Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 12 : Me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

STAR














With foxes

We must play the fox

-- Thomas Fuller --



XI : Me

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของนาร์ซิสซา ไม่เคยมีวันใดที่เธอจะรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังมากขนาดนี้มาก่อน

เธอเกิดมาและใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในบ้านตระกูลแบล็ก -- ตระกูลของพ่อมดแม่มดเลือดบริสุทธิ์ที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ -- เป็นลูกสาวคนสุดท้องที่พ่อและแม่รักและทะนุถนอมที่สุด ไม่เคยมีคนขัดใจหรือทำให้ขุ่นเคืองสักครั้ง

เธอเคยเป็นนาร์ซิสซา แบล็กที่มีความสุขกว่าใคร

แม้กระทั่งเมื่อถึงคราวต้องแต่งงานออกเรือน และเปลี่ยนไปใช้สกุลอื่นเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือด ก็ยังได้แต่งเข้าตระกูลมัลฟอยที่ร่ำรวยมั่งคั่ง จากนั้นก็มีชีวิตเป็นสุขกับสามีและลูกชายคนเดียวของเธอ รายล้อมด้วยข้าทาสและบริวารนับร้อยชีวิต

เธอเคยเป็นนาร์ซิสซา มัลฟอยที่มีความสุขกว่าใคร

แต่แล้วเมื่อมรสุมใหญ่ผ่านเข้ามา ชีวิตแสนสุขเหล่านั้นก็มลายหายไปในพริบตาเดียว

เธอสิ้นหวัง หมดกำลังใจ และสิ้นไร้หนทาง ไม่เคยมีอะไรที่จะทำให้ต้องรู้สึกตกต่ำสุดขีดเช่นนี้มาก่อน ในหัวมึนชา หายใจไม่ออก และทุกๆอย่างดำมืดไปหมด

ถ้าเปรียบเธอเป็นคนที่กำลังจะจมน้ำ ก็ถือว่าในตอนนี้มีเพียงเส้นบางๆ ที่กั้นเธอเอาไว้จากความเป็นกับความตาย สามารถจากโลกนี้ไปได้ตลอดเวลา ตะเกียกตะกายอยู่บนผิวน้ำและใกล้จะหมดแรงเต็มที

เธอพร้อมที่จะฉวยจับอะไรก็ได้ที่พอจะประครองตัวเองไม่ให้จมลงไป

แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นจระเข้ที่กำลังว่ายเข้ามาใกล้เธอก็พร้อมจะฉวยคว้าตัวของมันเอาไว้

ลำพังกับเรื่องของลูเซียสผู้เป็นสามีที่ถูกจับไปขังที่คุกอัฐคาบัน เพราะการทำภารกิจของผู้เสพความตายที่ล้มเหลว จนทำให้ครอบครัวที่เหลือต้องรับแรงโทสะจากจอมมารอย่างน่าสังเวชก็มากเกินไปจนเกือบจะทำให้ความอดทนของเธอขาดสะบั้นลง แทบควบคุมตัวเองไม่ไหว หากความหวาดกลัวก็ทำให้เธอสามารถหักห้ามใจไม่ทำอะไรที่ร้ายแรงได้

แต่เธอไม่อาจจะทนปิดหูปิดตารับคำสั่งที่เหมือนการเดินเข้าสู่ลานประหารจากจอมมารเงียบๆได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อเป้าหมายการลงโทษต่อความผิดของลูเซียส ตกไปอยู่กับลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ เดรโก

เธอไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว

นาร์ซิสซาพร้อมที่จะว่ายน้ำไปหาจระเข้ตัวนั้นด้วยตนเอง จระเข้ที่แย่งความโปรดปรานทั้งหมดจากสามีของเธอไป จระเข้ที่พี่สาวของเธอย้ำนักย้ำหนาว่าไว้ใจไม่ได้ จระเข้ที่แม้แต่ตัวของเธอเองก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าเคลือบแคลงสงสัย

จระเข้ตัวนั้น...

ที่มีชื่อว่าเซเวอร์รัส สเนป

“จอมมารห้ามฉันไม่ให้พูดเรื่องนี้” นาร์ซิสซาพูดอย่างอ่อนล้า น้ำตาหยดซึมออกมาจากเปลือกตาที่ปิดสนิทไม่ขาดสาย “ท่านไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องแผนพวกนี้ มันเป็น... ความลับยิ่งยวด แต่--

“ถ้าท่านสั่งห้ามคุณ คุณก็ไม่ควรพูด” สเนปพูดบางสิ่งที่ทำให้เธอต้องเงียบเสียงลง “คำสั่งของจอมมารคือกฎนะ”

ดวงหน้าที่ซีดเซียวราวกับคนจมน้ำของเธอยิ่งเผือดสีลงจนเกือบจะกลายเป็นกระดาษ ดวงตาสีฟ้าอ่อนสั่นระริก ในขณะที่เบลลาทริกซ์ผู้เป็นพี่สาวมีสีหน้าสดชื่นและพอใจขึ้นมา

“เห็นไหม!” เธอบอกอย่างรวดเร็ว “แม้แต่สเนปก็ยังพูดแบบนี้ เธอได้รับคำสั่งไม่ให้พูด เพราะฉะนั้นก็เงียบซะ!

