Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 52 : The Dark Between I: A stranger in the dark

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    5 ธ.ค. 62

STAR








          The Dark Between I: A stranger in the dark


“นาร์ซิสซา” ลูกเซียสเรียกภรรยาเสียงแผ่วเบา “เธอ... นายท่านต้องการพบเธอ ตอนนี้”

เจ้าของชื่อพยักหน้ารับ เธอสูดหายใจเข้าปอด เรียกขวัญและกำลังใจให้กับตนเอง ก่อนจะลุกจากเก้าอี้โยกตัวโปรด เธอเดินไปหาเดรโกผู้เป็นบุตรชาย แล้วกอดเขาเอาไว้ เสมือนเป็นการเติมพลังสุดท้ายก่อนที่จะต้องไปเผชิญกับบางสิ่งที่เธอต้องการจะหลีกหนีเป็นที่สุด

สองขายังเดินต่อ แต่ภายในร่างกายกลับว่างเปล่าราวกับไร้วิญญาณ เธอเคยเดินไปเดินมาในคฤหาสน์หลังนี้มาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหน ที่จะรู้สึกหวาดกลัวสถานที่ที่ตัวเองเป็นเจ้าของโดยชอบธรรมขนาดนี้มาก่อน

ที่นี่เคยอยู่ในความควบคุมของเธอกับสามี ต้องการสิ่งไหนหรือจะทำอะไรก็จะทำได้อย่างที่ใจนึกมาตลอด

แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว...

ตั้งแต่วินาทีแรกที่จอมมารเลือกให้ที่นี่เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของผู้เสพความตาย ก็ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมอีกต่อไป

บ้านที่เป็นของเธอและครอบครัว ตอนนี้ได้กลายเป็นสถานที่ที่เธออยากจะอยู่ให้ห่างจากมันให้มากที่สุดไปแล้ว แม้ว่าความจริงบ้านหลังนี้จะยังเป็นของลูเซียส แต่การตัดสินใจใด ๆ ที่เกี่ยวกับบ้าน ก็ไม่ใช่ของเธอและสามีอีกแล้ว

พวกเขาต้องยกบ้านทั้งหลังให้อยู่ในความควบคุมของคนอื่น ต้องยกห้องอาหารใหญ่ให้เป็นห้องประชุมของทุกคน ต้องยกห้องนอนแขกที่ดีที่สุดให้อีวานเจลีน

และตอนนี้... ก็ยังต้องยกห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเป็นของเธอกับลูเซียสให้กับจอมมาร ผู้ซึ่งกำลังรอคอยให้เธอไปพบอยู่ในตอนนี้

เธอเดินมาถึงที่หมายในที่สุด มันน่าขันและน่าสมเพช ที่แม้แต่สิ่งที่เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของตัวเอง ก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้ เธอยิ้มเยาะอย่างคนยอมรับโชคชะตา ก่อนที่มือขาวซีดจะเคาะประตูเพื่อขออนุญาตเข้าไปในห้องที่เคยเป็นของตัวเองในที่สุด

“...นายท่าน...”

เธอเอ่ยเรียกเขา เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอมาถึงที่นี่แล้ว ไม่มีเสียงใดตอบรับ แต่จากนั้นไม่นานประตูหนาหนักก็เปิดออกเองโดยอัตโนมัติ นาร์ซิสซารู้ว่านั่นคือสัญญาณ ที่บ่งบอกให้รู้ว่าเธอสามารถเข้าไปในห้องนี้ได้ เธอรีบก้าวเข้าไป และปิดประตูให้สนิทเหมือนกับตอนแรก

“...นายท่านคะ... ไม่ทราบว่า --

“มานี่”

เสียงเย็นเยียบดังขึ้นมาจากมุมหนึ่งของห้อง ตาสีแดงสุกสว่างสะท้อนออกมาจากแสงสลัวของเตาผิงที่กำลังปะทุ โวลเดอมอร์ยืนอยู่ข้างเตียงหลังใหญ่ที่เคยเป็นของเธอกับลูเซียส และกำลังจ้องมองมาที่ตัวเธอตาไม่กระพริบ

นาร์ซิสซาร์อึ่กอั่ก ยังไม่ยอมขยับตัว เธอหวาดกลัวต่ออารมณ์แปรปรวนของอีกฝ่ายมากเกินกว่าจะอยากเข้าไปหา ไม่เหมือนเบลลาทริกซ์ผู้เป็นพี่สาว ที่พยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เข้าใกล้เขาแม้เพียงสักนิดก็ยังดี  แค่ให้เธออยู่ในห้องเดียวกันกับโวลเดอมอร์ก็มากเกินขีดจำกัดที่คิดว่าตนเองสามารถทำได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรเสีย การเอาแต่หวาดกลัวและไม่ยอมทำตามคำสั่งมีแต่จะทำให้สวัสดิภาพครอบครัวของเธอยิ่งแย่ลง มันอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของเธอ ลูเซียส หรือเดรโก... ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด

นาร์ซิสซาร์เริ่มขยับตัว เก็บซ่อนความหวาดกลัวทั้งหมดที่มีเอาไว้ภายในใจ และเดินไปหาอีกฝ่ายตามคำสั่งในที่สุด

“นายท่าน... ไม่ทราบว่าต้องการ--

ดวงตาสีฟ้าอ่อนเบิกกว้าง ชะงักค้างไปทั้งตัว เมื่อเหลือบไปเห็นใครบางคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเห็นอีกต่อไปแล้วตรงหน้าของตนเอง

ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้

คำถามที่อยากจะถามใจจะขาด แต่ก็รู้ตัวดีว่าไม่มีค่าพอที่จะไปซักไซ้หรือตั้งข้อสงสัยกับการกระทำใดก็ตามของอีกฝ่ายแม้เพียงสักนิด สิ่งเดียวที่ทำได้จึงมีเพียงแค่จ้องมองร่างที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเท่านั้น

นาร์ซิสซารู้จักดีว่าคนที่ตนกำลังมองดูอยู่ตอนนี้เป็นใคร แม้ว่าจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่เคยเห็นมากเพียงใด แต่เธอจำได้ไม่มีทางลืมแน่นอน ว่าใบหน้านี้คือใบหน้าของใคร

อีเล็กตรา

กลิ่นเหม็นคลุ้งเหมือนกลิ่นอาเจียนผสมกับอาหารที่เริ่มบูดเน่านั้นทำให้เธอต้องย่นจมูกและหันหน้าหนี  นาร์ซิสซาเผลอแสดงออกถึงท่าทีรังเกียจออกมาอย่างลืมตัว

“รังเกียจงั้นหรือ”

เสียงของโวลเดอมอร์ดังขึ้นเรียบ ๆ แต่ทำให้คนถูกถามสะดุ้งสุดตัว

“มะ...ไม่ค่ะไม่ ไม่มีอะไร” เธอละล่ำละลักตอบไปด้วยความหวาดกลัว “ไม่ได้รังเกียจค่ะท่าน”

โวลเดอมอร์ยกยิ้มราวกับกำลังเยาะ การแสดงออกแบบนั้นทำให้นาร์ซิสซารู้ได้ทันที ว่าการโกหกของเธอนั้นไม่อาจรอดพ้นการพินิจใจของอีกฝ่ายไปได้

“ก็ช่างพูดเอาตัวรอดได้เหมือนสามีของแกดี แถมยังโกหกได้ห่วยเหมือนกันไม่มีผิด”

ร่างผอมสูงเดินอ้อมตัวคู่สนทนาของตนเองช้า ๆ นาร์ซิสซาอึดอัดที่อีกฝ่ายวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะหายใจได้โล่งขึ้นเมื่อเขาเปลี่ยนไปนั่งอยู่ข้างเตียงแทน

“บ้านหลังนี้มีเอล์ฟหญิงบ้างหรือเปล่า” โวลเดอมอร์เปลี่ยนเข้าเรื่องอย่างปุบปับ แม้จะยังสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องถามเช่นนี้ แต่เธอก็รีบตอบออกไปอย่างรวดเร็ว

“มีอยู่สี่ตัวค่ะ”

“เอามาใช้งานที่นี่หนึ่งตัว”

“ได้ค่ะ” นาร์ซิสซารับคำสั่งอย่างฝืนใจ ก่อนจะเหลือบมองร่างผอมบางราวโครงกระดูกของอีเล็กตรา “มะ...มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ”

“นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป หน้าที่ของแก--” ตาสีแดงของโวลเดอมอร์เปลี่ยนมาให้ความสนใจกับหญิงสาวที่ยังนอนอยู่บนเตียง “--คือการดูแลผู้หญิงคนนี้ และทำตามทุกอย่างที่เธอต้องการเมื่อฟื้นขึ้นมาแล้ว”

“ดะ... ได้ค่ะ” เธอรับคำ แม้จะไม่เต็มใจนักก็ต้องทำ

“ดูเหมือนแกจะฝืนใจกับงานที่ฉันมอบให้เหลือเกินนะ” เสียงแหบต่ำถามจี้ได้ถูกจุด “ฉันคงต้องย้ำให้แกเข้าใจอีกรอบหนึ่งเสียแล้ว ว่าสิ่งเดียวที่ทำให้พวกแกทั้งครอบครัวไม่ถูกฆ่าตายไปเสียก่อน ก็เพราะแค่ฉันเห็นว่าบ้านหลังนี้ยังมีประโยชน์ก็เท่านั้น ถ้าอยากทำให้ตัวเองดูมีค่ามากขึ้น ก็ทำงานมากขึ้น งานง่าย ๆ อย่างการดูแลเธอก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น ชีวิตของทุกคนในครอบครัวของแกขึ้นอยู่กับงานง่าย ๆ ชิ้นนี้เท่านั้นเอง”

