Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 6 : He’ll find you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,752
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    18 ม.ค. 60

STAR













          VI : He’ll find you

การประลองเวทไตรภาคีรอบสุดท้ายถูกจัดขึ้นที่สนามควิชดิชในช่วงเย็นของวันที่ 24 เดือนมิถุนายน โดยตัวแทนต้องเข้าไปในเขาวงกตทำภารกิจตามหาถ้วยอัคนีที่ถูกซ่อนเอาไว้ เพื่อจะหาผู้ชนะคนสุดท้ายที่เจอถ้วยเร็วที่สุด

อีวานเจลีนไม่ได้ไปดูการแข่งขันแม้จะอยากไปมากแค่ไหน เธอจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของสเนปที่สั่งให้เธอฝึกฝนตนเองให้มากที่สุด จึงปฏิเสธคำชวนของแอสโทเรียที่ชวนให้ออกไปดูการประลองด้วยกัน และเลือกอ่านหนังสือในห้องนั่งเล่นรวมของสลิธีรินแทน

มีคนอยู่ที่นี่ไม่มากเหมือนที่เคยเป็น เพราะทุกคนต่างก็ออกไปชมการประลองรอบสุดท้ายกันจนแทบเกลี้ยงหอ เหลือเพียงกลุ่มเล็กๆไม่ถึงสิบคนเท่านั้น

“ตอนนี้โบซ์บาตงกับเดิร์มสแตรงก์ออกจากการแข่งขันไปแล้ว! เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดกับเพื่อนของตนจากหน้าเตาผิง แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องได้ยิน (และเหมือนว่าเขาจะจงใจทำเสียด้วย)

อีวานเจลีนไม่แน่ใจว่าเขาอยู่ชั้นปีไหนหรือชื่ออะไร แต่จำได้ว่าเมื่อสองวันก่อนมีนักเรียนคนหนึ่งถูกลงโทษโดยการกักบริเวณให้อยู่แต่ในหอนอน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นคนเดียวกัน

เห็นได้ชัดว่าฝ่ายนั้นต้องอยู่ที่นี่เพราะจำใจ ต่างจากอีวานเจลีนและคนอื่นๆที่เลือกไม่ไปดูการประลองในรอบสุดท้าย และเพราะไม่สามารถไปไหนได้ ทำให้เจ้าตัวต้องพยายามหาทุกวิถีทางที่จะทำให้รู้ความเป็นไปนอกหอนอนให้ได้มากที่สุด -- ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร เขาก็สามารถทำได้ดีเสียด้วย

เมื่อไม่มีความคืบหน้าใดเล็ดรอดออกมาจากปากของเขาอีก เด็กหญิงจึงก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป เขาเงียบไปนานพอสมควร อีวานเจลีนเดาว่าคงไม่มีเรื่องให้ต้องลุ้นอีกแล้ว ในเมื่อเหลือผู้เข้าแข่งขันจากฮอกวอตซ์ถึงสองคน ผู้ชนะจะเป็นใครผลก็คงไม่ต่างกันนัก

อีกสักพักคงได้ยินเสียงพลุไฟจุดเฉลิมฉลองแก่ผู้ชนะดังไปทั่วโรงเรียนแน่

เธอคิดว่าทุกอย่างคงจบลงด้วยดี

ใช่ ต้องดีสิ

แต่ทำไมกลับมีเสี้ยวความรู้สึกบางอย่างในใจ ที่กระซิบออกมาเบาๆ บอกเธอว่าเรื่องต่างๆ คงไม่ลงเอยง่ายดายแบบนั้น

ซึ่งมันก็ถูกเสียด้วย

“มีคนตาย... มีคนตายด้วย!เด็กหนุ่มคนนั้นตะโกนออกมาเสียงดัง ทำให้คนอื่นที่อยู่ในห้องหันไปมองเป็นทางเดียว

“ใคร!” นักเรียนชายอีกคนตะโกนถามข้ามห้องไป “พอตเตอร์หรือดิกกอรี่”

“พอตเตอร์...” อีกฝ่ายตอบ ดวงตาเพ่งมองลงไปบนแผ่นกระดาษที่มีตัวอักษรซึมออกมาเองเขม็ง ทำให้คนอื่นรู้ได้ทันทีว่าเขาหาข่าวเหล่านั้นมาได้อย่างไร

“แฮร์รี่ พอตเตอร์หรือ!

