Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 52 : Brother - 52

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

Brother – 52

 

 

 

 

แม้จะมีหลายกิ่งก้าน แต่ยังคงมีรากเดียว

ทุกช่วงเวลาโกหกของฉันในวัยเด็ก

ฉันสลัดใบและดอกออกไปในดวงอาทิตย์

ตอนนี้ฉันเหี่ยวเฉาลงไปในความจริง

–Percy Bysshe Shelley, Coming of Wisdom with Time

 

 

 

 

          กว่าที่พวกเขาจะกลับถึงกระท่อมก็ค่อนข้างค่ำมากแล้ว

          ป้าหลินทำกับข้าววางไว้บนโต๊ะ เธอยังทิ้งข้อความไว้อีกว่าอาเฉียงจะมารับพวกเขากลับไปส่งที่สนามบินวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายๆ

          สวี่ผิงผู้เหนื่อยล้านั่งทายข้าวเงียบๆตรงข้ามน้องชาย แขนของเขาปวดมากจากการใช้แรงพายทำให้เขาแทบจะยกตะเกียบไม่ขึ้น ดังนั้นเขาจังหันไปใช้ช้อนซุปแทนและตักข้าวเข้าปากสองสามคำ

          เขายืนขึ้นแล้วส่งยิ้มให้น้องชาย นายกินไปนะ พี่จะไปอาบน้ำก่อน

          เมื่อตอนที่น้ำอุ่นกระทบหลังของสวี่ผิง เขาก็รู้สึกถึงความแสบร้อน

          เขาเอื้อมมือไปด้านหลังแล้วแตะที่ผิว บางทีเขาอาจจะโดนแดดเผาเมื่อตอนบ่าย

          เขาไม่ได้สนใจอะไรมากและใส่เสื้อผ้าปกติหลังจากอาบน้ำเสร็จ

          บนโต๊ะมีถ้วยชามที่ว่างเปล่าวางอยู่ และน้องชายของเขาก็อยู่ที่โซฟากำลังนั่งดูโทรทัศน์

          สวิ่ผิงค่อยๆเดินไปช้าๆและนั่งลงข้างน้องชาย

          ดูอะไรอยู่?

          สวี่เจิ้งยังคงหมกมุ่นเกินกว่าจะเอ่ยตอบ

          สวี่ผิงไม่ได้เซ้าซี้

          เขาเหนื่อยมากและกล้ามเนื้อของเขาก็ปวด แต่เขาไม่อยากนอน

          ทุกนาที ทุกวินาทีมีค่าเพราะเขาได้อยู่กับน้องชาย แม้จะเป็นเพียงการนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกันหรือคุยกันแค่เล็กน้อย

          เขาให้ความสนใจไปที่โทรทัศน์เพียงสามส่วนเท่านั้น และส่วนที่เหลือเขาใช้เพื่อมองดูน้องชายอย่างเงียบๆ

          เขามองดูแสงจากโทรทัศน์ที่สะท้อนสีต่างๆบนใบหน้าของน้องชาย

          สวี่เจิ้งหันมามองเขา เขายิ้มให้ แล้วสวี่เจิ้งก็หันกลับไปดูโทรทัศน์ต่อ

          ภาพยนตร์เก่าเรื่อง ผู้ชายหัวใจไม่ปอกเปลือก’ ที่อัล ปาชิโนรับบทเป็นคนตาบอดซึ่งกำลังเต้นรำกับผู้หญิงคนหนึ่งบนฟลอร์ในร้านอาหาร

          นายอยากเรียนเต้นแทงโก้ไหม?

          “ผมคิดว่าผมกลัวนิดหน่อย

          “นายกลัวอะไร?