“บังเอิญว่าผมรู้เรื่องแผนนี้” แต่สเนปกลับตอบบางอย่างที่คลายความกังวลใจของนาร์ซิสซาลงไปได้ “ผมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่จอมมารเล่าให้ฟัง อย่างไรก็ตาม ถ้าผมไม่ได้อยู่ในวงแผนการลับนี่ด้วย คุณก็จะมีความผิดฐานทรยศต่อจอมมารนะ”

“ฉันคิดแล้วว่าคุณต้องรู้เรื่องนี้! ท่านเชื่อใจคุณมาก เซเวอร์รัส...”

คำพูดของเธอติดอยู่ในลำคอทั้งๆที่ยังพูดไม่จบประโยค เมื่อแว่วเสียงประตูที่เปิดเข้ามาดังขึ้นใกล้ๆ นาร์ซิสซาคิดว่าเพราะความหวั่นวิตกที่เป็นมาหลายวันนี้จะทำให้เธอหูฝาด แต่สเนปและพี่สาวของเธอที่ละความสนใจไปยังต้นเสียงนั้นเป็นทางเดียวกันก็ช่วยยืนยันได้ว่าสิ่งที่เธอได้ยินเมื่อครู่นั้นถูกต้องแล้ว

มีคนเข้ามาในบ้าน

เสียงแผ่นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะเท้าที่กระทบพื้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นาร์ซิสซาหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะเป็นหนึ่งในผู้เสพความตายที่จอมมารส่งมาเพื่อจัดการกับเธอ

แต่เมื่อเห็นได้อย่างถนัดถนี่ว่าเป็นใคร บางที ถ้าคนที่มาถึงเป็นผู้เสพความตายอาจจะดีกว่านี้

นาร์ซิสซาลุกขึ้นยืนตรงพรวดพราดราวกับร่างกายออกคำสั่งเองได้อัตโนมัติ เมื่อดวงตาสีฟ้าอ่อนของเธอมองเห็นร่างผอมบางที่เดินมาหยุดอยู่ที่ธรณีประตูคนนั้น

อีวานเจลีน

เด็กผู้หญิงที่เธอเคยเห็นเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ตอนนี้กลายเป็นสาวสะพรั่งสวยสะดุดตา แต่ภายใต้ความงดงามน่าหลงใหลนั้น กลับมีบรรยากาศอันน่าหวาดหวั่นที่ไม่สามารถอธิบายได้แผ่กระจายอยู่รอบตัวตลอดเวลา อีวานเจลีนมองคนที่ชุมนุมกันอยู่ในห้องด้วยดวงตาสีดำสนิทแสนเย็นชา ซึ่งมันกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงสดอย่างช้าๆ และเมื่อกระบวนการนั้นเสร็จสมบูรณ์ นาร์ซิสซาก็รู้สึกราวกับว่าผู้ที่กำลังจ้องมองเธออยู่คือลอร์ดโวลเดอมอร์เสียเอง

“อะไรกัน” อีวานเจลีนพูดเรียบๆ พลางก้าวเข้ามาในห้อง “เซเวอร์รัส คุณมีแขกหรอกหรือ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง มาก่อนว่าจะมีใครมา”

“แขกที่ไม่ได้นัดเอาไว้” เขาตอบเรียบๆ เมื่อเด็กสาวเดินผ่านสองพี่น้องมาหยุดตรงหน้าตน

“มาทำไมล่ะ มีธุระอะไร” ดวงหน้าเยาว์วัยหันมาถามนาร์ซิสซาและเบลลาทริกซ์ แต่สิ่งที่ทั้งคู่ทำได้มีเพียงปิดปากเงียบ ไม่กล้าตอบอะไร

หากแต่เป็นสเนปที่ตอบคำถามนั้น

“เรื่องภารกิจของเดรโก”

ตาสีแดงหันมามองสเนป ก่อนจะวกกลับไปที่สองพี่น้องอีกครั้ง

“อ้อ... เรื่องนี้นี่เอง”เธอพูดเสียงเยียบเย็น “งั้นก็ตามสบาย”

อีวานเจลีนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ แต่นาร์ซิสซายังไม่ยอมพูดอะไรเช่นเคย

“เอาสิ” เด็กสาวย้ำ ดวงตาของเธอเป็นประกายจ้า มุมปากยกยิ้มราวกับกำลังขบขันกับอะไรก็ตามที่แขกที่ไม่ได้รับเชิญสองคนนี้พยายามจะทำ ซึ่งมันดูน่ากลัวอย่างน่าประหลาด “ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว ส่วนเรื่องวันนี้... ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเอาไปบอกท่านพ่อ หรอก แค่อยากรู้ว่าพวกคุณจะพยายามจัดการ กับมันกันยังไง”

“พวกแกรู้เรื่องแผนด้วยหรือนี่” เบลลาทริกซ์แทรกขึ้นมา ตาสีน้ำตาลเข้มของเธอมองตรงไปที่เด็กสาวและสเนปอย่างกราดเกรี้ยว ก่อนจะปรับท่าทีของตนเองให้ดูอ่อนลงเมื่อตระหนักได้ถึงสถานะของอีวานเจลีนที่สูงกว่าใครทั้งหมดในห้องนี้ “แก...เธอ ก็รู้ด้วยหรือ”

“แน่นอน” สเนปตอบ “ท่านไว้ใจผมมากพอที่จะเล่าภารกิจของคนอื่นให้ฟัง และสำหรับอีวานเจลีนที่เป็นทายาท ของท่าน เธอก็ต้องรู้เรื่องอะไรต่างๆมากกว่าเราทุกคน อยู่แล้ว ” เมื่อสเนปพูดถึงตรงนี้ นาร์ซิสซาก็เหมือนได้ยินเสียงพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดของพี่สาวของเธอ “แต่คุณต้องการให้ช่วยเรื่องอะไรล่ะ นาร์ซิสซา ถ้าคุณคิดฝันว่าผมจะเกลี้ยกล่อมจอมมารให้เปลี่ยนใจได้ ผมเกรงว่าไม่มีหวังหรอกนะ ไม่มีแน่นอน”

นาร์ซิสซารีบพูดธุระของเธอต่อ เธอข้อร้องอ้อนวอนสเนปอย่างน่าเวทนา หวังว่าแผนการที่จะให้สเนปไปเกลี้ยกล่อมให้จอมมารเปลี่ยนใจของเธอจะใช้ได้ผล

“เซเวอร์รัส... ได้โปรด... คุณเป็น คุณเป็นอาจารย์คนโปรดของเดรโกมาตลอด... คุณเป็นเพื่อนเก่าของลูเซียสด้วย... ฉันขอร้องล่ะนะ... คุณเป็นคนโปรดของจอมมาร เป็นที่ปรึกษาที่ท่านไว้ใจที่สุด... คุณช่วยพูดกับท่านได้ไหม ช่วยเกลี้ยกล่อมท่าน --

“ไม่มีใครเกลี้ยกล่อมจอมมารได้ และผมไม่โง่พอที่จะลองด้วย”

เมื่อได้ยินสเนปตอบกลับมาอย่างเฉยเมยแบบนั้น นาร์ซิสซาก็รู้สึกสิ้นไร้หนทาง สูญสิ้นสิ่งเหนี่ยวรั้งที่มีอยู่ไปจนเกือบหมด แต่ความรักอันมหาศาลที่มีต่อบุตรชายทำให้เธอไม่มีทางเลือก นาร์ซิสซาลุกขึ้นยืน เดินไปหาสเนป ยึดเสื้อคลุมของเขาไว้ น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง พลางอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง

“คุณทำได้ คุณทำแทนเดรโกได้ เซเวอร์รัส คุณจะทำสำเร็จ แน่นอนคุณทำได้ แล้วท่านจะให้รางวัลคุณมากกว่าที่พวกเราทั้งหมดจะ--

“ท่านตั้งใจให้ผมทำในท้ายที่สุดนั่นแหละ ผมคิดว่าอย่างนั้น แต่ท่านตัดสินใจแล้วว่าให้เดรโกลองพยายามก่อน คุณเข้าใจไหม ในกรณีที่เดรโกทำสำเร็จ ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ ผมก็ยังสามารถอยู่ที่ฮอกวอตซ์ต่อได้อีกหน่อย ทำหน้าที่สายลับของผมต่อไปได้”

“พูดอีกอย่าง ท่านไม่แยแสหรอกถ้าเดรโกจะถูกฆ่า” เสียงของนาร์ซิสซาเหมือนคนเสียสติมากขึ้นทุกขณะ