“ใช่....” เขาตอบปัด ยังไม่ละสายตาไปจากกระดาษในมือ“ไม่ๆ... เดี๋ยวนะ เดี๋ยว... ไม่ใช่สิ... พอตเตอร์รอด เขาชนะ... ดิกกอรี่ต่างหากที่ตาย!

เกิดความเงียบอันไร้ที่มาขึ้นในทันที ทุกคนต่างมองหน้ากันโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเสียงประตูห้องนั่งเล่นที่เปิดเบาๆ ดังขึ้น เรียกความสนใจของอีวานเจลีนรวมทั้งนักเรียนคนอื่นให้ต้องหันไปมอง ด้วยหวังว่าผู้มาใหม่จะเป็นใครคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งอาจได้ยินได้เห็นอะไรที่จะช่วยให้คลายความสงสัยเกี่ยวกับข่าวเมื่อครู่ลงได้

แต่ทุกคนก็ต้องแปลกใจ ดวงตาหลายคู่กระพริบถี่ จ้องมองชายร่างผอมสูงที่เดินไปหาอีวานเจลีนซึ่งนั่งเดียวดายอยู่ตรงมุมห้อง ชุดคลุมสีดำสะบัดตามความเคลื่อนไหว เป็นอาจารย์ประจำบ้านของพวกเขานั่นเอง

สเนปจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก

“มากับฉัน” เขาพูดเสียงเบา “เดี๋ยวนี้”

แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่เด็กหญิงก็ลุกตามไปอย่างว่าง่าย สเนปไม่พูดอะไรหลังจากนั้นอีก ทำให้อีวานเจลีนต้องเก็บความสงสัยไว้ในใจ และเดินไปอย่างเงียบเชียบเท่านั้น

ทั้งคู่เดินมาถึงห้องพยาบาลในที่สุด มีหลายคนอยู่ที่นั่นก่อนหน้าพวกเธอแล้ว ทั้งแฮร์รี่ ที่กำลังนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงกับรอยแผลถลอกปอกเปิกทั่วตัว โดยมีเพื่อนๆ และคนรู้จักของเขาเฝ้าอยู่ไม่ห่าง พร้อมด้วยสุนัขสีดำตัวใหญ่ซึ่งดูเชื่องผิดวิสัยตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ รวมถึงคณาจารย์อีกหลายคนที่ผุดลุกผุดนั่งอย่างกังวลใจ

ทุกๆคนมีสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อต้องเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ การแลกเปลี่ยนทัศนวิสัย ที่ไม่ค่อยตรงกัน ระหว่างศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ กับรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ คอร์นีเลียส ฟัดจ์

“รอตรงนี้” สเนปพูดเสียงเย็น ก่อนจะเดินเข้าไปสมทบกับคนอื่นๆ เฝ้ามองการโต้เถียงที่ดูจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นั้นอย่างสงบนิ่ง

ฟัจด์ไม่มีท่าทีว่าต้องการจะรับฟังอะไรก็ตามที่คู่สนทนาของตนพูดอยู่เลย เขาคัดค้านหัวชนฝาต่อทุกสิ่งที่ออกมาจากปากของดัมเบิลดอร์

“คนเดียวที่ผมจะทำงานเป็นปฏิปักษ์ด้วย คือลอร์ดโวลเดอมอร์... ” ดัมเบิลดอร์พูด อีวานเจลีนและอีกหลายคนในห้องสะดุ้งโหยงเพียงแค่ได้ยินชื่อนั้น “หากคุณต่อต้านเขา คอร์นีเลียส เราก็ยังอยู่ข้างเดียวกัน”

“เขากลับมาไม่ได้หรอก ดัมเบิลดอร์ เขาไม่มีทางกลับมา...”

