Harry Potter - [The Dark Heir] Ocx? feat. Lord Voldemort x Oc

ตอนที่ 10 : Satisfied

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    21 ก.พ. 60

STAR















X : Satisfied

“เจ้านาย... ช่างเป็นเกียรติกับเราสองคนจริงๆที่ได้ต้อนรับท่านผู้ยิ่งใหญ่ในบ้านอันแสนต่ำต้อยของเรา” เบลลาทริกซ์ที่ยืนอยู่ข้างโรโดลฟัสผู้เป็นสามีพูดเสียงหวาน

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดไปเบื้องหลัง มองสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ขยับตัวอย่างเชื่องช้าด้วยความหงุดหงิด เบลลาทริกซ์สะบัดปลายไม้กายสิทธิ์ เสกแส้ยาวออกมาพร้อมกับฟาดลงไปเต็มแรงเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้เอล์ฟประจำบ้านร่างกายเหี่ยวย่น ที่ดูเหมือนว่ากำลังพยายามทำให้คฤหาสน์หลังนี้ดูดีขึ้นมาตามคำสั่งของเธอ แต่ยังไม่รวดเร็วพอ

“เร็วๆเข้า ไอ้จอมขี้เกียจ! ถ้าแกไม่ทำให้ที่นี่ดูดีขึ้นกว่านี้ ฉันจะให้เสื้อผ้ากับแกแน่!!!

“ไม่เอาเสื้อผ้า... ไม่เอาเสื้อผ้า” มันอ้อนวอนพร้อมกับส่งเสียงโอดโอยด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป

“ได้แน่ ถ้าแกยังมัวแต่อืดอาดอยู่อย่างนี้ -- เราจะต้องใช้ที่นี่เป็นฐานบัญชาการใหญ่รู้ไหม! เจ้าสัตว์โง่เง่า...”

“เราจะไม่ใช้ที่นี่เป็นฐานบัญชาการใหญ่ เบลลาทริกซ์” โวลเดอมอร์แทรกหลังจากที่เงียบมานาน “คนที่กระทรวงจะต้องส่งมือปราบมารมาตรวจสอบที่นี่เร็วๆนี้ เพื่อรีบจับพวกแกทั้งหมดกลับไป ก่อนที่ข่าวเรื่องการแหกคุกอัซคาบันจะรั่วไหล -- แต่เรามาที่นี่...ชั่วคราว เพื่อที่ฉันจะได้มอบหมายงานให้พวกแกแต่ละคนไปทำ”

มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากผู้เสพความตายคนอื่น เบลลาทริกซ์ถอยหลังไปสองก้าวใหญ่ๆ เธอดูเสียความมั่นใจไปมากโข ทำได้เพียงหันไปเตะเอล์ฟชราเพื่อกลบเกลื่อนความผิดหวังและอับอายเท่านั้น

“ฉันคิดว่าแกมีเรื่องที่เป็นประโยชน์มารายงานฉันใช่ไหม ลูเซียส” โวลเดอมอร์ถามเสียงเรียบ

ลูเซียส มัลฟอยเดินออกมาจากกลุ่ม ไม่มีเงาของนาร์ซิสซาผู้เป็นภรรยาและเดรโกบุตรชาย โวลเดอมอร์ยังไม่ต้องการให้มีคนรู้เรื่องแผนการของเขามากเกินความจำเป็น จึงสั่งรวมตัวผู้เสพความตายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

“มีประโยชน์มากขอรับ -- เจ้านาย... ไอ้เอล์ฟที่บ้านตระกูลแบล็กมันมาหาเราเมื่อเร็วๆนี้” ลูเซียสนำเสนออย่างภาคภูมิใจ “แม้ว่ามันจะเอาข้อมูลเรื่องของพวกภาคีมารายงานเราได้ไม่มากนัก...” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาสีแดงเข้มของโวลเดอมอร์ก็เหลือบขึ้นมองอย่างหงุดหงิดใจ จึงต้องรีบขยายความต่อ “มันถูกพันธสัญญาของเอล์ฟผูกมัดไว้ --

-- และทางภาคียังได้ใช้คาถาฟิเดลลิอัสปกปิดสถานที่ตั้งอีกด้วยข้อรับ มีดัมเบิลดอร์เป็นผู้รักษาความลับคนเดียวเท่านั้น” สเนปแทรกขึ้นมาเบาๆ ไม่สนใจว่าลูเซียสกำลังรายงานอะไรค้างไว้

“เจ้านาย” ลูเซียสพูดต่อ “ -- แต่ไอ้เอลฟ์นั่น มันก็บอกข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้แผนการของท่านสำเร็จได้ในเร็ววันเอาไว้ขอรับ”

“แผนของฉันงั้นหรือ...” โวลเดอมอร์ทวนคำ ดูอยากรู้มากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