“จอมมารโกรธมากนะ” สเนปย้ำราวกับไม่ใส่ใจ “ท่านไม่ได้ฟังคำพยากรณ์ คุณก็รู้ดีพอๆกับผม นาร์ซิสซา ว่าท่านไม่ยกโทษให้ง่ายๆ”

นาร์ซิสซาผละออกจากสเนป โผเข้าหาอีวานเจลีนที่นั่งอยู่ใกล้กัน เธอคว้ามือของเด็กสาวมารวบไว้ทั้งสองข้าง และเริ่มการอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาอีกครั้ง

“อีวานเจลีน... ฉันขอร้อง... ถ้าเป็นเธอ... เธอต้องข้อร้องท่านได้... เธอเป็นลูกของท่าน... เธอต้องทำได้แน่ๆ... ช่วยเดรโกที...ฉันขอร้องเธอล่ะ... ได้โปรดเถอะ... ฉันรู้จักแม่ ของเธอ... ตอนเด็กๆ เราสนิทกันมาก... เพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้นเธอต้องช่วยเดรโกนะ ได้โปรด... ช่วยคุยกับท่านให้เปลี่ยนใจ... ช่วยเดรโกด้วย... ฉันขอร้อง”

เด็กสาวทำเพียงปรายตามองเธอ นาร์ซิสซารู้สึกได้ถึงความสมเพชที่ปรากฏชัดผ่านดวงตาสีแดงสดคู่นั้น แต่เธอไม่คิดจะสนใจ ไม่มีอะไรที่เธอไม่กล้าทำเพื่อลูกชายอีกแล้ว

“ปล่อย”

นาร์ซิสซาเงยหน้ามอง แต่ยังไม่ขยับตัว

“น่าสมเพชจริง” อีวานเจลีนพูดอีกครั้ง “จากประวัติตระกูลที่ยาวนานหลายร้อยปี แกคงเป็นแบล็กที่น่าสมเพชที่สุดที่เราเคยมีในตอนนี้แล้ว”

เธอปล่อยมือจากอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วราวกับจับต้องของร้อน และมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างสิ้นหวังและหวาดหวั่น

“ฉัน... ฉัน”

“เดรโกพร้อมคว้าโอกาสในการแก้ตัวเพื่อครอบครัวของเขา แม้ว่ามันแทบจะไม่มีทางสำเร็จ แม้ว่าเขาอาจจะต้องตาย... แต่เขาก็ยังพยายาม... พยายามทุกทางเพื่อทำภารกิจนั้น แต่แก... ที่เป็นแม่ของเขากลับตีโพยตีพาย ร้องห่มร้องไห้ไปอ้อนวอนขอร้องคนอื่นเขาไปทั่ว ไม่แม้แต่จะลองคว้าโอกาสหายากที่ท่านพ่อของฉันอุตส่าห์ประทานให้ น่าสมเพช...”

นาร์ซิสซาทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง สองตามีหยดน้ำใสที่ไหลนองไม่ขาดสาย สะอึกสะอื้นจวนเจียนจะขาดใจแทบเท้าของอีวานเจลีนอย่างสิ้นไร้หนทาง เธอกรีดร้อง ดึงทึ้งผมบลอนด์ยาวของตนราวกับคนเสียสติ

สเนปเดินเข้ามาหา ดวงตาสีดำสนิทของเขาเหลือบมองที่เด็กสาวอย่างประเมินครู่หนึ่ง ก่อนจะวกมายังคนเพียงคนเดียวที่กำลังร้องห่มร้องไห้ในห้องนี้ เขาคว้าแขนของนาร์ซิสซาแล้วพยุงเธอกลับไปนั่งที่โซฟาอีกครั้ง

“นาร์ซิสซา พอแล้ว หยุดร้องแล้วฟังผม” เขาพูดเรียบๆ “อาจมีทางเป็นไปได้ว่า... ผมอาจจะช่วยเดรโกได้”

นาร์ซิสซาตาโต หยุดทุบตีตัวเองไปชั่วขณะ

“เซเวอร์รัส -- โอ เซเวอร์รัส -- คุณจะช่วยเขาหรือ คุณจะช่วยดูแลเขาไม่ให้เขาตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม”

“ผมจะพยายาม”

เธอเลื่อนตัวลงมาคุกเข่าแทบเท้าของเขา เริ่มต้นการอ้อนวอนอีกครั้ง

“ถ้าคุณอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยคุ้มครองเขา... เซเวอร์รัส คุณจะสาบานได้ไหม คุณจะยอมทำปฏิญาณไม่คืนคำหรือเปล่า”

            “ปฏิญาณไม่คืนคำหรือ” สเนปทวนคำ ไม่มีใครอ่านออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