เสนปเดินตรงไปหาฟัดจ์ในที เขาม้วนชายแขนเสื้อด้านซ้ายของตนขึ้น และยื่นท้องแขนให้ฟัดจ์ดูอย่างรวดเร็ว -- อีวานเจลีนเข้าใจในที่สุด ว่าเพราะเหตุใดถึงมีความกังวลที่ปรากฏชัดในดวงตาของสเนปตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานี้

ดวงตาสีดำสนิทจ้องเขม็งไปยังร่องรอยสีดำเกรียมอันน่าหวั่นเกรงนั้น มันเด่นหราอยู่บนท้องแขนด้านซ้ายที่ขาวซีดของเขา เธอเห็นปฏิกิริยาแห่งความรังเกียจเดียดฉันท์ -- และหวาดกลัว -- จากคอร์นีเลียส ฟัดจ์ ผู้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์อย่างชัดเจน รวมถึงคนอื่นๆ ที่ยังคงอยู่ในห้องพยาบาลอีกด้วย

มันดูราวกับเป็นรอยสักอัปลักษณ์ที่ฝังติดแน่นอยู่บนผิวหนัง หัวกะโหลกและตัวงูที่คล้ายจะขยับไหวไปมาบนแขนนั้นเกี่ยวกระหวัดกันจนเป็นสัญลักษณ์ที่ทุกคนต่างหวาดกลัวที่จะได้เห็น

ตรามาร

“...ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ตรานี้ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ที่แขนของคาร์คารอฟก็เหมือนกัน ท่านคิดว่าคาร์คารอฟหนีไปคืนนี้เพราะอะไรหรือ เราสองคนรู้สึกถึงตรามารที่ร้อนจัดขึ้นมา เรารู้ว่าเขากลับมาแล้ว...”

ฟัดจ์ถอยห่างออกจากสเนปไปหลายก้าว ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ แม้ว่าจะพยายามปิดบังอาการเหล่านั้นมากเพียงใดก็ไม่สามารถซ่อนมันได้ เขาไม่สนใจที่จะรับฟังอะไรก็ตามที่สเนปพูด แต่ตรงดิ่งมากระซิบกระซาบกับดัมเบิลดอร์อย่างหัวเสีย ก่อนจะเอาทองถุงใหญ่ซึ่งเป็นรางวัลของผู้ชนะการประลองวางไว้ที่ข้างเตียงของแฮร์รี่ แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ดัมเบิลดอร์ดูจะหงุดหงิดกับท่าทีของฟัดจ์ อีวานเจลีนสังเกตได้ว่ามันปรากฏชัดเจนในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นมากเพียงใด ชายชรารีบสั่งการภารกิจเร่งด่วนให้คนอื่นๆที่เหลือในทันที รออะไรไม่ได้อีกแล้ว จากนั้นจึงกวาดตาไปรอบห้อง และหยุดลงที่อีวานเจลีนครู่หนึ่ง มองเธออย่างครุ่นคิด ก่อนจะหันกลับไปและเริ่มพูดบางอย่างขึ้นมา

“ทีนี้ ถึงเวลาที่สมาชิกของเราสองคนจะยอมรับกันและกันในสภาพที่แท้จริง ซีเรียส... โปรดคืนสภาพด้วย”

สุนัขสีดำตัวใหญ่เงยหน้ามองดัมเบิลดอร์ครู่หนึ่ง แล้วในฉับพลันทันใด มันก็เปลี่ยนร่างเป็นผู้ชายร่างผอมสูงในสภาพทรุดโทรมสุดๆ ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนที่ยังเหลือในห้องตอนนี้

“มัน! สเนปส่งสายตาชิงชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อไปให้ ผิดกับนางวีสลีย์ที่กรีดร้องและกระโดดถอยหลังด้วยความตกใจ

อีวานเจลีนรู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร ใบหน้าของเขาเคยปรากฏอยู่บนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

ซีเรียส แบล็ก

“เขามาที่นี่ตามคำเชิญของฉัน” ดัมเบิลดอร์พูดพลางมองทั้งคู่สลับกันไปมา “เซเวอร์รัส ฉันไว้ใจเธอ และฉันก็ไว้วางใจเธอทั้งสองคน ถึงเวลาที่เธอทั้งสองคนจะต้องเก็บวางเรื่องในอดีตไว้ก่อน และไว้ใจกันและกัน”

