Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 9 : Brother - 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

Brother - 9

         ฉันไม่ได้ขอเดินในเส้นทางราบเรียบหรือสบาย ฉันอธิษฐานเพื่อขอพละกำลังและความอดทนในการปีนถนนที่เกลื่อนไปด้วยกรวดหิน - Gail Brook Burket

 

         สวี่ผิงนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงและผล็อยหลับไป

         มีเตียงเดี่ยวสองเตียงตั้งข้างกันในห้อง ทุกๆฤดูหนาว พ่อของพวกเขาจะผลักด้านทั้งสองเข้าด้วยกัน และพี่น้องจะนอนชิดกันเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในคืนที่หนาวเย็น

         สวี่ผิงมีระบบไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี มือและเท้าของเขาจะเย็นเสมอในฤดูหนา สวี่เจิ้งที่มีขนาดมือเท้าเล็กกว่า แต่อุ่นร้อนเหมือนกับไฟ

         คืนหิมะตกหนักทางเหนือหมายถึงเตาถ่านหินไม่สามารถจะให้ความอบอุ่นได้มากนัก เวลาที่คุณถูกปกคลุมด้วยความเย็นเยือก คุณจะต้องอดทนอดกลั้นอย่างมากที่จะไม่สั่นสะท้านเหมือนปลาในน้ำมันเดือด

         ในคืนนี้ สวี่ผิงจะโกหกตัวเองว่ามีการบ้านและเข้านอนช้า ยกเว้นแต่จะมีสวี่เจิ้งที่อบอุ่น เขาจะรีบถอดเสื้อผ้าออก กระโดดเข้าไปในผ้าห่มและกอดน้องแน่น

         สวี่เจิ้งไม่เคยบ่นเลยแม้เขาจะต้องตื่น เขาจะกอดพี่ชายที่สูงกว่าเขาไว้ในอ้อมแขน

         และสวี่ผิงจะถามทุกๆครั้ง นายหนาวไหม?

          สวี่เจิ้งจะพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ยังยอมให้พี่ชายเอามือที่เย็นซุกใต้ชุดนอนของตัวเอง

         การทำมือและเท้าของพี่ชายให้อุ่นเป็นหนึ่งในงานเล็กๆของสวี่เจิ้ง

         พี่ชายของเขาอาจจะหงุดหงิดกับเขาระหว่างช่วงกลางวัน แต่จะอ่อนโยนเสมอในคืนที่เห็บหนาว พี่ชายของเขาจะไม่ไล่เขาไปที่อื่นหรือด่าว่าโง่ แม้เขาจะทำผิด แต่ก็จะได้รับการอภัยอย่างเร็ว ถ้าพี่ชายอารมณ์ดี เขาจะถามน้องชายถึงช่วงที่ไปโรงเรียน ถามว่าทำอะไรบ้าง เจอใครบ้าง ทานข้าวกับอะไรและอื่นๆอีกมาก สวี่เจิ้งใช้เวลานานมากกว่าจะตอบ ถึงตอนนั้น สวี่ผิวก็สัปหงกเสียแล้ว ลมหายใจของเขาเป่าถูกคอของสวี่เจิ้งเหมือนกับหางสุนัขที่กระดิกไปมาเบาๆ ทำให้สวี่เจิ้งขนลุก

         นั่นคือสวี่เจิ้งที่พี่ชายไม่รู้จัก คนที่กอดพี่ชายด้วยมือที่เงอะงะจนพี่ชายได้มีความฝันที่อบอุ่น

        

          มันเป็นเวลาดึกแล้วที่สวี่ผิงตื่นขึ้นมา มีบางคนถอดรองเท้าของเขาออกและห่มผ้าให้ เพื่อให้เขาได้นอนหลังจากหลายวันที่นอนไม่หลับ

         ในบ้านไม่เปิดไฟสักดวง

         เขาไม่ได้ยินอะไรเลยยกเว้นเสียงเข็มนาฬิกาในห้องนั่งเล่น

         พ่อคงจะออกไปแล้ว

         จุดที่เขาโดนตบยังเจ็บอยู่ แต่เขาถอนหายใจด้วยความโล่งออก

         เขาดื่มน้ำไปหนึ่งแก้วในห้องครัว เช็ดปากด้วยหลังมือของเขา

         เขารู้สึกดีขึ้น

         เขาเหลือบมองนาฬิกาในตอนที่เดินกลับมายังห้องนั่งเล่น ภายใต้แสงจันทร์ เขาเห็นเข็มชี้ไปยังสองทุ่มสามสิบนาที

         เขานอนไปเกือบเก้าชั่วโมง!

