Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 55 : The Dark Between IV: Working Time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    10 ธ.ค. 62

STAR








     The Dark Between IV: Working Time

Related image

“จอมมารอนุญาตให้เธอไปที่ไหนในเขตบ้านหลังนี้ก็ได้นะเอลลี่” นาร์ซิสซากระซิบ ขณะเดินนำสำรวจไปรอบ ๆ คฤหาสน์ ท่าทีระแวดระวังทุกฝีก้าวแบบนั้นทำให้เธอดูเหมือนแขกที่เดินอยู่ในบ้านของคนอื่นมากกว่าบ้านตัวเอง “เธออยากได้อะไร ก็บอกฉันหรือลูเซียสก็ได้--

--ฉันอยากออกไปจากที่นี่” อีเล็กตราตอบสวนทันควัน

คฤหาสน์มัลฟอยใหญ่โตกว้างขวางก็จริง ทว่าไม่น่าอยู่เลยสักนิด แม้เธอจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะคำสั่งของไอ้บ้านั่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความสะดวกสบายที่ได้รับมาจะทำให้อยากอยู่ที่นี่มากขึ้น

โวลเดอมอร์จะไม่ค่อยได้กลับมาบ่อยนัก เดาว่าคงมัวแต่ออกไปทำอะไรก็ไม่รู้ตัวคนเดียวในที่ไหนสักแห่งในโลกเวทมนตร์ โดยไม่คิดจะบอกให้ใครได้รู้เหมือนปกติ

แต่อย่างไรก็ตาม... ในทุกสองสามวัน เขาก็จะแวะมาที่คฤหาสน์มัลฟอยอยู่ดี

ทว่าในหนึ่งสัปดาห์นี้กลับแตกต่างออกไป เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่อีเล็กตราไม่ได้เห็นเจ้าของใบหน้าขาวเผือดคนนั้น เขาหายหน้าไปจะครบอาทิตย์ จนบางทีก็ทำให้เผลอคิดว่าอาจจะโดนฆ่าตายไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้น่าประหลาดใจอะไร สมควรแล้วสำหรับคนโจทก์เยอะแบบนั้น

ดีเสียอีก โลกจะได้น่าอยู่ขึ้น อย่างน้อยตัวที่เลวที่สุดก็โดนกำจัดไปแล้ว

มันเป็นเพียงความหวังที่อยากให้เป็นจริงขึ้นมา ทว่าเธอรู้ดีกว่าใคร ว่าในตอนนี้เขายังอยู่ดีมีสุขและปลอดภัย อีเล็กตราสัมผัสได้ ว่าโวลเดอมอร์ยังอยู่ที่ไหนสักแห่ง

“...เธอก็รู้ว่าฉันให้ไม่ได้...” นาร์ซิสซาทำสีหน้าลำบากใจ “อย่าขออะไรแบบนั้นสิ”

อีเล็กตราหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเก่า ก่อนจะเดินหนีไปอีกทางหนึ่ง นาร์ซิสซาทำได้เพียงกระหืดกระหอบวิ่งตาม เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูใหญ่อันเป็นประตูหลักสำหรับเข้าออก ดวงตาสีเทาอ่อนมองช่องทางที่เปิดค้างอยู่ตรงหน้าอย่างชั่งใจ

ปลายเท้ายังรั้งรอที่ธรณีประตู เธอกลั้นหายใจ พลางก้าวออกไปจนพ้นตัวบ้าน จากนั้นจึงก้มมองข้อเท้าของตนเอง

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

อีเล็กตราถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้แต่นาร์ซิสซาที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ทำเช่นเดียวกัน นางมัลฟอยเดาว่าญาติของหล่อนน่าจะเบื่อที่ต้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่เฉย ๆ และคงอยากออกมาสูดอากาศนอกตัวบ้านเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถดูบ้าง...

ทว่าในเสี้ยววินาทีถัดมาก็เห็นอีเล็กตราออกวิ่งจนเต็มฝีเท้า!

