Brother by Ren Ti Gu Jia (นิยายแปล) (Yaoi) (END)

ตอนที่ 49 : Brother - 49

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    30 มี.ค. 62

Brother – 49

 

 

 

อย่างเช่นเสียงเพลงและแสงสี

หัวใจและพิณประสานร่วมกับแสงตะเกียง

วิญญาณไม่อาจเล่นและร้องเพลงได้

หากจิตใจไม่สุข

แค่ไว้ทุกข์โดยไม่มีทำนองเพลง

เหมือนลมที่พัดผ่านซากปรักหักพัง

เหมือนคลื่นแห่งเสียงคร่ำครวญ

กังวานราวกับระฆังมรณะของกะลาสีที่สิ้นใจ

–Percy Bysshe Shelley, When the Lamp is Shattered

 

 

 

 

          อาเฉียงพาสวี่ผิงเดินดูรอบๆตัวบ้านและอธิบายเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกก่อนที่จะออกไปพร้อมกับลุงและป้าหลิน

          สวี่ผิงชวนพวกเขาทานอาหารค่ำด้วยกัน แต่หลังจากอาเฉียงที่สังเกตอารมณ์ของป้าอย่างระมัดระวังแล้ว เขาก็ปฏิเสธ

          สวี่ผิงเห็นพวกเขาออกไปยังประตู ทั้งสามบอกสวี่ผิงว่าไมต้องไปส่งไกล ดังนั้นสวี่ผิงจึงได้แต่บอกลาอยู่ตรงสวน

          เขากลับไปในบ้านและปิดประตู วินาทีต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงร้องของอาเฉียงด้านนอก เขาส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินกลับไปที่ห้องโถง

          มีบันไดที่ทอดยาวไปยังชั้นสองที่มีห้องนอนอยู่สองห้อง ด้านซ้ายของห้องโถงคือห้องนั่งเล่นและด้านขวาคือห้องครัวที่เชื่อมต่อไปยังบริเวณที่ใช้ทานอาหาร ระเบียงกลางแจ้งอยู่ด้านข้างห้องนั่งเล่นและมีบันไดเล็กๆเชื่อมไปสู่ชายหาด

          น้องชายของเขากำลังนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร

          สวี่ผิงเดินเข้าไปหา เขาเห็นชามข้าวสวยร้อนๆ ปลาตุ๋นหนึ่งชาม ผัดผัก และหม้อดินเผา สวี่ผิงยกฝาขึ้น ไอน้ำพุ่งออกมาแรงมากจนเขาต้องหลับตา หลังจากที่ไอน้ำละเหยไปหมดแล้วเขาก็มองเห็นซุปสีขาวข้น เขาใช้ช้อนคนและพบว่าส่วนผสมหลักคือเนื้อสัตว์บางชนิด พร้อมกับตังกุย มันเทศจีน โกจิเบอร์รี่ และบางอย่างที่ดูเหมือนโสมจีน มันมีกลิ่นเหมือนไขมัน

          สวี่ผิงตักให้น้องชายขณะที่เขากำลังกินข้าวกับผัดผักอยู่

          สวี่เจิ้งรีบยกน้ำซุปซดอย่างรวดเร็ว เขาเม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันดูเหมือนจะชอบซุป และยื่นถ้วยเปล่าเพื่อขอซุปอีกครั้ง

          สวี่ผิงรับถ้วยมาและพลิกคว่ำไว้บนโต๊ะ เขาพูดขณะเสมองต่ำลง ถ้วยเดียวพอ

          อ้อน้องชายของเขาชะงักก่อนจะฝังใบหน้าลงในถ้วยข้าวของตัวเอง

          สวี่ผิงแยกชิ้นปลาออกจากกันและคีบเอาก้างออก เขาคีบปลาชิ้นใหญ่วางลงในถ้วยของน้องชาย

          กินนี่ดู ปลาน้ำเค็มสดๆ เราไม่มีแบบนี้ที่บ้าน

          สวี่เจิ้งกัดไปหนึ่งคำ

          เป็นไงบ้าง?