          “กลัว...กลัวทำผิด

          “ไม่มีความผิดพลาดในแทงโก้ ไม่เหมือนชีวิต มันเรียบง่าย นั่นคือสิ่งที่ทำให้แทงโก้สนุก ถ้านายทำผิดหรือสะดุดก็เต้นต่อไปเลย

          สวี่ผิงเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าน้องชายอย่างอ่อนโยน

          สวี่เจิ้งหันมาหาเขา

          สวี่ผิงเอนตัวเข้าไปจูบบนริมฝีปากของน้องชาย

          สวี่เจิ้งก้มหน้าลงและจูบพี่ชายอย่างสุดซึ้ง

          ภายใต้เสียงเพลงที่ไพเราะและสวยสาม สวี่ผิงถอนตัวกลับไปและเอนศีรษะลงบนไหล่ของน้องชาย

          เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา บางทีอาจจะเป็นเพราะดนตรีที่เศร้าและอ่อนโยนมากจนเขาไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้

          เขาไม่อยากให้น้องชายเห็นน้ำตาของเขา

          เขาหายใจเขาลึกๆและปั้นสีหน้าใหม่

          ในห้องมืดสลัว แสงจากโทรทัศน์ฉายคลื่นแสงไปที่ใบหน้าหล่อเขาของน้องชาย

          สวี่ผิงเงยหน้าขึ้นและยิ้มเล็กน้อยให้น้องชายตัวเอง

          เขาดึงมือน้องชายขึ้นจากโซฟา เต้นกับพี่ได้ไหม?

          น้องชายของเขาพูดตะกุกตะกัก ผมไม่รู้วิธีเต้น

          “ไม่เป็นไร” สวี่ผิงกระซิบ

          เขาจับแขนของน้องชายให้โอบรอบไหล่ของเขาเอง

          ทำตามพี่นะ

          พรมสีขาวข้างใต้ฝ่าเท้าของเขานั้นนุ่มนิ่มราวกับวัชพืชตามริมแม่น้ำ ราวกับว่ามันรอดักใครก็ตามที่เหยียบเท้าลงไป

          แขนที่แข็งแรงของน้องชายโอบรอบตัวเขาอย่างแน่นหนา และเท้าของเขาก็ประสานกันอย่างสมบูรณ์

          อาจจะไม่มีนักเต้นที่เลวร้ายไปกว่านี้อยู่บนโลก

          เกอเกอ...

          สวี่ผิงใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากเขา

          ชู่..

          พวกเขาค่อยๆหมุนไปรอบๆห้องนั่งเล่นที่มืดมิด

          เสียงเพลงค่อยๆจางหายไปแต่ไม่มีใครสนใจ

          ร่างกายของน้องชายที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำทะเลและความอบอุ่นกำลังห่อหุ้มสวี่ผิงด้วยท่าทางปกป้อง

          พวกเขาหมุนไปรอบๆราวกับหยดน้ำที่ไม่มีวันสิ้นสุดในสายฝน

          ในตอนนั้น สวี่ผิงได้ตระหนักว่าบางทีชะตากรรมของเขาอาจจะมีอยู่ในจักรวาลที่กำลังขยายตัว ในเวลาและสถานที่ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

          สวี่ผิงร้องไห้อยู่บนไหล่น้องชายเงียบๆ ความมืดปกคลุมไปทั่วราวกับฝนที่ตกลงมาในมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต ค่อยๆเงียบลง และหายไป

 

 

 

 

          สวี่ผิงตื่นขึ้นจากการหลับใหล นาฬิกาดิจิตอลที่ตั้งอยู่ข้างเตียงบอกเขาว่ามันเป็นเวลาตีสี่

          เขานอนอยู่บนเตียง ท้องฟ้ายังมืดอยู่ เขาได้ยินเสียงคลื่นกระทบหาดแบะสายลมที่พัดโชยระหว่างต้นมะพร้าว

          น้องชายของเขานอนอยู่ข้างๆหลับสนิทและไม่ได้สวมเสื้อผ้า ลมหายใจอุ่นกระทบใบหูของเขา บางทีสวี่เจิ้งอาจจะกำลังฝันดี เขาดูผ่อนคลายและริมฝีปากยกโค้งเล็กน้อย

          สวี่ผิงหันศีรษะไปหาและเรียกเบาๆ เสี่ยวเจิ้ง

          น้องชายของเขาหลับสนิท

          สวี่ผิงพลิกตัวกลับไปหาน้องชายและลูบหน้าผากเขาเบาๆ

          ขนตาของสวี่เจิ้งขยับ แต่เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมา

          สายลมแอบเข้ามาในห้องผ่านรอยแยกเล็กๆของหน้าต่างที่เปิดอยู่ ทำให้ผ้าม่านสีขาวปลิวไสวไปในอากาศเบาๆ