         กลิ่นอ่อนๆ จุดสีแดงสว่างขึ้นในความมืดก่อนจะหายไป

         สวี่ผิงหยุดชะงัก

         ประตูของห้องนอนใหญ่ปิดไม่สนิท เขาเห็นความใหญ่โต เขาคิดว่าพ่อของตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้สาน หลังของพ่อโค้งงอเล็กน้อยเหมือนกับแบกบางอย่างไว้บนหลัง มือของพ่อวางที่เข่า มีบุหรี่อยู่ระหว่านิ้วชี้และนิ้วกลาง แสงสีแดงของมันอ่อนบ้างเข้มบ้าง

         บางสิ่งเกี่ยวกับภาพนี้ทำให้สวี่ผิงปวดหัว ควันเอื่อยเฉื่อยลอยไปในอากาศราวกับสัตว์ร้ายที่เตรียมล่า แสงสีแดงเรืองขึ้นยามขยับมือ และกระดาษขาวกลายเป็นขี้เถ้าร่วงโรยอย่างเงียบเชียบ

         สวี่ผิงหันกลับ เดินออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

         สวี่ผิง?สวี่ชวนถามผ่านประตู

         สวี่ผิงได้แต่หยุดและตอบ ครับ

          ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ

         พวกเขาเป็นคนใกล้ชิดกัน แต่ก็ไม่สามารถหาคำพูดมาเอ่ยได้

         สวี่ชวนดับบุหรี่และอารมณ์ด้านมืดทั้งหมด

         หิวหรือ? พ่อจะทำอะไรสักอย่างละกัน

         

          ไม่มีใครพูดสักคำระหว่างมื้ออาหาร

         มะเขื่อเทศถูกเผาเล็กน้อย ไข่คนมีเปลือกไข่เล็กๆปนอยู่ สวี่ผิงถ่มเปลือกหอยออกมาก่อนจะกินข้าวของเขาต่อ

         มีผักเพิ่มนะ  สวี่ชวนตักผักลงในชามของลูกชาย

         สวี่ผิงเหลือบขึ้นมอง ขอบคุณครับ

          เสียงเข็มนาฬิกาดังขึ้นเมื่อเดินไปถึงเวลาสามทุ่มครึ่ง โดยปกติแล้ว สวี่เจิ้งจะเข้านอนเวลานี้

          ทั้งพ่อและลูกชายหยุดกินในเวลาเดียวกัน ความเงียบหนักหน่วงลอยอยู่เต็มห้อง

         พ่อจะล้างเอง ลูกไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนสวี่ชวนลุกขึ้นเก็บจานอย่างเป็นระเบียบ

         สวี่ผิงเพิ่งจะออกจากห้องน้ำหลังจากแปรงฟันเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

         มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องครัวพร้อมกับเสียงกระทบกันของจานและตะเกียบ

         สวี่ผิงเปิดประตูไปพบกับหญิงอวบวัยกลางคนที่ผมหยักยาวยืนอยู่ในห้องโถงมืด เธอสวมผ้าซาตินตัวยาวและถือถุงตาข่ายพลาสติกในมือ

         สวี่ผิงพบว่าเธอดูคุ้ยเคยแต่เขาก็จำไม่ได้

         คุณมาหาใครครับ?

          หญิงคนนั้นแย้มรอยยิ้มและถามกลับ เหล่าสวี่อยู่ไหมจ๊ะ?