ทั้งคู่ยังคงมองฝ่ายตรงข้ามด้วยแววตาที่มีแต่ความชิงชัง

“ในระหว่างนี้ ฉันจะพอใจ” ดัมเบิลดอร์เริ่มจะหมดความอดทนเข้าไปทุกที เมื่อมองท่าทีที่ซีเรียสและสเนปมีต่อกัน “แค่อย่าได้แสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันออกมาอย่างเปิดเผย เธอสองคนจงจับมือกัน บัดนี้พวกเธออยู่ข้างเดียวกันแล้ว เวลาเหลือน้อย และหากเราสองสามคนที่รู้ความจริงไม่สามัคคีกัน ก็ไม่เหลือความหวังใดอีกแล้วสำหรับเราแม้แต่คนเดียว”

แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่พวกเขาจับมือ จากนั้นจึงผละออกจากกันราวกับต้องของร้อน สายตาอาฆาตแค้นที่มีให้กันทั้งสองคู่นั้นช่างเด่นชัดเหลือเกิน และคงจะยังไม่จางหายไปในเร็ววันนี้แน่ ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจ แต่ไม่มีเวลาจะมากังวลกับเรื่องนี้อีกแล้ว จึงรีบสั่งการให้ซีเรียสทำงานที่เขาจะต้องทำ ซีเรียสรับคำอย่างกระตือรือร้น เขาร่ำราแฮร์รี่ แล้วแปลงร่างเป็นสุนัขตัวยักษ์ดังเดิม ก่อนจะวิ่งไปที่ประตูและหายลับไป

“เซเวอร์รัส เธอรู้ว่าฉันต้องขอให้เธอทำอะไร ถ้าเธอพร้อม... ถ้าเธอยินดี...”

แม้จะดูซีดเผือดกว่าปกติ แต่เขาก็ตอบรับไปอย่างรวดเร็ว

“ยินดีครับ”

“ถ้าเช่นนั้น ขอให้โชคดี”

สเนปหายไปจากห้องพยาบาล เช่นเดียวกับซีเรียส

ดัมเบิลดอร์นิ่งเงียบไปหลายนาที ก่อนที่เขาจะเดินมาหาอีวานเจลีนซึ่งยืนรับฟังทุกอย่างเงียบๆที่มุมห้อง เขามองเธออย่างอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยแววแห่งความรู้สึกผิดที่ยากจะปิดบัง

“ส่วนเธอ มิสสเนป กรุณามากับฉันด้วย...”

ดวงตาสีฟ้าใสมองเธออีกครั้ง และนิ่งเงียบไปสักพัก จากนั้นจึงละสายตาไปจากอีวานเจลีนในที่สุด

“ฉันต้องลงไปข้างล่าง” เขาพูดกับแฮร์รี่ “ฉันต้องไปพบสามีภรรยาดิกกอรี่นะ แฮร์รี่... ดื่มยาที่เหลือให้หมด ฉันจะมาพบพวกเธอทุกคนทีหลัง...ไปกันเถอะมิสสเนป”

อีวานเจลีนเดินออกมาจากห้องพยาบาลพร้อมกับดัมเบิลดอร์ ทั้งคู่ไม่พูดอะไรกัน ไม่มีแม้สักคำ มีเพียงความเงียบที่ส่งผ่านออกมาเท่านั้นที่เป็นตัวสื่อสารทุกอย่าง จนกระทั่งเดินมาถึงทางแยกที่เชื่อมลงไปสู่ส่วนล่างของปราสาท จึงได้ยินเสียงของชายชราอีกครั้ง

“อยากที่บอกไปนะ ว่าฉันต้องไปเรื่องของคุณดิกกอรี่ก่อน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เธอไปรอฉันที่ห้องอาจารย์ใหญ่นะ แล้วฉันจะตามไป... ช่วงนี้ฉันชอบกินลูกอมกรด

อีวานเจลีนพยักหน้ารับในขณะที่ดัมเบิลดอร์ผละไปอีกทางหนึ่ง เธอมองตามแผ่นหลังนั้นจนกระทั่งเขาหายลับไป จากนั้นจึงเดินไปที่ห้องของอาจารย์ใหญ่ตามคำสั่งทันที