          สวี่เจิ้งครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่ง เฉยๆ

         

         

 

 

          กว่าจะทานข้าวเสร็จก็มืดแล้ว สวี่ผิงไล่น้องชายไปอาบน้ำขณะที่เขาล้างจาน

          แต่สวี่เจิ้งดูกระวนกระวาย

          หลังจากจ้องมองท้องทะเลจากหน้าต่าง สุดท้ายเขาก็หันไปหาพี่ชาย เกอเกอ ผมอยากว่ายน้ำ

          สวี่ผิงวางชามใบสุดท้ายลงบนที่วางและเช็ดมือให้แห้ง

          มันค่ำแล้ว ข้างนอกก็มืด มันอันตรายนะถ้าไปว่ายน้ำตอนนี้

          เขามองดูลมทะเลที่พัดกระหน่ำผ่านต้นมะพร้าว

          เขาเลิกเสื้อยืดของน้องชายขึ้นไปตรงจมูก วันนี้นั่งรถนานจนเหงื่อออกมากเลยนะ นายเหม็นไปหมดแล้วเนี่ย

          สวี่เจิ้งรู้สึกว่าเขามาได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เขาหันกลับมาและยกพี่ชายของเขาให้เข้ามาซบตรงหน้าอก เกอเกอก็เหม็นเหมือนกัน

          สวี่ผิงหัวเราะคิดคัก

          เขาลูบผมของน้องชายและเงยหน้าขึ้น เราเดินทางทั้งวัน ไม่เหนื่อยเหรอ?

          น้องชายของเขาส่ายหัว เขายกสวี่ผิงขึ้นหมุนและหันกลับมาวางลง

          ผมอยากว่ายน้ำ

          สวี่ผิงเขกหัวน้องชาย ไม่ได้

          เขาค้นเสื้อผ้าในกระเป๋าออกมาและส่งให้น้องชาย ไปอาบน้ำ

          น้องชายของเขาไม่พอใจและผิดหัวเล็กน้อย สักพักก็ได้ยินเสียงน้ำดังออกมาจากห้องน้ำ

          สวี่ผิงยกกระเป๋าเดินทางสองใบขึ้นไปด้านบนเพื่อจัดของในขณะที่น้องชายอาบน้ำอยู่

          เขาเปิดห้องนอนใหญ่แต่หยุดการเคลื่อนไหวตรงนั้น

          เตียงแกะสลักสีดำถูกปูทับด้วยผ้าห่มสีขาว ผ้าสีขาวบางๆห้อยลงมาจากเสาเตียงทั้งสี่มุมทำให้มองเห็นด้านในของเตียงได้ไม่ชัด โต๊ะเครื่องแป้งด้านหนึ่งมีแก้วทรงสูงสองใบวางอยู่และถังน้ำแข็งพร้อมกับแชมเปญ ด้านหนึ่งของเตียงคือประตูกระจกที่ออกไปสู่ระเบียงชั้นสอง ภายนอกผ้าม่านสีเบจคือท้องทะเลอันเงียบสงบและงดงามภายใต้ความมืด

          สวี่ผิงก้าวเข้าไปข้างในห้องและเลิกผ้าสีขาวขึ้น เขาเห็นช่อกุหลาบที่ห่อด้วยกระดาษขาววางอยู่บนผ้าห่ม

          สวี่ผิงดมกลิ่นกุหลาบและนำไปวางในตู้เสื้อผ้า

          ในช่อดอกไม้มีการ์ดเสียบอยู่ เขาเปิดมันออก ข้างในเขียนว่า ขอแสดงความยินดีกับการแต่งงานของคุณ ขอให้คุณมีความสุขร้อยๆปี

          สวี่ผิงขยำการ์ดและโยนมันลงบนพื้น

          เขานั่งอยู่ปลายเตียงและเด้งตัวเบาๆ ที่นอนดีมาก

          เขาลูบผ้าห่มที่ปัดลายเบาๆด้วยมือ เขารู้สึกถึงตะเข็บด้ายในความมืด

          ไม่รู้ว่ามีกี่คู่ที่มาใช้เตียงนี้ สวี่ผิงคิด

          เขากางแขนและล้มตัวลงนอน

          เขาจ้องหลังคาเตียงในความมืด

          เขาจำได้ว่าป้าหลินเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถอดผ้ากันเปื้อนออก เธอพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม คุณสวี่ใช่ไหมคะ? ยินดีต้อนรับค่ะ คุณคิดถูกแล้วที่มาฮันนิมูนที่นี่ หลายคู่ที่มานี่ไม่อยากจะกลับไปเลยค่ะ เพราะงั้นฉันก็เลยบอกพวกเขาให้มาที่นี่ทุกปี วิธีนี้พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันจน...