“นี่เธอไม่รู้จักฟังหรือไง นาร์ซิสซา โอ๊ย เขาจะพยายาม  ฉันเชื่อเลย... ก็แค่คำพูดกลวงๆ ที่ไร้ความหมายเหมือนเคยนั่นละ หาทางเลื้อยหนีเรื่องอันตรายเหมือนเคย... โธ่เอ๊ย ทำไปตามคำสั่งของจอมมาร  แน่ละย่ะ!” เบลลาทริกซ์ที่ยืนฟังมาตลอดระเบิดเสียงประชดประชัน

เจ้าของร่างผอมสูงทำราวกับไม่ได้สนใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเลยสักนิด ดวงตาสีดำสนิทที่แสนลึกลับนั้นมองไปยังนาร์ซิสซา ราวกับกำลังครุ่นคิดหรือตัดสินใจอะไรบางอย่าง

จากนั้น... ก็พูดคำที่ทำให้ทุกคนแปลกใจ

“ตกลง”


“คุณไม่ควรทำอย่างนั้น” เด็กสาวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นชา ดวงตาสีแดงสดของเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เฝ้ามองเบลลาทริกซ์และนาร์ซิสซาร์ที่กำลังเดินจากไป เธอปัดม่านให้ปิดไว้อย่างเดิม ผมดำยาวสะบัดไหว เมื่อเธอหันกลับมาพูดกับคนอีกคนที่อยู่ในห้องอีกครั้ง

สเนปไม่คุยกับเธอ เขาพับชายแขนเสื้อด้านขวาของตนขึ้น ดวงตาสีดำไล่มองท่อนแขนซีดเซียวของตนอย่างพินิจ เมื่อสักครู่นี้มันร้อนจัดราวกับถูกโซ่เผาไฟพันลวก แต่ตอนนี้กลับมองไม่เห็นร่องรอยความเจ็บปวดใดๆ แล้ว เขาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงปลายแขนเสื้อลงดังเดิมด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียว ซึ่งดูเหมือนจะทำได้ยากลำบากพอสมควร

อีวานเจลีนเดินเข้าไปใกล้ จับที่แขนขวาของเขา สเนปสะบัดแขนหลบไปอีกทาง และยื้อยุดราวกับไม่ต้องการความช่วยเหลือสักพักก่อนจะยอมอยู่นิ่ง และปล่อยให้เธอทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่พูดอะไร

เด็กสาวช่วยดึงแขนเสื้อลงมาให้อย่างเงียบๆ ไม่มีคำใดหลุดออกมาจากปากเช่นกัน เมื่อติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จ จึงพูดสิ่งเดิมซ้ำอีกครั้ง

“คุณไม่ควรทำอย่างนั้น... ไม่ควรทำเลย ปฏิญาณไม่คืนคำ... คุณอาจตายเพราะมันก็ได้”

“นั่นมันเรื่องของฉัน” เขาตอบ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้เท้าแขนของตน “แล้วเธอล่ะ ที่ไปว่านาร์ซิสซาว่าเป็นคนน่าสมเพช -- กับคนที่จนตรอกจนยอมทำแม้กระทั่งละทิ้งศักดิ์ศรีแบบนั้น นั่นคงจะเป็นสิ่งที่สมควรทำมากกว่าใช่ไหม”

“ฉันแค่พยายามจะเล่นตามบทของฉัน --” ดวงตาสีแดงสดคู่นั้นเข้มแสงขึ้นมาอย่างชัดเจน “ -- ทายาทของจอมมารที่ทั้งโหดร้ายและน่ารังเกียจ... ตัวตนของฉัน...คนที่ฉันควรจะเป็น

“ถ้าอย่างนั้นเธอเองก็ไม่มีสิทธิ์มาขัดแย้งกับการตัดสินใจของฉัน”

อีวานเจลีนกัดริมฝีปาก คล้ายต้องการที่จะพูดบางอย่างแต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้ เธอเงียบไปพักหนึ่ง ราวกับพยายามนึกประโยคที่เหมาะสม จากนั้นก็ทำท่าเหมือนกับว่าอยากจะพูดอะไรเช่นเดิม และก็หยุดอีกครั้ง วนเวียนอยู่อย่างนี้จนสเนปรู้สึกรำคาญ

“ถ้าอยากจะพูด ก็พูดเสียตั้งแต่ตอนที่ยังมีโอกาส”

ตาสีแดงสดเหลือบมองเขา มีแววลังเลปรากฏอยู่อย่างชัดเจน อีวานเจลีนต่อสู้กับตัวเองครู่ใหญ่ แต่ก็ยอมพูดออกมาในท้ายที่สุด