ร่างโปร่งบางพุ่งตรงไปหาประตูรั้ว นาร์ซิสซาทำอะไรไม่ถูก แม้จะมีไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือก็ไม่รู้ว่าควรจะจัดการอย่างไรต่อไป มันอันตรายเกินไปที่จะเสกคาถาใส่อีเล็กตรา

ลูเซียสเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อหลายปีก่อน... อีเล็กตราก็เคยคิดหาทางจะหนีไปเช่นนี้ แถมยังหนีไปได้ไกลพอสมควรก่อนจะโดนจับกลับมา และผู้เสพความตายที่จับเธอกลับมาเพื่อหวังจะได้รับรางวัลจากจอมมารกลับโดนคำสาปพิฆาตแบบไม่ทันตั้งตัวไปแทน เพียงเพราะเผลอไปทำให้ ผู้หญิงของจอมมาร มีรอยถลอกเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการจับกุมเท่านั้น

ในขณะที่คิดหาหนทางที่อ่อนโยนที่สุด อีเล็กตราก็วิ่งผ่านสวนหย่อมขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่เกินครึ่งของคฤหาสน์ไปเสียแล้ว

ประตูรั้วเหล็กดัดขนาดยักษ์เปิดอ้าออกอัตโนมัติทันทีที่ย่างเท้าไปถึง

เธอวิ่งออกไปนอกรั้ว ทว่าทันทีที่ปลายเท้าจรดลงบนพื้นนอกเขตของคฤหาสน์ กลับมีควันไฟกระจายอยู่รอบตัวเธอ ก่อนจะก่อตัวเป็นรูปร่างเหมือนเส้นเชือก พันรอบที่ข้อเท้าเอาไว้ ยึดโยงใยเข้าไปในตัวบ้าน จนก้าวออกไปไกลกว่านี้ไม่ได้

“บ้าเอ๊ย!” อีเล็กตราสบถ พยายามที่จะดึงเชือกเวทมนตร์ให้ขาดออกจากตัว แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะขาดแม้แต่นิดเดียว

เธอเดินกลับไปกลับมาเหมือนหนูติดจั่น เชือกที่มัดข้อเท้าหายไปเมื่อเธอเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน ก่อนจะกลับมาพันอีกครั้งเมื่อเลยประตูออกไป สลับไปมาอยู่อย่างนี้

นาร์ซิสซาวิ่งตามมาจนทัน อยากจะชวนอีกฝ่ายให้รีบกลับเข้าไปด้านใน หากเสียงกรอบแกรบที่ดังออกมาจากรั้วต้นยิวที่ขึ้นเป็นแนวโค้งข้างตัวนั้นกลับทำให้ต้องชะงัก ก่อนจะรีบหันไม้กายสิทธิ์ไปยังตำแหน่งที่คาดว่าเป็นต้นเสียงในทันที

เป็นงูจงอางขนาดยักษ์ที่เลื้อยออกมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะชูหัวขึ้นสูง ตั้งคอแผ่ออกจนแบนเตรียมพร้อมจะฉก

นาร์ซิสซาตัวแข็ง กลัวลนลานจนทำอะไรไม่ถูก จะโจมตีงูเพื่อป้องกันตัวก็ไม่รู้ว่าควรจะทำหรือเปล่า แต่จะปล่อยเอาไว้แล้วโดนฉกจนตายก็คงจะทำไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากพอ ๆ กับต้องเลือกว่าจะเสกคาถาใส่อีเล็กตราดีหรือไม่ ด้วยรู้ว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นเจ้านายของงูตัวนี้ และเธอคนนั้นคงจะไม่ชอบใจเอามาก ๆ แน่ ถ้ารู้ว่าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่ได้รับมาจากจอมมารต้องบาดเจ็บ

เสียงขู่ฟ่อดังขึ้นพร้อมกับอาการแยกเขี้ยวที่กว้างกว่าเก่า เกล็ดสีดำสนิทถูกันไปมาจนเกิดเสียงน่าขนลุก ตัวของมันใหญ่ขึ้นจากครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นอีกแล้ว...

เจ้างูยักษ์ฉกลงมาอย่างรวดเร็ว!

