุดจบเป็นความตายได้ ถ้าเพียงเลือกต่อต้านอำนาจของเขา

แต่เขากลับเลือกผู้หญิงพวกนี้มาเพื่อ... 

ได้อย่างไร

แม้จะไม่เคยคิดว่าโวลเดอมอร์จะอยากมีทายาท เพราะคนที่ก้าวเข้าสู่ชีวิตอมตะแบบเขาไม่จำเป็นต้องมีใครมาสืบสายเลือดเมื่อตายไป แต่ในเมื่อเขาคิดจะมีทั้งที... คนที่เหมาะสมที่สุดต้องเป็นเธอเท่านั้น

แค่เธอเท่านั้น...

--เธอเท่านั้นหรือ หืม เบลล่า” เบลลาทริกซ์ตัวแข็งทื่อ เธอโดนพินิจใจเข้าแล้ว “ถ้าอย่างนั้น... ช่วยบอกหน่อยสิ ว่าทำไมถึงควรจะเป็นเธอ”

อีเล็กตราและเบลลาทริกซ์นั้นเหมือนกันในแทบทุกอย่าง หากต่างเพียงแค่ทางของชีวิตที่เลือกเดินไปเท่านั้น นั่นทำให้เบลลาทริกซ์ก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากเช่นกันว่าตัวเธอนั้นเหมาะสมมากกว่า หากแต่ก็จำเป็นต้องลอง

“...มันถูกลบออกจากตระกูล... นายท่าน ชื่อของมันไม่มีในตระกูลแบล็กอีกต่อไป เราไม่ถือว่าอีเล็กตราเป็นเลือดบริสุทธิ์จากตระกูลเรา มันไม่สนใจศาสตร์มืด แถมยังพึ่งจบจากฮอกวอตส์มาแค่ปีเดียวเท่านั้น ความสามารถทางด้านเวทมนตร์นั้นไม่ได้สูงมากจนเหมาะสมกับท่าน แถมเป็นลูกของคนทรยศที่ท่านต้องฆ่าทิ้งเมื่อสิบปีก่อน ผู้หญิงคนนี้--

--เพราะอย่างนี้หรือ ถึงควรจะเป็นเธอ... หึหึหึ...” โวลเดอมอร์ยิ้มอีกครั้ง แต่กลับเป็นยิ้มที่ทำให้ต้องสงบปากสงบคำลงทันที “... ข้อหนึ่ง... การที่แค่โดนระเบิดชื่อออกจากผนังโง่เง่า และโดนคนในตระกูลขับไล่ก็ไม่ได้หมายความว่าความบริสุทธิ์ของสายเลือดของเธอจะหายไปด้วย ...ข้อสอง... ความสามารถทางเวทมนตร์ หรือการฝักใฝ่ในศาสตร์มืด ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ ....ข้อสาม... ฉันอยากได้... คนที่เป็นศัตรูมากกว่าผู้ภักดี ...และข้อสุดท้าย... ฉันไม่ใช้ของร่วมกับใคร

สิ่งที่เบลลาทริกซ์ทำได้กลับมีเพียงนิ่งเงียบพร้อมก้มหน้างุด ความโกรธที่มีต่อลูกพี่ลูกน้องคนนี้พุ่งทวีไปจนถึงจุดสูงสุด แต่ก็ไม่กล้าที่แสดงความเกรี้ยวกราดในใจออกไปต่อหน้าโวลเดอมอร์

เหตุผลข้อแรกเป็นความจริงตามที่เขาว่า สายเลือดบริสุทธิ์นั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าแค่การประดับอยู่ฝาผนัง ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถลบล้างออกไปได้ ส่วนข้อสองและสาม แม้จะไม่เข้าใจและอยากค้านเต็มทน แต่ใครล่ะจะไปกล้าขัดการตัดสินใจของจ้าวแห่งศาสตร์มืดได้ ส่วนเหตุผลข้อสุดท้ายนั่น... มันก็น่าโมโหตัวเองสิ้นดี...