          สวี่ผิงพยักหน้าและหันไปเรียกพ่อ

         สวี่ชวนเช็ดมือให้แห้งและไปต้อนรับแขก ขณะที่สวี่ผิงเช็ดจานที่ล้างแล้วและเก็บมันเข้าตู้

         เขาได้ยินความเงียบจากประตู พ่อของเขาคงจะคุยกับแขกเบาๆ เสียงพวกเขาเบาและไม่สามารถจะจับเป็นคำพูดได้

         ไม่ถึงห้านาที เขาได้ยินเสียงปิดประตูและเสียงล็อค สวี่ผิงเดินออกจากห้องครัวมาเจอกับพ่อของเขาที่วางถุงผลไม้กระป๋องลงบนโต๊ะอาหาร

         ใครหรือครับ?

          สวี่ชวนไม่ตอบ

         สวี่ผิงค้นภายในถุง ลูกพีช สับปะรด ส้มแมนดาริน และขวดลิ้นจี่สองขวดที่ยากจะหาซื้อแม้ว่าคุณจะมีเงินก็ตาม

         ในเวลานั้น ผลไม้กระป๋องดูน่าทานมาก

         สวี่ผิงกลายเป็นคนอยากรู้อยากเห็นต่อคุณนายใจกว้างคนนี้ทันที ใครน่ะ? ทำไมเธอให้ผลไม้กระป๋องเราเยอะจังเลยพ่อ?

          สวี่ชวนตอบ ลูกเคยเจอเธอมาก่อนแล้ว เธอเป็นผู้บังคับการตำรวจของคณะวัฒนธรรม แม่ของลู่เจีย เพื่อนร่วมชั้นของลูกไง

 

        ยิ่งกว่านั้น! แม่มันก็มีเชื้อปัญญาอ่อน และพ่อก็ไม่ได้สะอาดอะไรขนาดนั้น พวกเขาแต่งงานกัน และลูกพวกเขาอย่างสวี่เจิ้งนี่ไงที่ออกมาเป็นเด็กปัญญาอ่อน! แม่ฉันบอกว่าอย่างนั้นนะ เหมือนที่ทุกคนบอกไง! ความปัญญาอ่อนมันมาจากยีน! เมื่อสวี่ผิงแต่งงาน ลูกมันอาจจะเป็นเหมือนน้องชายมันก็ได้ ไอ้พวกปัญญาอ่อน! ’

 

         สวี่ผิงจ้องพ่อของเขา

         สวี่ชวนเงียบ

         สวี่ผิงถาม แล้วพ่อก็รับของเขา?

            สวี่ชวนพูด ใช่ พ่อรับมา

            สวี่ผิงพยักหน้า ดีจัง

            เขาเปิดหน้าต่างในห้องนั่งเล่น ดวงจันทร์กลมแขวนอยู่บนท้องฟ้า และสายลมเย็นช่ำพัดมาจากที่ไกลๆ

         เขาเห็นแม่ของลู่เจียเดินออกจากบ้านของเขา ส้นสูงของเธอกระทบคอนกรีต ไฟข้างถนนกระพริบติดๆดับๆ ในขณะที่แมลงเม่าโผบินปกคลุมดั่งเมฆ

         สวี่ผิงไม่รู้ว่าเขามีเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงขว้างขวดทั้งโหลออกจากหน้าต่างได้

         ปัง! เคร้ง! กระจกแตกออกเป็นล้านชิ้นทั่วคอนกรีต กลิ่นเหม็นหวานของผลไม้ส่งกลิ่นมาถึงจุดที่เขายืนอยู่

         หญิงคนนั้นสะดุ้ง หันไปรอบๆ

         สวี่ผิงตะโกนออกจากหน้าต่าง เราไม่อยากได้ผลไม้บ้าๆนี่! เอาน้องชายผมคืนมา! เอาเขาคืนมา!”