นาร์ซิสซาเอี้ยวตัวหลบ ก่อนจะถอยร่นมาหาอีเล็กตรา ล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ไม้กายสิทธิ์ที่ถือกระเด็นหลุดออกจากมือ งูพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง นางมัลฟอยหลับตาแน่น รอรับคมเขี้ยวที่พร้อมจะฉีดพิษอันตรายถึงตายอย่างไร้ทางสู้

หากในเสี้ยววินาทีมันก็หยุดชะงัก จงอางยักษ์โยกหัวไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะเลื้อยห่างออกมาจากนาร์ซิสซา เกี่ยวกระหวัดยังข้อมือเรียวบางที่ยื่นหา เลื้อยพันกับท่อนแขนของใครบางคนที่เดินใกล้เข้ามา

ผู้มาใหม่หันไปส่งเสียงฟู่ฟ่อกับงูตัวนั้น มันผงกศีรษะราวกับเข้าใจคำสั่ง ดวงตาดำเป็นขีดยาวจ้องมองตาสีแดงสดของผู้เป็นนายอย่างสงบนิ่ง

“อีวานเจลีน” นาร์ซิสซาทำใจดีสู้เสือ รีบลุกขึ้นปัดฝุ่นดินที่เกาะตามเสื้อผ้าก่อนเดินไปหาหลานสาวของตัวเอง “เธอ... เธอมาตั้งแต่ตอนไหน”

คนอายุน้อยกว่าตอบกลับด้วยท่าทีเย็นชา “มาได้สักพักแล้ว”

“แล้ว... แล้วเดรโกล่ะ” คนพูดสอดส่ายสายตา เพื่อมองหาลูกชายคนเดียวที่น่าจะเดินมาพร้อมกันกับอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มหน้าซีดขาวเดินเข้ามา

อีเล็กตรานิ่งมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียบเฉย อ่านไม่ออก และอีวานเจลีนก็จ้องกลับไปเช่นเดียวกัน 

บรรยากาศชวนกดดันกระจายไปในทุกอณู นาร์ซิสซาสัมผัสได้ถึงเรื่องเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

แม้ว่าจอมมารจะลักพาตัวอีเล็กตรากลับมาอยู่ที่นี่ได้หลายเดือน และอีวานเจลีนก็อยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้มาได้ระยะหนึ่ง ทว่านี่อาจเป็นการเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่

เธอและผู้เสพความตายทุกคนรู้เรื่องที่อีวานเจลีนโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับบิดาและมารดาผู้ให้กำเนิดจนกระทั่งเริ่มโตเป็นสาว

อีวานเจลีนเจอโวลเดอมอร์ครั้งแรกตอนอายุสิบสาม... และเจออีเล็กตราครั้งแรกตอนนี้ซึ่งอายุสิบห้าปี ตอนเจอกับพ่อครั้งแรกก็ต้องพยายามสุดตัวเพื่อรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ และพอตอนนี้มาเจอแม่... ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่ได้ยินมาว่าเคยพยายามจะฆ่าเธอตั้งแต่เล็ก ๆ

มันจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ

คนอายุน้อยกว่าชี้ไม้กายสิทธิ์สีซีดขาวของตนตรงไปยังใบหน้ามารดาผู้ให้กำเนิด จนนาร์ซิสซาและเดรโกที่ยืนมองต้องกลั้นหายใจพร้อมกัน

“เอกซ์เปลล์ลิอาร์มัส! ไม้ของนาร์ซิสซาที่อยู่ในมือของอีเล็กตรากระเด็นหลุดออกไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะลอยหวือเข้าหาอีวานเจลีนทันที ดวงตาสีแดงสดจ้องมองไม้ที่อยู่ในมือครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนคืนไปให้นาร์ซิสซา

“ท่านพ่อสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ผู้หญิงคนนี้ได้จับไม้” เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับดูน่ากลัวมากกว่าการขู่ตะคอกเสียอีก “ระวังจะตายไม่รู้ตัว”