ตอนนี้หล่อนไม่ใช่เบลลาทริกซ์ แบล็กเหมือนเมื่อก่อน แต่เปลี่ยนเป็นนางเลสแตรงจ์ตามสกุลของโรโดลฟัสผู้เป็นสามี  แต่งงานกันมาได้สามปีกว่าผ่านพิธีดูตัว... ไม่มีความรัก... แต่ก็มีความเห็นตรงกันเรื่องการดำรงอยู่ของสายเลือดบริสุทธิ์ของสองตระกูลใหญ่

ในเวลานั้น หล่อนคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้ แค่ได้มารู้ว่าการที่เธอแต่งงานไปแล้ว จะทำให้โดนตัดออกจากตัวเลือกของเขา ก็ทำเอาอยากย้อนเวลาไปเปลี่ยนการตัดสินใจเมื่อครั้งอดีตไปเสีย

ร่างสูงโปร่งหันกลับไปหาอีเล็กตราอีกครั้ง เธอที่ถูกตรึงให้เงยหน้าคุกเข่าอยู่กับพื้นยังคงจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาอาฆาตแค้นเช่นเคย แถมริมฝีปากที่โดนกดจูบเมื่อครู่ก็ยังบวมแดงขึ้นสีช้ำ ยิ่งทำให้เธอ... ดูน่าสนใจมากขึ้นไปอีก

ไม้กายสิทธิ์โบกสะบัด พร้อมกับร่างทั้งร่างที่ร่วงผล็อยลงพื้น ก่อนจะลอยขึ้นบนอากาศไปตามปลายไม้ที่ขยับไหว สิ้นเสียงประตูที่กระแทกปิด ทั้งสองคนก็หายไปจากสายตาของทุกคนเรียบร้อยแล้ว

                                          Image result for decorative line png



อีเล็กตราขยับไม่ได้ แม้จะไม่ได้โดนพันธนาการอยู่ในท่าทางที่น่าสมเพชแบบเมื่อครู่ แต่ร่างกายของเธอก็ไร้เรี่ยวแรงราวกับระบบสั่งการจากสมองถูกตัดขาด เธอไม่ได้สลบ ยังรับรู้ได้ทุกอย่างทั้งการมองเห็นและได้ยิน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่านั้นได้

เธอลอยมาเรื่อย ๆ ผ่านทางเดินขนาดกลางที่ค่อนข้างยาวพอสมควร สองข้างทางมีรูปภาพบรรพบุรุษที่มองตามไปเป็นตาเดียว บรรยากาศมืดหม่นชวนอึดอัดนี้ทำให้หายใจไม่ออก มันเกิดขึ้นอยู่อย่างนี้ จนกระทั่งร่างทั้งร่างร่วงลงกับพื้นเสียงดังพลั่ก!

เธอขยับได้ และทันทีที่รู้ตัว มือที่กำไม้กายสิทธิ์เอาไว้ตลอดเวลาก็โบกสะบัด รัวคำสาปใส่คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ โดยไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า

“อึก!” 

อีเล็กตรากัดฟันข่มความเจ็บปวด ในทันทีที่เธอทำแค่ขยับปาก ก็มีลำแสงสีแดงพุ่งมากระแทกกับมือ พร้อมกับไม้ของเธอที่กระเด็นหลุดออกไป

โวลเดอมอร์ทำเพียงกระดกข้อมือเล็ก ๆ ไม้ของอีเล็กตราก็ลอยเข้าสู่มือของเขาในมันที 

“ไม่เลว... สู้ยิบตาเลยนี่ เอล

“จะฆ่าก็รีบฆ่า อย่ามัวแต่เสียเวลา” 

เธอตะโกนเสียงดัง ยอมรับในชะตากรรม แต่ความหวาดกลัวลนลานจะไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เขาจะเห็นในขณะที่เธอยังมีชีวิตอยู่

ทว่าอีกฝ่ายกลับทำเพียงยกยิ้มราวกับกำลังขบขัน 

“นี่ไม่ฟังเลยหรือไง ว่าฉันไม่ได้จะพาเธอมาฆ่า”

อีเล็กตราผงะถอยทันทีที่เขาพูดจบ จากนั้นก็หวนไปนึกถึงคำพูดของโวลเดอมอร์ หลังจากที่... จูบ... เธอ

เรากำลังจะสร้างสิ่งที่แสนวิเศษร่วมกัน... ลูกของเธอ... กับ...ฉัน

คิดได้ดังนั้นถึงพึ่งรู้สึกตัว ดวงตาสีเทาอ่อนหวาดมองไปทั่วห้อง และพบว่าตัวเธอในตอนนี้ อยู่ในสถานที่ที่หมิ่นเหม่และอันตรายต่อบางเรื่องอย่างชัดเจน

ห้องปิดสนิท กับเตียงสี่เสาหลังใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง และชายคนหนึ่งที่บอกว่าต้องการจะมีลูกกับเธอ

อย่าบอกนะว่ามันจะ...?