สองขาก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรงผิดปกติ ดวงตาสีดำสนิททั้งคู่สั่นระริก บางอย่างทำให้อีวานเจลีนรู้สึกไม่สบายกายและใจอย่างหนัก แย่มากจนอยากร้องตะโกนออกมา หัวใจของเด็กหญิงนั้นเต้นแรงอยู่ภายในอกอย่างบ้าคลั่ง ขมับปวดเกร็งใกล้ระเบิด ท้องไส้บิดเกลียวเสียจนอยากอาเจียน ช่างเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเครียดเขม็งที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับตนเอง ผิดกับท่าทีภายนอกอันสงบนิ่งที่แสดงออกมาราวฟ้ากับเหว

เธอกำลังกลัว... กังวล...และหวาดหวั่น มันชัดเจนจนไม่สามารถหลอกตัวเองได้ เมื่อภายในหัวเอาแต่คิดเกี่ยวกับกับสิ่งที่คาดว่า จะต้องเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจเท่าใดนัก แต่ก็รู้ว่านั่นไม่ใช่สิ่งง่ายต่อการปฏิบัติแน่

เธอรู้... ว่าในอนาคต จะต้องได้ทำอะไร

เธอรู้... ว่าหน้าที่ ของเธอคืออะไร

เธอรู้... ว่าเธอเกิดมา เพราะอะไร

เพราะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้สิ่งที่คาดเดาว่าจะเกิดขึ้นต่อจากนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าหวาดหวั่นเกินไปสำหรับเด็กหญิงอายุเพียงสิบสองปี

“ลูกอมกรด” อีวานเจลีนพูดเสียงเบา รูปปั้นหินขนาดใหญ่มีชีวิตขึ้นมาทันที มันมองเธอก่อนขยับหลบไปด้านข้าง กำแพงด้านหลังแยกออกจากกันแล้วจึงปรากฏเป็นบันไดเวียนหินที่เคลื่อนไหวได้ อีวานเจลีนก้าวไปบนบันได และเปิดประตูเข้าห้องที่ไม่ได้ล็อกไว้ของดัมเบิลดอร์ทันที

ห้องพักอาจารย์ใหญ่เป็นห้องที่สวยงามกว้างขวาง และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง อาจเพราะรูปเหมือนของอาจารย์ใหญ่คนก่อนๆของโรงเรียนที่มองแขกผู้มาเยือนอย่างสนอกสนใจ รวมทั้งนกฟีนิกส์สีแดงเพลิงหนึ่งตัวที่เกาะอยู่บนคานทองคำตัวนั้นด้วยก็เป็นได้

 “อาจารย์ใหญ่คงเห็นว่าเวลาของเธอใกล้จะมาถึงแล้ว” เสียงเยียบเย็นดังขึ้นจากมุมๆหนึ่ง อีวานเจลีหันไปมองสเนปนั่นเอง เขาก็มารอดัมเบิลดอร์เหมือนกับเธอ

เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ตอนนี้ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นดูซีดเผือดจนเกือบจะเปลี่ยนเป็นไร้สีเลือด เช่นเดียวกับสเนป และอีวานเจลีนตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าระหว่างเขาและเธอ ใครคนใดที่กำลังกังวลใจมากกว่ากัน

ต่างคนต่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้นอีก จนกระทั่งดัมเบิลดอร์เปิดประตูเข้ามาในห้อง เขามีท่าทางเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก พ่อมดชราเดินอ้อมโต๊ะใหญ่ไปนั่งยังเก้าอี้ของตน มือกุมขมับ ก่อนจะเริ่มเปิดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความกังวล

“สงครามเริ่มแล้ว” เขามองมาที่สเนปทั้งสองอย่างหวั่นใจ “ฉันไม่เคยอยากให้พวกเธอทำสิ่งที่พวกเธอต้องทำ เลย แต่เดาว่ามันคงถึงเวลาแล้ว”

“ผมจะกลับไปทันทีครับ” สเนปพูดขึ้น

“ฉันต้องขอโทษเธอจริงๆนะเซเวอร์รัส ที่ต้องขอร้องให้เธอต้องทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายขนาดนั้น” ดวงตาสีฟ้ามองเขานานพอสมควร ก่อนหันไปมองอานเจลีนที่ยืนอยู่ข้างกัน “และเธอด้วยสาวน้อย”