            ไฟของบ้านในละแวกนั้นติดขึ้น ผู้คนโผล่หัวออกมาดู

         สวี่ผิงตกอยู่ในความโกรธขณะที่จับบนขอบหน้าต่าง แล้วยังไงถ้าเขาปัญญาอ่อน!? คุณมีสิทธิ์อะไรมารังแกเขา!? บอกลู่เจียมาสิ! ทำไมเขาไม่ไปโรงเรียน!? เขาตีผมด้วยอิฐ! คุณคิดว่าคุณรวยแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือ! เขาควรมาจบเรื่องนี้! พาเขามา! ผมจะฆ่าเขา! ผม...

            สวี่ชวนคว้าเข้าที่เอวของลูกชายและลากออกมาจากหน้าต่าง เล็บของเด็กชายจิกเข้าที่ขอบหน้าต่างจบเลือดซิบ เพื่อนบ้านพากันพูดคุยและซอยอื่นๆก็เริ่มเปิดไฟแล้ว

         หญิงคนนั้นวิ่งหนีอย่างลนลาน ไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าไปทางไหน และเสียงรองเท้าส้นสูงค่อยๆจางไป

         สวี่ชวนปิดหน้าต่าง

         ลูกชายของเขานั่งอยู่บนพื้น ร้องไห้กัดฟันแน่น

         ทำไมพ่อรับของของเธอ!?”

          เธอมาขอโทษ

          พ่อรู้ไหมว่าเธอพูดอะไรลับหลังเรา!? เธอพูดว่าพ่อแต่งงานกับแม่เพราะหน้าที่ เธอพูดว่าปัญญาอ่อนเกิดจากยีน เธอพูดว่าสวี่เจิ้งปัญญาอ่อนเพราะแม่ก็เป็นปัญญาอ่อน!”

          เขาจะพูดอะไรก็เรื่องของเขา

          สวี่ผิงถาม ดวงตาแดงด้วยความโกรธ พวกผมใช้ลูกพ่อหรือเปล่า!?

          สวี่ชวนอยากจะตบลูก แต่เขาก็หยุดตัวเองไว้

         เขาดึกลูกชายขึ้นจากพื้น ตะคอกว่า ลูกจะให้พ่อทำอย่างไร!? ตีพวกเขาเพื่อแก้แค้นหรือ!? ลูกอยากให้พ่อทำร้ายลู่เจียและแม่ของเขาหรือ!?”

          สวี่ผิงตกใจ เขารู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งถูกต้องที่จะทำ แต่เขาเจ็บปวดเหลือเกิน มันเหมือนกับเขาเดินด้วยเท้าเปล่าบนถนนไปยังนรก และเขาอยากจะลากทุกคนที่ทำร้ายเขาไปด้วย

         หลังจากความเงียบ สวี่ชวนตัดบท โทษที แต่พ่อทำไม่ได้

          สวี่ผิงร้องไห้ ผมเกลียดพ่อ!”

          สวี่ชวนจับไหล่ลูกชาย มันต้องใช้เวลาทั้งหมดเพื่อที่จะระงับความโกรธ เขาคิดเสมอว่าการเป็นพ่อเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต แต่ไม่เคยเลยที่เขาอยากจะระเบิดความโกรธ

         ลูกดูถูกสวี่เจิ้ง ลูกคิดว่าสวี่เจิ้งโง่และซื่อสัตย์ ลูกคิดว่าเขาจะเกาะลูกและทำให้เพื่อนในชั้นเรียนแกล้งลูก หัวเราะเยาะลูก ถูกไหม? และเมื่อพ่อไม่แก้แค้นตามที่ลูกต้องการ ลูกคิดว่าพ่อไม่รักลูก ไม่ใส่ใจลูก แล้วลูกก็เกลียดพ่อ อย่างนั้นใช่ไหม!?

         สวี่ผิงได้แต่ร้องไห้

         สวี่ชวนคิดว่าเขาล้มเหลวในการเป็นพ่อ เขาเลี้ยงลูกแบบนี้ได้อย่างไร? เด็กไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง นี่มันไม่มีอะไรเทียบกับความยากลำบากในชีวิตได้เลย

         เขาพูดกับสวี่ผิง น้องชายของลูกไม่มีใครอื่นอีกแล้ว เขารู้สึกเจ็บปวดช้า เขาไม่รู้สึกอะไรเวลามีคนแกล้งเขาหรือล้อเลียนเขา มีแค่คนเดียวที่ทำร้ายเขาได้ในโลกนี้ ตอนนี้บอกพ่อสิคนนั้นคือใคร!”