“เข้าใจเร็วดีเหมือนกันนะ” 

ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ พลางหัวเราะในลำคอ ในหนึ่งก้าวที่เขาขยับใกล้ ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวที่เธอถอยหนีห่างไปเรื่อย ๆ โวลเดอมอร์ยกยิ้มอีกครั้ง นึกพอใจในความสุขุมของอีกฝ่ายอยู่ลึก ๆ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างไร อีเล็กตราก็ยังมีสติและตัดสินใจได้ดี 

อย่างน้อยก็เรื่องที่เธอพยายามออกห่างจากเขา แต่ก็ยังไม่ยอมเข้าไปใกล้เตียงไปในตัวอีกด้วย

พอเห็นอาการไม่ยอมจำนนแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะรู้มากขึ้นไปอีก ว่าเธอจะทำมันได้อีกนานแค่ไหน

มือขาวเผือดโยนไม้ที่พึ่งยึดมาเมื่อครู่คืนเจ้าของเดิมของมัน หลังจากนึกวิธีเล่นกับเหยื่อวิธีใหม่ออก 

“เอ้า ลองดูซิว่าเธอจะทำอะไรฉันเพื่อหนีเอาตัวรอดได้ไหม”

แม้จะไม่เข้าใจว่าเขาจะส่งไม้คืนมาให้ทำไม แต่ทันทีที่จับมันได้ถนัดมือ เธอก็ร่ายคาถาใส่เขาในทันที 

“เอ็กซ์พัลโซ”

โวลเดอมอร์ปัดคาถา ทันทีที่มันกระทบเข้ากับโคมไฟข้างห้อง ก็เกิดระเบิดดังขึ้นมาอย่างรุนแรง หากในวินาทีที่รู้ว่าตนเองพลาด อีเล็กตราก็รีบสาดคำสาปใส่เขาอีกครั้งโดยไม่ให้ตั้งตัวทัน 

“อินเซนดิโอ!

ไฟพุ่งออกมาจากปลายไม้ ก่อนจะโหมกระพือในอากาศ หากในทันทีที่มันถูกสร้างขึ้นมา ก็ถูกสายน้ำที่สร้างโดยโวลเดอมอร์โอบล้อมเอาไว้จนกระทั่งดับสนิทไป

หลังจากยืนเฉยเอาแต่ปัดป้องคาถามานาน โวลเดอมอร์ก็เริ่มขยับ เป็นวินาทีเดียวกับที่ได้เห็นว่าอีเล็กตราเผลอผงะถอยเข้าไปใกล้เตียงที่อยู่ด้านหลัง แค่สะบัดไม้เบา ๆ ก็ทำให้เธอกระเด็นลงเตียงอย่างง่ายดาย

อีเล็กตราพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น และโจมตี 

“ครูซิโอ!

อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ไม่สามารถทำอะไรชายตรงหน้าได้ แม้จะเป็นคาถาที่มุ่งหมายให้เขาเจ็บปวดอย่างคำสาปกรีดแทง อีกฝ่ายก็กันออกให้ห่างจากตัวได้อย่างง่ายดายที่สุด

โวลเดอมอร์หันปลายไม้กายสิทธิ์มาที่อีเล็กตรา เพราะเริ่มเบื่อที่จะเล่นแล้ว...