นาร์ซิสซาไม่มีทางเลือก ดูเหมือนว่าเธอจะต้องทำ งานง่ายๆ ที่อีกฝ่ายมอบหมายให้อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วมันจะไม่ได้ ง่าย เหมือนที่อีกฝ่ายพูดเลยสักนิดเดียว

“ดิฉันจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดค่ะ”

“ก็ไม่ได้โง่เหมือนลูเซียส” โวลเดอมอร์เอ่ย แล้วรีบออกคำสั่งโดยทันที “งั้นอันดับแรกไปหาเอล์ฟหญิงมาสักตัว แล้วช่วยกันทำให้เธอมีสภาพเหมือนคนมากกว่านี้หน่อย ไปได้แล้ว”

นาร์ซิสซาพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

โวลเดอมอร์มองดูอีกฝ่ายรีบเร่งออกไปด้วยแววตาสมเพช

ความหวาดกลัวและตกต่ำทำให้ครอบครัวมัลฟอยที่แสนร่ำรวยยิ่งใหญ่กลายสภาพจนเหมือนหมาจนตรอกได้ขนาดนี้เชียวหรือนี่ น่าทุเรศสิ้นดี แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยนังเมียนั่นก็ยังฉลาด รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และคงจะมีประโยชน์มากกว่าลูเซียสกับเดรโกอยู่หรอก

“...อืม...”

เสียงครางงึมงำเรียกความสนใจของคนที่ยังนั่งอยู่ข้างเตียงได้เป็นอย่างดี ตาสีแดงสดหันกลับมาให้ความสนใจกับคนที่ยังคงหลับพริ้ม

ทำไมเอาแต่นอนละเมออย่างเดียว ฝันร้ายหรือยังไงกัน

โวลเดอมอร์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด

แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่ตื่นสักที ถึงจะขี้เซาแค่ไหนก็ไม่น่าจะนอนไม่รู้เรื่องรู้ราวได้ขนาดนี้นี่

มือเรียวยาวหยิบไม้กายสิทธิ์ของตนเองออกมาจากชายแขนเสื้อ ก่อนจะร่ายคาถาเพื่อดูร่องรอยการใช้เวทมนตร์ว่ามีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง แล้วเขาก็เห็น -- คาถาที่ทำให้หลับนี่เอง

หึ คงจะไปก่อเรื่องวุ่นวายกับเขาจนต้องโดนจัดการด้วยคาถาเด็ก ๆ แบบนี้สินะ

“เรนเนอวาเต้”

เขาร่ายคาถาพลางสะบัดไม้เล็กน้อย ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นร่างที่นอนอยู่บนเตียงจึงเริ่มขยับ เปลือกตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นดวงตาสีเทาอ่อนที่ตนคุ้นเคย แขนเล็กผอมพยายามดันตัวให้ลุกขึ้นอย่างอ่อนล้า ก่อนกระพริบตาเพื่อปรับการมองเห็นที่ยังพร่าเลือนให้ชัดเจนขึ้น 

โวลเดอมอร์มองการกระทำนั้นเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าเธอจะยังมึนงงจากคาถาเมื่อครู่อยู่เล็กน้อย จึงเอาแต่กระพริบตานั่งเฉยอยู่บนเตียงเท่านั้น

ตาสีเทาอ่อนเริ่มมองสำรวจไปรอบห้องอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ความตื่นตระหนกเกิดขึ้นในทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงสถานที่ที่ไม่คุ้นชินตรงหน้า และความตื่นตระหนกก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีดในเสี้ยววินาที เมื่อสัมผัสได้ถึงบุคคลอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังใช้ดวงตาสีแดงสดจ้องมองตนเองอยู่ข้างเตียง

“เอล”

โวลเดอมอร์เอ่ยทักไปหนึ่งคำ เขาเห็นสีหน้าสับสนและหวาดกลัวของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน แต่ก็คิดว่าอีกสักพักคงจะดีขึ้น

ทว่าประโยคแรกที่เธอตอบกลับนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดว่าจะได้ยินนัก...

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย!

อีเล็กตราถอยร่นจนแผ่นหลังกระแทกติดกับหัวเตียงดังปึง กรีดร้องเสียงดังด้วยความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด

“อย่า! ได้โปรด! ไม่!