นางมัลฟอยรีบเก็บอาวุธเข้าใต้เสื้อคลุม ก่อนจะเดินมาหาอีเล็กตรา ดวงตาสีฟ้ามองคู่แม่ลูกที่ยืนจ้องเขม็งใส่กันมาพักใหญ่ด้วยความเป็นกังวล

“เอ่อ... เอลลี่ นี่...” หล่อนผายมือไปมาหาอีวานเจลีน “นี่ไง... อีวานเจลีน”

นาร์ซิสซาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่เธอคิดว่าอย่างน้อย ถ้านี่เป็นการเจอกันครั้งแรกของทั้งคู่ ก็ควรจะลดบรรยากาศกดดันที่เกิดขึ้นนี้ลงเสียหน่อย

ไม่มีเสียงใดดังขึ้นอีกหลังจากนั้น ต่างฝ่ายต่างทำเพียงจ้องมองภาพสะท้อนของกันและกันโดยไม่พูดอะไรออกมา แล้วก็เป็นอีเล็กตรา ที่หันหลังเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านก่อน

นาร์ซิสซารีบตามไป แม้จะคิดถึงเดรโกและอยากอยู่กับเขามากแค่ไหน แต่ก็ต้องทำหน้าที่เพียงหนึ่งเดียวของตนให้ดีที่สุด นั่นคือการติดตามอีเล็กตราไปทุกที่

เธอประหลาดใจมาก ที่อีเล็กตราไม่แสดงท่าทีใด ๆ ต่อเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองเลยแม้สักนิด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเลยตลอดสิบกว่าปี ขนาดเดรโกโดนส่งให้กลับไปโรงเรียนแค่ไม่กี่เดือน เมื่อกลับมา เธอก็มั่นใจว่าการต้อนรับของเธอต้องดีกว่าการหมางเมินเสมือนมองบางสิ่งที่เกลียดแสนเกลียดแบบนี้แน่

แต่ว่า... อีเล็กตราคงไม่ได้รู้สึกรักลูกตัวเองเท่าไรหรอก ถ้ารักเธอคงไม่เลือกจะร่ายคำสาปใส่อีวานเจลีน จนตัวเองต้องโดนคาถาสะท้อนจนวิกลจริตอย่างนี้แน่

ครอบครัวของจอมมารคือส่วนผสมที่แปลกประหลาดที่สุดที่ครอบครัวคนปกติไม่สามารถเลียนแบบได้ พวกเขามีทั้งพ่อที่พร้อมฆ่าทุกคนที่ไร้ประโยชน์ต่อตนเองไม่เว้นแม้กระทั่งลูกสาวแท้ ๆ แม่ที่เคยเกือบจะสังหารลูกของเธอตั้งแต่ยังแบเบาะ แล้วยังจะคนลูกที่น่ากลัวมากกว่าน่าเข้าใกล้

นาร์ซิสซาผ่านเข้าไปในตัวบ้าน ตามอีกคนที่เดินฉับ ๆ ผ่านโถงทางเดินเพื่อกลับห้องของตนไปให้เร็วที่สุด ก่อนจะต้องหยุดชะงัก เมื่อพบว่าในตอนนี้... ชีวิตที่วุ่นวายมากจนเกินพอของเธออาจกลายเป็นหายนะในไม่ช้า

เคยได้ยินมาว่าอย่าปล่อยให้สิ่งที่เป็นศัตรูกันอยู่ใกล้กัน ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เหลืออยู่จะมีเพียงความพังพินาศ ไม่ว่าจะเป็นหมากับแมว พังพอนกับงูเห่า เด็กสริธีรีนกับกริฟฟินดอร์ รวมไปถึง...