ประกายไฟพุ่งเข้าหา ไม้ของเธอก็ลุกไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน ถูกทำลายลงต่อหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มากขนาดที่ยังรู้สึกได้ว่าตนยังถือมันอยู่ในมือ แม้จะว่างเปล่าไปแล้วก็ตาม

ทว่ารวดเร็วยิ่งกว่านั้น นั่นก็คือข้อมือของตนเองที่สะบัดรวบเข้าหากันก่อนจะโดนตรึงไว้เหนือศีรษะ พร้อมกับคน ๆ หนึ่งที่นั่งลงข้างเตียง

มือขาวซีดนั้นเอื้อมมาหา อีเล็กตราพยายามเบือนหน้าหนี แต่ก็ไม่วายถูกจับที่ปลายคาง แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้รู้สึกเจ็บจนน้ำตาซึม ก่อนจะโดนบังคับให้หันไปหาเขา

“สู้ขาดใจเลยจริง ๆ ” ราวกับว่ากำลังชื่นชม ทว่า... “ผิดกับพ่อกับแม่ของเธอลิบลับเลย”

ดวงตาสีเทาอ่อนตวัดมองอย่างแค้นเคือง 

“อย่าได้บังอาจเอาปากเลว ๆ ของแกเอ่ยถึงพวกเขา!

“เซฟิอัสกับเอลลาดอร่า” เขาไม่ใส่ใจกับคำสั่งนั้น “พอรู้ว่าจะโดนฉันตามล่าก็หนีหัวซุกหัวซุน เซฟิอัสพอเจอหน้าฉันก็ยังทำเป็นใจกล้ามาสู้ด้วย แต่ก็แค่พักเดียวก็ก้มหน้าก้มตาร้องขอชีวิตให้ลูกกับเมีย--

--หยุด!

--ส่วนเอลลาดอร่าพอมาถึงก็รัวคำสาปใส่ฉันใหญ่ อ้อ... บางทีเธออาจจะได้เลือดนักสู้มาจากแม่ก็ได้ รู้ไหม แม่ของเธอพยายามสู้กับฉัน แถมสู้ได้นานพอดูเลยล่ะ--

--หยุดพูดถึงพวกเขา!

--น่าเสียดายที่แค่พักเดียวก็แพ้ราบคาบเหมือนพ่อเธอ นั่งซึมรอให้ฉันฆ่า... แต่พอเริ่มเห็นว่าฉันเดินเข้าไปในบ้าน ก็พากันร้องห่มร้องไห้ใหญ่ ยิ่งตอนที่เห็นเราเดินออกมาด้วยกันด้วยนี่... ยิ่งดูน่าสมเพชเข้าไปใหญ่เลย ว่าไหม”

“แก! ไอ้ปิศาจ! แกไม่มีสิทธิ์!--

--ไม่มีสิทธิ์?” ดวงตาสีแดงสดเข้มแสง ส่องสว่างเหมือนลูกไฟในความมืด ก่อนจะหรี่ลง พร้อมกับทำหน้าเหมือนสงสัย “แล้วฉันมีสิทธิ์ทำอะไรบ้างล่ะ แบบนี้ได้ไหม

มือขาวซีดเลื่อนจากปลายคางมาที่ลำคอ ไล้ผ่านช่วงไหล่ สีข้าง สะโพก ต้นขา... จนกระทั่งลูบสัมผัสไปทั่วทั้งตัว

อีเล็กตราพยายามดิ้นรนจากฝ่ามือที่ตะโบมลูบร่างกายของเธอ แต่ก็ไม่ได้ผล เธอเห็นสายตาของเขา สายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ... ความกระหาย? และความชั่วช้าเลวทรามที่ก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นเขา มันเด่นชัดออกมาจากเฉดสีแดงสดคู่นั้น

 “หยุดนะ!” เธอดิ้นสุดตัว หากสองมือที่โดนตรึงเอาไว้นั้นไม่สามารถทำให้ขยับออกไปจากเตียงได้อย่างที่ต้องการ

โวลเดอมอร์ขยับไปหา คร่อมอยู่บนตัวของเธอ ไม่สนใจเสียงค้านของร่างข้างใต้

“...หะ!...” อีเล็กตราสะดุ้งเฮือก เมื่อสัมผัสได้ถึงร่างกายเย็นเยียบที่ขยับเข้ามาแนบชิด ใบหน้าโน้มใกล้ พร้อมกับดวงตาสีแดงที่จ้องมองเธอราวกับเป็นเพียงสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังจะโดนขย้ำเนื้อ

ดวงตาสีเทาอ่อนเบิกกว้าง ศีรษะสะบัดไปมา เฝ้าภาวนาว่าที่ว่าประตูบานใหญ่ที่อยู่ด้านหลังจะต้องเปิดออก พร้อมกับการมาถึงของความช่วยเหลือ

ใครก็ได้ ได้โปรด...