          สวี่ผิงร้องให้อย่างหนักจนแทบจะไม่สามารถหายใจได้

         เขารู้ เขารู้ดี น้องชายของเขาหายไปเพราะเขาบอกให้น้องไปตาย มันเป็นบาปของเขาและมันดักเขาให้ตกลงไปเหมือนกับหลุมน้ำมันที่อุดปากเขา

         สวี่ชวนปล่อยลูกชาย

         พ่อล้มเหลวในการเป็นพ่อ ส่วนลูกล้มเหลวในการเป็นพี่ชาย! พ่อจะพูดครั้งสุดท้าย อย่าให้คนอื่นรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ! ลูกคิดว่าชีวิตมันไม่เท่าเทียม ชีวิตมันไม่เท่าเทียมกับทุกคนนั่นแหละ อะไรที่ลูกต้องทำก็ต้องรับผิดชอบให้ได้ ลูกจะต้องไม่กลัวและวิ่งหนี และอย่าโทษคนอื่น!”

          สวี่ผิงหายใจหอบขณะพูด ผมขอโทษ ผมขอโทษ...

          เขารอมานานแล้ว รอโอกาสที่จะขอโทษน้องชายและขอให้น้องให้อภัยเขา

         ความเกลียดและความโกรธของเขาไม่ได้มุ่งไปที่ผู้อื่น แต่เป็นภาพสะท้อนของตัวเขาเอง

         เขาเกลียดตัวเองยิ่งกว่าใครๆ

         สวี่ชวนดึงลูกชายเข้ามาใกล้ ลูกเป็นผู้ชาย! และผู้ชายไม่ร้องไห้!” เขาเช็ดใบหน้ามอมแมมของลูกชาย จำไว้ว่าต้องขอโทษน้องตอนที่น้องกลับมา

          สวี่ผิงพยักหน้า เขาสำลักน้ำตาของตัวเอง

         อย่าใช้คำว่า เกลียดง่ายๆอีก ลูกจะรู้เมื่อลูกโตขึ้นว่ามันยังมีอีกหลายความเกลียดในโลกนี้ ที่คนสองคนใช้มันห้ำหั่นกันและกันอย่างเลือดเย็นมากกว่าเรื่องทะเลาะเกี่ยวกับเงินหรือคุณค่าที่แตกต่าง ถ้าลูกเกลียดครอบครัว ลูกก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีชีวิต อย่าพูดถึงความตายง่ายๆ ความตายไม่มีอะไรเลย คนทุกคนต้องตาย แต่การมีชีวิตต่างหากที่ยากยิ่งกว่า จำไว้ สวี่ผิง ลูกมีแค่น้องชายเพียงคนเดียว สวี่เจิ้ง และสวี่เจิ้งก็มีแค่ลูกที่เป็นพี่ชายเพียงคนเดียว พ่อจะต้องตายในสักวัน ถ้าลูกรู้สึกเสียใจ ลูกจะต้องอยู่เพื่อดูแลเขา!”

          สวี่ผิงพยักหน้าขณะที่น้ำตาไหลลงบนใบหน้า

         สวี่ชวนไม่รู้ว่าเด็กน้อยเข้าใจมากเท่าไหร่ ไม่มีใครรู้ดีกว่าเขาถึงภาระอันหนักอึ้งนี้

         แต่สวี่ผิงยังเด็กและสวี่ชวนต้องประคับประคองเขาตอนนี้

         เขาอยากจะให้สวี่ผิงสัญญากับเขาว่าจะไม่ทิ้งน้องชายหลังจากที่เขาตาย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูด

         สวี่ชวนถอนหายใจและดึงลูกชายเข้ามากอด

 

 

-------------------------END CH09----------------------------

 

          Talk

          ตอนนี้ก็กดดันมากกกกกกกกกกกก เมื่อไหร่เจิ้งเจิ้งจะกลับมานะ ฮือออออ สงสารทุกคนเลย ยกเว้นนังลู่เจีย ฟฟฟฟฟ เราจะรอวันที่เจิ้งกลับมานะ TT เจิ้งเจิ้งน่ารักมากเลยเนอะ ยอมพี่ตลอดเลย ฮือออออออออ เจอกันCHหน้าค่ะ またね.