“คุณ... คุณทำเรื่องเสี่ยงอันตรายมากมาย โดยที่ไม่มีใครรับรู้สิ่งที่คุณทำด้วยซ้ำ” เธอเดินมาใกล้ และหยุดยืนตรงหน้าของสเนป จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทนั้น “ไม่มีใครในภาคีที่ไว้ใจคุณ แม้แต่แฮร์รี่ -- คนที่คุณพยายามทำทุกอย่างเพื่อเขาก็ยังมองคุณด้วยสายตารังเกียจและโกรธแค้น... ยังต้องมาทำปฏิญาณไม่คืนคำกับสองพี่น้องพวกนั้น... กับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้รับ... มัน... คุ้มแล้วหรือ... คุ้มค่าจริงๆหรือ...”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความแคลงใจ และในท่อนท้ายกลับมีแววตัดพ้อเจืออยู่ด้วย

“นั่นมันก็เรื่องของฉันอีกเหมือนกัน” เขาตอบเสียงเย็น “ทั้งฉันและเธอต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองทั้งนั้น จะเกิดอะไรขึ้น... ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้เลือกแล้ว คุ้มหรือไม่... เราต่างก็รู้ดี”

อีวานเจลีนขมวดคิ้ว เธอมองเขาด้วยแววตาที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้ ก่อนจะถามสเนปไปด้วยเสียงที่เบาหวิวราวกับกำลังกระซิบ

“คุณไม่...ไม่คิดว่าจะมีคนเป็นกังวล กับการตัดสินใจของคุณเลยหรือ กับเรื่องเสี่ยงตายพวกนั้น... ไม่คิดว่าจะมีคน... ห่วง... บ้างเลยหรือ”

สเนปมองเธอ สงบนิ่งผิดปกติ

“พ่อกับแม่ของฉันไม่อยู่แล้ว ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีครอบครัว... จะมีใคร --

ฉัน ไง”

เกิดความเงียบเข้าแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองในเสี้ยววินาที และไม่มีเสียงอะไรดังขึ้นมาอีกเลยหลังจากนั้น

แม้แต่เสียงฝนที่ตกอย่างอ่อนล้านอกหน้าต่างก็รู้สึกเหมือนจะดังมากเกินไป

ทั้งๆที่อีวานเจลีนเป็นคนพูดสิ่งที่ชวนอึดอัดใจนั้นออกมาเอง แต่กลับรู้สึกแย่กับการกระทำเมื่อสักครู่ของตนมาก สเนปเอาแต่มองเธออย่างเรียบเฉย ดวงตาสีดำสนิทนั้นว่างเปล่า อ่านไม่ได้ เมื่อดูไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นไปอีก

พูดอะไรสักอย่างสิ...

ร่างผอมโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินผ่านไปราวกับเธอเป็นเพียงบางสิ่งที่ไร้ตัวตน ไม่แม้แต่จะสบตาหรือพูดคุยอะไรเพิ่มเติมให้รู้เรื่อง เขาทำเพียงเดินออกไปจากห้องรับแขกอย่างเงียบเชียบและทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลังเท่านั้น

เกิดเสียงประตูที่กระแทกปิดอย่างแรงดังขึ้นมา สเนปหายกลับเข้าไปในห้องนอนของเขาซึ่งอยู่บนชั้นสอง ทิ้งอีวานเจลีนเอาไว้คนเดียว

เด็กสาวยืนนิ่ง ดวงตาสีดำสนิทเหม่อมองยังเก้าอี้เท้าแขนที่ว่างเปล่าอย่างเลื่อนลอย รู้สึกราวกับมีบางอย่างหน่วงคลออยู่ที่ขอบตา เธอไม่ต้องการแสดงความอ่อนไหวออกมา จึงเงยหน้ามองฝ้าเพดานเอาไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ อีวานเจลีนเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนทรุดลงไปนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นห้อง สองมือยกขึ้นบังใบหน้าของตัวเองไว้

น้ำตาหยดเล็กไหลซึมผ่านมือสีขาวซีด  

ฉันไง...