“....อะ...อย่า!

ไม่...

ไม่ใช่แบบนี้...

ความตายที่ผู้หญิงพวกนั้นได้รับอาจดีกว่าสภาพที่เธอเป็นอยู่ เธอน่าจะตายไปเสียตั้งแต่ในโถงนั่น ดีกว่าจะต้องโดนคนที่โกรธแค้นมาตลอดหลายปีทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าด้วย ร่างกายที่พ่อกับแม่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องกำลังแปดเปื้อนด้วยน้ำมือของคนที่ฆ่าพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม คนที่เธอเกลียด และโกรธแค้นมาตลอดหลายสิบปี

โดนทำลายจนป่นปี้...

ใบหน้าโน้มตำลงมา บดเบียดพร้อมกับขบกัดริมฝีปากล่างจนเลือดซิบ หากสิ่งที่เธอทำได้เพียงอย่างเดียวในตอนนี้ กลับเป็นแค่... อดทน

เสียงกรีดร้องดังก้องอยู่ในใจ ลึกลงไป ในที่ที่เขาจะไม่มีวันเห็นความอ่อนแอของเธอ เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังแหลกสลาย ทุกสัมผัส ทุกการเคลื่อนไหวของเขา กำลังทำลายเธอให้ย่อยยับไปเรื่อย ๆ

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...

                                                   Image result for decorative line png



รุ่งเช้ามาถึงพร้อมกับตัวตนที่แหลกสลายแทบไม่เหลือชิ้นดี อีเล็กตราลืมตาขึ้นอย่างอ่อนล้า จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหมดสติไปตอนไหน หรือเมื่อไรที่ไอ้ปิศาจนั่นละความสนใจจากร่างกายของเธอ

ขยะแขยง... รังเกียจ ชิงชัง ไม่อยากรับรู้ถึงตัวตนและรสสัมผัสที่ยังตกค้างในทุกตารางนิ้ว เธอลากร่างกายที่เหนื่อยล้า แบกความเจ็บปวดที่กดทับทั่วทั้งตัวเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อจะขจัดเศษเสี้ยวความทรงจำที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่พึ่งผ่านพ้นไป

น้ำไหลออกมาจากฝักบัวเป็นสาย ตกกระทบลงบนร่างกายที่บอบช้ำสุดบรรยายนั้น หวังเพียงสายน้ำจะช่วยชโลมทุกสัมผัสที่ยังฝังแน่นออกไปจากตัว อีเล็กตราขัดถูร่างกาย แรงขึ้น แรงขึ้น และแรงขึ้นอีก

หากแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร มันก็ยังคงอยู่...

เธออยากจะลอกผิวหนังทุกส่วนทีโดนสัมผัสออกมา แล้วเอาไปเผาไฟทิ้ง ทุกจุดที่มีรอยแดง รอยช้ำ รอยขบกัด ทุกจุดที่เขาบังอาจมาแตะต้องหรือตีตรา เธอไม่ต้องการจะเห็นมันอีก!

เล็บจิกลึกลงไปที่ด้านข้างของลำคอ ที่ที่ยังรับรู้ได้ถึงการกดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้น เลือดหยดเล็ก ๆ ไหลออกจากบาดแผลมาผสมกับน้ำ เจือจางแล้วไหลต่อลงไปในท่อ เธอเจ็บ มันเจ็บมาก แต่มันก็ไม่มากเท่าความรังเกียจเดียดฉันท์และขยะแขยงตัวเองในตอนนี้

สองขาค่อย ๆ หมดเรี่ยวแรงทีละนิด จนกระทั่งไม่อาจฝืนยืนอยู่ได้อีกต่อไป อีเล็กตรานั่งลง พิงผนังห้องน้ำอย่างน่าเวทนา หากแต่ดวงตาที่หรี่ปรือปรอยใกล้จะปิดกลับต้องเบิกโพลงขึ้น แค่เพียงได้ยินเสียง ๆ หนึ่งที่ดังขึ้นด้านหลังเท่านั้น

“เกลียดฉันขนาดนั้นเลยหรือไง”

มัน!