“ขอรับ -- มันบอกว่า เจ้าเด็กพอตเตอร์กับเจ้าแบล็ก รักและผูกพันกันอย่างกับเป็นพ่อลูกกันจริงๆ” เบลลาทริกซ์ส่งเสียงฮึดฮัด เมื่อได้ยินชื่อของลูกพี่ลูกน้องที่ตนเกลียดชัง “ถึงขั้นยอมเสี่ยงตายเพื่อกันได้”

“ถึงขั้นตายแทนกันได้เลยสินะ” โวลเดอมอร์ส่งเสียงเยาะ“ เหอะ... ความรัก ความผูกพันที่ไร้สาระ และมีแต่จุดอ่อน...” เขาเปรยด้วยความสมเพช “ดูท่าว่าแผนการดูลูกแก้วของฉันจะง่ายขึ้นเยอะ -- แกยืนยันเรื่องนี้ได้ไหม เซเวอร์รัส”

เขาหันไปถามสเนป ซึ่งยืนสงบเสงี่ยมข้างๆกัน

“ขอรับ พอตเตอร์เห็นแบล็กเป็นเสมือนพ่อที่ตัวเองไม่เคยมี ส่วนแบล็ก...” เมื่อพูดถึงตรงนี้ เสียงที่เปล่งออกมาของสเนปก็แฝงไว้ด้วยความรังเกียจอย่างยากจะปิดบัง “แบล็ก -- ก็เห็นพอตเตอร์เป็นตัวแทนของเพื่อนรักที่ตายไปแล้ว พวกเขาอยากจะอยู่ด้วยกันใจจะขาด”

“งั้นฉันคงต้องรีบหาทางให้เจ้าพวกนั้นได้เล่นบทพ่อลูกผูกสัมพันธ์อย่างที่มันหวังเอาไว้สักวันสินะ” ดวงตาสีแดงมองเลยไปยังสมุนของตนที่ยืนอยู่รอบห้อง “แต่จากวันนี้ไป พวกแกต้องไปหาที่ซ่อน...และรอรับคำสั่งจากฉันเท่านั้น อย่าได้พลาดท่าโดนพวกมันจับเข้าอัซคาบันก็แล้วกัน ฉันจะไม่เสียเวลาเอาพวกแกออกมาอีกแล้ว”

ทุกคนพยักหน้ารับ แต่ดูเหมือนจะมีเพียงเบลลาทริกซ์เท่านั้นที่มีแววตาฉ่ำเยิ้มมากกว่าใคร สีหน้าดูมีความสุขราวกับหญิงสาวที่ถูกชายคนรักกำลังคุกเข่าขอแต่งงาน

“งั้นเราก็กลับมาที่เรื่องของเธอกันต่อ... ” ร่างขาวซีดหันมามองเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างตน เธอกำลังลูบหัวงูสีดำสนิทที่ถูกเสกออกมาโดยฝีมือของคาร์คารอฟเมื่อไม่นานมานี้ มันขดตัวเป็นวงอยู่บนโต๊ะ พร้อมส่งเสียงฟู่ฟ่อที่มีเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่เข้าใจ “เซเวอร์รัสบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องของเธอไว้มากทีเดียว -- ตอนนี้เธอกำลังเรียนอยู่ที่ฮอกวอตซ์อย่างนั้นสิ”

“ค่ะ”

“ที่นั่นทำให้ฉันค้นพบสิ่งอัศจรรย์มากมาย ขุมความรู้ คาถาโบราณที่พร้อมจะให้เราได้เข้าถึง แต่กับพวกอาจารย์ มันช่าง... น่าเบื่อ

“พวกเขาน่าเบื่อ” อีวานเจลีนตอบเรียบๆ “ไม่มีใครคิดสอนอะไรที่เป็นเวทมนตร์จริงๆ กลัวว่าเราจะเอาสิ่งที่ได้รู้มาใช้ผิดๆ”

โวลเดอมอร์มองหน้าบุตรสาวของตน ก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างน่าสยดสยอง

“เซเวอร์รัสบอกว่าเธออยู่บ้านสลิธีริน” อีวานเจลีนพยักหน้ารับ “เขาเป็นต้นตระกูลของเรา รู้ไหม” โวลเดอมอร์ส่งเสียงขู่ฟ่อเหมือนงูที่ฟังแล้วขนลุกซู่ “สลิธีริน ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ก่อตั้งฮอกวอตซ์ทั้งสี่” ดวงตาสีแดงเป็นประกายกล้าอย่างภาคภูมิ แล้วจึงกลับมาพูดด้วยภาษาปกติ “ผู้ให้ของขวัญสุดวิเศษในการสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งที่สุดในโลก และเราเป็นเพียงสายเลือดเดียวที่สามารถควบคุมพวกงูได้  ถ้าเมื่อสิบสี่ปีก่อนโชคชะตาไม่กลั่นแกล้งฉัน เธอคงจะใช้ชีวิตโดยเปิดเผยความภาคภูมิและยิ่งใหญ่ของท่านได้อย่างชัดเจนกว่านี้”

เด็กหญิงยิ้มบาง หากดวงหน้าสวยสดนั้นกลับดูเย็นชาและน่าหวาดกลัวอย่างประหลาด

-- เอ้อ... จริงสิ... ลูเซียส”

คนถูกเรียกสะดุ้งโหยง เมื่อจู่ๆก็ถูกเรียกให้เข้าไปมีส่วนร่วมในบทสนทนาของพวกเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ขอรับ” เขาตอบรับแผ่วเบา

“ลูกของแก... เขาก็อยู่สลิธีรินด้วยสินะ”

“ขอรับ...”