          เขาจำใบหน้าของเธอได้เมื่อน้องชายของเขาเดินถือกระเป๋าเข้ามา มันเหมือนกับว่าเธอกำลังกลืนเป็ดทั้งตัว

          เขายิ้ม

          ผู้ชายอาจจะรู้สึกช้า แต่ผู้หญิงมีสัญชาติญาณเหมือนสัตว์

          เขาเห็นสีหน้ารังเกียจเมื่อเธอมองเขาและน้องชาย บางทีเธออาจจะมองออกหรือเดา แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

          ถึงจะเป็นอย่างนั้น สวี่ผิงก็ไม่ได้โกรธ เขาไม่ได้รู้สึกถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

          เขาอิจฉาเธอ เธอแต่งงานอย่างมีความสุขและมีชีวิตที่สวยงาม มันเป็นทั้งสองสิ่งที่สวี่ผิงไม่มี

          ขณะที่เขาฟังเสียงน้ำในห้องน้ำ เขาคิดถึงน้องชายและคิดว่าน้องชายมีความสุขมากแค่ไหนตอนที่อุ้มเขาหมุนรอบตัวเมื่อครู่นี้

          สวี่ผิงค่อยๆเอามือปิดหน้าตัวเอง

         

 

 

          สวี่เจิ้งออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าเช็ดตัวพันที่เอว เกอเกอ

          ไม่มีเสียงตอบ

          เขาหาไปทั่วชั้นสองแต่ไม่เจอสวี่ผิง จากนั้นเขาก็เดินลงมาชั้นล่างแต่ก็ยังไม่เจอใครเลย

          เส้นเลือดที่ลำคอของเขานูนขึ้น เขากำหมัดและสะบัดหัวไปมาพร้อมทั้งตะโกน เกอเกอ!”

          จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกิ๊กเบาๆที่หน้าต่าง

          สวี่เจิ้งรีบไปแหวกผ้าม่านออก เขาเห็นพี่ชายของเขายืนเท้าเปล่าอยู่บนชายหาดและโบกมือให้เขา

          เขาเปิดประตูและวิ่งออกไปกอดสวี่ผิงจากด้านหลัง

          สวี่ผิงหันศีรษะกลับมายิ้ม เป็นอะไร? พี่แค่ออกมาดูทะเล

          สวี่เจิ้งกดศีรษะลงและกอดแน่นไม่ยอมปล่อย

          สวี่ผิงตบแขนน้องชายและพูดว่า ชู่ ไม่ต้องพูด ฟัง

          คลื่นซัดเข้าชายหาดอย่างอ่อนโยน

          ทั้งคู่เงียบอยู่นาน แต่ทันใดนั้นสวี่ผิงก็ถามขึ้น เสี่ยวเจิ้ง นายโกรธพี่เหรอ?

          สวี่เจิ้งกดศีรษะลงอีกและถามช้าๆ โกรธเกอเกอทำไม?

          สวี่ผิงไม่ตอบ

          เขายังจ้องไปที่ทะเลมืดๆราวกับจะสอดแนมไปยังฝั่งอื่น

          จากนั้นเขาก็ก้มศีรษะลงและแตะมือน้องชาย

          ไปเดินกับพี่ไหม?

          สวี่เจิ้งพยักหน้า

          ด้านนี้ของเกาะเงียบสงบและว่างเปล่า ไม่มีผู้คนอยู่ในระยะสายตาเลยสักคน พระจันทร์ลอยสูงขึ้นในท้องฟ้า คลื่นสีขาวยังคงพัดเข้าหาชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง

          น้องชายของเขาวิ่งไล่ตามกระแสน้ำด้วยเท้าเปล่า เมื่อวันลดลงเขาก็ตามไป แต่เมื่อมันซัดขึ้นเขาก็กระโดดถอยหลัง

          สวี่ผิงเดินตามหลังน้องชายไปด้วยรองเท้าแตะของเขา

          พวกเขาทิ้งรอยเท้าสองขนาดไว้ด้านหลัง

          สวี่เจิ้งติดอยู่ในความสนุก บางครั้งเขาก็คลื่นล้มจนตัวจุ่มลงไปในน้ำ

          สวี่ผิงสลัดรองเท้าของตัวเองทิ้งและวิ่งไปช่วยน้องชาย เกิดอะไรขึ้น? เจ็บไหม?

          สวี่เจิ้งส่ายหน้า

          สวี่ผิงจับขาของน้องชายขึ้นมาและนวดเบาๆที่ข้อเท้า เจ็บไหม?