โวลเดอมอร์ในชุดคลุมดำยืนกอดอกพิงขอบประตู พร้อมกับยกยิ้ม 

“ฉันออกจากห้องไปแค่เดี๋ยวเดียวเอง ถึงต้องกระเสือกกระสนมาล้างตัวเลยเชียวหรือ”

เธออยากตะโกนด่าให้หายแค้น ฆ่าได้ก็อยากจะฆ่า แต่แค่จะดึงตัวเองให้มีสติอยู่ก็ยังทำได้ยากลำบาก เมื่อเรี่ยวแรงที่มีถูกใช้ไปกับการลากร่างกายให้มาถึงที่นี่จนหมดแล้ว

เธอแค้น แค้นเขา ทั้งแค้นทั้งชิงชังจนแค่รู้สึกว่าต้องหายใจในบรรยากาศเดียวกันก็ไม่อาจทนทำได้ ผิดกับโวลเดอมอร์ที่ค่อนข้างจะอารมณ์ดีผิดปกติ ดวงตาสีแดงสดจ้องมองแผ่นหลังเปลือยเปล่านั้น...

ก่อนที่ความคิดบางอย่างจะเกิดขึ้น

มันไม่ปกติ ไม่ปกติแน่ ๆ เธอแค่มีหน้าที่ตั้งท้องลูกของเขาเท่านั้น ไม่ควรจะได้รับเกียรติที่จะมีสัญลักษณ์ของเขาอยู่บนร่างกาย แต่ว่าเพียงแค่เห็น ว่าเธอทำอย่างไรกับตัวเองหลังจากที่กลายเป็นของของเขา...

มันก็ยิ่งอยากจะทำให้เธอแหลกสลายมากขึ้นเรื่อย ๆ

ไม้กายสิทธิ์ชี้ตรงไปที่แผ่นหลัง มีบางอย่างที่เขาอยากมอบให้เธอ สิ่งที่ถึงจะขัดจะถูจนเลือดไหล ถึงจะแสดงออกว่าขยะแขยง ถึงจะพร่ำบอกว่าไม่ต้องการ เจ้าสิ่งนี้... ตัวตนของเขา... ก็จะตามเธอไปด้วยทุกที่... ไม่มีทางทำลายลงไป... ไม่ว่าจะด้วยคาถาใดก็ตาม

“ทำอะไร หยุดนะ! คนที่นั่งอยู่ร้องห้าม เมื่อเห็นอีกคนที่เดินย่างสามขุมเข้ามาหา ทำราวกับว่า... เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอมาทั้งคืนนั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการวิปริตของเขา “แก!

มือสองข้างโดนตรึงเอาไว้ ใบหน้ากระแทกกับผนังห้องน้ำจนฟันกระทบกันดังกึก ดิ้นหรือขยับตัวมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่ทันที่จะได้รู้จุดประสงค์ของเขา แผ่นหลังของเธอก็ร้อนขึ้นมาเหมือนถูกเหล็กเผาไฟนาบลงไป

เจ็บปวดทรมานจนร้องไม่เป็นภาษา เจ็บปวดยิ่งกว่าความเจ็บปวดใด ๆ ที่เคยได้สัมผัส เธอกัดริมฝีปากจนเลือดไหลซึม เพื่อห้ามเสียงร้องที่จะทำให้เขาเห็นว่าเธออ่อนแอ เก็บทุกอย่างให้เงียบที่สุด ไม่ให้รู้ ไม่ให้เห็น ว่าเขาทรมานเธอสำเร็จ

นานเท่าไรที่มันดำเนินไป ราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ในนรก หากแต่ในท้ายที่สุด มันก็จบลง

สายน้ำจากฝักบัวกระเด็นมาโดนหน้าอยู่ตลอดเวลา ราวกับเป็นฝ่ามือของใครบางคนที่ยังกระตุ้นให้ไม่สลบไป แต่แม้กระนั้นก็ไม่อาจดึงสติที่กำลังจะดับมืดลงให้กลับคืนมาได้อีกแล้ว

“ทีนี้...” มือเรียวยาวเอื้อมมาลูบไล้บนแผ่นหลัง ก่อนจะกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู “เธอจะได้รู้สึกถึงฉัน... ตลอดเวลา”