“ชื่อ”

“เดรโก ขอรับ” ลูเซียสไม่อาจเดาได้ว่าโวลเดอมอร์ต้องการอะไรจากตน เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงได้ถูกถามเรื่องคนในครอบครัวขึ้นมา และไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าบทสนทนานี้จะจบลงที่ตรงไหน

“แล้วภรรยาของแกล่ะ... สลิธีริน... เลือดบริสุทธิ์ด้วยใช่ไหม”

“เลือดบริสุทธิ์แท้จากตระกูลแบล็กขอรับ... และแบล็กทุกคนอยู่สลิธีริน... ยกเว้น --

-- เว้นแค่ไอ้คนทรยศซีเรียส!” เบลลาทริกซ์แทรกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เธอกัดริมฝีปาก ใบหน้าผอมจนเหมือนมีแต่กระดูกแสดงออกเพียงความชิงชังและรังเกียจเดียดฉันท์ “มันคือจุดด่างพร้อยของตระกูลเรา จุดที่โสโครก... แย่ที่สุดในพวกทรยศต่อเลือดที่เราเคยขับออกจากตระกูลมา”

ตาสีแดงเข้มมองตรงไปยังเบลลาทริกซ์ นิ่งสงบและอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ การกระทำนั้นทำให้เธอถึงกับสะอึก และทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เบลลาทริกซ์นึกกลัวขึ้นมาทีละนิด คิดกับตัวเองว่าจะถูกลงโทษที่ไปขัดบทสนทนาของเจ้านายของตนเมื่อไรเท่านั้น

ปากที่ไร้ริมฝีปากเหยียดยิ้มขึ้นมาช้าๆ แต่ไม่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย

“ฉันลืมไปเลย...ว่าแกสองคนพี่น้องก็เป็นหนึ่งในพวกแบล็ก” เขาพูดเรียบๆ “ช่างบังเอิญเสียจริง... “

พูดเพียงเท่านั้นแล้วจึงหยุด... โวลเดอมอร์เงียบไปพักหนึ่ง ราวกับว่ากำลังจมอยู่กับห้วงความคิดในหัวของตน ตาสีแดงสดมองไปเบื้องหน้าแต่ไม่โฟกัสที่จุดใด

ราวกับว่ากำลังอยู่ที่ไหนสักแห่ง... ที่ไม่ใช่ที่นี่

ความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันใดทำให้ไม่มีใครตั้งตัวรับได้ทัน ผู้เสพความตายที่ยืนอยู่รอบห้องต่างหันมามองหน้ากัน ถามคำถามใส่คนอื่นผ่านทางสายตา

คำถามที่ไม่มีใครให้คำตอบได้

และแล้วโวลเดอมอร์ก็ขยับตัว เขากลับมาสนใจสิ่งที่อยู่รอบตัวอีกครั้ง ตาที่ไม่เหมือนมนุษย์กวาดมองทั่วห้องอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหันมาทางอีวานเจลีน ไม่สนใจสมุนคนอื่นอีกต่อไป

“แล้วเอล... ตอนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ ” เขาถามเธอ น้ำเสียงที่ส่งมานั้นเรียบเฉย ดวงหน้าขาวซีดแสดงออกอย่างไร้ความรู้สึก

“อยู่ที่เซ้นต์มังโกค่ะ... ผู้หญิงคนนั้นได้รับผลกระทบจากคำสาปถาวร รักษาไม่หาย เธอต้องอยู่ที่นั่นตลอดชีวิต” สีหน้าของเด็กหญิงกลับเย็นชายิ่งกว่า

ตาสีแดงสดของโวลเดอมอร์เป็นประกายขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้

“ทำไม”

อีวานเจลีนนิ่งเงียบไปสักพัก ไม่มีใครสามารถเดาได้เลยว่าเจ้าของใบอ่อนเยาว์นั้นกำลังคิดอะไรอยู่

“เธอพยายามฆ่าฉัน... เหมือนที่เคยพยายามมาตลอด

โวลเดอมอร์หัวเราะออกมาในทันที

น่าเสียดาย...” เขาพึมพำเบาๆ “... แต่ว่า... เธอก็ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังสักครั้งจริงๆเลยนะ เอล... หึหึหึหึ....”