          สวี่เจิ้งส่ายหน้าอีกครั้ง

          แต่เมื่อสวี่ผิงถอนหายใจออกด้วยความโล่งอกนั้น น้องชายของเขาก็ร้องขึ้นเสียงดัง

          สวี่ผิงเกือบสะดุ้งด้วยความตกใจ

          สวี่เจิ้งยกนิ้วหนึ่งขึ้นมา มีปูตัวเล็กสีเทาหนีบอยู่

          ทันทีที่สวี่ผิงตั้งสติได้เขาก็ชกน้องชายของเขา

          สวี่เจิ้งจับนิ้วของตัวเองขึ้นมาและมองอย่างละเอียดก่อนจะเงยหน้าถามพี่ชาย เกอเกอ อันนี้คืออะไร?

          ปูสวี่ผิงตอบ

          เขาโน้มตัวเข้าไปดูและพบว่าปูตัวเล็กประมาณสามนิ้วเท่านั้น ท้องของมันโปร่งแสง

          อย่าขยับเขาพูดขณะงัดก้ามมันออกก่อนจะปล่อยมันลงที่พื้นทราย

          ปูนอนนิ่งเฉยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งออกไปข้างหน้าและขุดเข้าไปในรู้เล็กๆและมุดหายไปในชายหาด

          เมื่อเขามองดูพื้นดินดีๆสวี่ผิงก็พบว่ามันเต็มไปด้วยรูพวกนี้ แต่พวกเขามองไม่เห็นในเวลากลางคืน

          สวี่เจิ้งนอนลงข้างพี่ชายและยื่นนิ้วชี้ออกไปขุดหลุมหนึ่งอย่างตื่นเต้น

          สวี่ผิงจับมือเขาไว้          

          เขาจ้องน้องชาย เดี่ยวก่อนเขาเจอกิ่งไม้จากพุ่มไม้ข้างๆ

          ใช้อันนี้เขาบอก

          น้องชายของเขาแหย่ไม้เข้าไปในรูและดึงออกมา มีปูตัวเล็กออกมาด้วย

          สวี่เจิ้งพลิกไปด้านหลังและดูขาทั้งแปดของมันที่ขยับไปมาและท้องสีขาว

          เขาเริ่มหัวเราะอย่างมีความสุข

          สวี่ผิงพลิกด้านขวาขึ้นและดูมันวิ่งกลับไปใช้ชีวิตของมัน

          เขาลุกขึ้นและปัดทรายออกจากเสื้อผ้า จากนั้นก็ดึงน้องชายของเขาขึ้น

          น้องชายของเขายังอยากเล่นต่อ สวี่ผิงจึงบอกให้เขาปัดฝุ่นออก นี่เป็นปูตัวเล็ก พวกมันยังเด็กอยู่ แต่ถ้านายยังใจร้ายกับพวกมัน แม่ของพวกมันจะมาหานาย เธอตัวใหญ่เท่าบ้าน และเธอก็ตัดขาของนายออกจากกันได้นะเขาหลอกน้องชาย นายไม่กลัวเหรอ?

          สวี่เจิ้งจ้องเขาอย่างอึ้งๆด้วยใบหน้าซีดเผือด เขาพยักหน้า

          สวี่ผิงผลักเขาด้วยรอยยิ้ม ทำไมนายยังไม่รีบวิ่งอีก?

          น้องชายของเขาร้องและวิ่งไป แต่กลับพบว่าเกอเกอของเขาไม่ได้ตามมา เขากระโดดพร้อมกับโบกมือไปด้วย เกอเกอวิ่ง!”

          สวี่ผิงหยิบรองเท้าขึ้นมาและโบกมันขณะที่ตอบกลับอย่างเอื่อยๆ นายวิ่งเถอะ พี่เหนื่อยมาก วิ่งไม่ได้แล้ว

          สวี่เจิ้งที่หงุดหงิดมองไปทางซ้ายทางขวาก่อนจะวิ่งกลับมาและโค้งหลังลงให้พี่ชาย เกอเกอมาเร็ว ผมจะแบกพี่วิ่งเอง

          สวี่ผิงลูบริมฝีปากของตัวเองและตอบกลับหลังจากนั้นไม่นาน เกอเกอหนักมากนะ นายน่าจะช่วยตัวเองก่อน

          สวี่เจิ้งพูดอย่างรีบร้อย ผมแบกได้ หนักเท่าไหร่ผมก็แบกได้! เกอเกอรีบๆขึ้นมา!”