“...แก...” ถ้อยคำขาดหายจนแทบไม่เป็นประโยค “แก....ทำอะ--

ท่อนแขนถูกคว้าพร้อมกับกระชากเข้าไปหา ร่างกายเปลือยเปล่าที่มีหยดน้ำเกาะพราวพลอยทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียกปอนไปด้วย แต่   โวลเดอมอร์กลับไม่สนใจนัก เขาทำเพียงลากอีเล็กตราที่อ่อนล้าไปทั้งตัวให้เดินมาด้วยกัน จนหยุดที่หน้ากระจกบานหนึ่ง

เขาบังคับให้เธอมองตัวเอง ร่างกายที่มีร่องรอยของเขาในทุกตารางนิ้วปรากฏแก่สายตา จากนั้นก็รู้สึกได้ถึงปลายลิ้นที่ไล้เลียที่ใบหู ข้างคอที่ยังคงมีเลือดซึม เลยไปจนถึงหัวไหล่ ก่อนจะโดนพลิกตัวให้หันไปประจันหน้ากับอีกฝ่าย

เขาสวมกอดเธอเอาไว้ ปล่อยให้ใบหน้าของอีเล็กตราพักค้างอยู่ที่บ่า ก่อนจะสะบัดไม้กายสิทธิ์ เรียกกระจกอีกบานให้ปรากฏด้านหลัง

ฝ่ามือลูบสัมผัสที่แผ่นหลัง แล้วกระซิบเบา ๆ 

“ดูสิ”

ดวงตาสีเทาอ่อนที่ปรือปรอยฝืนลืมขึ้นอย่างอ่อนล้า เลยผ่านช่วงไหลของอีกฝ่ายไป เงาสะท้อนของกระจกบานแรกคือสิ่งเดียวที่สังเกตเห็น ในเงาสะท้อนนั้น กลับมีบางอย่างที่ชัดเจนอยู่บนแผ่นหลังของเธอ...

ตรามาร...

ตรามารขนาดยักษ์ที่กินพื้นที่แผ่นหลังเกือบทั้งหมด

“สวย ใช่ไหม” เสียงแหบต่ำนั้นคล้ายจะเยาะเย้ยอยู่ในที “เข้ากับเธอมากเลย”

เธอแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่อีกแล้ว ถ้าหลับไปโดยไม่ตื่นขึ้นมาเจอเรื่องเลวร้ายอีกเลยจะดีขนาดไหนนะ?

 ใกล้แหลกสลาย เกือบทนไม่ไหว ก่อนที่สติจะดับวูบ ถ้อยคำเหล่านั้นก็ยังคงสะท้อนอยู่ในห้วงความทรงจำ

“รอยสักนี้จะเชื่อมเราไว้ด้วยกัน” โวลเดอมอร์กระซิบที่ข้างหู “ฉันจะรู้สึกถึงเธอ... และเธอก็จะรู้สึกถึงฉัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ห่างไกลกันเท่าไร... เราก็จะรู้สึกถึงกันได้...ตลอดเวลา





++++++++++++++

ตอนที่เขียนตอนนี้ ยอมรับว่าเขียนลำบากมากค่ะ ไม่ถนัดเลย

อยากให้เห็นว่าปู่ทำคุณแม่เจ็บช้ำน้ำใจขนาดไหน แต่ก็กลัวว่าจะรุนแรงไปจนโดนแบน ปรับไปปรับมา ก็ลงเอยที่เเบบนี้ค่ะ

เช็คลิสต์ความซาดิสม์ของปู่มาทีละนิด

นี่คือที่มาของรอยสักสุดเท่?ของคุณแม่ค่ะ ตรามารบนแผ่นหลัง ให้คนที่เกลียดเรานึกถึงเราตลอดเวลา เป็นความทรมานที่ใจร้ายน่าดู ก็แหม ใครจะอยากนึกถึงคนที่เกลียดล่ะคะ ว่าไหม ปู่นะปู่ 

สำหรับตอนใหม่นี้ อยากอ่านเม้นจริงๆค่า ฟีดเเบ็คเป็นจะไดน้ออออ

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

   เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์   

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #655 Hiroyosha (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 07:59
    กรี้ดดดดดดเว้ยยยย
    #655
    0