เสียงหัวเราะของเขาสะท้อนก้องอยู่ในห้องที่ปิดสนิท ราวกับเสียงคำรามอันน่าสยดสยองของปิศาจร้าย ไม่มีใครเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้โวลเดอมอร์พอใจ ทุกคนที่ยืนรายล้อมอยู่รอบห้องได้แต่ส่งเสียงหัวเราะแห้งๆไปกับอารมณ์พึงใจอันไร้ที่มานั้น

โวลเดอมอร์ยกมือขึ้นเล็กน้อย ทั้งห้องก็กลับมาเป็นเงียบสนิทอีกครั้ง

“คิดว่าวันนี้ควรจะพอได้แล้ว ฉันว่าคงได้เวลาที่เธอจะกลับไปใช้ชีวิตน่าเบื่อเหมือนเดิมแล้วล่ะ” เขาหันไปบอกอีวานเจลีน “เราคงจะได้พบกันอีกในไม่ช้า ฉันมั่นใจ  ส่วนงูตัวนี้ -- ” นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่งู “ฉันยกให้ มันเป็นของเธอ”

อีวานเจลีนยิ้มมุมปาก และส่งเสียงขู่ฟู่ฟ่อกับงูสีดำ มันชูคอขึ้นสูง พลางจ้องมองเธอด้วยดวงตากลมโตสีดำสนิท เชื่องราวกับเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่ง

“อยู่ที่นี่นะ แล้วเมื่อถึงเวลา... แกจะได้ไปรับใช้ฉันเหมือนที่นากินีได้ทำให้ท่านพ่อ”

งูสีดำเลื้อยเข้ามาใกล้ ให้ลำตัวของมันสัมผัสกับมือเล็กของเธอ ผิวเรียบลื่นไหลผ่านปลายนิ้วไปอย่างง่ายดายเหมือนสายน้ำ ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวลงจากโต๊ะ เลื้อยไปใกล้กับนากินีที่ขดตัวเป็นวงหน้าเตาผิง ทั้งสองส่งเสียงฟ่อคุยกันอย่างน่าสยดสยอง

อีวานเจลีนลุกขึ้น เดินไปหาสเนปที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตู ก่อนจะหันกลับมาหาโวลเดอมอร์ มองเขาอย่างเรียบเฉยด้วยดวงตาสีแดงสุกสว่างที่ได้รับสืบทอดมา เธอกำลังจะเดินทางกลับไปที่ฮอกวอตซ์ตามคำสั่งของเขา

ไม่มีการกล่าวคำร่ำลา หรือกอดกันอย่างรักใคร่เช่นเดียวกับที่ครอบครัวอื่นมักจะทำเมื่อต้องจากกัน ทั้งคู่ใช้ตาสีแดงที่เหมือนกันราวกับแกะมาจากพิมพ์เดียวมองอีกฝ่ายอย่างนิ่งเฉยเท่านั้น อีวานเจลีนก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพโวลเดอมอร์ตามที่สเนปทำ และเดินออกไปจากห้องในทันที


ใจกลางป่าที่มืดมิด ปรากฏร่างเล็กขนปุกปุยของกระต่ายป่าสีเทาอ่อนตัวหนึ่ง ดวงตาสีแดงของมันมองสิ่งรอบตัวอย่างระแวดระวัง ปลายหูสั่นและขยับไหวขึ้นลง ตื่นตัวต่อทุกการล่าที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สำหรับสัตว์ที่อยู่ในลำดับล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร ความเป็นกับความตายก็ห่างกันเพียงแค่เส้นบางๆขวางกั้นเท่านั้น มันหมอบตัวลงต่ำ กึ่งกระโดดกึ่งคลานไปอย่างเงียบเชียบ พลางเหลือบหาอาหารเพื่อประทังชีวิตไปพร้อมๆกัน

เสียงเป๊าะเหมือนระเบิดขนาดย่อมดังขึ้นจากความเงียบสงัด เจ้ากระต่ายตกใจจนตัวแข็งทื่อ จากนั้นจึงกระโดดหนีเต็มฝีเท้า ตรงดิ่งเข้าสู่โพรงที่อยู่ใต้ต้นไม้แห้งกรังใกล้ตายของมัน ซ่อนตัวจากสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงประหลาดนั้นด้วยความหวาดกลัว

ร่างสองร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางหิมะที่ตกอย่างอ้อยอิ่ง หยุดยืนยังใต้ต้นไม้ริมชายป่า ใกล้กับปราสาทขนาดใหญ่ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าท้าลมหนาว รอบตัวมืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงของดวงดาวหรือดวงจันทร์ มีเพียงเสียงครวญครางหอบถี่ของสิ่งมีชีวิตบางอย่างดังแทรกกับเสียงเห่าหอนของหมาป่า ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูน่าวังเวงมากขึ้นไปอีก