น้ำตารินอาบสองข้างแก้ม เธอกระโดดดีดตัวออกไปให้ไกลจากเตียง วิ่งไปหลบอยู่หลังชุดเก้าอี้นวมยาวที่ตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้า ตัวสั่นราวกับคนจับไข้

“กลัว... อย่า... ไม่... อย่า...!

โวลเดอมอร์ทำเพียงมองการกระทำนั้นเงียบ ๆ

“เอล” เขาเรียกเธออีกครั้ง เสียงแข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“อ๊า กลัวแล้ว ได้โปรด” อีกฝ่ายถอยร่นเข้าไปหลบลึกยิ่งกว่าเดิม ปากพร่ำพูดสิ่งที่น่าสมเพชแบบเดิมซ้ำ ๆ “ไม่เอา พอ กลัว!!

ดวงตาสีแดงจ้องมองร่างผอมบางนั้นนิ่งสนิท หากภายในใจกลับร้อนรุ่มใกล้ระเบิด ราวกับเป็นภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ความทรงจำหลายร้อยหลายพันเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายเด่นชัดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ไม่ ไม่ใช่

...ฉันเกลียดแก!...

นี่ไม่ใช่เธอ เธอไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่ ต้องไม่ใช่แบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ

...ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่...ฉันจะหาทางฆ่าแกให้ได้...

ในการแสดงออกเป็นรอยเป็นพันอย่าง ไม่เคยมีสักครั้งที่จะเป็นความหวาดกลัว ไม่ใช่แบบนี้

...แกอยู่ที่ไหน...ฉันรู้ว่าแกยังอยู่...ออกมาเดี๋ยวนี้...

ไม่ ไม่ใช่ ไม่ใช่!

มือเรียวยาวกำไม้กายสิทธิ์ที่ถืออยู่เอาไว้แน่น ถ้าหักมันเป็นสองท่อนได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวก็อาจทำได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

“อะวาดาเคดาฟ-รา!

ร่างเล็กร่วงผล็อยลงบนพื้น แสงแห่งชีวิตหายไปจากดวงตา เสื้อผ้าที่ทำจากปลอกหมอนเก่า ๆ ขาดวิ่นเพราะแรงกระแทกจากคาถาที่พุ่งกระทบตัว สองมือเหี่ยวย่นเกร็งค้าง เสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ถืออยู่กระจัดกระจายเต็มพื้น ดูน่าเวทนาเป็นที่สุด

นาร์ซิสซาแทบหยุดหายใจ เธอยืนนิ่งค้างอยู่ที่หน้าธรณีประตู ถัดไปจากศพของเอล์ฟหญิงผู้ชราภาพเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว แค่เพียงนึกถึงหลักความจริงที่ว่าหากเปลี่ยนเป็นตัวเธอที่เดินนำเข้ามาก่อนไม่ใช่เจ้าเอล์ฟตัวนั้น

ตอนนี้คนที่นอนเป็นศพอยู่ที่พื้นนั่นจะต้องเป็นเธออย่างแน่นอน

แสงสีเหลืองอ่อนสว่างขึ้นบริเวณหลังเก้าอี้นวมตัวยาวอีกครั้ง นาร์ซิสซามองไปตามทางแสง เห็นเจ้านายของตนเองกำลังยืนกำหมัดอยู่ข้าง ๆ ร่างที่หลับพริ้มอยู่บนพื้นด้วยท่าทีเคร่งเครียดและโกรธแค้น พร้อมฆ่าใครก็ตามที่บังเอิญเดินผ่านมาเช่นเมื่อครู่นี้

“พาเซเวอร์รัสมาหาฉันเดี๋ยวนี้!






มีคนกำลังโมโห รีบหลบกันเร็ว!

มาลงเพิ่มแล้วจ้า

อีเล็กตราเละเทะแค่ไหน ก็คงประมาณนี้ละมั้งคะ


อิมเมจคือ Eva Green จากเรื่อง Penny Dreadful ค่ะ

เอาเป็นว่าสภาพสมกับที่นาซิสซาร์เบือนหน้าหนีเลยค่ะ

มีแค่ปู่โวลดี้แค่คนเดียวที่จับได้แบบไม่มีปัญหา


 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #626 linlana lily (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 19:58
    เฮียเเกไม่อ่อนโยน
    #626
    1
    • #626-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 52)
      14 ธันวาคม 2562 / 08:56
      ยากเหลือเกิน
      #626-1
  2. #625 กระโดดถีบเป็ด (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 19:57

    มาล้าวววว
    #625
    1
    • #625-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 52)
      14 ธันวาคม 2562 / 08:56
      มาแล้วจ้า
      #625-1