          สวี่ผิงวางรองเท้าลงและเอนตัวไปบนหลังน้องชายพร้อมกับหัวเราะ

          สวี่เจิ้งจับขาพี่ชายและออกวิ่ง แผ่นหลังของเขาโค้งงอ

          สวี่ผิงกอดคอน้องชายแน่นและหลับตาลงฟังเสียงหัวใจของเขา

          ตึก ตึก

          ภายในหัวของเขามีเสียงคลื่นและเสียงฝ่าเท้าของน้องชายบนพื้นทราย

          เกอเกอโกหก

          สวี่ผิงลืมตาขึ้น หืม?

          เกอเกอไม่หนัก ผมแบกเกอเกอแล้ววิ่งไปวิ่งไปได้

          สวี่ผิงซบศีรษะลงที่แผ่นหลังของน้องชายและปิดเปลือกตาลง

          ไม่ไกลนักคือกระท่อมหลังคาสีแดงที่พวกเขาผ่านไปก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่มันสว่างไสว

          เกอเกอ ปูมาถึงรึยัง?

          สวี่ผิงหันไปมอง สิ่งเดียวในความมืดคือทรายสีขาว ต้นมะพร้าว คลื่นที่ซัดใส่ชายฝั่งและดวงดาวที่เปล่งประกายราวกับเพชรบนกำมะหยี่สีน้ำเงิน

          เกอเกอ เราหยุดได้ยัง?

          เขากอดน้องชายแน่นและพึมพำด้วยเสียงสั่นๆพยายามต่อสู้กับน้ำตาของตัวเอง ไกลอีกนิดเสี่ยวเจิ้ง ไกลอีกนิด

         

 

 

 

--------------------------------------------------------

เหมือนจะไม่หน่วงแต่ก็หน่วงอีกแล้ว :_;

เจอคำผิด+แปลผิดสะกิดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

24/3/19

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

458 ความคิดเห็น

  1. #397 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 00:00
    ;-; อยากร้อง
    #397
    0
  2. #333 luzia atiria (@opung) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 13:17
    เหมือนจะมีคำแทนบางคำผิดไปนะค
    #333
    0
  3. #329 แมวหง่าว001 (@graycat-nangrai) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 08:24
    ไม่ว่าในอนาคตน้องจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้อย่างน้อยก็ยังอยู่ด้วยกันเนอะ

    เจิ้งเจิ้ง จับมือ ผิงผิงให้แน่นๆนะ ;___;
    #329
    0
  4. #328 choyu9 (@choyu9) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 03:04
    เห้อออ เศร้าอ่ะ อ่านแค่นี้ยังเศร้าเลย
    #328
    0
  5. #327 Pinel3 (@tarumi) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:42
    หน่วงจนเหมือนจะตายยยยยยย
    #327
    0
  6. วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 17:52
    กลัวตอนจบเหลือเกินนน
    #326
    0
  7. #325 วาฟเฟิลสีชมพู (@a0939521103) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 16:34
    เห็นทะเลละเป็นห่วง
    #325
    0
  8. #324 D-Dindin (@DeenaDDindin) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 16:32
    มองไม่เห็นทางที่จบแบบแฮปปี้เลยอ่ะ ด้วยบริบทสังคม ด้วยลักษณะนิสัยตัวละคร กลัวสวี่ผิงจะไม่ยอมผ่าตัด นึกตอนจบดีๆแบบคลี่คลายแล้วไม่ออกเลย หวังว่าจะมีอะไรมาเปลี่ยนเส้นเรื่องที่อึดอัดและหน่วงแบบนี้ สวี่ผิงคิดได้เร็วๆนะ ขอให้ทั้งคู่มีความสุขจริงๆสักที/ขอบคุณคนแปลมากนะคะ สนุกทุกตอนเลย แปลภาษาออกมาดีด้วย อินมากๆเลยค่ะ
    #324
    0
  9. #323 lkeee (@kkeamee) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 13:45
    กลัวอย่างเดียวเรื่องนี้ ฮรึก.. จบสุขนิยมไหม...
    #323
    0
  10. #322 clover in wind (@ppww_333) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 13:26

    โอ้ยยยย อ่านตอนแรกรู้สึกอบอุ่นมาก แต่พอบรรทัดสุดท้ายนี้รู้สึกเศร้าตามสวี้ผิงเลย

    #322
    0
  11. #321 blacklady (@bloodbath) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 13:00
    สงสารทั้งสองคนเลย จบดีไหมคะเรื่องนี้ กลัวน้ำตาแตก
    #321
    0