อีวานเจลีนและสเนปหายตัวมาที่ชายป่าต้องห้ามข้างประตูใหญ่ของโรงเรียน อากาศที่หนาวเหน็บทำให้ร่างกายแข็งเกร็งไปชั่วขณะ  ทั้งคู่หยุดนิ่งสักพัก เพื่อให้คุ้นชินกับสภาพต่างๆรอบตัว

“เปลี่ยนสีตาก่อนที่ใครจะมาเห็น” สเนปสั่ง ตาของเขามองสำรวจรอบๆตัว แม้ว่าจะยังไม่เห็นใครอยู่ใกล้ที่นี่ แต่ก็ควรจะระมัดระวังไว้ก่อน  

อีวานเจลีนยืนนิ่ง ไม่ได้ทำตามคำสั่งของเขาในทันทีเหมือนที่มักจะทำเป็นประจำ สเนปเห็นท่าทีนิ่งเฉยนั้น จึงเดินเข้าไปใกล้

“เป็นอะไร”คำถามแสนห้วนสั้น และน้ำเสียงยังแฝงไว้ด้วยความหงุดหงิด

เด็กหญิงเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตากับเขา

“อีวานเจลีน” สเนปเรียกชื่อซ้ำ

เธอเดินห่างออกไป และยังคงไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ อีวานเจลีนยืนนิ่งอยู่พักใหญ่โดยหันหลังให้กับเขา สเนปเฝ้ามองทุกการกระทำที่ผิดประหลาดนั้นตาไม่กระพริบ และเขาก็แปลกใจ เมื่อจู่ๆร่างเล็กนั้นกลับทรุดตัวลงนั่งบนพื้นที่ยังคงมีเกล็ดหิมะบางส่วนปกคลุมอยู่อย่างอ่อนล้า ก้มหน้ากอดเข่าของตัวเองเอาไว้แน่น

ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านราวกับคนจับไข้ อีวานเจลีนควบคุมตัวเองไม่ได้ สองมือเล็กนั้นยกขึ้นบังใบหน้าของตนไว้ ราวกับพยายามจะปกปิดอะไรบางอย่างให้หลุดพ้นไปจากการจ้องมองของเจ้าของดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น

แต่มันก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

สองข้างแก้มเปื้อนด้วยน้ำตาที่ไหลพราก แม้จะปิดเอาไว้แต่มันก็ไหลซึมผ่านมือซีดขาวนั้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้  น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงสู่หน้าตักจนเปื้อนและเปียกชื้น 

อีวานเจลีนกำลังร้องไห้...

เงียบสงบ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงสะอื้น หากมีเพียงหยาดน้ำใสที่หลั่งไหลออกมาราวกับทำนบกั้นน้ำที่พังทลายจากดวงตาทั้งสองข้างเท่านั้น

สเนปยืนมอง นิ่งเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัว

แต่เขารู้... ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาพอันแสนอ่อนแอและเปราะบางขนาดนี้ได้

ดวงตาสีดำสนิทของเขาไม่ฉายแววความรู้สึกใด แต่มือที่ซีดเซียวกลับค่อยๆเลื่อนมายังศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมดำยาวนั้นอย่างเชื่องช้า ลูบวนแผ่วเบา คล้ายกำลังปลอบประโลมจิตใจของเด็กหญิงที่อ่อนล้าและสั่นสะท้านไปทั้งตัวตรงหน้าอย่างเงียบๆ

“เธอทำได้ดีมาก”

เธอมองเขาด้วยดวงตาสองข้างที่เต็มรื้นไปด้วยน้ำตา เสมือนเส้นความอดทนได้ขาดสะบั้นลง อีวานเจลีนปล่อยโฮออกมาในทันที ไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าจะต้องเก็บซ่อนความอ่อนแออันใดเอาไว้

“....อึก... ฮือ...”

ร่างเล็กกว่าโผเข้าหา ซุกใบหน้าเข้ากับแผ่นอกของเขา สเนปล้มลงบนพื้นเช่นเดียวกับเธอ เกล็ดหิมะเกาะพราวตามเสื้อผ้า เขาตัวแข็งทื่อ ไม่ทันตั้งตัวว่าจะถูกกอดเอาอย่างนี้

ดวงตาสีดำสนิทเปลี่ยนมามองเธออย่างหงุดหงิดและแข็งกร้าวในทันที

เธอกำลังล้ำเส้น

เขาไม่พอใจอย่างมาก และความไม่พอใจนั้นเกือบจะทำให้เขาผลักเธอออกไปจากตัวเต็มแรง แต่แน่นอน เขายังไม่ได้ทำมัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร บางอย่างในใจกลับห้ามเขาเอาไว้ จากความหงุดหงิดที่เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั้น เพียงแค่เสี้ยววินาที... เสี้ยววินาทีเท่านั้น มันก็ค่อยๆจางหายไปราวกับน้ำที่กำลังรั่วออกจางแท็งค์ และเปลี่ยน...