เบลลาทริกซ์กับอีเล็กตราก็ด้วย

“นี่อย่าบอกนะว่าเธอยังพยายามหนีอยู่อีก” คำแรกที่เบลลาทริกซ์เอ่ยทักนั้นแทบไม่ต่างกับสารท้ารบสักเท่าไรนัก “หมาโดนล่ามโซ่มันยังรู้เลยว่าตัวเองหนีไม่ได้ ปัญญาไม่มีก็อย่าพยายามเลย มันดูเหมือนพวกโง่เปล่า ๆ นะเอลลี่

“แล้วเธอล่ะเบลลา” อีเล็กตราก็ใช่ว่าจะยอมกันได้ง่าย ๆ “กลับมาได้ก็แวะเวียนมาแถวห้องของฉันบ่อยเหลือเกินนะ”

ลูเซียสกับนาร์ซิสซาเคยเป็นเจ้าของห้อง ๆ นี้มาหลายสิบปี มันเป็นห้องที่กว้างที่สุด หรูหราที่สุด และสะดวกสบายที่สุดจากทุกห้องในคฤหาสน์มัลฟอย จนกระทั่งโดนโวลเดอมอร์ยึดครองเป็นห้องส่วนตัวของเขา ทว่าแม้จะยึดไปแล้วแต่ก็โดนปล่อยทิ้งไว้ไม่เคยได้ใช้ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้... ที่เขามอบมันต่อ เพื่อให้เป็นห้องส่วนตัวของอีเล็กตรา

และหลังจากที่ห้องนี้กลายเป็นของอีเล็กตรา จอมมารก็แวะมาบ่อยขึ้น มันอาจเป็นที่แรกและที่เดียวที่โวลเดอมอร์เลือกจะมาปรากฏตัว จนถึงขั้นเรียกสมุนมามอบภารกิจกันถึงหน้าประตูก็เคยทำบ่อย ๆ

นี่จึงเป็นสาเหตุที่มักจะเห็นเบลลาทริกซ์วนเวียนอยู่แถวนี้เป็นประจำ

“ฉันก็แวะมาดู ว่าจอมมารจะมีภารกิจใหม่ที่อยากให้ฉันทำอีกหรือเปล่า เพราะท่านชอบเรียกฉันทำงานบ่อย ๆ ด้วยนี่ ก็ฉันเป็นสมุนมือขวาที่ไว้ใจได้มากที่สุดนี่นะ หน้าที่ก็เลยเยอะที่สุดด้วย” เบลลาทริกซ์กอดอกยืนขวางประตูห้องไว้ “ไม่ได้ว่างเหมือนใครแถวนี้”

อีเล็กตราแสยะยิ้ม

งานฉันมันอยู่ตอนกลางคืน แต่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้านายสุดที่รักของเธอ ว่าอยากให้ฉันทำงานตอนกลางวันหรือเปล่า ถ้าอยาก ฉันก็พร้อมสนองได้ทุกเมื่อ”

หน้าของเบลลาทริกซ์เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นในทันที แต่ก็ยังพยายามควบคุมอารมณ์ให้ดูเป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกครั้งที่เห็นหน้าอีเล็กตรา จะมีเพียงสองความรู้สึกเท่านั้นคือโกรธกับเกลียด และทั้งสองอย่างนี้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่ออีกฝ่ายใช้คำพูดกระทบที่ตอกย้ำให้ได้รู้ ว่าไม่ว่าจะอย่างไรแล้ว...

คนที่ถูกเลือกก็ยังเป็นอีเล็กตราอยู่วันยันค่ำ

พวกเธอเหมือนกันแทบทุกอย่าง ทั้งชาติตระกูล สายเลือด ทรัพย์สมบัติ หน้าตา ดีไม่ดีความสามารถทางด้านเวทมนตร์ของเบลลาทริกซ์อาจมีมากกว่าด้วยซ้ำ นั่นทำให้เบลลาทริกซ์ไม่เคยหาคำตอบได้เลย ว่าเพราะอะไร...

ทำไมคนที่ได้ยืนอยู่ข้างโวลเดอมอร์ ถึงไม่ใช่เธอ...