          สวี่ผิงจ้องมองน้องชายเป็นเวลานานก่อนจะค่อยๆจูบอย่างอ่อนโยนที่ริมฝีปากของน้องชาย

          เขาค่อยๆลงจากเตียงอย่างระมัดระวังอย่างกับเล่นละครใบ้ เขาหยิบเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาและเริ่มแต่งตัว

          เขาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมน้องชายและเดินออกจากห้องไปเงียบๆ

          เขาเริ่มเก็บเสื้อผ้าในห้องน้ำ พับทีละตัวแล้วเก็บลงในกระเป๋าเดินทาง

          เขาจับราวบันไดเดินลงมา โซฟาในห้องนั่งเล่นเละเทะไปหมด จานชามสกปรกวางอยู่ในอ่างตั้งแต่เมื่อคืน สวี่ผิงดันโซฟาไปที่อ่างและม้วนแขนเสื้อขึ้น

          ซ่าน้ำสีขาวพุ่งออกมาจากก๊อกน้ำสแตนเลส

          แมลงเล็กๆน่ากลัวขยับออกมาจากเศษอาหารและบินวนเล็กน้อยก่อนจะหายไปในความมืด

          ชั้นล่างเต็มไปด้วยเสียงน้ำและเสียงกระทบกันของจาน

          เอี๊ยดกี๊อกน้ำถูกปิดลง สวี่ผิงก้มศีรษะลงเช็ดโต๊ะด้วยเศษผ้า จากนั้นก็บิดให้แห้งแล้วแขวนไว้บนที่จับ

          เขาเสียบปลั๊กสีขาวกับเต้า ไฟของกาต้มน้ำร้อนก็สว่างขึ้น

          สวี่ผิงก้มหน้ารออย่างอดทน

          อ่างล้างจานหันไปทางหน้าต่างเล็กๆในห้องครัว สวี่ผิงเปิดผ้าม่านขึ้นเล็กน้อยและมองออกไปยังท้องฟ้ามืด แต่ความมืดนี้ก็โปร่งใสราวกับแปรงพู่กันที่จุ่มลงในน้ำ แสงและความมืดได้โอบกอดและแยกออกจากกัน แต่ในที่สุดก็รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

          สวี่ผิงรู้ว่ารุ่งอรุณกำลังจะมา

 

 

 

 

          น้ำในกาต้มน้ำเริ่มเดือด สวี่ผิงจึงปิดกาต้มน้ำแล้วเทของเหลวเดือดลงในแก้ว

          ไอน้ำสีขาวลอยขึ้นทำให้ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมอย่างแผ่วเบาเหมือนม่านหมอก แต่มันก็ค่อยๆจางหายไป

          สวี่ผิงเปิดประตูออกไปทางทะเล เขาถอดรองเท้าออกแล้วเดินเท้าเปล่าไปตามขึ้นบันไดไม้เก่าๆออกไปทางชายหาด

          นกนางนวลสามตัวบินไปมาอยู่ใกล้ๆผิวน้ำ

          ใกล้ๆกับขอบทะเล ขอบฟ้ามีสีชมพูแปลกๆ กลางคืนจางหายไปราวกับถูกเจือจางด้วยน้ำ สีฟ้าหลายเฉดเริ่มปรากฏขึ้นในขณะที่มีเมฆบางๆ แต่ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวท้องฟ้าก็สว่างแล้ว

          สวี่ผิงรอแสงอาทิตย์ที่ตรงชายหาด

          อากาศเหนียวและมีกลิ่นเค็ม เม็ดทรายเล็กๆแทรกเข้ามาตามช่องว่างใต้นิ้งเท้าของเขา เสื้อของเขาโบกสะบัดไปในสายลม