6/08/16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. #422 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:42
    ไม่มีอะไรจะพูดกับพ่อแล้วอ่ะ นั่นเด็กอายุ12นะเว้ย
    #422
    0
  2. #419 Benzz Zaza Chokrom (@kanon-596) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 17:58
    พ่อเลวมาก ตายไปเหอะ ลูกถูกทำร้ายป้ะอย่างน้อยก็ทำไรให้ลูกรู้สึกดี นี่อะไรไปรับของๆมัน
    #419
    0
  3. #374 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:42
    อยากร้อง ;-;
    #374
    0
  4. #315 papark (@papark) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 01:25
    ปวดตับมาก.... เข้าใจว่าคุณพ่อหวังให้ผิงผิงเป็นที่พึ่งให้น้อง ต้องแข็งแกร่ง ต้องพึ่งพาได้ เลยเลี้ยงแบบนั้น เข้าใจสถานการณ์แต่คุณพ่อก็ช่างล้มเหลวในการเป็นพ่อจริง ๆ
    #315
    0
  5. วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 04:15
    ขอโทษนะ แต่เรารับไม่ได้กับพ่อจริงๆ เขาพึ่ง 12 นะ แม้เขาจะโตแล้วแต่เขาไม่ได้โตพอที่จะดูแลอีกชีวิตนึงได้ดีขนาดนั้น พ่อคิดว่าต้องเลี้ยงเขาให้เข้มแข็งต้องไม่ชมเขาต้องเข้มงวดกับเขาอย่าลืมสิเขาเป็นแค่เด็กยังไงเด็กก็อยากได้รับคำชมและความรัก คุณเข้มงวดกับเข้าได้และคุณก็ต้องให้ความรักและคำชมกับเขา เรื่องแม่ลู่เจียอีกคุณไม่จำเป็นต้องทำร้ายเขา คุณสามารถที่จะเรียกร้องความเป็นทำให้กับลูก ลูกคุณโดนทำร้ายนะ คุณมีจิตสำนึกในการเป็นพ่อบ้างไหม

    คุณล้มเหลวในการเป็นพ่อจริงๆและล้มเหลวในการเป็นมนุษย์ด้วย
    #282
    0
  6. #262 proudofyoumysuho (@MBB__TuAn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 01:21
    เราว่ามันไม่แฟร์อ่ะ
    #262
    0
  7. #229 choyu9 (@choyu9) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 03:23
    โหวววว ตอนนี้หนักหน่วงจริงๆ แต่ทำให้เข้าใจตัวละครขึ้นอีกนิด โดยเฉพาะพ่อ ชอบที่บอกว่ามันไม่มีอะไรเท่าเทียมและเราต้องรับผิดชอบหน้าที่ของเรา ซึ่งมันจริงมาก มันเป็นสิ่งที่หนีไม่ได้อ่ะ มีแค่จะรับผิดชอบหรือไม่เท่านั้น
    #229
    0
  8. #122 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:58
    ทานโทดนะคะพ่อคะ คือไม่ใช่ว่าต้องไผทำร้ายแม่อีเด็กลู่เจีย แต่มีศักดิ์ศรีในฐานะพ่อไหมอ่ะ ไม่ต้องรับก็ได้มั้งของน่ะ ปฏิเสธไปดิ แตกหักกันไปเลย ปกป้องความรู้สึกลูกหน่อย การแตกหักกับคนๆเดียวมันไม่ได้สร้างภาระหนักหน่วงอะำรหรอก ยังไงนายก็แทบไม่ได้อยู่บ้านอยู่แล้ว ต้องสนใจอะไร
    #122
    0