          อ้างอิงเนื้อหาจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม บทที่ 2 สุดตรอกช่างปั่นฝ้าย

          ขอโทษรีดเดอร์ทุกท่านจริงๆ เราหายไปนานมากค่ะ งานเยอะมากมาย นอนเช้าหลายวัน ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เครียดมากสำหรับเราเลยค่ะ และอาทิตย์หน้าก็จะมีสอบมิดเทอมด้วย  บวกกับมีอีกหลายเรื่องให้คิดเยอะแยะ เครียดจนหัวจะระเบิด และคาดว่ายังจะเครียดต่อไปอย่างนี้สักพัก เพราะฉะนั้นขอกำลังใจด้วยน้า

          ปล. อีวี่เวอร์ชันนี้เป็นไงบ้างคะ

          (04/03/60



         สอบเสร็จแล้วค่า รีบมาอัพให้อ่านกันเลย ก่อนที่จะตายในภารกิจเคลียร์งานที่ใกล้จะมาถึงในเร็ววันนี้

ปล. เอ๊ะ ตอนนี้นี่คืออะไร ตกลงได้คู่ละเหรอ เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ ใครคู่ใครกันนะ ฮ่า สับสนในตัวเองจริงๆเลย แต่จากผลโหวต หนุ่มที่มาแรงที่สุด ณ ขณะนี้คือเดรโกนะเจ๊ะ รองลงมาก็หนูรี่กับป๋าเนปที่มาแบบสูสีจริงๆ 

ปล.2 ถ้าเอาจริงๆ ทาสลุงอย่างเราก็เริ่มเอนเอียงมาทางป๋าเนปนิดหน่อยนะ แต่เลือกยากจริงๆค่ะ ตกลงให้ขึ้นคานเลยดีไหม เป็นโสดตั้งแต่เกิดจนตายเหมือนสาวๆหลายๆคนดีไหม ฮ่า

(10/03/60


เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #605 natohimesama (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 19:04

    ลุงสเแใจร้าย

    #605
    1
    • #605-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      27 กันยายน 2561 / 20:44
      ผู้ชายใจดำ อิอิ
      #605-1
  2. #417 panitin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:08
    สงสารเอวี่ตลอดเลย พอถึงตอนนี้นี่เกือบลงเรือเดรกเลย พอท้ายตอนนี่ สเนปล่มเรือเรา ปวดใจ
    #417
    1
    • #417-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      29 ธันวาคม 2560 / 09:47
      อีวี่ขึ้นเรือได้หลายลำค่ะ ฮ่า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามอารมณ์ของเราค่ะ
      #417-1
  3. #148 m.ppmm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 20:49
    เดรโกเถอะจะทันมั้ย 5555555
    #148
    1
    • #148-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      17 เมษายน 2560 / 01:54
      ฮ่าๆ ตอนต่อไปมีเซอร์วิสค่ะ
      #148-1
  4. #138 fonkk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 14:19
    ดาร์กแล้วต้องดาร์กให้สุดไรท์ เธอต้องขึ้นไปยืนอยู่ในจุดสูงสุด //อินมาก ไม่เคยอ่านนิยายแล้วอินมากเท่าเรื่องนี้มานานแล้ว //นี่นีกภาพอีวี่นั่งบัลลังก์อยู่ท่ามกลางกองกระดูกสูงปรี๊ดดด อีวี่จงเจริญ //ราชินีน้อยๆ???
    #138
    1
    • #138-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      15 เมษายน 2560 / 16:47
      อื้อหืออออ โหดๆ
      อย่างกะ game of thrones
      #138-1
  5. #106 pungploy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 20:02
    โอ๊ยยย ป๋าอีฟเสียใจนะทำแบบนี้ รู้นะ ป๋าต้องมีหวันไหวบ้างแหละ อีฟเป็นห่วงป๋านะรู้ไหม
    //คู่กับป๋าเนปเถอะค่ะ พลีสสสสส
    #106
    1
    • #106-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      24 มีนาคม 2560 / 13:23
      เดินหนีไปแบบสวยๆ
      #106-1
  6. #94 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 18:08
    พ่อ หรือแฟนคะทีนี้
    อยากรู้เรื่องแม่ของอีวี่แล้วสิ ชอบตอนที่ต้องแกล้งเป็นคุณหนูหยิ่งๆเพราะหน้าที่อะ
    ความจริงก็อีวี่คนเดิม