          สวี่ผิงจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขามองพระอาทิตย์ขึ้นคือเมื่อไหร่ เขายุ่งมาตลอดชีวิตของเขา ทำสงครามกับตัวเอง ต่อต้านโลก ทุกๆวันเขายุ่งกับการทำงาน ยุ่งกับการออกจากงาน ยุ่งกับการดูแลน้องชาย ยุ่งกับการซื้อของและเตรียมอาหาร และยุ่งกับการดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่

          เขาใช้ชีวิตเหมือนลมหมุน แต่ตอนนี้เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่เคยใช้เวลาเป็นมนุษย์เลย

          เขาค่อยๆก้มศีรษะลงบนผ่ามือช้าๆ

          จนถึงจุดหนึ่งในชีวิตของเขา เขาหยุดนึกถึงอดีต เขาล็อกมันไว้ข้างในอกเหมือนเทปสำรองเท่านั้น

          ชีวิตของเขาตายไปก่อนที่เขาจะเริ่มจริงๆ ในอดีตเขามีความฝัน พวกมันเป็นเหมือนดอกไม้ที่งอกออกมาจากหัวใจ มันถูกบดขยี้ด้วยกงล้อแห่งโชคชะตาก่อนที่เขาจะรดน้ำให้มันได้

          ปีที่สิบแปดของเขามืดสนิท ถึงแม้จะล็อกเอาไว้ในอกแล้วแต่มันก็ยังเป็นสัตว์ร้ายที่น่ากลัว สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตลอดเวลาโดยมีความมืดเป็นสื่อกลาง   

          บางคนบอกเขาว่าเขาโชคไม่ดี เขาพยายามจะรวบรวมชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน แต่ในกระบวนการนั้นเขาสูญเสียหลายสิ่ง เขาไม่เชื่อในโชคชะตาและไม่มีความหวังอีกต่อไป

          เขายังมีชีวิตอยู่หลังจากความหายนะ แต่มีชีวิตอยู่ เขาอยู่รอดมาได้อย่างอิสระและอยู่กับสวี่เจิ้ง

          เขาคิดว่าชีวิตของเขาจะจบลงด้วยความเศร้าที่น่ากลัว แต่ความคิดต่ำต้อยก็ถูกลบออกไปจากเขา

 

 

 

         

          ดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้า แสงสีทองที่ไม่มีใครสามารถเผชิญหน้าได้โดยตรงสาดไปทั่วทิศทาง ไล่ความมืดออกไป และในตอนนั้นเอง โลกดูเหมือนใหม่ขึ้น

          สวี่ผิงยื่นมือออกมาและดูแสงยามเช้าเปล่งประกายอยู่บนฝ่ามือของตัวเอง เส้นบนฝ่ามือกำลังขยายออกมาราวกับกิ่งก้านที่กำลังเติบโต เขาค่อยพลิกมือขวาของเขาและมองดูแสงที่เต้นเบาๆบนมือของเขาเหมือนเอลฟ์ตัวน้อย

          คลื่นพัดผ่านข้อเท้าของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยทิ้งฟองสีขาวไว้บนหาดทรายละเอียด หอยตัวเล็กๆถูกพัดขึ้นมาเกยบนชายหาด นอนอยู่บนทรายเปียกๆเหมือนรอยเท้าสีขาว

          ปูตัวเล็กๆแหวกออกมาจากรูในพื้นทราย สะบัดทรายออกจากตัวแล้ววิ่งไปหาน้ำ ในคลื่นไม่กี่คลื่นมันก็หายไป

          ความมืดมิดสุดท้ายหายไปในไม่ช้า ตอนนี้ท้องฟ้ากลายเป็นสีฟ้าอ่อนบริสุทธิ์และมีก่อนเมฆสีขาว

          ตอนนี้ท้องฟ้าสว่างอย่างสมบูรณ์ น้องชายของเขาอาจจะตื่นในไม่ช้านี้ พวกเขาจะทานข้าวคาบสุดท้ายแล้วก็ล้างจาน จากนั้นอาเฉียงก็จะมารับพวกเขาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางด้วยรถตู้สีขาวไปส่งที่สนามบิน