เป็นเห็นใจ

มือใหญ่ลูบแผ่นหลังที่สั่นสะท้านนั้นเบาๆ ในอีกวินาทีต่อมา

“นั่นคือสิ่งที่จะเกิด เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับจอมมาร ไม่มีใครรู้สึกเป็นปกติเมื่ออยู่กับเขา แม้ว่าเขาจะเป็นพ่อของเธอก็ไม่ต่าง...”

“ฉันทำให้เขาตาย... ฮึก.. ผู้ชายคนนั้น เขา... ตาย” เสียงเล็กอู้อี้แทรกขึ้นมาเบาๆ มันช่างเศร้าสร้อยและสำนึกผิดอย่างชัดเจน

“ยังไงคาร์คารอฟก็ต้องตาย” สเนปตอบปัด “จอมมารโกรธเขามาก”

“เขาตาย... ” อีวานเจลีนย้ำอีกครั้งอย่างหมดเรี่ยวแรง “เขาตายเพราะฉัน”

“เธอจะต้องทำเรื่องที่ใหญ่กว่านี้มาก... เธอก็รู้”

“ฉันใช้คำสาปกรีดแทงกับเขา” เธอพูดเสียงแผ่วเบา ซุกหน้าลงกับอกของสเนปเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ฝ่ามือขยำเสื้อผ้าสีดำของเขาจนยับย่น “...อึก... ทรมานเขาก่อนที่เขาจะตาย”

 “นั่นยิ่งทำให้จอมมารถูกใจเธอ แม้ว่าเธอจะอยากทำหรือไม่ เขาพอใจที่เธอสามารถทรมานคนอื่นด้วยคาถาศาสตร์มืดที่ยากต่อการเสกขนาดนั้ --

-- ฉันอยากทำ”

คำพูดหนึ่งซึ่งทำให้สเนปที่กำลังอธิบายบางอย่างถึงกับต้องหยุดชะงัก เขาหันมามองศีรษะที่เต็มไปด้วยผมสีดำดกหนาตรงแผ่นอกของตน และนึกคำที่จะพูดต่อจากนี้ไม่ออกไปเสียเฉยๆ

“คุณบอกว่า แม้ว่าฉันจะอยากทำมันหรือไม่... ในตอนแรกฉันไม่อยากทำ ไม่เลยสักนิด แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของเขา... สุดท้าย ฉันก็พอใจ” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น น้ำตาหยุดไหลไปแล้ว ดวงตาสีแดงของเธอสบกับเขา มันเต็มไปด้วยแววแห่งความหวาดกลัว สำนึกผิด พึงพอใจ และเปี่ยมสุขสะท้อนไปมาอย่างคาดเดาไม่ได้ “ไม้นี่เสกคาถาลำบากมาก แต่มันทำตามทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคำสาปและศาสตร์มืดโดยไม่ต่อต้าน เป็นเพราะ... เพราะฉันพอใจที่จะทำมัน ฉันพอใจ...ฉันต้องการที่จะทำให้ชายคนนั้นเจ็บปวด และทุกข์ทรมาน”

สเนปมองเธอนิ่งขรึม ไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่อยู่ในใจได้

“ถ้าเกิดฉันเลือกเขาล่ะ... ถ้าเกิดมีเขาอยู่ในตัวฉันมากเกินไป... ถ้าเกิดฉันจะเดินตามรอยเท้าของเขา ไปสู่การฝักใฝ่ศาสตร์มืด... ทำตามเขา... เป็นอย่างที่เขาเป็น... ถ้าเกิดว่าคุณกับศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ดูคนผิด... ฉัน... ฉันเหมือนเขามากกว่าที่คุณคิดใช่ไหม... ”

“ฉัน... ”เสียงของเสนปนั้นแผ่วเบาราวกับเป็นเสียงกระซิบ “อาจารย์ใหญ่ -- ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ เขาเชื่อมั่นในตัวเธอ ไม่ว่าฉันจะเชื่อหรือไม่ แค่เธออย่าทำให้เขาผิดหวังก็พอ”

ชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงตอนที่อีวานเจลีนต้องพิสูจน์ตนเองต่อโวลเดอมอร์ -- พ่อของเธอ -- เด็กสาวไม่เคยแสดงสิ่งที่เธอได้ทำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ให้เขาเห็นมาก่อน ไม่เคยเลย มีเพียงการอำพรางสีตาและสกัดใจเท่านั้นที่เขาสอนเธอเอาไว้เมื่อนานมาแล้วที่ไม่ทำให้เขาแปลกใจ

อันที่จริงสเนปไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอสามารถทำเรื่องแบบนั้นได้จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ทั้งคาถาที่เธอใช้เมื่อต้องสู้ตัวต่อตัวกับคาร์คารอฟ และแม้แต่คำสาปกรีดแทงที่ต้องใช้จิตมุ่งร้ายแรงกล้าที่ต้องการจะทำให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวด

เธอทำมันเองทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก...