อีวานเจลีนไม่ตอบอะไร เธอทำเพียงแค่มองดัมเบิลดอร์เท่านั้น

“ที่ฉันเรียกเธอมาในวันนี้ เพราะอย่างที่เรารู้กัน... ว่าอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ เซเวอร์รัสต้องกลับไปหาโวลเดอมอร์” เขาพูดชื่อที่ทำให้เด็กหญิงต้องกัดริมฝีปาก “และฉันเสียใจ ที่ต้องบอกว่าเซเวอร์รัสจำเป็นต้องรายงานเรื่องของเธอให้โวลเดอมอร์รู้... เขาจำเป็น ต้องทำ เพราะถ้าไม่ ฉันคิดว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เซเวอร์รัสได้คุยกับเราแบบยังมีลมหายใจ

“แต่โปรดวางใจ” ดัมเบิลดอร์เสริม “ว่าเธอจะยังไม่ได้พบกับโวลเดอมอร์ในเร็ววันนี้-- แต่ฉันมั่นใจเหลือเกิน ว่าในสักวันหนึ่งเขา จะต้องเรียกหาเธอแน่...”

“...ฉันเข้าใจค่ะ...” หลังจากที่ไม่ได้พูดอะไรกับดัมเบิลดอร์มาตลอด ในท้ายที่สุด อีวานเจลีนก็ตอบรับเขาเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีดำสนิทนั้นมั่นคงและตั้งมั่น แต่ลึกๆกลับแฝงไปด้วยความหวั่นวิตก “ฉันเข้าใจ...จริงๆ”

“ช่างเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุน้อยเช่นเธอ” ดัมเบิลดอร์พูดอีกครั้ง ตาสีฟ้าอ่อนนั้นสะท้อนแต่ความรู้สึกผิด “น่าเศร้าเหลือเกินที่ต้องบอกความจริง แต่ถ้าเธอได้รู้มันจะสามารถช่วยให้เธอเตรียมตัวให้พร้อมรับกับทุกอย่างได้ เพราะหลังจากที่เซเวอร์รัสกลับไปหาเขา เราหลีกเลี่ยงความจริงข้อหนึ่งไม่ได้ นั่นคือ...นอกจากแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้วก็คงจะเป็นเธอ...ที่โวลเดอมอร์ต้องการตัวมากที่สุด”

ความรู้สึกที่หนักอึ้งเข้ากอบกุมใจดวงน้อย อีวานเจลีนหวาดกลัวและเป็นกังวล...

ต่อความจริงที่เธอรู้มานานแล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นกับตนเอง

 

(อธิบายเพิ่มเติม ดังที่เห็นไป นี่เป็นเหตุการณ์ตามหนังสือเล่ม 4 ที่แฮร์รี่กำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นห้องพยาบาลหลังโวลเดอมอร์กลับมาแล้ว และจับบาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์(แมดอายตัวปลอม)เรียบร้อย และกำลังสั่งการให้แต่ละคนไปทำงานของภาคี เช่น ส่งบิลไปบอกข่าวนายวีสลีย์ ส่งซีเรียสไปรวบรวมภาคีคนอื่นและเตือนภัย ให้มักกอนนากัลไปตามแฮกริดกับมาดามมักซีมเพื่อให้หาพันธมิตรชาวยักษ์ และมาดามพรอมฟรีย์ที่ต้องไปดูแลวิ้งกี้(เอล์ฟประจำตระกูลเคร้าช์) ที่พึ่งสูญเสยเจ้านายของตน (แม้ดอายส์ตัวปลอม) จากการโดนจุมพิตผู้คุมวิญญาณตามคำสั่งกระทรวง และสเนปที่ต้องกลับไปหาโวลเดอมอร์ นั่นเองจ้า


หายหน้าไปนานกว่าปกติ คิดถึงกันม้ายยยยย

อยากจะบอกว่าที่มีคนเมนต์ทายกันมา ว่าใครจะเป็นคนที่เรียกอีวานเจลีนด้วยชื่อเล่นนั้น  เราอ่านทุกคนค่ะ แต่ห้ามใจไม่ให้เฉลยคำตอบ

แต่!

มีคนทายถูกด้วยนะ

ฮ่าๆ ดีใจฝุดๆเลย

เจอกันตอนหน้าค่า

อย่าลืมเม้นต์เป็นกำลังใจหน่อยเน้อ ได้อ่านเมนต์แล้วมีแรงแต่งค่ะ!