          สวี่ผิงรู้ว่าสิ่งที่เขาควรทำคือการเดินกลับไปที่กระท่อมและเปิดประตูห้องนอนชั้นสองที่น้องชายเขากำลังหลับอยู่ เขาควรจะนั่งลงข้างๆเตียงและใช้มือสัมผัสใบหน้าน้องชายเพื่อที่น้องชายเขาจะได้ไม่รู้สึกโกรธที่ไม่เห็นเขา

          แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาทำ

          เขาถอดเสื้อผ้าออกแล้วโยนไว้บนชายหาด

          เขาอยากว่ายน้ำเองก่อนที่น้องชายจะตื่น

          เขาหายใจเข้าลึกๆแล้วว่ายลงไปในทะเล

          เขารู้สึกว่าน้ำทะเลค่อยๆยกเขาลอยขึ้น

          เขาเอียงศีรษะไปข้างๆและเริ่มวาดแขนออกไป

 

 

 

 

          สวี่ผิงไม่รู้ว่าเขาจะไปที่ไหนหรือว่ายไปไกลแค่ไหน แต่เขาก็แค่ว่ายไปเรื่อยๆ

          คลื่นซัดผ่านร่างของเขาราวกับว่าทั้งโลกกำลังพยายามหยุดยั้งความตั้งใจของเขา

          สวี่ผิงโผล่หัวขึ้นจากน้ำแล้วสูดลมหายใจเฮือกใหญ่

          เขาได้กลิ่นแสงกระทบน้ำทะเลที่ไหม้ด้านหลังของเขา

          ความทรงจำของเกี่ยวกับพ่อและน้องชายวาบเข้ามาในหัว แต่มันก็แตกสลายเป็นความว่างเปล่าก่อนที่เขาจะเพ่งสมาธิไปที่มัน

          เขาจำได้ว่าน้องชายของเขาเรียนรู้ที่จะพูดได้ช้าและทุกครั้งน้องชายเขาจะเรียกเขาว่า เกอเกอ” ขณะที่ดึงชายเสื้อเขา เขาจำได้ว่าพ่อของเขาไปทำงานต่างเมืองและสวี่เจิ้งวัยห้าขวบกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งรอสวี่ผิงในวัยเก้าขวบทำกับข้าว เขาจำได้ว่าน้องชายของเขามีอาการลำไส้อักเสบเฉียบพลันในตอนกลางคืน เขาพาน้องชายไปโรงพยาบาลโดยปั่นจักรยานของเขา และสวี่เจิ้งนอนอยู่บนเตียงจับมือเขาพร้อมกับกระซิบว่า เกอเกอ เจ็บ

          เขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสวี่เจิ้ง ให้บ้านที่เรียบง่ายแต่อบอุ่นกับเขา เพื่อที่เขาจะได้ไม่เจ็บป่วยจากสิ่งอื่นๆ แต่ทั้งหมดนี้กำลังจะล่มสลายเมื่อเขาล้มป่วยลง ใครจะปกป้องสวี่เจิ้งต่อจากนี้? ใครจะทำกับข้าวให้เขากิน ใครจะดูแลเขา ใครจะพาเขาไปหาหมดตอนเขาป่วย?

          เสี่ยวเจิ้ง เกอเกอกำลังจะตายเร็วๆนี้แล้ว

          คลื่นพัดใส่สวี่ผิง เขาจมลงไปในน้ำก่อนจะโผล่ขึ้นมา เขาปาดหมดน้ำออกจากใบหน้าและหันกลับไปมองด้านหลัง เขาพบว่าตัวเองอยู่ห่างจากฝั่งราวหลายร้อยเมตร

          กระท่อมสีขาวตั้งอยู่อย่างเงียบสงบภายใต้แสงยามเช้า ชายหาดถูกทิ้งร้าง

          ฉันกำลังทำอะไรอยู่ สวี่ผิงคิดอย่างสิ้นหวัง ฉันจะทำยังไงดี?