“เขาจะต้องเรียกหาเธออีก”

สเนปแทบไม่ได้สนใจว่าตนกำลังพูดอะไรอยู่เลยสักนิด สิ่งเดียวที่ตรึงความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดในตอนนี้ของเขาไว้ได้ มีเพียงประโยคหนึ่งที่เธอพึ่งพูดเมื่อสักครู่เท่านั้น

ประโยคที่ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าแผนการที่ดัมเบิลดอร์วางไว้เมื่อนานมาแล้วจะประสบผลสำเร็จหรือไม่

“ฉันพอใจที่จะทำมัน ฉันพอใจ...ฉันต้องการที่จะทำให้ชายคนนั้นเจ็บปวด และทุกข์ทรมาน”

เธอพอใจที่เห็นคนอื่นเจ็บปวด...

เช่นเดียวกับ...

โวลเดอมอร์

เธอได้รับพรสวรรค์ที่น่าทึ่งมาจากพ่อของเธอมากมาย ทั้งการพินิจใจ ความสามารถด้านเวทมนตร์ เป็นพาร์เซลเมาท์ อีวานเจลีนเหมือนกับโวลเดอมอร์มากกว่าที่สเนปและดัมเบิลดอร์คาดเอาไว้

คำถามตอนนี้คือ

เธอจะเหมือนเขาได้มากขนาดไหน...


 

“สลิธีริน ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ก่อตั้งฮอกวอตซ์ทั้งสี่”  

คือคำพูดในภาษาพาร์เซลสำหรับเรียกบาซิลิสก์ค่ะในเล่ม 2 ห้องแห่งความลับ พูดโดยความทรงจำของทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล วัย 16 ปีค่ะ


          ปล. วันนี้มาสั้นๆ ขอลงแค่ครึ่งเดียวก่อนก็แล้วกันค่ะ 

         (15/02/60)


         มาต่อแล้วค่าาาาาาาา

     งานเยอะมากกกกกก แต่สู้ค่ะ สู้ไปด้วยกัน 

         ขอกำลังใจนิสสสสนุง

         ปล. ทำงานเสร็จตีสองก็รีบมาอัพเลย ตอนตรวจคำผิดรอบสุดท้าย ก็ถามตัวเองไปด้วยว่า "กับการเรียนทุ่มเทแบบนี้ไหมลูก" ฮ่าๆ ทำเพื่อคนอ่านค่ะ เพราะฉะนั้นคนอ่านอย่าลืมให้กำลังใจเราด้วยนะคะ

         (21/02/60)



เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์

เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์ เม้นต์






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

690 ความคิดเห็น

  1. #675 autumn morning^^ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 22:44
    จำไว้เอวี่ อย่ากลัว ต่อให้เธอหรือใครจะคิดว่าเธอเหมือนเขาหรือไม่ก็ตาม แต่เธอก็คือเธอ! เธอที่เป็นเธอ ไม่เหมือนใครทั้งนั้น เพราะเอวี่ก็คือตัวของเธอเอง! สู้ๆนะเจ้าหญิงน้อยของฉัน
    #675
    1
    • #675-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      20 มกราคม 2563 / 13:24
      อีวี่กลัวใจตัวเองเหลือเกิน
      #675-1
  2. #433 i_phone2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 18:31
    รักอีวี่!!!! ชั่วร้ายมากอ่ะถูกใจเจ๊!!!!!
    #433
    1
    • #433-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      3 มกราคม 2561 / 21:26
      ฮ่าๆ ยิ่งร้ายยิ่งรัก
      #433-1
  3. #416 panitin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:00
    สเนปกลัวเอวี่งั้นเหรอ ม่ายน้า เรือสเนปออกจากท่าแล้ว อย่าล่มสิ แงๆ
    #416
    1
    • #416-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      29 ธันวาคม 2560 / 09:46
      มีวัสดุสำหรับซ่อมและต่อเรือใหม่เยอะค่ะ มันต้องลอยไปได้เรื่อย ๆ
      #416-1
  4. #341 Lin lil (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 09:33
    น้องงู น้อยจ้สาาา มาป็นคนอีวี่ซะดีดีๆ
    #341
    1
    • #341-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      31 ตุลาคม 2560 / 09:55
      งูน้อยที่น่ารัก (?)
      #341-1
  5. #295 Savant A. Cloud (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 19:17
    อู้ว อีวานเหมือนจะน่าสงสารแต่บางทีก็น่ากลัว
    ไม่ต้องร้องนะอีวานนนน ป๋ารีบปลอบอีวานสิป๋า ; - ; )
    #295
    1
    • #295-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      23 สิงหาคม 2560 / 20:52
      ปลอบไปปลอบมาเจอโวลดี้ยืนมอง ฮ่า
      #295-1
  6. #240 Linna Lily (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:23
    อย่ากอ่านเอลกะทอมมมม
    #240
    2
    • #240-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      10 กรกฎาคม 2560 / 00:36
      ไรต์ก็อยากอ่าน... แต่งดีมั้ย... (เอ๊ะ???)
      #240-1
    • #240-2 HERRINNE POTTER(จากตอนที่ 10)
      15 กรกฎาคม 2560 / 13:17
      แต่งค่ะแต่งเลย
      #240-2
  7. #160 Mr.chamanow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 19:43
    ขนลุกกกกก  แต่งดีมากๆ สุ้ๆๆๆ
    #160
    1
    • #160-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      29 เมษายน 2560 / 18:58
      ขอบคุณมากค่า
      #160-1
  8. #104 pungploy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 19:40
    หุยยยยบ ป๋าจ้องหวันไหวแน่ๆ อีวี่หนูสู้ๆนะ หนูต้องไม่เป็เหมือนจอมมารนะ
    #104
    1
    • #104-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      24 มีนาคม 2560 / 13:22
      มีหวั่นๆไหมนะ
      #104-1
  9. #77 Bloodie Marry (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:57
    มุมอ่อนแอของอีวี่และอ่อมกอดของป๋าเนป หวั่นไหวอ่อป๋า//ถ้าอีวี่คู่กับซีเรียสก็คงเป็นคู่ที่น่ารักเนาะ แต่แฮร์รี่เค้าก็น่ารักนะเป็นหงเป็นห่วงน้องหนูอีฟด้วย
    สนุกค่ะน้องนี่ขนลุกเลยค่ะพี่ขาา
    #77
    1
    • #77-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:42
      ตอนนี้พยายามแต่งสุดฝีมือเลยค่ะ ขอบคุณมากค่า^^
      #77-1
  10. #75 Corona_Borealis (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:51
    สนุกกกกก //เราจะบอกว่าเราชอบที่จะให้อีวี่เป็นตัวร้ายมากกว่าฮีโร่นะ เป็นฮีโร่คงจะสนุกไม่เท่าเป็นตัวร้ายหรอก ฮิฮิ
    #75
    1
    • #75-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:41
      ชอบสาวร้ายๆเหมือนกันค่ะ เป็นคนดีเกินไปก็อยู่ยากนะ
      #75-1
  11. #71 ลิลหรี่ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:48
    เราอยากเห็น ทั้งฉากที่อีวี่แาจจะฆ่าทอมในตอนจบ ตามที่ดัมเบิลดอร์หวังไว้(?)กับ what if อีกอัน ถ้าหากวดม.ยังครองอำนาจ อีวี่จะเปิดเผยตัวไม่ต้องหลบซ่อน จะเฉิดฉายขนาดไหน (แต่คงไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก ฮ่าๆ)
    #71
    1
    • #71-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      22 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:10
      ว้าววววว What if น่าสนใจมากเลยค่า
      ภาพอีวี่เดินบนพรมแดงพร้อมมีคนก้มหัวให้ตลอดทางลอยมาเลย ฮ่า
      #71-1
  12. #61 ข้าวสวย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:38
    เอลนี้ใคร แม่ของอีวี่ใช่ไหมคะ เดาเนื้อเรื่องไม่ถูกเลย 5555 ไรท์แต่งดีงามมากเลยค่ะ รออ่านนะคะ อย่าเทและอย่าดองเลยนะคะไรท์คนสวย TT #เชียร์เดรโกกับอีวี่ให้คู่กันได้ไหมคะ5555
    #61
    1
    • #61-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:47
      นุ้งเดรนับหนึ่ง
      ปล. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
      ตอนนี้ก็พยายามจะแต่งให้จบค่ะ ฉะนั้นเรามาพยายามด้วยกันทั้งคนเขียนคนอ่าน
      #61-1
  13. #56 Red_Queen121 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:43
    รออออออขอรับ
    #56
    1
    • #56-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:43
      รอคอย เธอมาแสนนาน ทรมานดวงใจหนักหนา
      #56-1
  14. #53 J'Jigsaw Anoma (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:44
    เชียร์เอลกับเดรโกค๊าา555555
    #53
    1
    • #53-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:37
      เอลกับเดร นับหนึ่ง
      #53-1
  15. #48 Tomaiey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:48
    งืมมมม หนูอีฟคงไม่ได้ร้าย เดาเนื้อเรื่องไม่ถูกเลย ป๋าเนปอย่าตายเป็นพอ 555555
    #48
    1
    • #48-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:28
      ตายไม่ตาย ตายไม่ตาย ตายไม่ตาย ตายไม่ตาย ตายไม่ตาย ตายไม่ตาย
      #48-1
  16. #47 岭飞 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:35
    อยากอ่านเอลกับทอมมม
    #47
    1
    • #47-1 krasivaya_Dragunov(จากตอนที่ 10)
      19 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:28
      เอลกับทอม นับหนึ่ง
      #47-1