    เชียร์กับแฮรี่ไม่ก็เดรโกรองลงมาค่ะ กับสเนปเราคิดว่าเหมือนพ่อ หรือผู้ดูแลง่ะ
    หรือโสดเลยก็ดี
    #94
    1
    • #94-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 23:02
      คู่พ่อกับแม่เริ่มมาแรงนะเนี่ย อิอิ
      #94-1
  7. #93 SICKLE ANGLES (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 12:20
    โสดๆไปก็ได้นะคะ
    #93
    1
    • #93-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 22:58
      โสดสตรองค่ะ ไรต์พิสูจน์มาแล้ว!!!!
      #93-1
  8. #91 Seily (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 06:36
    สนุกมากเลยค่ะ แต่อยากรู้เรื่องของแม่อีวี่บ้างจังมันคาใจอะ5555
    #เชียร์คู่ป๋าเนปกับอีวี่เด่อ #ป๋าทอมกับแม่ของอีวี่ด้วย
    #91
    1
    • #91-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 22:57
      คู่ป๊ากับม๊าน่าสนจริงๆค่ะ ฮ่า
      #91-1
  9. #90 FcMs. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 06:33
    เอาคู่นี่ละค่าาา ดูเหมาะมากค่ะไรท์ สเนปเองก็ดูแลอีวี่มาตั้งแต่เด็กๆ อีวี่ก็น่าจะผูกพันกับสเนปและเป็นห่วงมากๆนะค่ะ
    ปล. สนุกมากค่ะรอตอนต่อไปนะค่ะ
    #90
    1
    • #90-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 22:48
      งื้มมมมมมม สับสนในตัวเองขั้นสุด
      #90-1
  10. #89 เมียจอมมาร (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 00:46
    ทำไมนาร์ซิสซารู้จักแม่ของอีวี่ล่ะ ตอนเด็กสนิทกันด้วย เอาซะอยากอ่านเรื่องราวของโวลดี้กับแม่ของอีวี่เลยว่าจะเป็นไง เชียร์คู่ แดดดี้xหม่ามี้ เลยล่ะกันค่ะ

    โอมมมมมม สะกดจิตไรต์ให้แต่ง
    #89
    1
    • #89-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:18
      แดดดี้xหม่ามี้ อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
      คู่นี้น่าสนใจแฮะ ฮ่าๆ
      #89-1
  11. #88 Bloody Lily (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 21:49
    อีวี่เดรโกเถอะพลีสสสสสสสสส
    #88
    1
    • #88-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:17
      พ่อฉันต้องรู้เรื่องนี้แน่!!!!
      #88-1
  12. #87 MIDNIGHT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 19:52
    โอยยยย แต่งดีมากชอบบบบบใช้คำดีมากเหมือนอ่านแฮร์รี่จริงอยู่อ่ะ
    ชอบตรงที่อิงเรื่องตามหนังสืออ่ะ
    ปล.อยากให้คู่กับเดรโกจังค่ะ^^
    #87
    1
    • #87-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:16
      ขอบคุณสำหรับคำชมค่า กำลังใจชั้นยอดเลยเนี่ย อิอิ
      พยายามจะแต่งทุกอย่างโดยอิงหนังสือ และ (หวังว่า) จะไม่เปลี่ยนเนื้อเรื่องหลักค่ะ ถ้าทำได้ก็อยากตามหนังสือเลย มีข้อเสียคือกว่าจะแต่งได้แต่ละตอนต้องอ่านหนังสือและเก็บข้อมูลหนักมาก
      #87-1
  13. #85 Kurone_Kuro (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 11:51
    ต่อไวๆนะคะ รออยู่ค่ะ
    #85
    1
    • #85-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:14
      มาอล้วๆ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า
      #85-1
  14. #84 คิมมี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 10:56
    มาต่อไวๆนะคะไรท์
    #84
    1
    • #84-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:13
      มาแล้วค่า อิอิ
      #84-1
  15. #83 LuCinENa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 09:41
    อยากให้อีวี่คู่เดรโกค่ะ รออ่านนะค่ะ
    #83
    1
    • #83-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:13
      นุ้งเดรมาแรงมว้ากกกกก
      #83-1
  16. #82 J'Jigsaw Anoma (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 09:22
    อยากให้อีวี่คู่กับเดรโกอ่ะค่ะ ไรต์ข้ามเลือกมาตอนนี้เลยใช่มั้ยคะ คือเราไม่ได้ว่าอะไรแต่เพราะมันน่าติดตามขึ้นมากกกกก
    #82
    1
    • #82-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:12
      ข้ามมาเล่มหกเลยค่า ฮ่า เป็นพวกสมาธิสั้นแน่ๆเลย อยู่กับอะไรนานๆไม่ได้ ต้องรีบเปลี่ยนค่า
      #82-1
  17. #81 ข้าวสวย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 08:54
    อีวี่ของพวกเรา(?)เปลี่ยนไป น่ากลัวขึ้น แต่สวยและงดงามมากค่ะ ฮือออ อยากรู้แว้วว่าอีวี่น้อยจะคู่กะใคร รอนะครับผม #ไรท์สู้ๆสำหรับการสอบนะคะ เป็นกำลังใจให้น้า ><
    #81
    1
    • #81-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 12)
      10 มีนาคม 2560 / 02:11
      กำลังใจชั้นยอดเลยค่า ขอบคุณสำหรับเมนต์ อิอิ
      #81-1