          เขาอยากจะกรีดร้อง เขาอยากร้องไห้ เขารู้สึกราวกับภายในอกถูกฉีดทึ้งด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่สามารถพูดออกมาได้สักพยางค์

          เขาแหวกสายน้ำและว่ายไกลออกไปในทะเล

          เขาไม่เคยร้องขอกับใครหรือกับสิ่งใดทั้งนั้น เขาไม่เชื่อในพระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า เขาไม่เคารพปีศาจหรือวิญญาณ แม้ในช่วงเวลาแห่งความทนทุกข์ในคุกเขาก็กัดฟันและผ่านมันมาด้วยตัวเอง แต่ตรงนี้และตอนนี้ สวี่ผิงภาวนาให้ใครสักคนรับฟังคำวิงวอนของเขา มาหาเขา มอบความหวังและความกล้าหาญให้เขา ให้เขาผ่านเหตุการณ์เลวร้ายนี้ไปได้

          เมื่อนั้นเองที่สวี่ผิงรู้สึกปวดเมื่อยที่ต้นขาราวกับว่ามีคนฉีกกล้ามเนื้อของเขาและดึงเส้นเอ็นออกมา

          ด้วยความตกใจ เขาจมลงไปใต้คลื่นและกลืนน้ำทะเลเข้าเต็มๆปากก่อนจะโผล่ขึ้นมา

          เขาถูกพัดขึ้นพัดลงใต้ผิวน้ำ เมื่อเขาจะร้องขอความช่วยเหลือ น้ำทะเลก็จะพัดเอาคำพูดกลับเข้าไปในปากเขา

          ผมไม่อยากตาย ผมอยากมีชีวิตอยู่เสี่ยวเจิ้งต้องการผม ผมอยากมีชีวิต!” เขาคิดวนไปมาขณะที่ดิ้นรนเพื่อลอยตัวในน้ำ

          ขาขวาของเขาชาและหนักเหมือนก้อนหิน

          แขนของเขาแกว่งอย่างดุเดือนขณะที่เขาลอยขึ้นลอยลง

          แขนของเขามีความรู้สึกเหมือนหิน ยากที่จะยกขึ้นได้

          น้ำพุ่งเข้ารูจมูกของเขาเข้าไปในปอด อุณหภูมิร่างกายของเขาลดลง

          ดูเหมือนจะมีบางอย่างภายใต้ก้นทะเลกวักมือเรียกเขาอยู่

          เขาเอื้อมมือพยายามขึ้นไปสู่ผิวน้ำอีกครั้ง

          สวี่ผิงค่อยจมลงขณะที่ยังลืมตาอยู่

          ฉันกำลังจะตาย เขาคิด

          เขาเห็นผิวน้ำสีเขียวอมฟ้าสดใสและชัดเจนมาก ปลาหลากสีสันว่ายเล่นกับปะการังอยู่ไม่ไกลนัก ไม่ตกใจกับสิ่งใหญ่โตที่กำลังจมน้ำ เมื่อมองจากด้านล่าง ผิวน้ำดูเหมือนจะเปล่งประกายสีฟ้าจากการหักเหของแสง พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

          เขาคิดถึงน้องชายที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในกระท่อม เขาอยากมอบจูบสุดท้ายให้

          เสี่ยวเจิ้ง

 

 

 

--------------------------------------------------

สวี่ผิงนี่ชอบหาเรื่องให้ตัวเองจริงๆ ต้องให้น้องเจิ้งตีตูดสักหน่อยแล้วเนอะ

เจอคำผิด+แปลผิดสะกิดเลยค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

27/3/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. #366 luzia atiria (@opung) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 17:13
    เศร้าไปไหนนน
    #366
    0
  2. #365 choyu9 (@choyu9) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 13:07
    สวสารอ่าาาา
    #365
    0
  3. #364 Pinel3 (@tarumi) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:54

    โอ้ยยยยยย ผิงผิง ชีวิตจะรันทดอะไรเบอเน้
    #364
    0
  4. #363 rw_no_jg19 (@rw_no_jg19) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:43
    พี่คะ!! ไม่นะ ฮือออ
    #363
    0
  5. #362 THEBESTREADEREVER (@meltingn) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:05
    ห๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #362
    1
    • #362-1 EarlKSama (@EarlKSama) (จากตอนที่ 52)
      2 เมษายน 2562 / 12:22
      ม่ายน้าาาผิงผิงงงง
      #362-1