“งั้นมาทำงานตอนนี้เลยดีไหม” เสียงแหบต่ำที่ดังขึ้นมาจากมุมหนึ่งทำเอาคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่พากันสะดุ้งโหยง กลุ่มควันสีดำลอยวนอยู่รอบตัว ก่อนจะค่อย ๆ ก่อเป็นรูปสร้างเป็นร่างของชายตัวสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท

เบลลาทริกซ์ยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อได้พบเจ้านายที่ไม่ได้เห็นหน้ามาหลายวัน อยากจะเดินเข้าไปหาแต่ก็ต้องชะงักฝีเท้า เมื่อโวลเดอมอร์ที่พึ่งมาถึงกลับสนใจที่จะเดินไปหยุดยืนตรงหน้าของอีเล็กตราเพียงคนเดียวเท่านั้น

ตาสีแดงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่มีใครรู้ได้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ หากการขยับตัวของคนที่ตัวเล็กกว่ากลับทำให้ความสงสัยเหล่านั้นมลายหายไปในทันที

มือเล็กลูบสัมผัสที่ลาดไหล่ของเขา จากนั้นจึงเลยไปคล้องกันไว้ที่หลังคอ ดวงตาสีเทาอ่อนช้อนมองพลางขบกัดริมฝีปากอย่างจงใจ อีเล็กตราเขย่งปลายเท้า ก่อนจะจูบโวลเดอมอร์อย่างเร่าร้อนและรุนแรงที่สุด ส่วนเขาก็ตอบสนองโดยเอื้อมมือเรียวยาวอ้อมมาโอบที่เอวคอดกิ่วเอาไว้ ก่อนที่จะถอนริมฝีปากออกจากกัน

เบลลาทริกซ์หน้าคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ เธอเดินหนีไปเพราะไม่อาจทนมองภาพบาดตาแบบนี้ได้อีกต่อไป ทว่าคล้อยหลังแค่ครู่เดียว โวลเดอมอร์ก็โดนอีเล็กตราผลักออกจากตัวอย่างแรง ก่อนที่คนผลักจะเดินหลบไปอีกทางหนึ่ง

หากแค่เสี้ยววินาทีที่คิดจะก้าวเท้า ก็โดนดึงกลับเข้าสู่อ้อมแขนของเขาในทันที จ้าวแห่งศาสตร์มืดประครองใบหน้าของเธอ แล้วครอบครองริมฝีปากที่เป็นของเขาเมื่อครู่อีกครั้ง

อีเล็กตราเบือนหน้าหนี สองมือผลักอกคนตรงหน้าออกไปให้ไกลตัว แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในการขัดขืนเขาเลยสักครั้ง

“บางทีฉันน่าจะมอบงานใหม่ให้เบลลา” ว่าพร้อมกับดันอีเล็กตราให้เข้าไปในห้อง “ให้มาอยู่ดูตอนที่เธอทำงาน... เธอจะได้ร่วมมือกับฉันเหมือนเมื่อกี้นี้... ดีไหม”

โวลเดอมอร์รู้ดีว่าสองคนนี้ไม่ค่อยถูกกัน มันเป็นมาตั้งนานแล้ว และยิ่งรู้ดีที่สุดว่าเพราะความอยากจะเอาชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้นถึงทำให้อีเล็กตรายอมจูบเขาก่อนอย่างนี้ได้

มันเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ตัวเขากลายเป็นเครื่องมือ ที่มีหน้าที่แค่เอาคืนคนที่ตนเองไม่ชอบขี้หน้าอย่างแสบสันที่สุดเท่านั้น ไม่เคยมีใครตีราคาของเขาได้ต่ำต้อยได้แบบเธอ แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับมันมากเท่าไรนัก อย่างน้อยการที่เขากลายเป็นเครื่องมือในเรื่องหนึ่ง ก็สามารถนำเขาไปสู่อีกเรื่องหนึ่งที่เหนือกว่านั้นได้

อีเล็กตราโดนผลักลงบนเตียง ไม่ทันที่จะลุกขึ้นโวลเดอมอร์ก็โน้มตัวเข้าหาอีกครั้ง กดจูบตั้งแต่ริมฝีปากไปจรดลำคอระหง ฝ่ามือตะโบมลูปไล้ไปทั่วร่างกายของร่างข้างใต้โดยไม่สนใจว่าเธอจะผลักไสอย่างไร

เขาเอาแต่ตามหาไม้เอลเดอร์จนลืมกลับมาที่นี่ ที่ซึ่งในช่วงหลังมานี้จะต้องแวะทุกสามถึงสี่วันเป็นอย่างน้อยแล้วค่อยออกไปใหม่ แต่ตอนนี้กลับทิ้งช่วงไปนานเป็นอาทิตย์แทน

รู้สึกราวกับว่าตนเองลืมเลือนกลิ่นแสนหอมหวานกับความอบอุ่นของร่างกายของเธอไปแล้ว

ยังเช้าอยู่เลย...