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #617 KritchayaDonsing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 00:26
    เราแบบอินจนร้องไห้ ชีวิตน้องไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้จริงๆค่ะ;-;
    #617
    1
    • #617-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      4 ธันวาคม 2562 / 22:58
      ตัวเอกนิยายไรตต้องโดนทำร้ายทุกเรื่องค่ะ ฮ่าๆ
      #617-1
  2. #413 panitin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 14:53
    ลูกของโวลดี้เหรอคะ
    #413
    1
    • #413-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      29 ธันวาคม 2560 / 09:45
      ใช่ไหมน้าาาาาาาา อีกไม่กี่ตอนก็รู้ อิอิ
      #413-1
  3. #340 Lin lil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 00:26
    ม่ายนะ นายตายแล้วใช่ไหมดิกกอรี่ แต่ไม่เป็น เดี๋ยวนายก็จะได้เป็นแวมไพร์ และมีเมียละ 5555
    #อีบร้านั้นมันคนละเรื่อง
    #340
    1
    • #340-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      31 ตุลาคม 2560 / 09:54
      จักรวาลเดียวกัน มั้ยนะ
      #340-1
  4. #285 Savant A. Cloud (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 22:43
    ทำไมโวลดี้ต้องการอีวาน? อีวานเป็นฮอครักซ์หรอ?
    นอกจากตาสีแดงงูของอีวานกับที่น่าจะฟังภาษาพาร์เซลต์ได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นให้โวลดี้ต้องการเลยนี่นา???
    เฮ่อ ภาคนี้เป็นภาคที่ค่อนข้างสะเทือนใจ เพราะเซดริกตาย ; - ; )
    รู้สึกหน่วงจากเลยค่ะ T _ T)
    #285
    1
    • #285-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      17 สิงหาคม 2560 / 19:25
      ตอนเซดริกตายนี่ช๊อกซีนีม่ามากเลยค่ะ คือแบบ เปิดมา อาวาดาเคดาฟ-รา บึ้ม ตาย!!!! งื้ออออ
      #285-1
  5. #143 m.ppmm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 19:44
    ทำไมโวลเดอร์มอร์ต้องต้องการตัวอีวานด้วยอ่ะ
    #143
    1
    • #143-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      17 เมษายน 2560 / 01:48
      อีกนิดๆ ฮ่าๆ
      #143-1
  6. #27 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 16:55
    เราลืมเนื้อเรื่องภาค4ไปหมดแล้ว ต้องกลับไปอ่านไหมนิ ถถถ
    ไรท์แต่งเอาเรื่องของตัวเองมาผูกกับเรื่องออริได้กลมกลืนมากๆค่ะ ชอบจัง
    อีวาเป็นใครน้อ //กลับไปดูเม้นหน้าที่แล้ว
    #27
    1
    • #27-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      23 มกราคม 2560 / 21:51
      เปิดหน้าริยายตัวเองมา ตกใจเลยค่ะ เอ๊ะ ทำไมเมนต์พุ่งขนาดนี้เนี่ย ฮ่าๆ
      ขอบคุณมากค่า อ่านทุกคนทุกเม้นต์น้า
      #27-1
  7. #21 Tomaiey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 06:39
    ได้กลิ่นTmrxoc ตะหงิดๆ แฮะ แหม สงสารอีวา สงสารเซฟ ขออย่าให้เป็นอะไรเลย เซฟตายไม่ได้นะ!
    //ปมอีวานี่น่าสนใจมากกกก อยากรู้ๆๆๆๆๆ
    #21
    1
    • #21-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      20 มกราคม 2560 / 00:59
      ชอบแกล้งตัวละครของตัวเองมากเลยค่า ฮ่าๆ
      #21-1
  8. #20 thaicraft93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 23:28
    เม้นกำลังใจ?
    #20
    1
    • #20-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      19 มกราคม 2560 / 00:18
      มาค่ะ มาเลย รับหมด ฮ่าๆ
      #20-1
  9. #19 Oily Taksaorn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 22:51
    อีวาเจลีนเป็นอะไรอ่ะ? อยากรู้!!
    #19
    1
    • #19-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 6)
      19 มกราคม 2560 / 00:17
      เร็วๆนี้ ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ!
      #19-1