ช่างเถอะ ไม่ว่าจะอะไร หรือตอนไหน ถ้าเขาอยากได้ มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น

มือข้างหนึ่งโบกสะบัด ผ้าม่านทั้งหมดเลื่อนเข้าหากันบดบังแสงที่ลอดเข้ามา จนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด โวลเดอมอร์ไม่ค่อยชอบแสงสว่างมากนัก มันมักจะทำให้เขาแสบตาและรู้สึกแย่ ผิดกับความมืดสลัวที่ดูจะเป็นมิตรมากกว่าลิบลับ

อีเล็กตรากำหมัดก่อนจะสวนไปที่ใบหน้าของเขา แต่โวลเดอมอร์กลับหยุดมันไว้ได้ก่อนจะกดข้อมือบางให้จมลงไปกับเตียง เธอจึงทำได้เพียงเค้นเสียงกร้าวผ่านลำคอ “หยุดนะ!

ไม่เพียงแต่จะไม่รับฟัง แต่มืออีกข้างที่ว่างของเขากลับกวาดคลำไปทั่วใต้ชุดที่สวมใส่ อีเล็กตรากัดกรามกรอด เบือนหน้าหนีไปอีกทางเมื่อโวลเดอมอร์โน้มศีรษะลงมาจนชิด ทำให้กลายเป็นการโดนคลอเคลียที่ข้างแก้มไปแทน

โวลเดอมอร์เลื่อนใบหน้ามาที่ซอกคอ ดวงตาสีแดงสดจ้องมองอย่างเผลอไผล ก่อนจะกัดลงไปอย่างแรง มีเลือดหยดเล็กไหลซึมออกมา

“...อึ่ก...” อีเล็กตรากัดริมฝีปากล่างเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวด หยดน้ำใสหน่วงคลอที่ขอบตา รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังโดนฉีกกระชากออกเป็นสองส่วน

ทว่าอาการกลั้นหายใจเพื่อปิดบังความรู้สึกยิ่งกระตุ้นให้เขาต้องการเธอมากขึ้นไปอีก

“เธอเป็นของฉัน” โวลเดอมอร์โน้มตัวลงไปจูบ น้ำลายและคาวเลือดผสมปนเปอยู่ในโพรงปาก และเมื่อถอนริมฝีปากออกมา ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากและสองข้างแก้ม หอบหายใจสั้นถี่จนเหมือนคนที่พึ่งไปวิ่งมา

“ฉัน...ไม่ใช่...ของ...ของ...แก”

“ใช่สิ” โวลเดอมอร์ขยับกาย “เธอเป็นของฉัน แค่ของฉันคนเดียวเท่านั้น”

พูดจบก็กอดกระหวัดร่างของเธอให้แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม ครอบครองริมฝีปากอิ่มอีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่รู้จักเบื่อ ใช้เวลาทั้งหมดที่มีตักตวงความหอมหวานที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากร่างกายนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เธอเป็นของเขา...

ของเขาคนเดียวเท่านั้น...



++++++++++++++++++++++

ยังคงคอนเซปต์เดิมนะปู่ 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #635 linlana lily (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 01:26

    ปู่คือคงเส้นคงวามากก
    #635
    1
    • #635-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 55)
      14 ธันวาคม 2562 / 08:59
      ความ...นี้
      #635-1
  2. #633 Chuliat (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 20:58
    ปวดตับปวดไต เมื่อไรเค้าจะคุยกันดีๆได้เนี่ยยย
    #633
    1
    • #633-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 55)
      14 ธันวาคม 2562 / 08:59
      ไม่เค้ยไม่เคยมีเลยบรรยากาศนี้
      #633-1